Entries by intimex

,

8 วิธี ชะลอความเสื่อมของประสาทหู

        ปัญหาการได้ยิน หรือการได้ยินบกพร่องเกิดขึ้นได้ทุกช่วงวัยไม่เพียงแต่ในวัยผู้สูงอายุเท่านั้น และสำหรับผู้ที่มีปัญหาการได้ยินอันเนื่องมาจากประสาทหูเสื่อม ควรหาสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้ประสาทหูเสื่อมลงหรือเสื่อมเร็วขึ้นกว่าปกติ และควรป้องกันไม่ให้ประสาทหูเสื่อมมากขึ้น โดย   8 วิธี ชะลอความเสื่อมของประสาทหู 1. หลีกเลี่ยงเสียงดัง เช่น บริเวณที่มีการก่อสร้าง สถานบันเทิง เป็นต้น 2. ควบคุมโรคให้ดี หากเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคกรดยูริกในเลือดสูง โรคซีด โรคเลือด โรคเหล่านี้ทำให้เลือดไปเลี้ยงประสาทหูน้อยลง ประสาทรับเสียงเสื่อมมากหรือเร็วขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น 3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีพิษต่อประสาทหู เช่น ยาแอสไพริน ยาควินิน 4. หลีกเลี่ยงอันตราย ที่อาจก่อให้อุบัติเหตุ หรือการกระทบกระเทือนบริเวณหู เช่น การเล่นฟุตบอล กีฬาเทควันโด้ 5. หลีกเลี่ยงการติดเชื้อของหู หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น หวัด ทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ 6. ลดอาหารเค็ม หรือเครื่องดื่มบางประเภทที่มีสารกระตุ้นประสาท เช่น กาแฟ […]

น้ำเข้าหู ทำอย่างไรดี?

        หลายท่านอาจกังวลและรู้สึกรำคาญใจกับอาการน้ำเข้าหู ซึ่งเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุจากกิจกรรมทางน้ำ เช่น การว่ายน้ำ การเล่นน้ำ ฯลฯ หรือแม้กระทั่งการสระผมที่เป็นกิจวัตรประจำวันของเราทุกคน             อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำเข้าหู ไม่ควรปล่อยให้น้ำติดค้างอยู่ภายในหูนานเกินไป เนื่องจากอาจก่อให้เกิดการก่อตัวของแบคทีเรียในช่องหู และทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อนำไปสู่ภาวะโรคหูชั้นนอกอักเสบ (Otitis externa หรือ Swimmer’s ear) ได้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเยื่อแก้วหูทะลุ หรือใส่ท่อระบายที่แก้วหู หรือหูชั้นนอกอักเสบบ่อยๆ แพทย์มักแนะนำไม่ให้น้ำเข้าหู ฉะนั้นควรป้องกันอย่างเคร่งครัด   4 วิธี ที่ไม่ควรทำเมื่อน้ำเข้าหู 1. หลีกเลี่ยงการใช้ไม้พันสำลี เพราะไม้พันสำลีจะดันน้ำและขี้หูให้เข้าไปลึกกว่าเดิม และอาจเกิดแผลถลอกในช่องหูได้ 2. อย่าใช้นิ้วหรือเล็บสอดเข้าไปในหู 3. การใช้ยาหยอดหู ควรปรึกษาแพทย์ก่อน 4. ไม่แนะนำวิธีการใช้น้ำส้มสายชูผสมแอลกอฮอล์หยอดหู เนื่องจากน้ำส้มสายชูอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้   4 วิธี ที่ควรทำเมื่อน้ำเข้าหู 1. เอียงศีรษะ […]

5 เหตุผล กับการปฏิเสธการทดสอบการได้ยิน

การทดสอบการได้ยิน หรือ การตรวจการได้ยิน (Hearing Test) เป็นการตรวจวัดสมรรถภาพการได้ยิน เพื่อหาระดับการได้ยินของหูทั้ง 2 ข้าง และเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของระบบการได้ยิน โดยระดับการได้ยิน “ปกติ” จะอยู่ระหว่าง -10 ถึง 25 เดซิเบล หากระดับการได้ยินมากกว่า 25 เดซิเบล ถือว่าการได้ยินของคุณมีความผิดปกติ และต่อไปนี้คือ 5 เหตุผล ที่คนส่วนมากมักไม่ยอมเข้ารับการทดสอบการได้ยิน   1. ฉันยังเด็กเกินไปที่จะทำการทดสอบการได้ยิน     คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการสูญเสียการได้ยิน มักเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุมากหรือในผู้สูงอายุ ซึ่งการสูญเสียการได้ยินยังสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม การเกิดอุบัติเหตุ สภาพแวดล้อมในการทำงาน และการได้รับเสียงดังเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุให้เกิดการสูญเสียการได้ยินเช่นกัน หากคุณสงสัยว่าตัวเองมีอาการสูญเสียการได้ยิน อย่าให้อายุเป็นตัวกำหนดการทดสอบการได้ยิน ทุกคนควรมีการทดสอบการได้ยินอย่างน้อย 1 ครั้ง   2. ฉันยังได้ยินเสียงดีอยู่     สัญญาณเริ่มต้นของการสูญเสียการได้ยินมักจะสามารถชดเชยได้โดยการเพิ่มระดับเสียงขึ้น การเอนตัวเพื่อฟังการสนทนา หรือการขอให้คู่สนทนาพูดซ้ำ วิธีการเหล่านี้มีความเป็นไปได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาการได้ยิน คุณอาจคิดว่าผู้คนกำลังพูดเบาเกินไปหรือสภาพแวดล้อมของคุณมีเสียงดังเกินไป แต่ถ้าคนอื่นสังเกตเห็นความบกพร่องทางการได้ยินของคุณ หรือถ้าคนรอบข้างคุณไม่ตอบสนองต่อเสียงรบกวนเช่นเดียวกับคุณ คุณควรพิจารณาเข้ารับการตรวจเช็คการได้ยินของคุณ […]

5 ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟัง

       การสูญเสียการได้ยิน โดยสาเหตุหลักเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม การสัมผัสกับเสียงดังเป็นเวลานานๆ และตามช่วงวัย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษาใดที่ช่วยฟื้นฟูภาวะการสูญเสียการได้ยินให้กลับมาเป็นปกติดังเดิมได้ การใส่เครื่องช่วยฟังจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้การได้ยินดีขึ้น         การเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง สำหรับผู้ที่ไม่เคยใส่เครื่องช่วยฟังมาก่อน มี 5 ข้อควรรู้ ดังนี้ 1. ระดับการสูญเสียการได้ยิน        ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ท่านจะต้องทราบระดับการสูญเสียการได้ยินว่าอยู่ในระดับใด หรือในระดับความดังกี่เดซิเบล (dB) โดยระดับการสูญเสียการได้ยิน มีทั้งหมด 6 ระดับ ดังภาพต่อไปนี้ ข้อบ่งชี้ การใส่เครื่องช่วยฟัง จะใส่ต่อเมื่อสูญเสียการได้ยินในระดับ 40 เดซิเบล ขึ้นไป   2. กำลังขยายของเครื่องช่วยฟัง        ผลการตรวจวัดระดับการสูญเสียการได้ยิน จะช่วยให้ท่านเลือกประเภทของเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับผลตรวจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่มีกำลังขยายที่สามารถรองรับกับการสูญเสียการได้ยินที่อาจเพิ่มขึ้นได้ • เครื่องช่วยฟังแบบในช่องหู (In The Ear – ITE) […]

รู้จัก กับ “แบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง”

      แบตเตอรี่เครื่องช่วยฟังในปัจจุบันเป็นแบตเตอรี่ชนิด Zinc Air โดยตัวของแบตเตอรี่เองจะสร้างประจุไฟจากออกซิเจนในอากาศหลังจากมีการดึงสติ๊กเกอร์จากแบตเตอรี่ออก ดังนั้นเมื่อดึงสติ๊กเกอร์ออกแล้ว ควรวางแบตเตอรี่ทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 นาที เพื่อให้อากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับสังกะสีที่อยู่ภายในก้อนแบตเตอรี่ให้เกิดการสร้างประจุไฟขึ้น แล้วจึงนำแบตเตอรี่ใส่เข้ากับเครื่องช่วยฟัง       สังกะสีในแบตเตอรี่เป็นสารที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ และให้กระแสไฟที่สม่ำเสมอตลอดระยะเวลาการใช้งานในกำลังไฟขนาด 1.4 โวลต์   แบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง มีทั้งหมด 4 ขนาด ดังนี้ เบอร์ สี ขนาด (มิลลิเมตร) ประเภทเครื่องช่วยฟัง อายุการใช้งานเฉลี่ย (วัน) A 10 เหลือง 5.8 x 3.6 แบบในช่องหู (ITE) 3 – 7 A 312 น้ำตาล 7.9 x 3.6 แบบลำโพงในช่องหู […]

โรคประจำตัว ภัยร้ายเสี่ยงต่อการได้ยินลดลง

      ปัจจุบันคนไทยมีสถิติการป่วยทั้งแบบเรื้อรังและไม่เรื้อรังเพิ่มมากขึ้น โดยสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยนั้นเกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหาร (ของทอด ของมัน ของหวาน หรือรสจัดเกินไป) การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงความเครียดสะสมจากการทำงาน และพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา จนเกิดเป็นโรคเรื้อรัง หรือโรคประจำตัว ซึ่งปัจจุบันคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ป่วยและมีโรคประจำตัว   โรคประจำตัว คือ โรคที่ติดตัวผู้ป่วย ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในทางการแพทย์หมายถึง โรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาและอยู่ในความดูแลและควบคุมของแพทย์อย่างต่อเนื่อง   และโรคประจำตัวที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการได้ยิน ทำให้การได้ยินมีโอกาสลดลงได้นั้น คือ โรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนโลหิต ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไต    โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ ถ้าหากไม่มีการควบคุมในเรื่องของการรับประทานอาหาร และดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี ปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกายแข็งและหนาตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะลดลง และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต โรคตา โรคของระบบประสาท รวมถึงโรคของหลอดเลือดส่วนปลาย         ทั้งนี้เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาในระดับหลอดเลือดขนาดเล็ก และประสาทรับความรู้สึก ทำให้มีผลต่อจอประสาทตา ไต […]

วิตามินบี กับการเสริมสร้างการได้ยิน

    วิตามินมีบทบาทสำคัญช่วยในการขับเคลื่อนให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ เมื่อเราบริโภคอาหารซึ่งมีวิตามินเป็นส่วนประกอบ วิตามินจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อใช้เสริมสร้างและซ่อมแซมอวัยวะส่วนที่สึกหรอต่างๆ ของร่างกาย         วิตามินบี เป็นหนึ่งในวิตามินชนิดที่ละลายในน้ำได้ มีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดจะทำงานเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน ดังนั้นการรับประทานวิตามินบีให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ควรรับประทานควบคู่กันไปหรือเลือกรับประทาน วิตามินบีรวม (Vitamin B-Complex) เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกาย วิตามินบีรวม ประกอบด้วย บี1 บี2 บี3 บี5 บี6 บี7 บี9 และ บี12 มีประโยชน์ ดังนี้ วิตามินบี 1 (ไทอะมีน) มีส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงระบบประสาท สมอง กล้ามเนื้อ และการทำงานของหัวใจ บรรเทาอาการเมารถ เรือ เครื่องบิน ลดอาการเจ็บปวดและเหน็บชา วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ช่วยบำรุงผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างการเจริญเติบโตและระบบสืบพันธุ์ บำรุงสายตา บรรเทาอาการปวดศีรษะจากไมเกรน วิตามินบี 3 (ไนอะซิน) ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการปวดศีรษะจากไมเกรน […]

ประสาทหูเทียม กับความคาดหวังของผู้ปกครอง (สำหรับเด็ก)

ผู้เข้ารับการผ่าตัดประสาทหูเทียม กรณีเด็ก จะต้องเข้าหลักเกณฑ์เบื้องต้น ดังนี้ หูหนวกแต่กำเนิด ทั้ง 2 ข้าง (สูญเสียการได้ยินตั้งแต่ระดับ 80 เดซิเบลขึ้นไป – ABR, ASSR ระดับ 90 เดซิเบลขึ้นไป) อายุแรกเกิด ถึง 4 ปี ที่ไม่รับรู้เสียงพูด และไม่มีพัฒนาการด้านทักษะการฟัง การพูด และภาษา (สำหรับมูลนิธิ เด็กต้องอายุไม่เกิน 3 ขวบ) อายุมากกว่า 5 ปี แต่ยังจำแนกคำพูดได้น้อยกว่า 50% ไม่ได้ประโยชน์จากการใส่เครื่องช่วยฟัง ผู้ปกครองต้องทุ่มเท เอาใจใส่ และส่งเสริมการมีพัฒนาการทางด้านทักษะการฟัง และการพูดของเด็กเป็นอย่างดี หมายเหตุ : อายุ ไม่ได้ระบุแน่ชัด ขึ้นอยู่กับการประเมินความพร้อมก่อนการผ่าตัดของทีมแพทย์ และการประเมินความพร้อมของครอบครัวในการฟื้นฟูภายหลังการผ่าตัด           สำหรับความคาดหวังของการผ่าตัดประสาทหูเทียมในเด็กนั้น ผู้ปกครองจะเป็นผู้คาดหวังในการผ่าตัดเสียส่วนใหญ่ว่า หลังจากการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมแล้วเด็กจะต้องได้ยินและมีพัฒนาการตามช่วงวัยเหมือนเด็กปกติทั่วไป ซึ่งความเป็นจริงแล้ว สำหรับเด็กที่มีการสูญเสียการได้ยินแต่กำเนิด การรับรู้และพัฒนาการของเด็กจะช้ากว่าเด็กปกติ   […]

4 วิธีการสื่อสารกับผู้ใส่เครื่องช่วยฟัง

        การพูดคุยสื่อสารกับผู้ใส่เครื่องช่วยฟัง คู่สนทนาควรทำความเข้าใจก่อนว่า ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังคือผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน การใส่เครื่องช่วยฟังจะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินนั้นกลับมาได้ยินอีกครั้ง ซึ่งการได้ยินจะชัดเจนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของประสาทหูที่คงเหลืออยู่ นอกจากการได้ยินแล้วผู้ใส่เครื่องช่วยฟังยังมีเรื่องของการแปลความหมายของคำพูดที่มักเป็นอุปสรรค ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังจะเข้าใจในเรื่องที่สนทนาหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์การแปลความหมายของคำพูดด้วยเช่นกัน   การพูดคุยสื่อสารกับผู้ใส่เครื่องช่วยฟัง คู่สนทนาควรปฏิบัติด้วยความเข้าใจ 4 วิธี ดังนี้ 1. พูดใกล้ๆ ช้าลงเล็กน้อย ระดับความดังปกติ คู่สนทนาจะต้องสนทนาใกล้ๆ และสนทนาในหูข้างที่เปอร์เซ็นต์การได้ยินคงเหลือมากที่สุด สนทนาช้าๆ ชัดๆ ในระดับความดังปกติ ไม่จำเป็นต้องสนทนาเสียงดัง หรือตะโกน 2. พูดต่อหน้า เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินมองเห็นหน้า และเห็นรูปปากชัดเจน คู่สนทนาจำเป็นต้องสนทนาให้เห็นหน้า เนื่องจากผู้ใส่เครื่องช่วยฟังบางรายมีเปอร์เซ็นต์การแปลความหมายของคำพูดเหลือน้อย อาจจะต้องใช้การมองรูปปากร่วมกับการฟังด้วย 3. การใช้ท่าทางประกอบการสนทนา กรณีที่มีการสูญเสียการได้ยินค่อนข้างมากไม่สามารถรับรู้ได้จากการฟังเพียงอย่างเดียว คู่สนทนาอาจจะต้องมีท่าทางประกอบ เช่น ทานข้าว ดื่มน้ำ ฯลฯ 4. การฝึกการฟัง ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังควรฝึกการฟังในสถานการณ์ต่างๆ โดยเริ่มจากการพูดคุย แบบ 1 ต่อ 1 ในห้องเงียบ หลังจากนั้นค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นโดยพูดคุยในที่ที่มีเสียงรบกวน และพูดคุย 2 – 3 […]

ประสาทหูเทียม กับความคาดหวังของผู้เข้ารับการผ่าตัด (สำหรับผู้ใหญ่)

ผู้เข้ารับการผ่าตัดประสาทหูเทียม กรณีผู้ใหญ่ จะต้องเข้าหลักเกณฑ์เบื้องต้น 4 หลักเกณฑ์ ดังนี้ หูหนวกทั้ง 2 ข้าง (สูญเสียการได้ยินตั้งแต่ระดับ 80 เดซิเบลขึ้นไป – ABR, ASSR ระดับ 90 เดซิเบลขึ้นไป) ไม่ได้รับประโยชน์จากการใส่เครื่องช่วยฟัง / หูดับเฉียบพลัน / ติดเชื้อไวรัส / เสื่อมตามวัย สุขภาพแข็งแรง ไม่มีอุปสรรค หรือข้อห้ามในการเข้ารับการผ่าตัด มีความต้องการสื่อสารด้วยภาษาพูด (พูดคุยกับคนรอบข้าง ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติ) หมายเหตุ:  อายุไม่ได้ระบุแน่ชัด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสภาพร่างกายแต่ละบุคคล        ผู้เข้ารับการผ่าตัดประสาทหูเทียม ย่อมคาดหวังผลจากการผ่าตัดว่า หลังจากการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมจะต้องได้ยินชัดเจนเหมือนคนปกติ 100%  ซึ่งความเป็นจริงแล้วผู้ผ่าตัดประสาทหูเทียมจะได้ยินเหมือนคนปกติได้นั้นต้องใช้เวลาในการปรับตัว โดยตัวผู้ผ่าตัดเองต้องมีการฝึกฟัง ฝึกพูด สร้างความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ประสาทหูเทียมเสียก่อน           การฟังและการพูดให้ได้เหมือนคนปกติทั่วไปขึ้นอยู่กับชั่วโมงการฝึกฟัง ฝึกพูด และความใส่ใจของผู้ผ่าตัด รวมถึงความร่วมมือของญาติผู้ผ่าตัดในการดูแลและคอยสนับสนุนให้กำลังใจผู้ผ่าตัด   […]