เครื่องอบไล่ความชื้น-เครื่องช่วยฟัง-Dry-and-store

ความชื้น (Humidity) ตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องช่วยฟังมีปัญหา เครื่องทำงานไม่ปกติ เครื่องติดๆ ดับๆ และท้ายสุดคือ เครื่องช่วยฟังเงียบ ไม่ทำงาน

 

 

อีกหนึ่งวิธีการดูแลเครื่องช่วยฟังให้ปราศจากความชื้น ด้วยเครื่องอบไล่ความชื้นคุณภาพสูง Dry and Store จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์เดียวที่รวม 3 คุณสมบัติเด่นไว้ในเครื่องเดียว

 

 

3 คุณสมบัติเด่น

เครื่องอบไล่ความชื้น Dry and Store


 

เครื่องอบไล่ความชื้นเด่นที่ 1 ควบคุมการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ

  • มีความแม่นยำในการควบคุมอุณหภูมิ
  • อุณหภูมิในการทำงานของเครื่องที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิของร่างกาย จึงไม่เป็นอันตรายต่อเครื่องช่วยฟัง และอุปกรณ์
  • ใช้พลังงานต่ำ สามารถอบเครื่องช่วยฟังทิ้งไว้เพื่อไล่ความชื้น หรือเหงื่อที่สะสมภายในเครื่องได้ตลอดทั้งคืน
  • ปลอดภัยในการใช้งาน เมื่อครบ 8 ชั่วโมง เครื่องจะหยุดทำงานอัตโนมัติ และเมื่อเปิดฝาเครื่อง เครื่องจะหยุดทำงานทันที

 

 


เด่นที่ 2 หลอดอัลตราไวโอเลต (UV-C) ระดับความยาวคลื่น 254 นาโนเมตร

เครื่องอบไล่ความชื้น

  • ระดับความยาวคลื่นที่ส่งผลในการฆ่าเชื้อ ได้ถึง 99.9% เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ เชื้อรา จุลินทรีย์ และไวรัสบนพื้นผิวของเครื่องช่วยฟังและพิมพ์หู สาเหตุของอาการคัน ระคายเคือง และการอักเสบภายในช่องหู
  • ควบคุมการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติในการปล่อยพลังงานการฆ่าเชื้อ และระยะเวลาที่แสงอัลตราไวโอเลตส่องที่พื้นผิวอุปกรณ์
  • ได้รับการออกแบบกำหนดระยะห่างระหว่างหลอดกับพื้นผิวเครื่องช่วยฟังอย่างแม่นยำ เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูงสุด

 

 


เด่นที่ 3 ก้อนดูดความชื้น Dry Brik หัวใจสำคัญของระบบการอบไล่ความชื้นที่สมบูรณ์ เครื่องอบไล่ความชิ้น dry and store

  • ก้อนดูดความชื้น เป็นสารดูดความชื้นที่มีโครงสร้างพิเศษ สามารถดูดความชื้นสัมพัทธ์ได้เป็นอย่างดี ทำหน้าที่ดูดโมเลกุลความชื้นจากเครื่องช่วยฟังเข้ามาเก็บสะสมไว้ในตัวก้อน
  • ช่วยทำให้ขี้หูที่ติดอยู่บริเวณพิมพ์หูและเครื่องช่วยฟังแห้ง และสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
  • มีคุณสมบัติดูดกลิ่นอับออกจากเครื่องช่วยฟัง

 

  • หมายเหตุ : เครื่องอบเครื่องช่วยฟังทั่วไป ไม่มีก้อนดูดความชื้น ใช้หลักการทำงานความร้อนจากอุณหภูมิของเครื่องอบ เพื่อให้ความชื้นระเหยออกไป แต่ปริมาณความชื้นยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในเครื่องอบนั้น ทั้งนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาอบที่ยาวนานขึ้น เพื่อการอบเครื่องช่วยฟังได้อย่างสมบูรณ์

 

 


 

บริการทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง อบเครื่องไล่ความชื้น อบเครื่องฆ่าเชื้อ หรือ สั่งซื้อสินค้า “เครื่องอบไล่ความชื้น Dry and Store”

เครื่องอบไล่ความชื้น

สอบถามผลิตภัณฑ์ป้องกันความชื้นและเครื่องอบไล่ความชื้น ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

โรคเกลียดเสียง Misophonia

 

เสียงนาฬิกาเดิน เสียงกดปากกา เสียงแป้นพิมพ์ หรือแม้กระทั่งเสียงเคี้ยว เสียงหายใจ

บางครั้งรวมถึงการเคลื่อนไหวซ้ำๆ เล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นต้นเหตุ เช่น มีคนอยู่ไม่สุข นั่งกระดิกเท้า

 

ความดังของเสียง หรืออิริยาบถการเคลื่อนไหวแค่เล็กๆ น้อยๆ สามารถทำให้คุณรู้สึกโกรธ หงุดหงิด รำคาญ หรืออยากจะหนี อาการเหล่านี้เรียกว่า โรคเกลียดเสียง (Misophonia)

 

 

โรคเกลียดเสียง เกิดจากอะไร?


         โรคเกลียดเสียงหรือโรคไวต่อเสียงบางชนิด ถือเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ซึ่งมีเสียงเป็นสิ่งเร้า เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของหูหรือการได้ยินแต่อย่างใด แต่เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการทำงานของสมอง

         Dr.Sukhbinder Kumar นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ ระบุว่า ในคนที่มีภาวะเกลียดเสียงนั้น สมองส่วนอินซูล่าซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างประสาทสัมผัสกับอารมณ์ จะทำงานหนักกว่าคนทั่วไปในขณะที่ได้ยินเสียง ส่งผลให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด หรือวิตกกังวล หัวใจเต้นเร็ว และเหงื่อออกได้มากขึ้น ความผิดปกตินี้มีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง

Misophonia-child

 

จากสถิติพบว่า โรคเกลียดเสียงส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิง ตั้งแต่อายุ 9 – 13 ปี จนเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีอาการถี่ขึ้น จนเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

 

 

 

 

โรคเกลียดเสียง รักษาอย่างไร?


ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการบำบัดผู้ที่มีอาการโดยจิตแพทย์ ด้วยการให้ผู้ป่วยระบายความอึดอัดในใจ และอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงการกำเนิดของเสียง จากนั้นจึงค่อยๆ ฝึกให้ผู้ป่วยปรับตัวอยู่ร่วมกับเสียงกระตุ้นเหล่านั้นได้โดยไม่รู้สึกรำคาญ หรือผสมผสานการบำบัดด้วยเสียงโดยนักโสตสัมผัสวิทยาและการให้คำปรึกษาแบบประคับประคอง

Misophonia-โรคเกลียดเสียง

หรือหากมีอาการที่ยังไม่รุนแรง อาจลองเริ่มจากการหลีกเลี่ยงเสียงกระตุ้นเหล่านั้น โดยการใส่หูฟัง หรือใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยฟังที่สร้างเสียงในหูที่คล้ายกับเสียงน้ำตก หรือเบี่ยงเบนความสนใจไปทำอย่างอื่น เช่น การพูดคุยกับเพื่อน การอ่านหนังสือ

 

 

แต่ถ้ารู้สึกว่าอาการเกลียดเสียงเริ่มจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์จะดีที่สุด

 

 

การรักษาอื่นๆ


การใช้ชีวิตประจำวันก็มีบทบาทด้วยเช่นกัน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ และจัดการกับความเครียด การหลีกเลี่ยงเสียงรบกวน การอยู่ในพื้นที่เงียบสงบหรือจุดปลอดภัยในบ้านของคุณ โดยไม่มีใครส่งเสียงดังรบกวน

 

 

 


ยินดีให้คำปรึกษาปัญหาด้านการได้ยิน

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

ขอบคุณข้อมูล : WebMD, Healthaddict, Gqthailand;ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์
ไข้หูดับ ปีพ.ศ.2564

 

จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้หูดับในประเทศไทย ฉบับที่ 21/2564 ประจำสัปดาห์ที่ 22 (วันที่ 30 พ.ค. – 5 มิ.ย. 64)

 

รายงานพบผู้ป่วยโรคไข้หูดับ 171 ราย

เสียชีวิต 11 ราย

 

กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ กลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน ได้แก่ อายุมากกว่า 65 ปี รองลงมาคือ อายุ 55 – 64 ปี และอายุ 45 – 54 ปี ตามลำดับ อาชีพที่พบผู้ป่วยส่วนใหญ่ คือ รับจ้าง รองลงมาคือ เกษตรกร ภาคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ ภาคเหนือ รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ นครราชสีมา และสุโขทัย ตามลำดับ

 

 

พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสจะพบผู้ป่วยโรคไข้หูดับเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมและวัฒนธรรมการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการป่วยด้วยโรคไข้หูดับ โรคไข้หูดับเกิดจาก เชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis)

 

โรคไข้หูดับ สามารถติดต่อได้ 2 ทาง คือ


1. การบริโภคเนื้อหมู และเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ

2. การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ ทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค ติดต่อผ่านทางบาดแผล รอยถลอก และทางเยื่อบุตา

 

 

อาการหลังได้รับเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส ซูอิส หรือไข้หูดับ ในไม่กี่ชั่วโมง จนถึง 5 วัน


  • มีไข้สูง
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้
  • อาเจียน
  • ถ่ายเหลว
  • คอแข็ง
  • สูญเสียการได้ยินถึงขั้นหูหนวกถาวร
  • ข้ออักเสบ
  • เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังติดเชื้อรุนแรง
  • ติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้

 

กลุ่มเสี่ยงที่เมื่อได้รับเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไต มะเร็ง หัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำ

 

กรมควบคุมโรค แนะนำวิธีป้องกันโรคไข้หูดับ ดังนี้


  1. ควรรับประทานหมูที่ปรุงสุกเท่านั้น และเลือกซื้อเนื้อหมูที่ไม่มีกลิ่นคาวหรือสีคล้ำ ล้างมือด้วยน้ำสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัส หากรับประทานอาหารปิ้งย่าง ขอให้ทำให้สุกก่อนเสมอ และแยกอุปกรณ์ที่ใช้หยิบเนื้อหมูสุกและดิบ
  2. ผู้ที่สัมผัสกับหมู โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมใส่เสื้อและกางเกงที่ปกปิดมิดชิด ใส่รองเท้าและ ถุงมือทุกครั้งเมื่อเข้าไปทำงานในคอกสุกร หลีกเลี่ยงการจับซากสุกรที่ตายด้วยมือเปล่า ล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด  และผู้จำหน่าย ควรจำหน่ายเนื้อหมูที่มาจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ทำความสะอาดแผงด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อทุกวันหลังเลิกขาย และเก็บเนื้อหมูที่จะขายในอุณหภูมิที่ตํ่ากว่า 10°C

 

ทั้งนี้ หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หลังสัมผัสหมูที่ป่วยหรือรับประทานอาหารที่ปรุงมาจากเนื้อหมูไม่สุก ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการรับประทานหมูดิบให้แพทย์ทราบ เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดอัตราการหูหนวกและการเสียชีวิตได้

 

ข้อมูล : สายด่วนกรมควบคุมโรค สอบถามเพิ่มเติมได้ โทร. 1422

 

 

 


เราพร้อมให้คำปรึกษาปัญหาการได้ยิน หูหนวก หูดับ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง

 

การช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่ใส่เครื่องช่วยฟังเป็นครั้งแรก ให้ได้รับประโยชน์จากเครื่องช่วยฟังอย่างที่ควรจะได้รับ

 

10 เทคนิค การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง ดังนี้

 

1. ให้เวลาตัวเอง


     ผู้มีประสบการณ์หลายท่านได้เปรียบเทียบการเริ่มใส่เครื่องช่วยฟัง ไม่เหมือนกับการเริ่มใส่แว่นสายตา ซึ่งการใส่แว่นสายตาคุณจะรู้สึกได้เลย ว่าภาพที่คุณมองเห็นนั้นคมชัดมากขึ้น

10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง      แต่ในกรณีของเครื่องช่วยฟัง  คุณอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว อย่าคาดหวังให้สมองของคุณจะช่วยคุณให้ได้ยินชัดเจนและแยกแยะเสียงได้ดีเหมือนอย่างเคยในทันทีทันใด ยิ่งไปกว่านั้นการใส่เครื่องช่วยฟังอาจทำให้คุณรู้สึกรำคาญบริเวณใบหู ให้เวลาตัวคุณคุ้นเคยกับการใส่เครื่องช่วยฟังในช่วง 2 – 3 วันแรกหรือสัปดาห์แรก ก่อนที่คุณจะรู้สึกสบายขึ้น

       เมื่อใส่เครื่องช่วยฟังวันแรก  ให้คุณเริ่มต้นโดยการนั่งในบริเวณที่เงียบๆ ของบ้านก่อน ในสภาพแวดล้อมที่เงียบนี้ คุณจะมีโอกาสเริ่มทำความคุ้นเคยกับเสียงใหม่ๆ และอาจพบว่าเสียงบางเสียงดังเกินไปในครั้งแรก เช่น เสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน เสียงนาฬิกาเดิน เสียงเตือนของเครื่องไมโครเวฟ หรือเสียงกดชักโครก นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่ได้ยินมานานมากแล้ว หรืออาจไม่เคยได้ยินมาก่อน การได้ยินเสียงเหล่านี้ดังถือว่าปกติ เนื่องจากสมองของคุณกำลังกลับมาเรียนรู้ และทำความคุ้นเคยกับเสียง

 

 

2. เริ่มใส่เครื่องช่วยฟังระยะเวลาสั้นๆ ก่อน


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง

การฝึกให้สมองของคุณเกิดทักษะในการฟังกลับมา จำเป็นต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝน “เมื่อคุณใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรกให้เริ่มใส่ วันละ 2 – 3 ชั่วโมงก่อน และถอดออกเมื่อคุณรู้สึกเหนื่อยหรือถูกรบกวนจากเสียงมากเกินไป” ให้คุณพยายามเพิ่มชั่วโมงในการใส่ให้ได้นานขึ้น และควรใส่ทุกวัน เมื่อคุณสามารถใส่ได้นานขึ้น คุณจะสามารถแยกแยะเสียงต่างๆ แปลความหมายของเสียงพูด และโฟกัสกับสิ่งที่คุณได้ยินมากขึ้นตามไปด้วย

 

 

3. อ่านดังๆ


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟังก่อนที่คุณจะใส่เครื่องช่วยฟัง  คุณอาจได้ยินคู่สนทนาบอกกับคุณว่า “คุณพูดเสียงดังเกินไป” ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องปกติของ “ผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน”

และเมื่อคุณใส่เครื่องช่วยฟังแล้ว คุณเองก็จะสามารถควบคุมระดับความดังของเสียงคำพูดของคุณได้ ซึ่งเทคนิคการควบคุมระดับความดังของเสียงง่ายๆ ก็คือ “การอ่านหนังสือหรือนิตยสาร แบบออกเสียง” การที่คุณได้ยินเสียงอ่านหนังสือของคุณเอง นอกจากจะช่วยให้คุณควบคุมระดับความดังของเสียงของคุณได้แล้ว ยังจะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการฟังเสียงพูด สร้างความคุ้นเคยเมื่อคุณได้สนทนากับผู้อื่นอีกด้วย

 

 

4. พยายามอ่านและฟังควบคู่กันไปเสมอ


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟังทุกครั้งที่คุณชมภาพยนตร์จากโทรทัศน์ที่มีคำบรรยายใต้ภาพ “ให้คุณอ่านคำบรรยายใต้ภาพโดยไม่ต้องออกเสียงตามไปด้วยขณะที่คุณฟังภาพยนตร์” เทคนิคนี้จะช่วยให้สมองของคุณกลับมาคุ้นเคยกับเสียงพูดและเสียงต่างๆ เสียงพูด ที่คุณได้ยินจากภาพยนตร์ การฝึกฝนเช่นนี้ จะช่วยให้คุณปรับตัวเข้ากับเครื่องช่วยฟังได้รวดเร็วขึ้น

 

 

5. พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟังสมาชิกในครอบครัวและคนที่คุณรักมีส่วนช่วยคุณอย่างมากในการปรับตัว เมื่อคุณเริ่มใส่เครื่องช่วยฟัง คุณจะรู้สึกสบายใจเมื่อได้คุยกับคนที่คุ้นเคย เสียงที่คุณคุ้นเคย เทคนิคนี้จะช่วยให้สมองของคุณกลับมาเรียนรู้การเชื่อมโยงระหว่างเสียงพูดกับภาษากาย เช่น การใช้สายตา การเคลื่อนไหวของมือ รอยยิ้ม โทนเสียงและท่วงท่าคุณจะสามารถใช้ประสบการณ์เหล่านี้ในการสนทนากับคนอื่นๆ ที่คุณพบเจอได้

 

 

6. จดบันทึกสถานการณ์ที่คุณมีปัญหาการฟัง


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟังจดบันทึกสถานการณ์ และเสียงที่ทำให้คุณรู้สึกรำคาญ หรือสถานการณ์ที่คุณยังคงฟังการสนทนาได้ไม่ชัดเจน และนำมาเล่าให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังในวันนัดติดตามผลการใช้เครื่องช่วยฟังของคุณ เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับเสียงเครื่องช่วยฟังให้กับคุณ

 

 

7. เข้าใจข้อจำกัดของเครื่องช่วยฟัง


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟังเสียงพูดที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์ แม้แต่โทรศัพท์ที่ดีที่สุด ก็แตกต่างจากเสียงพูดปกติ เสียงที่คุณได้ยินจากเครื่องช่วยฟังก็เช่นเดียวกัน แน่นอนว่าเสียงที่คุณได้ยินผ่านเครื่องช่วยฟังเป็นเสียงที่แตกต่างไปจากเสียงที่คุณเคยได้ยินมาก่อนที่คุณจะมีความบกพร่องทางการได้ยิน

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในปัจจุบันก็ยังมีส่วนช่วยทำให้คุณได้ยินเสียงต่างๆ และสามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้ ถึงแม้เสียงที่ได้ยินจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม

 

 

8. อย่าปรับความดังขึ้นลงบ่อยๆ


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง

เทคโนโลยีของเครื่องช่วยฟังพัฒนาไปมากในปัจจุบัน เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง มีชิปคอมพิวเตอร์ที่ชาญฉลาด ทำหน้าที่ปรับระดับการขยายเสียง หรือลดเสียงให้คุณตามสภาพแวดล้อมอย่างอัตโนมัติ เมื่อใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรก คุณมีแนวโน้มที่จะปรับระดับเสียงลดลงเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์อึกทึก หรือปรับลดเสียงลงเมื่อคุณกำลังเดินเข้าห้องสมุดหรือคุณอาจจะอยากทดลองเร่งความดังเพื่อฟังเสียงที่อยู่ไกลๆ ซึ่งแม้แต่คนที่มีการได้ยินปกติก็ไม่สามารถได้ยิน การปรับเสียงขึ้นลงบ่อยๆ เช่นนี้ อาจทำให้ระบบอัตโนมัติของเครื่องรวนได้

 

 

9. มีความคาดหวังที่เหมาะสม


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟังปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลสำเร็จของการใส่เครื่องช่วยฟังที่คุณควรตระหนัก และไม่ควรเปรียบเทียบตัวคุณกับผู้อื่นนั้น มีอยู่หลายปัจจัย เช่น การเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับระดับความบกพร่องของการได้ยิน เทคโนโลยีของเครื่องช่วยฟัง คุณภาพของเครื่องช่วยฟัง การฝึกฝนการฟังขณะใส่เครื่องช่วยฟัง ไลฟ์สไตล์ สภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตประจำวัน ระยะเวลาหรืออายุที่เริ่มสูญเสียการได้ยินจนถึงเวลาที่คุณใส่เครื่องช่วยฟัง สาเหตุของการสูญเสียการได้ยิน โรคประจำตัว รูปแบบการสูญเสียการได้ยิน และการยืดหยุ่นของการทำงานของสมอง เป็นต้น

 

 

10. หาผู้เชี่ยวชาญเครื่องช่วยฟังที่คุณไว้ใจ


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟังการปรับเสียงให้กับเครื่องช่วยฟังของคุณเป็นกระบวนการระยะยาวและต่อเนื่อง การเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญที่คุณมั่นใจว่าจะสนับสนุน ช่วยเหลือ เข้าใจ และร่วมกันแก้ปัญหาที่คุณพบ เคียงข้างคุณในแต่ละขั้นตอนของการปรับตัว พร้อมปรับเสียงเครื่องช่วยฟังของคุณ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ท้าทายเมื่อคุณมีประสบการณ์การฟังที่เพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากการใส่เครื่องช่วยฟัง และมีความสุขกับการได้ยินมากเท่าที่คุณต้องการ

 

 


ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ เราพร้อมให้คำปรึกษาด้านเครื่องช่วยฟัง
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ที่มา : www.houseofhearing.ca
สปสช. เบิกเครื่องช่วยฟัง

 

ตามหลักเกณฑ์ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการฟื้นฟูสมรรถภาพและอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง
สำหรับคนพิการทางการได้ยินในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

 

 

หลักเกณฑ์การเบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง

สำหรับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)


ผู้มีสิทธิได้รับเครื่องช่วยฟัง จะต้องเป็นผู้สูญเสียการได้ยิน ทั้ง 2 ข้าง และมีการได้ยินที่ยังคงเหลืออยู่ (Residual Hearing) ในหูข้างที่ได้ยินดีกว่า หลังสิ้นสุดการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด โดยต้องระบุสาเหตุความจำเป็นในการใส่เครื่องช่วยฟัง ลักษณะใด ลักษณะหนึ่ง ดังนี้

 

  1. ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาหรือการผ่าตัด มีข้อห้ามในการผ่าตัด แพทย์ผู้รักษาพิจารณาแล้วว่าการผ่าตัดไม่เกิดประโยชน์ หรือผู้ป่วยปฏิเสธการผ่าตัด
  2. สูญเสียการได้ยินแบบประสาทหูเสื่อมอย่าเฉียบพลัน หลังการรักษาด้วยยาอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 100 วัน
  3. การสูญเสียการได้ยินเป็นอุปสรรคต่อการสื่อความหมาย และการดำรงชีวิตประจำวัน หรือทำให้คุณภาพชีวิตลดลง
  4. การสูญเสียการได้ยินเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาษาและการพูด หรือมีความพิการซ้อน
หมายเหตุ : โสต ศอ นาสิกแพทย์ จะเป็นผู้พิจารณาในการใส่เครื่องช่วยฟัง

 

 

อัตราค่าอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง แต่ละประเภท


รายการอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภท ราคากลาง ดังนี้

 

เครื่องช่วยฟัง แบบกล่อง ระบบอนาล็อก เครื่องละ 7,000 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบกล่อง ระบบดิจิตอล เครื่องละ 9,000 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบทัดหลังใบหู ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,000 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบใส่ในช่องหู ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,500 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบนำเสียงผ่านกระดูกแบบหูเดียว ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,500 บาท
(ราคานี้รวมค่าบริการทางการแพทย์แล้ว 3,000 บาท)

หมายเหตุ ;-
    • เครื่องช่วยฟังแบบกล่อง ราคาดังกล่าวรวมสายเดี่ยว หรือสายคู่ และ Receiver แล้ว
    • เครื่องช่วยฟังแบบชนิดนำเสียงผ่านกระดูก สำหรับกรณีที่ใส่เครื่องช่วยฟังแบบการรับเสียงทางอากาศไม่ได้
    • ท่านจะต้องเข้ารับบริการเช็คล้างเครื่องระหว่างรับประกัน 3 ครั้ง (ระยะ 6 เดือน, 12 เดือน และ 18 เดือน)

 

 

การเบิกเครื่องช่วยฟังใหม่


  1. ภายใน 3 ปี ไม่สามารถเบิกเครื่องใหม่ได้
  2. กรณีอายุการใช้งานเครื่องช่วยฟัง อย่างน้อย 3 ปี หรือเกินกว่า 3 ปี และพบว่าเครื่องไม่สามารถใช้งานได้ หรือกำลังขยายไม่เหมาะสมกับระดับการได้ยิน ณ ปัจจุบัน สามารถเบิกเครื่องใหม่ได้

 

 

ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามขั้นตอนการเบิกกับทางโรงพยาบาลที่ท่านเข้ารับการรักษา

 


 

 

สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง สำหรับ ประกันสังคม

สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง สำหรับ ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ

 

ตรวจการได้ยิน ทดลองเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
ประกาศสำนักงานหลักประกันแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๓

       หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเบิกค่าอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง สำหรับผู้ประกันตน (ประกันสังคม) ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ ประเภทและค่าอวัยวะเทียม และอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค กรณีสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรืออวัยวะบางส่วน

 

       การรับสิทธิ์ต้องเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับสิทธิ์เมื่อส่งเงินสมทบครบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ส่งเงินสมทบรวมกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อนเดือนที่ขอรับการรักษาพยาบาล

 

ข้อบ่งชี้ของการใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง สำหรับผู้ประกันตน (ประกันสังคม)


        สูญเสียการได้ยิน 2 ข้าง และมีการได้ยินที่ยังคงเหลืออยู่ (Residual Hearing) ในหูข้างที่ได้ยินดีกว่า หลังสิ้นสุดการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด โดยต้องระบุสาเหตุความจำเป็นในการใส่เครื่องช่วยฟัง ลักษณะใด ลักษณะหนึ่ง ดังนี้

  1. ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาหรือการผ่าตัด มีข้อห้ามในการผ่าตัด แพทย์ผู้รักษาพิจารณาแล้วว่าการผ่าตัดไม่เกิดประโยชน์ หรือผู้ป่วยปฏิเสธการผ่าตัด
  2. สูญเสียการได้ยินแบบประสาทหูเสื่อมอย่าเฉียบพลัน หลังการรักษาด้วยยาอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 100 วัน
  3. การสูญเสียการได้ยินเป็นอุปสรรคต่อการสื่อความหมาย และการดำรงชีวิตประจำวัน หรือทำให้คุณภาพชีวิตลดลง
  4. การสูญเสียการได้ยินเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาษาและการพูด หรือมีความพิการซ้อน

 

 

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข เบิกเครื่องช่วยฟัง :

1. สูญเสียการได้ยินทั้ง 2 ข้าง

2. ข้างที่ดีกว่า จะต้องมีค่าเฉลี่ยของระดับการได้ยินทางอากาศ (Air Conduction Threshold) ของความถี่ 500, 1,000 และ 2,000 เฮิรตซ์ เท่ากับ หรือ มากกว่า 40 เดซิเบล

 

 

 

การเบิกค่ารักษาพยาบาล

เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภท


เครื่องช่วยฟัง แบบกล่อง ระบบอนาล็อก เครื่องละ 7,000 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบกล่อง ระบบดิจิตอล เครื่องละ 9,000 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบทัดหลังใบหู ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,000 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบใส่ในช่องหู ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,500 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบนำเสียงผ่านกระดูกแบบหูเดียว ระบบดิจิตอลข้างละ 12,500 บาท

(ราคานี้รวมค่าบริการทางการแพทย์แล้ว 3,000 บาท)


 

 

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ผู้ประกันตนติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิการรักษาของผู้ประกันตนโดยตรง ถึงขั้นตอนและกระบวนการเบิกค่าอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง

 

 

 

การเบิกเครื่องช่วยฟังใหม่ สามารถเบิกได้ต่อเมื่อ “อายุการใช้งานเครื่องช่วยฟัง อย่างน้อย 3 ปี และตรวจสอบแล้วว่าเครื่องช่วยฟังไม่สามารถใช้งานได้ หรือไม่เหมาะสมกับการสูญเสียการได้ยิน”

 

 

 

 


เราพร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหาการได้ยิน

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

ท่อยูสเตเชียน กับอาการเสียงดังในหู

 

ท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) คืออะไร


ท่อยูสเตเชียนเป็นท่อทางเดินขนาดเล็กและแคบ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างหูชั้นกลาง และโพรงหลังจมูก เมื่อใดก็ตามที่กลืน หาว หรือจาม ท่อยูสเตเชียนนี้จะเปิดออก วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้ของเหลวและความดันอากาศถูกสร้างขึ้นภายในหู


 

ความสำคัญของท่อยูสเตเชียน

ท่อยูสเตเชียน ทำหน้าที่ช่วยปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก เมื่อใดที่ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ จะทำให้เกิดอาการหูอื้อ ปวดหู มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะบ้านหมุนได้

 

 

สาเหตุที่ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ


ความผิดปกติของท่อยูสเตเชียน มักเกิดจากการอักเสบของท่อ ทำให้เมือกและของเหลวถูกสร้างขึ้น อย่างไรก็ตามการสะสมของของเหลวอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหวัดไข้หวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัส

และรวมถึงการเปลี่ยนแปลงระดับความกดดันบรรยากาศอย่างรวดเร็ว เช่น ขึ้น-ลงลิฟท์ เร็วๆ เครื่องบินขึ้น-ลงเร็ว ดำน้ำโดยลดระดับเร็วเกินไป หรือแม้กระทั่งการเดินทางขึ้นภูเขา ทำให้เกิดอาการหูอื้อ ปวดหู มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะบ้านหมุน

 

วิธีการรักษา


  1. รับประทานยา ;- ยาแก้แพ้ (Anti-histamine, ยาหดหลอดเลือด (Oral decongestant  เช่น Pseudoephedrine) หรือ พ่นจมูกด้วยยาหดหลอดเลือด (Topical decongestant เช่น Ephedrine, Oxymetazoline) อาจร่วมกับการล้างจมูก
  2. ควรทำให้ท่อยูสเตเชียนทำงาน เปิด-ปิด ตลอดเวลา ;- เคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อให้มีการกลืนน้ำลายบ่อยๆ การทำ Toynbee maneuver  การทำ Valsalva maneuver
  1. กรณีทำ 2 วิธีดังกล่าวข้างต้น แล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจรักษาโดยวิธีผ่าตัด คือการเจาะเยื่อบุแก้วหู (myringotomy) เพื่อปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก และระบายของเหลวภายในหูชั้นกลาง (ถ้ามี) ในผู้ป่วยบางราย อาจต้องใส่ท่อ (myringotomy tube) คาไว้ที่เยื่อบุแก้วหู
  2. ควรป้องกันตนเองไม่ให้เป็นหวัด โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง เช่น เครียด วิตก กังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ การสัมผัสอากาศที่เย็นมากเกินไป อากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือผู้ป่วยที่อาจแพร่เชื้อได้

 


หมายเหตุ ;-
    • การทำ Toynbee maneuver คือบีบจมูก 2 ข้าง และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง และเอามือที่บีบจมูกออก และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง 
    • การทำ Valsalva maneuver ซึ่งทำได้โดยให้ผู้ป่วยสูดหายใจเข้าเต็มที่ และเอามือบีบจมูกไว้ ปิดปาก แล้วเบ่งลมให้อากาศผ่านทางจมูกที่ปิด อากาศจะผ่านไปที่ท่อยูสเตเชียน เข้าสู่หูชั้นกลาง และเอามือที่บีบจมูกออก และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ขณะที่เป็นหวัด หรือไซนัสอักเสบซึ่งมีการติดเชื้อในจมูก ไม่ควรทำวิธีนี้ เพราะจะทำให้เชื้อโรคในจมูก หรือไซนัส เข้าไปสู่หูชั้นกลางได้

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
1. ผศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน; ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
2. londonhearing

 

5 ข้อก่อนซื้อเครื่องช่วยฟัง

       การสูญเสียการได้ยิน โดยสาเหตุเกิดขึ้นได้จากปัจจัยทางพันธุกรรม การสัมผัสกับเสียงดังเป็นเวลานานๆ และตามช่วงวัย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษาใดที่ช่วยฟื้นฟูภาวะการสูญเสียการได้ยินให้กลับมาเป็นปกติดังเดิมได้ การใส่เครื่องช่วยฟังจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้การได้ยินดีขึ้น

 

ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟัง ต้องรู้อะไรบ้าง

 

        ปัจจุบันเครื่องช่วยฟังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคา แต่หากเป็นเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถปรับตั้งค่าตามผลตรวจการได้ยิน เพื่อให้พอดีกับการได้ยินที่บกพร่องไปนั้นราคาเครื่องค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องที่ผู้สวมใส่ต้องการ ดังนั้นการเลือกเครื่องช่วยฟัง สำหรับผู้ที่ไม่เคยใส่เครื่องช่วยฟังมาก่อน มี 5 ข้อควรรู้ ดังต่อไปนี้

 

1. ระดับการสูญเสียการได้ยิน


       ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ท่านจะต้องทราบระดับการสูญเสียการได้ยินว่าอยู่ในระดับใด หรือในระดับความดังกี่เดซิเบล (dB) โดยระดับการสูญเสียการได้ยิน มีทั้งหมด 6 ระดับ ดังภาพต่อไปนี้ระดับการได้ยิน

ข้อบ่งชี้ การใส่เครื่องช่วยฟัง จะใส่ต่อเมื่อสูญเสียการได้ยินในระดับ 40 เดซิเบล ขึ้นไป

 

 

2. กำลังขยายของเครื่องช่วยฟัง


       ผลการตรวจวัดระดับการสูญเสียการได้ยิน จะช่วยให้ท่านเลือกประเภทของเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับผลตรวจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่มีกำลังขยายที่สามารถรองรับกับการสูญเสียการได้ยินที่อาจเพิ่มขึ้นได้

ประเภทเครื่องช่วยฟัง

• เครื่องช่วยฟังแบบในช่องหู (In The Ear – ITE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง (26 – 40 dB)

• เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหู (Behind The Ear – BTE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับปานกลางถึงค่อนข้างรุนแรง (40 – 70 dB)

• เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหูกำลังขยายสูง (Power Behind The Ear – Power BTE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรงขึ้นไป (70 – 90 dB)

หมายเหตุ หากสูญเสียการได้ยินในระดับ 90 เดซิเบลขึ้นไป การใส่เครื่องช่วยฟังจะไม่ได้ประโยชน์ ในกรณีนี้การผ่าตัดประสาทหูเทียมจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

 

 

3. การรับประกัน และบริการหลังการขาย


       การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง นอกจากเรื่องราคาแล้ว ยังควรคำนึงถึงการรับประกันและบริการหลังการขาย ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องช่วยฟังให้เลือกหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อ และหลากหลายบริษัท ดังนั้นในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง 1 เครื่อง สิ่งที่ท่านควรสอบถามเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการ คือ

• ระยะเวลาการรับประกัน และเงื่อนไขในการรับประกัน
• บริการหลังการขาย เช่น การติดตามผลหลังจากใส่เครื่อง การปรับเครื่องช่วยฟัง การทำความสะอาดเครื่อง
• ศูนย์ให้บริการ (กรณีเครื่องมีปัญหา) เช่น ศูนย์ซ่อมเครื่อง ระยะเวลาการซ่อม ค่าใช้จ่าย/ราคาอะไหล่ เครื่องสำรองระหว่างซ่อม

       ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังจะต้องมั่นใจว่าหลังจากที่ท่านซื้อเครื่องช่วยฟังไปแล้วและเกิดปัญหาขึ้น ท่านสามารถกลับไปยังศูนย์ที่ให้บริการได้

 

 

4. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น


       การใช้เครื่องช่วยฟังจะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น คือ ค่าใช้จ่ายแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง ค่าใช้จ่ายสารดูดความชื้น เนื่องจากเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ และในการสวมใส่อาจก่อให้เกิดเหงื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความชื้นภายในเครื่อง อาจส่งผลให้เครื่องช่วยฟังเกิดสนิมขึ้นได้ การใช้สารดูดความชื้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยในการยืดอายุการใช้งานให้กับเครื่องช่วยฟัง

       ค่าใช้จ่ายอื่นๆ สอบถามเพิ่มเติมกับทางศูนย์บริการนั้นๆ

หมายเหตุ แบตเตอรี่ต้องเป็นแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟังเท่านั้น ไม่สามารถนำแบตเตอรี่ชนิดอื่นมาใส่แทนกันได้ เนื่องจากมีประจุไฟที่แตกต่างกัน อาจทำให้เครื่องช่วยฟังเกิดความเสียหายได้

 

 

5. ความคาดหวังของการใส่เครื่องช่วยฟัง


      ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรกและส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าการใส่เครื่องช่วยฟังนั้นจะทำให้การได้ยินกลับมาได้ยินปกติดังเดิม ซึ่งความเป็นจริงแล้วการใส่เครื่องช่วยฟังเป็นเพียงวิธีการช่วยให้การได้ยินดีขึ้น แต่ไม่สามารถกลับมาได้ยินเป็นปกติ 100% ได้ ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรกจะต้องฝึกทำความคุ้นเคยกับเครื่อง โดยการนับชั่วโมงในการใส่เครื่อง ฝึกการฟัง ฝึกการพูด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

      

เครื่องช่วยฟัง

 

 

ปรึกษาปัญหาการได้ยิน ตรวจการได้ยิน ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

        เข้าสู่ฤดูฝน อุปสรรคสำคัญของผู้มีปัญหาการได้ยิน นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายไม่ให้ป่วยเป็นหวัดแล้ว การดูแลเครื่องช่วยฟังก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน แม้ว่าเทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันจะมีระบบการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP 57 – IP 68) และเคลือบสารไฮโดรโฟบิก (Hydrophobic) สารที่ทำให้น้ำกลายเป็นหยดน้ำ เพื่อการไหลออกจากตัวเครื่อง ทั้งนี้แล้วสามารถป้องกันอันตรายจากน้ำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

 


    หยดน้ำหรือละอองน้ำ ที่เกิดจากฝนหรือเหงื่อ มีโอกาสที่จะไหลหรือซึมเข้าสู่ภายในเครื่องช่วยฟังผ่านทาง รูไมโครโฟน(2, 2a)* หรือตาม ซอกรังถ่าน(6)**

โดยน้ำที่ตกค้างอยู่ภายในอุปกรณ์จะเป็นตัวก่อให้เกิดความชื้น และส่งผลให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นสนิม ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เครื่องช่วยฟังชำรุด เครื่องติดๆ ดับๆ หรือเครื่องเงียบ เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมเครื่อง หรืออาจต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใหม่

ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ควรดูแลและปฏิบัติให้ถูกวิธี เมื่อเครื่องช่วยฟังโดนน้ำ

 

การดูแลและป้องกันเครื่องช่วยฟัง จากน้ำหรือเหงื่อ


    เช่น การอยู่นอกตัวอาคารเมื่อฝนตก การออกกำลังกาย ให้ท่านปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. กรณีฝนตก ผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟังอยู่นอกตัวอาคาร ควรรีบถอดเครื่องช่วยฟังเก็บไว้ให้มิดชิด หรือหากถอดเครื่องไม่ทัน เมื่อเข้าที่ร่ม ให้ปฏิบัติดังนี้;

  • รีบถอดเครื่องออกเช็ดให้แห้ง
  • เปิดรังถ่านและนำถ่านออก เช็ดถ่านและช่องรังถ่านให้แห้ง
  • เปิดฝารังถ่านทิ้งไว้ เป่าลม / ผึ่งลมให้นานที่สุด (กรณีใช้ไดร์เป่าผม ปรับโหมด-ลมเย็น*)
  • หลังจากทิ้งไว้จนแห้งสนิทแล้ว ลองใส่ถ่านเพื่อดูการทำงานของเครื่องว่าปกติหรือไม่

 

 

2. ก่อนออกจากบ้าน ควรเตรียมกล่องเก็บเครื่องช่วยฟัง / ถุงพลาสติก / ซิปล็อค กันน้ำได้ เมื่อฝนตกสามารถถอดเก็บได้อย่างปลอดภัย

 

 

3. กรณีผู้ใช้งานที่มีเหงื่อเยอะ จากการใช้งานระหว่างวัน หรือการออกกำลังกาย

  • การใช้งานระหว่างวัน หากผู้สวมใส่รู้สึกว่าตนเองมีเหงื่อออก ให้ถอดเครื่องออก ซับเหงื่อและเช็ดเครื่องช่วยฟังด้วยกระดาษทิชชู่ แล้วจึงนำกลับไปใส่ใหม่
  • กรณีออกกำลังกาย มีเหงื่อเยอะ แนะนำให้ควรถอดเครื่องช่วยฟังออก

 

Dry Bag สารดูดความชื้นเครื่องช่วยฟัง

  • หลังจากเลิกใช้งานเครื่องแล้ว ควรนำถ่านออกและเปิดฝารังถ่านทิ้งไว้ ผึ่งลม/เป่าลม ไล่ความชื้นพักสัก แล้วจึงนำเครื่องช่วยฟังเก็บไว้ในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังที่บรรจุ สารดูดความชื้น Dry Bag® หรือ

 

 

  • แนะนำให้ใช้ เครื่องอบไล่ความชื้น สำหรับเครื่องช่วยฟัง อบทิ้งไว้ในเวลากลางคืนระหว่างนอนหลับ เครื่องอบจะทำการระบายความชื้นด้วยกระแสลมยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และจะหยุดทำงานเองโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความชื้นสะสมที่มีอยู่ภายในเครื่องลงได้

 

 

 

4. เมื่อเครื่องช่วยฟังโดนน้ำ ติดๆ ดับๆ เครื่องเงียบ ไม่ทำงาน ไม่มีเสียง ให้รีบนำเครื่องเข้าศูนย์บริการฯ เพื่อตรวจเช็คโดยเร็วที่สุด

 

 

ไม่ควรปล่อยให้เครื่องช่วยฟังสัมผัสน้ำ ความชื้น หรือเหงื่อเป็นเวลานานๆ เพราะอาจสร้างความเสียหายให้กับเครื่องช่วยฟังได้

 

สอบถามผลิตภัณฑ์ป้องกันความชื้นและเครื่องอบไล่ความชื้น ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

        ไดอะตอมมาเชียส เอิร์ธ (Diatomaceous Earth) หรือที่เรียกว่า ดินไดอะตอม เป็นดินที่เกิดจากการทับถมของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว พบได้ในประเทศเดนมาร์ก มีลักษณะโครงสร้างเป็นรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รูพรุนเหล่านี้ทำให้ดินไดอะตอมมีคุณสมบัติในการดูดซับ และกักเก็บน้ำได้ดี มีประสิทธิภาพสูงในการดูดความชื้น

 

      อย่างไรก็ตาม การดูดความชื้นของดินไดอะตอมที่มีแรงดึงดูดของโมเลกุลค่อนข้างมาก ประสิทธิภาพในการดูดความชื้นที่ยาวนาน รวมถึงการคายความชื้นต่ำหรือไม่เกิดขึ้นเลย ทำให้ “ดินไดอะตอม” ถือเป็นทางเลือกที่ดีของสารดูดความชื้น และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

 


“ดินไดอะตอม” ได้ถูกบรรจุอยู่ในรูปแบบซอง หรือที่เรียกว่า DRY-BAG® มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมในการดูดความชื้นให้กับเครื่องช่วยฟัง ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และจากคุณสมบัติดังกล่าว  DRY-BAG® จึงมีคุณสมบัติเด่น 5 ประการ ดังนี้

 

1. ความสามารถในการดูดความชื้นที่มากถึง 75% ของน้ำหนักตัวเอง (มากกว่า Silica Gel ถึง 3 เท่าตัว) ซึ่งจะช่วยป้องกันเครื่องช่วยฟังจากความชื้นได้เป็นอย่างดี ลดโอกาสเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดสนิมภายในตัวเครื่องได้

 

2. การปกป้องเครื่องช่วยฟังจากความชื้นที่ยาวนานกว่า 60 วัน ด้วยความเร็วในการดูดความชื้นของ DRY-BAG® จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น ตามความชื้นสัมพัทธ์รอบข้าง โดยจะรักษาสมดุลย์ของความชื้นสัมพัทธ์ภายในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังไม่ให้ต่ำหรือสูงจนเกินไป และช่วยปกป้องเครื่องช่วยฟังจากความชื้นได้อย่างยาวนาน ตลอดการเก็บรักษาในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังอย่างมิดชิด

 

3. ความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม DRY-BAG® ได้รับการรับรองความปลอดภัยในการจัดเก็บ การใช้งาน และการกำจัดภายหลังการใช้งานจากรัฐบาลประเทศเดนมาร์ก สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

 

4. คุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน “สารดูดความชื้นระดับสากล” กล่าวคือ DRY-BAG® ได้รับมาตรฐาน US-Mil-Spec D3464D (ประเทศสหรัฐอเมริกา) DIN 55.473 (ประเทศเยอรมนี) และได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงคือ Cambridge Refrigeration Technology (ประเทศอังกฤษ) และ BFSV (ประเทศเยอรมนี)

 

5. ความพิเศษของบรรจุภัณฑ์ DRY-BAG® บรรจุในกระดาษ TYVEK จากบริษัท Du Pont เป็นกระดาษชนิดพิเศษ มีความแข็งแรง แต่ยืดหยุ่นสูง สะท้อนแสง UV ทนน้ำ ทนต่อแรงฉีกขาด อากาศไหลเวียนผ่านได้ดี ทำให้ดูดจับอณูของความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ความชื้น ตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องช่วยฟังเงียบ ติดๆ ดับๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือเครื่องเสีย เสื่อมสภาพ สิ้นเปลืองเงินต้องซื้อเครื่องช่วยฟังใหม่

 

 



ปกป้องเครื่องช่วยฟังของคุณให้ปราศจากความชื้น ด้วย
DRY-BAG® และ Hearing Care Set หรือ เครื่องอบไล่ความชื้นคุณภาพสูง Dry and Store

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ปกป้องความชื้นให้กับเครื่องช่วยฟัง ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai