พิมพ์หู (Earmold, Earmould) มีหลากหลายรูปแบบและหลากหลายวัสดุในการผลิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับการสูญเสียการได้ยิน โดยพิมพ์หูแบบแข็งผลิตจากอะคริลิก (Acrylic) และพิมพ์หูแบบนิ่มผลิตจากซิลิโคน (Silicone, Soft Silicone)

 

5 ขั้นตอน การตัดท่อนำเสียงของพิมพ์หู

การตัดท่อนำเสียง (Tube) ที่เชื่อมต่อระหว่างพิมพ์หูกับเครื่องช่วยฟัง มีขั้นตอนดังนี้


  1. นำพิมพ์หูใส่เข้าไปยังช่องหู ให้แนบสนิทกับช่องหูearmolds-วิธีการตัดสายท่อนำเสียง
  2. นำเครื่องช่วยฟังคล้องหลังใบหู
  3. วัดระยะท่อนำเสียงให้พอดี กับร่องปลายข้อต่อเครื่องช่วยฟัง (Hook)
  4. ตัดท่อนำเสียงตามขนาดที่วัดไว้
  5. นำพิมพ์หูต่อเข้ากับปลายข้อต่อเครื่องช่วยฟัง (Hook)

 

 

 

Video สาธิตการตัดท่อนำเสียง เครื่องช่วยฟัง


 

หมายเหตุ กรณีใช้งานเครื่องช่วยฟังไปสักระยะหนึ่ง (3 – 6 เดือน) แล้วรู้สึกปวดบริเวณใบหู โปรดสังเกตท่อนำเสียงอาจแข็งหรือเสื่อมสภาพ แนะนำให้เปลี่ยนท่อนำเสียงใหม่ ณ ศูนย์บริการฯ

 

 


บริการพิมพ์หูเฉพาะบุคคล Personal Earmold

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111

Call-Button-Intimex chiangmai hearingchiangmai Line: @hearingchiangmai

เช็คสัญญาณปัญหาการได้ยิน-อาการหูตึง

 

       ปัญหาการได้ยิน ปัญหาที่คนส่วนมากมักมองข้ามและไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร รู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อเริ่มสื่อสารกับผู้อื่นลำบากแล้ว

 

คุณสามารถตรวจการได้ยินประจำปีได้โดยไม่ต้องรอให้แพทย์สั่ง หรือรอให้ตัวคุณเองไม่ได้ยิน คุณสามารถเช็คความผิดปกติการได้ยินของคุณจากสัญญาณอาการที่บ่งชี้ว่าคุณเข้าข่ายผู้มีปัญหาการได้ยินหรือหูตึงได้

 

เช็คสัญญาณอาการที่เข้าข่ายผู้มีปัญหาการได้ยิน

ตรวจเช็คอาการดังต่อไปนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมและหาวิธีป้องกันให้กับการได้ยินของคุณ


ดูทีวีเสียงดัง อาการหูตึง

  • เพื่อนหรือครอบครัวบอกว่าคุณเปิดทีวีหรือวิทยุดังเกินไป
  • คุณมีปัญหาในการทำความเข้าใจคำพูด โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
  • คุณมีปัญหาในการสนทนาทางโทรศัพท์
  • คุณมีความรู้สึกว่าได้ยิน แต่ฟังไม่เข้าใจ
  • คุณไม่แน่ใจว่าเสียงมาจากทิศทางไหน
  • คุณมักจะขอให้ผู้อื่นพูดซ้ำๆ
  • คุณต้องพึ่งพาคู่สมรสหรือคนที่คุณรักเพื่อช่วยให้คุณได้ยิน
  • คุณพบว่าตัวเองกำลังหลีกเลี่ยงสถานการณ์ทางสังคม
  • คุณรู้สึกอ่อนเพลียหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมที่เกิดจากความเหนื่อยล้าในการฟัง
  • คุณมีอาการเสียงดังในหู
  • คุณมีอาการหูอื้อ

 

     หากพบว่าตัวคุณเองมีปัญหาการได้ยินดังอาการที่กล่าวมานี้ กรณีเพิ่งเริ่มมีอาการ แนะนำให้พบแพทย์หูคอจมูกเพื่อทำการรักษา หรือกรณีไม่แน่ใจว่าตัวคุณเองมีปัญหาการได้ยินหรือไม่ บางครั้งได้ยินดี แต่ในบางครั้งก็ไม่ได้ยิน

       แนะนำให้คุณตรวจการได้ยิน เพื่อที่คุณจะได้ทราบระดับการได้ยินของตัวคุณเองว่าอยู่ในระดับใด (dB) มีปัญหาการได้ยินในช่วงความถี่เสียงที่เท่าไหร่ (Hz) เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมและหาวิธีการป้องกันหรือวิธีการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ โดยคุณสามารถเข้ารับบริการตรวจการได้ยินได้ที่โรงพยาบาล หรือศูนย์บริการเอกชนใกล้บ้าน

 

 

ทั้งนี้ อาการของการสูญเสียการได้ยินหรือหูตึงมีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรง บางรายสูญเสียการได้ยินเล็กน้อยในหูทั้งสองข้าง บางรายสูญเสียการได้ยินรุนแรงในหูข้างเดียว หรือบางรายสูญเสียการได้ยินในแต่ละข้างไม่เท่ากัน ดังนั้นประสบการณ์การฟังย่อมแตกต่างกัน

 

    


ปรึกษาปัญหาการได้ยิน บริการตรวจการได้ยิน (Pure-Tone Audiometry)

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111

hearingchiangmai    Line: @hearingchiangmai

 

ขอบคุณข้อมูลจาก healthyhearing.com

เครื่องช่วยฟังกับผู้สูงอายุ

      

อายุที่เพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและอวัยวะเริ่มถดถอยและเสื่อมลง

 

การสูญเสียการได้ยิน หรือหูตึงในผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการเสื่อมของประสาทหูหรือเซลล์ขน (Hair cell) ในการรับเสียง โดยเสื่อมตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเสื่อมในวัยผู้สูงอายุนั้นจะค่อยๆ เริ่มเสื่อมอย่างช้าๆ ส่งผลให้การได้ยินค่อยๆ ลดลง

 

คุณยายไม่ได้ยิน

      ปัจจุบันยังไม่มียาใดที่จะช่วยรักษาหรือฟื้นฟูให้การได้ยินกลับมาเป็นปกติดังเดิมได้ ทั้งนี้การใส่เครื่องช่วยฟังจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้ยินดีขึ้น เครื่องช่วยฟังจะทำหน้าที่ขยายเสียง โดยเสียงจะเป็นตัวเข้าไปกระตุ้นประสาทหูที่เหลืออยู่ให้ทำงานและคงสภาพการได้ยินไว้

 

 

 

หูตึงระดับใด ที่ผู้สูงอายุควรใส่เครื่องช่วยฟัง?

หูตึงมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับเล็กน้อย – ระดับรุนแรง


ระดับการสูญเสียได้ยินกับการใส่เครื่องช่วยฟังในวัยผู้สูงอายุ มีดังนี้

  • หูตึงระดับเล็กน้อย (26 – 40 dB) ยังสามารถสื่อสารได้ ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง
  • หูตึงระดับปานกลาง (41 – 55 dB) เริ่มสื่อสารด้วยเสียงที่ดังขึ้น จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง
  • หูตึงระดับค่อนข้างรุนแรง (56 – 70 dB) เริ่มสื่อสารด้วยการตะโกน จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง
  • หูตึงระดับรุนแรง (71 – 90 dB) จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง ประเภทกำลังขยายสูง*

หมายเหตุ

สูญเสียการได้ยิน มากกว่า 40 dB ขึ้นไป แพทย์แนะนำการใส่อุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง
สูญเสียการได้ยิน มากกว่า 80 dB ขึ้นไป แพทย์แนะนำการผ่าตัดประสาทหูเทียม (หลักเกณฑ์การผ่าตัดประสาทหูเทียม)

 

เครื่องช่วยฟัง กับผู้สูงอายุ


เครื่องช่วยฟังกับผู้สูงอายุ       นอกจากแว่นตาแล้ว เครื่องช่วยฟังก็ยังเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในวัยผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางการได้ยินด้วยเช่นกัน การใส่เครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลามากกว่า 5 – 10 ปี เป็นเรื่องค่อนข้างยากในการฟัง เนื่องจากตัวผู้สูงอายุเองไม่ได้ยินเสียงบางเสียงมานาน เมื่อใส่เครื่องช่วยฟังแล้วอาจทำให้รู้สึกรำคาญได้ จึงจำเป็นต้องค่อยๆ ปรับตัวและให้เวลากับมัน (อ่าน 10 เทคนิคการเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง)

       หรือในบางท่านได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการซื้อเครื่องช่วยฟังในอินเทอร์เน็ตมาใส่เอง ใส่แล้วมีเสียงดังรบกวน ทำให้ฟังไม่รู้เรื่องมากกว่าเดิม บางท่านเสียงดังจนปวดหู ทำให้รู้สึกรำคาญ ทนใส่ไม่ไหวและไม่อยากใส่เครื่องอีกเลย

 

       ดังนั้น การใส่เครื่องช่วยฟังที่ดีควรเริ่มใส่ตั้งแต่ท่านเริ่มไม่ค่อยได้ยิน หรือเริ่มสื่อสารกับคนรอบข้างลำบาก ซึ่งโดยมากแล้วแพทย์จะแนะนำให้ใส่เมื่อมีการสูญเสียการได้ยิน มากกว่า 40 dB ขึ้นไป และควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่ได้มาตรฐาน มีการตรวจการได้ยินและปรับเครื่องตามผลการได้ยิน เพื่อให้ท่านใส่เครื่องช่วยฟังแล้วฟังสบาย สื่อสารกับคนรอบข้างกับลูกหลานได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

 

 


ปรึกษาปัญหาการได้ยิน ตรวจการได้ยินผู้สูงอายุ (Pure-Tone Audiometry)

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง DFC ตัดเสียงหวีดรบกวน

 

อีกหนึ่งปัญหาของผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟัง คือ เสียงหวีดรบกวน

 

     ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอิริยาบถใด หรือมีสิ่งใดเข้าใกล้กับเครื่องช่วยฟังของคุณ เครื่องก็มักจะส่งเสียงหวีด (Feedback) รบกวนออกมาทำให้คุณรู้สึกรำคาญ และในบางครั้งยังทำให้คุณรู้สึกขาดความมั่นใจต้องคอยกังวลว่าจะมีเสียงหวีดรบกวนระหว่างการสนทนาหรือสร้างความรำคาญให้กับผู้คนรอบข้างหรือไม่

 

 

Dynamic Feedback Canceller datapoint

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง Dynamic Feedback Canceller™ วิเคราะห์สัญญาณสูงสุด 126,000 ครั้งต่อวินาที

Dynamic Feedback Canceller™ (DFC™)

เทคโนโลยีที่มีอยู่ในเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอลคุณภาพสูง ประมวลผลด้วยไมโครชิป (Microchip) เทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ

 

ด้วยการขจัดเสียงหวีดรบกวนออกจากเครื่องช่วยฟัง ภายใน 22 มิลลิวินาที*

 


 

 

ทั้งนี้ หากคุณเป็นบุคคลหนึ่งที่ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง สวมหมวก สวมแว่นตา คุยโทรศัพท์ หรือแม้แต่การโอบกอดคนรักของคุณเป็นประจำ เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง DFC™ นี้จะช่วยเสริมสร้างการมีบุคลิกภาพที่ดีให้กับคุณ ให้คุณไม่ต้องคอยกังวลเสียงหวีด (Feedback) จากเครื่องช่วยฟังที่จะคอยรบกวน สร้างความรำคาญให้กับตัวคุณเองและคนรอบข้าง อีกทั้งยังช่วยให้คุณไม่พลาดกับบทสนทนาสำคัญๆ

 

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง

 

 

เรียนรู้เทคโนโลยี DFC™ เทคโนโลยีขจัดเสียงหวีดรบกวนอย่างรวดเร็ว ที่มีอยู่ในเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง รุ่น Viron และ Leox

 

 


ขอรับข้อมูลเครื่องช่วยฟังเทคโนโลยี DFC™ และทดลองฟัง ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร : 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ความแตกต่าง เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง vs เครื่องช่วยฟังทั่วไป ราคา

      

 

เครื่องช่วยฟัง ไม่ว่าจะราคาถูกหรือราคาแพงต่างมีหลักการทำงานเดียวกัน คือ การขยายเสียง

 

 

ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เครื่องช่วยฟังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคา และหลากหลายคุณสมบัติในการทำงาน เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของแต่ละคน และแน่นอนว่าเครื่องช่วยฟังที่มีราคาแพง ย่อมมีฟังก์ชันการทำงานที่มากกว่าเครื่องช่วยฟังราคาถูก

 

การเลือกเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินหรือบกพร่องทางการได้ยิน นอกจากปัจจัยในเรื่องราคาเครื่องช่วยฟังแล้ว ควรคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการใส่เครื่อง คือ เมื่อใส่เครื่องช่วยฟังแล้วสามารถพูดคุยสื่อสารกับผู้คนรอบข้างได้อย่างเข้าใจ ใส่เครื่องแล้วฟังสบาย และที่สำคัญคือช่วยให้การใช้ชีวิตนั้นง่ายขึ้นกว่าการไม่ใส่เครื่อง

 

 

ความแตกต่างของ
เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง vs เครื่องช่วยฟังทั่วไป

เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง เครื่องช่วยฟังทั่วไป อนาล็อก อินเทอร์เน็ต ร้านขายยา

 

เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง เครื่องช่วยฟังทั่วไป
  • ซื้อได้ ณ ศูนย์จำหน่ายเครื่องช่วยฟัง
  • ต้องตรวจวัดระดับการได้ยิน
  • เครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล (Digital) มี ไมโครชิพ ที่ช่วยขยายเสียงให้เหมาะสมกับระดับการสูญเสียการได้ยินในแต่ความถี่เสียง สามารถแยกสัญญาณเสียงคำพูดออกจากสัญญาณเสียงรบกวนได้ ช่วยให้ฟังเสียงคำพูดได้ชัดเจนกว่าเสียงรบกวนรอบข้าง
  • สามารถปรับรายละเอียดของเสียงผ่านคอมพิวเตอร์ได้อย่างละเอียด ด้วยซอฟแวร์การปรับเสียงโดยเฉพาะ ช่วยให้มีความแม่นยำมากขึ้น
  • สามารถปรับเสียงตามผลการได้ยิน เพื่อถนอมการได้ยิน
  • มีปุ่ม เพิ่ม – ลด เสียง และปุ่มเปลี่ยนโปรแกรมการฟัง เลือกโปรแกรมเฉพาะการฟังให้เหมาะสม ในแต่ละสถานการณ์ได้ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร เสียงช้อนส้อมกระทบกัน โบสถ์ ฯลฯ
  • ราคาค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน
  • ขนาด สี รูปร่าง ดีไซน์ที่ทันสมัย
  • การบริการหลังการขาย (สอบถามกับผู้จำหน่าย)
  • ซื้อได้ตาม ร้านขายยา อินเทอร์เน็ต ซื้อใส่เองได้เลย
  • ไม่ต้องตรวจวัดระดับการได้ยิน
  • มีทั้งเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล หรือระบบอนาล็อก การขยายเสียงไม่ยืดหยุ่นตามระดับการสูญเสียการได้ยินในแต่ละความถี่เสียง (กรณีระบบอนาล็อก ขยายเสียงด้วย ตัวขยายเสียง และจะขยายทุกเสียงเท่าๆ กัน ทั้งเสียงคำพูดและเสียงรบกวน ใส่แล้วอาจรู้สึกรำคาญได้)
  • ไม่สามารถปรับรายละเอียดของเสียงผ่านคอมพิวเตอร์ได้ และไม่มีซอฟแวร์การปรับแต่งเสียง
  • ไม่สามารถปรับเสียงตามผลการได้ยิน
  • มีปุ่ม เพิ่ม – ลด เสียง และปุ่มเปลี่ยนโปรแกรมการฟัง เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปถูกตั้งค่าจากโรงงาน ไม่สามารถปรับรายละเอียดเสียงเพิ่มได้
  • ราคาถูก ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน
  • รูปแบบเครื่องช่วยฟังทั่วไป
  • ส่วนใหญ่ไม่มีบริการหลังการขาย (สอบถามกับผู้จำหน่าย)

 

เลือกเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง-vs-เครื่องช่วยฟังทั่วไป ราคาทั้งนี้ การเลือกเครื่องช่วยฟังไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง หรือเครื่องช่วยฟังทั่วไป ราคาถูกหรือราคาแพง ควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่ใส่แล้วพอดีกับระดับการสูญเสียการได้ยิน ประเภทและกำลังขยายของเครื่องจะต้องรองรับระดับการสูญเสียการได้ยิน และคุณสมบัติของเครื่องจะต้องเหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้การใส่เครื่องช่วยฟังเกิดประโยชน์สูงสุด

 

หากเลือกเครื่องช่วยฟังที่ไม่พอดีกับระดับการสูญเสียการได้ยิน เมื่อใส่เครื่องไปแล้วอาจสร้างความรำคาญในการรับฟังเสียง ฟังแล้วรู้สึกไม่สบายหู ทำให้ผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟังบางรายอาจเข็ดกับการใส่เครื่อง และไม่อยากใส่เครื่องช่วยฟังอีกเลย หรือในกรณีที่ทนใส่เครื่องไปนานๆ อาจส่งผลให้ ประสาทหูเสื่อมมากขึ้น หรือ หูตึงเพิ่มมากขึ้น 

 

 

 

ผู้ที่สูญเสียการได้ยิน หรือผู้ที่ใส่เครื่องช่วยฟัง ควรเข้ารับการตรวจการได้ยินเป็นประจำปีทุกปี เพื่อติดตามผลการได้ยินอย่างสม่ำเสมอ

 

 


ปรึกษาปัญหาการได้ยิน บริการตรวจการได้ยิน และทดลองเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร : 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึงมากกับเครื่องช่วยฟัง

 

 

หูตึงมาก หรือหูเสียมาก ควรเลือกเครื่องช่วยฟังแบบใด?”

เครื่องช่วยฟังที่ท่านใช้อยู่ เหมาะกับการได้ยินของท่านแล้วหรือไม่?

 

 

เคยสงสัยหรือไม่ว่า…

หูตึงมาก หรือหูเสียมาก ต้องใช้เครื่องช่วยฟังแบบไหน?

หูตึงมาก หรือหูเสียมาก คือการได้ยินในระดับใด?

 

 

หูตึงมาก หรือหูเสียมาก – หูตึงรุนแรง หรือหูเสียรุนแรง


  • หูตึงมาก หรือ หูเสียมาก  หมายถึง ผู้ที่สูญเสียการได้ยินในระดับค่อนข้างรุนแรง ตั้งแต่ 56 – 70 เดซิเบล  (ต้องพูดเสียงดังมาก จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังตลอดเวลา)
  • หูตึงรุนแรง หรือ หูเสียรุนแรง  หมายถึง ผู้ที่สูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรง ตั้งแต่ 71 – 90 เดซิเบล  (ต้องตะโกนเสียงดัง แม้ใส่เครื่องช่วยฟังก็จะได้ยินไม่ชัด)

หมายเหตุ : กรณีสูญเสียการได้ยินในระดับ 80 เดซิเบลขึ้นไป ทั้งสองข้าง โปรดพิจารณา การผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

 

Leox เครื่องช่วยฟัง กำลังขยายสูงดังนั้น สำหรับผู้ที่หูตึงมาก หรือหูเสียมาก ไปจนถึง หูตึงรุนแรง หรือหูเสียรุนแรง เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับการได้ยินจะต้องเป็น เครื่องช่วยฟังแบบกำลังขยายสูง (High Power) ที่สามารถรองรับการขยายเสียงในระดับความดัง ตั้งแต่ 56 เดซิเบลขึ้นไป เพื่อให้พอดีกับการได้ยินและเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการใส่เครื่องช่วยฟังมากที่สุด

 

 

ทั้งนี้ การขยายของเสียงที่ไม่พอดีกับการได้ยิน มากไปหรือน้อยไป และต้องใส่เครื่องเป็นระยะเวลานานๆ อาจทำให้ประสาทหูเสื่อมเพิ่มขึ้นหรือเร็วขึ้น

 

 


หากท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ยังไม่เคยใส่เครื่องช่วยฟังมาก่อน หรือเคยซื้อเครื่องช่วยฟังมาใส่เองแบบไม่เคยตรวจการได้ยิน ท่านอาจจะพบปัญหาในการใส่เครื่อง เช่น ใส่แล้วเสียงดังเกินไป ใส่แล้วมีเสียงหวีด เสียงรบกวน ก่อให้เกิดความรำคาญ ใส่แล้วไม่พอดีกับช่องหู ทำให้มีเสียงหวีดรบกวนระหว่างการสนทนา เกิดความไม่มั่นใจหรือรบกวนการสนทนาได้

 

 


ปรึกษาการเลือกเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน ทดลองเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : @hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

ขี้หู กับเครื่องช่วยฟังเสียงเพี้ยน

 

“เคยสังเกตหรือไม่…ใส่เครื่องช่วยฟังไปสักระยะหนึ่งแล้วรู้สึกว่าเสียงของเครื่องช่วยฟังไม่ชัดแจ๋วเหมือนเดิม ใส่แล้วเสียงเบา เสียงอู้อี้ เสียงผิดเพี้ยนไป”

 

 

ขี้หู อุปสรรคหนึ่งของผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟัง


ขี้หู พิมพ์หู และ เครื่องช่วยฟัง

ลองหยิบเครื่องช่วยฟังของท่าน! แล้วสำรวจดูว่า…

บริเวณพิมพ์หู  จุกยางนำเสียงสำเร็จรูป หรือช่องระบายอากาศของเครื่องช่วยฟังแบบในช่องหูของท่าน มี “ขี้หู” อุดตัน เกาะติดบริเวณพิมพ์หู ท่อหรือช่องนำเสียง หรือไม่?

 

 

นอกจากขี้หูแล้ว ยังมีสิ่งสกปรกอื่นๆ อย่างเช่น ของเหลว หยดน้ำ และความชื้น ที่สามารถเข้าไปอุดตัน เกาะติดบริเวณท่อนำเสียง และทำให้การรับเสียงจากเครื่องช่วยฟังผิดเพี้ยนไปได้เช่นกัน

 

ขี้หู และ พิมพ์หู

กรณีเครื่องช่วยฟังที่ใช้กับพิมพ์หู หรือจุกยางนำเสียงสำเร็จรูป ท่านสามารถดึงท่อนำเสียงออกจากข้อต่อเครื่องช่วยฟัง เพื่อนำพิมพ์หูมาล้างทำความสะอาดได้ หรือกรณีที่สิ่งสกปรกติดแน่นไม่สามารถเอาออกได้ แนะนำให้ใช้ เส้นไหมอนามัย (Hygiene Threads) ช่วยในการทำความสะอาดร่วมด้วย เพื่อสุขอนามัยของช่องหูและการรับฟังเสียงที่ดียิ่งขึ้น

 

 

แนะนำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องช่วยฟังด้วยตัวเอง

เส้นไหมอนามัย (Hygiene Threads)


 

ผลิตภัณฑ์เส้นไหมอนามัย จะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่เกาะติด หรืออุดตันการนำเสียง ทำให้เสียงไม่สามารถผ่านเข้าสู่เครื่องช่วยฟังได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้การได้ยินเสียงขาดๆ หายๆ เสียงผิดเพี้ยน หรือไม่ได้ยินเสียงได้

 

 

ไหมอนามัย hygiene-thread


บริการทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : @hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai