Posts

       OAE หรือ Otoacoustic Emission คือ การตรวจคัดกรองการได้ยินสำหรับทารกแรกเกิด (Newborn Hearing Screening) โดยการปล่อยเสียงกระตุ้น วัดเสียงสะท้อนจากเซลล์ขนภายในหูชั้นใน ใช้เวลาตรวจประมาณ 10 วินาที – 2 นาที ขณะทารกนอนนิ่งๆ หรือนอนหลับ ภายในห้องเงียบ เครื่องจะแสดงผลการตรวจอัตโนมัติ ทราบผลได้ทันที และมีความแม่นยำสูง โดยส่วนใหญ่จะตรวจหลังจากทารกมีอายุ 2 วันขึ้นไปก่อนกลับบ้าน

 


       รายงานจากองค์กรอนามัยโลกในปี พ.ศ.2555 พบว่าประชากรโลก 360 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 5.3 ของประชากรทั้งหมดที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยเด็กที่สูญเสียการได้ยินแบบถาวร มีจำนวน 1 – 3 รายต่อทารกปกติ 1,000 ราย และ 2 – 4 รายต่อทารกที่รักษาตัวในหน่วยอภิบาลทารกแรกเกิด (NICU)

       ทั้งนี้ประเทศไทยมีการตรวจพบทารกที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวน 1.7 – 4 ต่อทารก 1,000 ราย ดังนั้นการตรวจ OAE ในทารกจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อตรวจหาความผิดปกติของการได้ยินที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กในอนาคตได้


 

โดยผลตรวจจะแสดงอยู่ 2 ค่า คือ

  • PASS หมายถึง ทารกมีการได้ยินปกติ การทำงานของหูชั้นกลาง และประสาทรับเสียงภายในหูชั้นในปกติ
  • REFER หมายถึง ส่งตรวจซ้ำ อาจเกิดจากภาวะที่ทารกมีสิ่งอุดกั้นในช่องหู เช่น ไข น้ำคร่ำ ขี้หู ทำให้ไปขัดขวางการตรวจวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน หรือการทำงานของหูชั้นกลางและหูชั้นในมีความผิดปกติ จำเป็นต้องส่งตรวจ OAE ซ้ำ อีก 2 ครั้ง หากผลยัง REFER จะต้องทำการตรวจด้วยวิธีอื่น เช่น การตรวจการได้ยินระดับก้านสมอง (ABR; Auditory Brainstem Response) เพื่อการวินิจฉัยต่อไป (กรณีทารกตรวจคัดกรองไม่ผ่านควรได้รับการยืนยันว่าสูญเสียการได้ยิน ภายในอายุ 3 เดือน และควรได้รับการฟื้นฟูการได้ยินก่อนอายุ 6 เดือน)

 

ขั้นตอนการตรวจ OAE ในทารกแรกเกิดโรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่

 

       ทั้งนี้แล้วกรณีผลตรวจ PASS ผู้ปกครองต้องคอยหมั่นสังเกตพัฒนาการทางการฟังและการพูดของเด็กในช่วงอายุต่างๆ ร่วมด้วย เนื่องจากอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นภายหลังได้ (อ่านข้อมูลทารกกลุ่มเสี่ยงและพัฒนาการตามช่วงอายุ)

       สาเหตุการเกิดความผิดปกติภายหลัง ได้แก่ การติดเชื้อหัด คางทูม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การได้รับยาที่มีพิษต่อหู การฟังเสียงดังมากเกินไป การอักเสบของหูชั้นกลาง ประสาทหูเสื่อมจากกรรมพันธุ์ที่มีอาการภายหลัง เป็นต้น

 

“งานวิจัยพบว่า เด็กที่ตรวจพบความผิดปกติการได้ยินและได้รับการฟื้นฟูตั้งแต่ก่อนอายุ 6 เดือน เด็กจะมีพัฒนาการทางด้านภาษาดีกว่าเด็กที่ตรวจพบช้ากว่าอายุ 6 เดือน”

 

 

 

ปรึกษาทุกปัญหาการได้ยินและตรวจการได้ยิน ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
โรงพยาบาลสินแพทย์
จุฬาลงกรณ์เวชสาร 2561 ม.ค. – ก.พ.;62(1): 53 – 65;เชิญขวัญ ฐิติรุ่งเรือง, ภาณินี จารุศรีพันธุ์, เสาวรส ภทรภักดิ์. การคัดกรองการสูญเสีย
การได้ยินในเด็ก.
วิดีโอคลิปการตรวจ OAE โรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่

การทดสอบการได้ยิน หรือ การตรวจการได้ยิน (Hearing Test) เป็นการตรวจวัดสมรรถภาพการได้ยิน เพื่อหาระดับการได้ยินของหูทั้ง 2 ข้าง และเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของระบบการได้ยิน โดยระดับการได้ยิน “ปกติ” จะอยู่ระหว่าง -10 ถึง 25 เดซิเบล หากระดับการได้ยินมากกว่า 25 เดซิเบล ถือว่าการได้ยินของคุณมีความผิดปกติ และต่อไปนี้คือ 5 เหตุผล ที่คนส่วนมากมักไม่ยอมเข้ารับการทดสอบการได้ยิน

 

1. ฉันยังเด็กเกินไปที่จะทำการทดสอบการได้ยิน


    คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการสูญเสียการได้ยิน มักเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุมากหรือในผู้สูงอายุ ซึ่งการสูญเสียการได้ยินยังสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม การเกิดอุบัติเหตุ สภาพแวดล้อมในการทำงาน และการได้รับเสียงดังเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุให้เกิดการสูญเสียการได้ยินเช่นกัน หากคุณสงสัยว่าตัวเองมีอาการสูญเสียการได้ยิน อย่าให้อายุเป็นตัวกำหนดการทดสอบการได้ยิน ทุกคนควรมีการทดสอบการได้ยินอย่างน้อย 1 ครั้ง

 

2. ฉันยังได้ยินเสียงดีอยู่


    สัญญาณเริ่มต้นของการสูญเสียการได้ยินมักจะสามารถชดเชยได้โดยการเพิ่มระดับเสียงขึ้น การเอนตัวเพื่อฟังการสนทนา หรือการขอให้คู่สนทนาพูดซ้ำ วิธีการเหล่านี้มีความเป็นไปได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาการได้ยิน คุณอาจคิดว่าผู้คนกำลังพูดเบาเกินไปหรือสภาพแวดล้อมของคุณมีเสียงดังเกินไป แต่ถ้าคนอื่นสังเกตเห็นความบกพร่องทางการได้ยินของคุณ หรือถ้าคนรอบข้างคุณไม่ตอบสนองต่อเสียงรบกวนเช่นเดียวกับคุณ คุณควรพิจารณาเข้ารับการตรวจเช็คการได้ยินของคุณ

 

3. ฉันอาย


    การสูญเสียการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ และคนส่วนมากมักจะอายกับการใส่เครื่องช่วยฟัง บางคนมีความกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์เมื่อรู้ว่าต้องใส่เครื่องช่วยฟัง อย่างไรก็ตามการขอให้ผู้อื่นพูดซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง อาจเป็นเรื่องที่น่าอายและเกิดความรำคาญใจเช่นกัน

    ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเครื่องช่วยฟังในปัจจุบัน ได้มีการออกแบบเครื่องช่วยฟังให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ขนาดเล็กกะทัดรัด และมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบที่แทบจะไม่สามารถมองเห็นได้ในเวลาที่คุณสวมใส่

 

4. ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร ฉันจำเป็นต้องให้แพทย์แนะนำมาตรวจก่อนหรือไม่?


    คุณสามารถนัดหมายการทดสอบการได้ยินด้วยตัวของคุณเอง และสามารถนัดหมายได้ทันทีเมื่อคุณสงสัยว่าการได้ยินของคุณลดลง คุณไม่จำเป็นต้องรอให้แพทย์ส่งตัวเพื่อทำการทดสอบการได้ยิน

 

5. ฉันไม่สามารถซื้อเครื่องช่วยฟังได้


    แม้ว่าเครื่องช่วยฟังอาจมีราคาแพง แต่ผู้ให้บริการเครื่องช่วยฟังหลายรายมีแผนการจ่ายเงินที่สามารถช่วยบรรเทาความกังวลทางการเงินของคุณได้ และเพื่อการได้ยินที่ดีอีกครั้ง รวมถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

 

การสูญเสียการได้ยินมีความเชื่อมโยงถึงภาวะซึมเศร้าและสมองเสื่อมได้

 

ปรึกษาปัญหาการได้ยินหรือนัดหมายตรวจการได้ยิน ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้พิการที่ลงทะเบียนผู้พิการนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 จำนวนทั้งสิ้น 1,916,828 คน เป็นเพศชาย จำนวน 1,006,657 คน คิดเป็นร้อยละ 52.52 และเพศหญิง จำนวน 910,171 คน คิดเป็นร้อยละ 47.48

     โดยแบ่งจำนวนผู้พิการตามภูมิภาค ดังนี้

จากกราฟการแบ่งจำนวนผู้พิการตามภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนผู้พิการมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 40.64 รองลงมาคือ ภาคเหนือ คิดเป็นร้อยละ 22.54  ภาคกลางและภาคตะวันออก ภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และไม่ระบุ คิดเป็นร้อยละ 20.44 11.59 4.26 และ 0.53 ตามลำดับ

     เมื่อจำแนกผู้พิการตามประเภทความพิการในประเทศไทย สามารถจำแนกได้ ดังนี้

จากกราฟการจำแนกผู้พิการตามประเภทความพิการในประเทศไทย พบว่า ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่ายกายมีจำนวนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 49.18 รองลงมาคือ ผู้พิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย คิดเป็นร้อยละ 18.39 ผู้พิการทางการเห็น ผู้พิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม ผู้พิการสติปัญญา ผู้พิการมากกว่า 1 ประเภท ผู้พิการทางออทิสติก ผู้พิการทางการเรียนรู้ และไม่ระบุ คิดเป็นร้อยละ 10.21 7.46 6.82 6.38 0.59 0.49 และ 0.48 ตามลำดับ

    จากสถิติข้อมูลคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการในประเทศไทยจะเห็นได้ว่า ผู้พิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายมีจำนวนผู้พิการมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 352,503 คน คิดเป็นร้อยละ 18.39 รองลงมาจากผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่ายกาย ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

ที่มา : ข้อมูลประมวลผลจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.m-society.go.th/download/article/article_20180703100206.pdf

 

หากสูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงรุนแรง ควรใช้เครื่องช่วยฟัง

หากหูหนวก ควรได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยินเฉียบพลัน เราพร้อมให้คำปรึกษา

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ทำไมต้องตรวจการได้ยิน? การตรวจการได้ยินสำคัญอย่างไร?

คนเราใช้หูในการรับฟัง การจะพูดหรือสื่อสารได้ดีนั้นหูจะต้องได้ยินก่อน โดยมากแล้วการได้ยินของคนเรามักจะลดลงตามอายุ และอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการฟังเสียงดังเกินไป การทานยาที่มีผลต่อหู โรคประจำตัว เป็นต้น

ตรวจการได้ยิน เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา เชียงราย แพร่ น่าน

 

การได้ยินโดยปกติระดับการได้ยินต้องไม่เกิน 25 dB แต่เมื่อใดที่ต้องใช้ระดับเสียงดังเกินกว่า 25 dB จะเข้าข่ายการได้ยินผิดปกติ (หูตึง) ซึ่งความผิดปกติทางการได้ยินจะมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับหูตึงเล็กน้อยไปจนถึงระดับหูหนวก

ตรวจการได้ยิน เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย ลำพูน

 

หากเป็นการสูญเสียการได้ยินแบบถาวร ไม่สามารถรักษาให้กลับมาดีดังเดิมได้ ดังนั้น การตรวจการได้ยินจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้รู้ว่าการได้ยินนั้นผิดปกติหรือไม่ รู้ถึงวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตประจำวันที่อาจส่งผลต่อการสูญเสียการได้ยินที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

เมื่อใดที่ประสบปัญหากับการได้ยินขึ้น เมื่อนั้นย่อมส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน อย่าให้หูของเราต้องเสื่อมก่อนวัยอันควร ควรตรวจสุขภาพการได้ยิน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 

หากสูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงรุนแรง ควรใช้เครื่องช่วยฟัง

หากหูหนวก ควรได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยินเฉียบพลัน เราพร้อมให้คำปรึกษา

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

หูตึง ป้องกัน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง หูฟัง หูหนวก หูดับ เครื่องช่วยฟัง

อันที่จริงแล้ว ปัญหาการได้ยินหรืออาการหูตึง ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% นะครับ บางรายมาจากสาเหตุของประสาทหูเสื่อมในวัยชราจึงไม่สามารถป้องกันได้ แต่หากมาจากสาเหตุของการที่ต้องเจอกับเสียงดังบ่อยๆ  เราก็สามารถป้องกันได้ดังนี้ครับ

1.  หลีกเลี่ยงเสียงดัง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ สถานที่ไหนที่ต้องเผชิญกับเสียงดัง ก็ควรออกห่างนะครับ เพราะไม่คุ้มเลยกับการที่เราจะมีปัญหาการได้ยินในอนาคต

แล้วจะสังเกตได้อย่างไร ว่าเสียงดังเกินไป?

  • คุณต้องพูดเสียงดังกว่าเดิม เพื่อให้คู่สนทนาเข้าใจ
  • คุณไม่ค่อยเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร
  • คุณรู้สึกปวดหู
  • มีอาการหูอื้อ หรือได้ยินเสียงอู้อี้

ระดับความดังของเสียง จะถูกวัดออกมาเป็นค่าเดซิเบล (dB) ยิ่งเสียงดังมาก ค่าเดซิเบลยิ่งสูง เสียงที่ดังมากกว่า 85 เดซิเบลเป็นค่าที่สูงจนเสียงต่อการทำลายการได้ยิน จึงไม่ควรอยู่ในพื้นที่นั้นนานๆ

ตัวอย่างระดับความดังของเสียง

  • เสียงกระซิบ – 30 เดซิเบล
  • เสียงพูดคุยทั่วไป – 60 เดซิเบล
  • เสียงการจราจรคับคั่ง – 70 ถึง 85 เดซิเบล
  • เสียงรถจักรยานยนต์ – 90 เดซิเบล
  • เสียงเพลงผ่านหูฟังในระดับสูงที่สุด – 100 ถึง 110 เดซิเบล
  • เสียงเครื่องบินกำลังขึ้น – 120 เดซิเบล

หรือคุณอาจลองใช้แอพในมือถือ ที่สามารถวัดระดับความดังของเสียง เพื่อเลี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่ดังเกิน 85 เดซิเบลได้นะครับ

2. ฟังเพลงแต่พอดี การฟังเพลงผ่านหูฟังถือว่าเป็นอันตรายต่อหูเป็นอย่างมาก จึงควรระมัดระวังในการฟัง ดังนี้

  • ฟังในระดับความดังที่พอดี ไม่ดังจนเกินไป ซึ่งปกติแล้วไม่ควรเกิน 60% ของความดังสูงสุด
  • ไม่ควรใช้หูฟังนานเกิน 1 ชั่วโมง หากจะใช้นานๆ ควรพักหูประมาณ 5 นาทีก่อนใช้ใหม่

แค่ลดระดับเสียงลดนิดหน่อย ก็ช่วยรักษาการได้ยินของคุณได้นานขึ้นได้

3. ป้องกันเวลาไปงานอีเวนท์ หากมีความจำเป็นต้องไปทำกิจกรรมหรือออกงานอีเวนท์ที่มีเสียงดัง เช่น คอนเสิร์ต สนามกีฬา ที่เที่ยวกลางคืน ควรป้องกันดังนี้

  • อยู่ห่างจากจุดที่มีเสียงดัง เช่น ลำโพงขยายเสียง
  • พยายามพักหู โดยการออกห่างจุดที่มีเสียงดัง ทุก 15 นาที
  • หลังจากกลับจากงานที่มีเสียงดัง ควรพักผ่อนอย่างเงียบๆ ประมาณ 18 ชั่วโมง
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน เช่น Earplug

4. ทำงานอย่างระมัดระวัง หากคุณต้องทำงานในที่ที่มีเสียงดังตลอดเวลา ควรคุยกับหัวหน้างานว่าจะมีผลต่อการได้ยินในอนาคต จึงควรให้ที่ทำงานช่วยป้องกันดังนี้

  • หากเป็นไปได้ ควรปรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้มีเสียงดังลดน้อยลง
  • ไม่ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน เช่น Earplug

5. ตรวจการได้ยินสม่ำเสมอ โดยปกติแล้วควรตรวจการได้ยินทุกปี หรือหากรู้สึกว่ากำลังมีปัญหาการได้ยินก็ยิ่งรีบมาตรวจการได้ยินให้เร็วที่สุด  นักแก้ไขการได้ยินหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ให้คำแนะนำอย่างถูกต้องให้กับคุณ

แค่ 5 ข้อง่ายๆ แค่นี้ ก็ช่วยรักษาการได้ยินให้อยู่กับคุณไปนานๆ ได้นะครับ

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึง เชียงใหม่ เครื่องช่วยฟัง หูดับ หูหนวก

สงสัยว่าคนใกล้ตัวกำลังหูตึง มีปัญหาการได้ยิน แต่ไม่รู้จะช่วยเขาอย่างไรดี? บางทีเขาอาจกำลังไม่รู้ตัวก็ได้นะครับว่ากำลังมีปัญหาการได้ยิน แต่พวกเราที่อยู่รอบข้างนี้แล่ะที่จะรู้สึกได้เองเวลาคุยกับเขา

วันนี้ผมเลยมีเทคนิค 7 ข้อที่จะช่วยให้คุณช่วยเหลือคนที่มีปัญหาการได้ยินได้

  1. ให้กำลังใจเขา และพาไปตรวจการได้ยิน

ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินโดยส่วนมากมักจะไม่รู้ตัว เพราะค่อยๆ สูญเสียการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงปรับตัวได้เองโดยอัตโนมัติ หากเราสังเกตได้เวลาพูดคุยก็ควรให้กำลังใจและบอกว่าเราห่วงใยเขามากขนาดไหน เราอยากให้เขาได้ยินทุกเรื่องราวแบบชัดเจน จะได้คุยกันสนุกมากขึ้น และเราก็ไม่อยากเป็นห่วงเวลาเขาข้ามถนนหรือขับรถที่อาจไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง จึงอยากพาไปตรวจการได้ยินด้วยกัน

  1. สื่อสารแบบเข้าอกเข้าใจ

บอกคนที่กำลังมีปัญหาการได้ยินว่าคุณพร้อมจะปรับตัวเพื่อพูดคุยกับเขาให้เขาเข้าใจมากขึ้น เช่น ให้เขาเห็นหน้าเห็นปากเวลาพูด ใช้เสียงดังฟังชัด ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป และลองทำดูว่าเขาได้ยินและเข้าใจบทสนทนามากขึ้นไหม

  1. ถามว่าอยากให้ช่วยอะไรบ้าง

ปัญหาการได้ยินของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน จึงต้องการความช่วยเหลือที่แตกต่างกัน เช่นเวลาไปรับประทานอาหารด้วยกัน คุณควรให้เขาเลือกที่นั่งที่จะทำให้เขาได้ยินและพูดคุยได้ดีที่สุด เพราะโดยปกติทั่วไปที่นั่งตรงมุมห้องและติดกับผนังจะช่วยลดปัญหาเสียงรบกวนได้ดีที่สุด

  1. เรียกความมั่นใจกลับคืนมา

คนส่วนมากมักคิดไปเองว่า “ปัญหาการได้ยิน หรือหูตึง = คนแก่” จึงทำให้ผู้ที่กำลังมีปัญหาการได้ยินมักไม่มั่นใจและไม่กล้าแสดงออก เราจึงควรคุยกับเขาว่าเรามองเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร การพูดคุยแบบเปิดอก ด้วยอารมณ์แบบเบาสบาย จะทำให้เขามั่นใจและกล้าจะปรึกษาคุณมากขึ้น

  1. ใช้อารมณ์ขันเข้าช่วย

ในบางครั้ง ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินอาจไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูด เขาจึงตอบไม่ตรงคำถาม หรือพูดไม่ตรงประเด็นบ้าง เราก็ไม่ควรทำให้เป็นเรื่องซีเรียส และลองทำให้เป็นเรื่องสนุกสนานดูบ้าง ไม่อย่างนั้นเขาจะอึดอัดใจ

  1. พูดซ้ำบ้างก็ได้นะ

มีหลายคำศัพท์ที่อาจยากต่อการเข้าใจ ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินจึงมักขอให้คุณพูดซ้ำ หากเป็นเช่นนั้น แนะนำว่าให้คุณพูดซ้ำด้วยเสียงที่ชัดเจนและความเร็วปานกลาง หรืออาจเลือกใช้คำศัพท์อื่นที่เข้าใจง่ายกว่า และที่สำคัญคืออย่าพูดว่า “ไม่เป็นไร” เพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เพราะจะทำให้เขายิ่งรู้สึกไม่ดีไปกันใหญ่

  1. ทดลองสิ่งใหม่ๆ

เครื่องช่วยฟังรุ่นใหม่ที่ออกสู่ท้องตลาด มักจะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น คุณลองพาเขาไปลองเครื่องช่วยฟังหลากหลายรุ่น เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับชีวิตประจำวันของเขามากที่สุด บางคนอาจชอบดูโทรทัศน์ หรือชอบพูดคุยโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถเลือกอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมได้

.

ไม่มีอะไรยากเกินไป หากเรารักและเข้าใจผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน

ลองเอาเทคนิค 7 ข้อนี้ไปใช้ดูนะครับ

.

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง หูฟัง หูตึง เชียงใหม่ หูหนวก

“ฉันต้องใส่เครื่องช่วยฟังจริงเหรอ?” เชื่อไหมครับว่ามีคนไทยหลายคนที่มีปัญหาการได้ยิน แต่ก็ยังลังเลที่จะใส่เครื่องช่วยฟัง เนื่องมาจากหลายเหตุผลดังนี้

1. คิดว่าตัวเองยังได้ยินดีอยู่ คนส่วนมากกว่าจะยอมใส่เครื่องช่วยฟังก็สูญเสียการได้ยินมาในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนหนึ่งก็มาจากการไม่เห็นความสำคัญในการตรวจการได้ยินทุกปี และค่อยๆ สูญเสียการได้ยินทีละนิดจนค่อยๆ ปรับตัวได้ มารู้ตัวอีกทีก็สื่อสารกับคนรอบข้างลำบากแล้ว เราจึงแนะนำให้มาตรวจการได้ยินจากผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำทุกปี จะได้ทราบและวางแผนการรักษาล่วงหน้านะครับ

2. อายที่จะใส่เครื่องช่วยฟัง ในยุคที่ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญ หลายคนจึงอายที่จะใส่เครื่องช่วยฟังเพราะกลัวคนรอบข้างมองว่าตนเองแก่หรือไม่มีความสามารถ อันที่จริงปัจจุบันนี้มีเครื่องช่วยฟังหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน บางท่านที่เลือกใส่เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูก็จะรู้สึกสบายใจที่จะใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หรือหากมีการสูญเสียการในระดับที่รุนแรงขึ้น ประเภททัดหลังหูก็จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผลการตรวจการได้ยินของแต่ละท่านด้วยครับ

เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ หูตึง

3. รอให้สูญเสียการได้ยินทั้ง 2 ข้างก่อน เมื่อมีการสูญเสียการได้ยินเพียงข้างเดียว แพทย์บางท่านจะให้คำแนะนำว่ายังไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง เพราะอีกข้างยังได้ยินชัดเจนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ไม่ทราบทิศทางของเสียงและเกิดอันตรายได้ เช่นการได้ยินเสียงรถแต่ไม่ทราบว่ามาจากซ้ายหรือขวา ทางที่ดีเราแนะนำให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านหู คอ จมูก เพื่อได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับท่าน

4. แค่ไม่ได้ยิน ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ปัญหาการได้ยินถือว่าเป็นเป็นภัยเงียบ หลายคนลังเลไม่ยอมใส่เครื่องช่วยฟังก็เพราะคิดว่าการได้ยินไม่สำคัญเท่ากับการมองเห็น แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่มีปัญหาการได้ยินมักจะมีปัญหาตามมาหลายอย่าง เช่น ความเครียด แปลกแยก ไม่กล้าเข้าสังคม (อ่านความสำคัญของการได้ยินเพิ่มเติมได้ คลิกที่นี่) การได้ยินพลาดอาจทำให้คุณเสียหายได้มากกว่าที่คิด ลองคิดดูว่าหากคุณทำการค้าขายและฟังลูกค้าผิดจนขายพลาด หรือคนรักกำลังอธิบายความรู้สึกอย่างซาบซึ้งแต่คุณไม่ได้ยินเขา คุณคงไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นใช่ไหมครับ?

5. เครื่องช่วยฟังจะดีจริงเหรอ? เป็นเรื่องปกติที่คุณจะไม่มั่นใจในการลองใช้สิ่งใหม่ๆ และบางครั้งอาจได้ยินเพื่อนบอกมาว่าเครื่องช่วยฟังไม่ได้ช่วยอะไร แต่อยากให้แยกแยะระหว่างเครื่องช่วยฟังที่ซื้อโดยไม่ปรับให้เข้ากับผลการได้ยิน เปรียบเทียบกับเครื่องช่วยฟังดิจิตอลจากศูนย์เราที่จะต้องตรวจการได้ยินอย่างละเอียดเพื่อทำการปรับเครื่องช่วยฟังให้เข้ากับระดับการได้ยินของคุณโดยเฉพาะ เสื้อผ้าที่สั่งตัดเพื่อคุณคนเดียวย่อมสวมใส่สบายได้ดีกว่าเสื้อผ้าทั่วไปแน่นอน ไม่ต่างอะไรกับเครื่องช่วยฟังที่ปรับให้เข้ากับระดับการได้ยิน ย่อมให้ประสิทธิภาพและให้ความพึงพอใจได้อย่างแน่นอน อีกอย่างคุณสามารถขอทดลองนำเครื่องช่วยฟังกลับไปใช้ก่อนได้นานสุดถึง 2 สัปดาห์ จึงไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลเลยครับ

6. ไว้ใจคนขายได้ดีแค่ไหน? อีกเหตุผลที่หลายคนยังไม่กล้าซื้อเครื่องช่วยฟังก็เพราะยังไม่มั่นใจในคนขายหรือศูนย์จำหน่ายว่ามีความรู้ในการแนะนำเครื่องช่วยฟังได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ มีนักแก้ไขการได้ยินที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยมาทางด้านการได้ยินโดยเฉพาะ คุณจึงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับผลการตรวจและปรับเครื่องช่วยฟังได้อย่างแม่นยำ พร้อมบริการหลังการขายที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

7. ราคาแพงไป ลูกชิ้นชิ้นปิ้งไม้ละ 500 บาท เปรียบเทียบกับโทรศัพท์มือถือ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดในราคา 5,000 บาท คุณว่าคนส่วนมากจะซื้ออะไรครับ? 5,000 บาทอาจดูเป็นเงินที่มากกว่า 500 บาท แต่คนยอมเสียเงินซื้อเพราะรู้สึกว่าคุ้มค่ากว่าแน่นอน ในขณะที่ลูกชิ้นปิ้งไม้ละ 500 บาทดูแพงเกินไป ไม่มีอะไรที่แพงหากสิ่งนั้นคุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายไปว่าไหมครับ? มองกลับมาที่เครื่องช่วยฟังที่ช่วยให้คุณสื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุข คงไม่มีอะไรแพงไปสำหรับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นใช่ไหมครับ

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่หลายคนลังเลก่อนที่จะตัดสินใจใส่เครื่องช่วยฟัง เราจึงแนะนำให้คุณไปขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือมาที่ศูนย์ของเราเพื่อรับข้อมูลและทดลองใส่เครื่องช่วยฟัง ก่อนที่จะตัดสินใจใส่จริงๆ

ทุกปัญหาการได้ยิน เรามีคำตอบ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

วันแม่ เครื่องช่วยฟัง หูตึง ตรวจการได้ยิน

12 สิงหาคมในแต่ละปี พวกเราหลายคนมักจะตื่นเต้นกับการหาของขวัญ หรือพาแม่ไปทานข้าวและเที่ยวนอกบ้าน พร้อมกับบอกรักแม่ แต่น่าเสียดายที่บางครั้งแม่ก็ไม่สามารถ “ได้ยิน” เสียงบอกรักของเราได้ เพราะท่านอาจกำลังมีปัญหาการได้ยิน หรือหูตึงโดยไม่รู้ตัว

.

จากค่าเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกา กว่าผู้สูงอายุจะยอมรับว่าตนเองมีปัญหาการได้ยินและยอมไปตรวจการได้ยิน ใช้เวลาถึง 7 ปี ซึ่งถือว่านานมาก จึงทำให้ท่านพลาดโอกาสที่จะได้ยินและพูดคุยกับลูกหลานอย่างมีความสุข

.

14.7% ของผู้หญิงที่มีปัญหาการได้ยิน มักมีภาวะซึมเศร้า เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาต่างๆ เหล่านี้

  • ไม่กล้าสื่อสารกับคนรอบข้าง
  • ขาดความมั่นใจในตัวเอง
  • ไม่อยากออกไปนอกบ้าน
  • ดูโทรทัศน์ คุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง

ถ้ามีทางให้เราเลือก เราทุกคนคงไม่อยากให้แม่ของเราต้องเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ การพาแม่ไปตรวจการได้ยินอย่างละเอียด จากนักแก้ไขการได้ยินที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ จึงเป็นของขวัญที่ลูกๆ ควรมอบให้กับแม่ในวันแม่ปีนี้

.

บอกรักให้แม่ “ได้ยิน” ด้วยการพาท่านไปตรวจการได้ยินนะครับ

.

ขอเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความรักให้แม่ ด้วยการมอบส่วนลดราคาเครื่องช่วยฟัง 10% ให้กับคุณแม่ที่มาซื้อในช่วง 7-31 สิงหาคม 2560 นี้ (ยกเว้นบางกรณี ตามที่่บริษัทกำหนด)

.

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง ตรวจการได้ยิน เชียงใหม่

ปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลทุกอย่างได้จากอินเตอร์เน็ต รวมถึงการซื้อของออนไลน์ที่มีความสะดวกสบาย และตัวเลือกที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เครื่องช่วยฟัง ซึ่งมีหลายเรื่องที่คุณควรทราบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อจากทางอินเตอร์เน็ต

  1. เครื่องช่วยฟัง เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง ที่ไม่ใช่แค่ช่วยขยายเสียงให้เราได้ยินชัดขึ้น แต่ยังสามารถช่วยเติมการได้ยินในคลื่นความถี่ที่เราสูญเสียไป โดยไม่กระทบกับคลื่นความถี่ที่เรายังได้ยินดีอยู่
  2. การเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ควรเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังที่สามารถปรับตามผลตรวจการได้ยิน (Audiogram) ที่เหมาะสมกับหูของเรา เพื่อถนอมสุขภาพการได้ยิน ให้เราสามารถได้ยินไปนานๆ สำหรับเครื่องช่วยฟังที่ไม่ได้ปรับให้เข้ากับผลตรวจการได้ยินนั้น ไม่ต่างอะไรกับการเอาลำโพงขยายเสียงมากรอกข้างหู ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
  3. หากจำเป็นจะต้องใส่เครื่องช่วยฟัง เราจะต้องตรวจการได้ยินกับนักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist) เพื่อให้ทราบระดับการสูญเสียการได้ยินก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยฟังในปัจจุบันสามารถปรับผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยำสูง ปรับตามคลื่นความถี่ต่างๆ ที่เราสูญเสียไป ซึ่งการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังจากอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการปรับเครื่องตามระดับการได้ยินของเรา จะทำได้เพียงแต่การปรับกำลังขยายเสียง เพิ่ม – ลด เท่านั้น ทำให้คลื่นความถี่ที่เราได้ยินดีอยู่แล้วถูกรบกวน และทำให้เสื่อมลงเร็วขึ้น
  4. การแก้ปัญหาหูตึง เพื่อให้มีการได้ยินที่ดี ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังมาใส่เท่านั้น เพราะนักแก้ไขการได้ยินจะซักประวัติการรักษาทางการแพทย์ ซักถามลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเลือกเครื่องช่วยฟังและปรับเครื่องช่วยฟังให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของผู้ใช้จริง รวมถึงการนัดติดตามผลหลังการใส่เครื่องช่วยฟัง การรับประกัน และการบริการหลังการขาย เช่น การบริการเช็คล้างทำความสะอาด อบไล่ความชื้น และปรับเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมทุกๆ 3 เดือน
  5. การตรวจการได้ยินด้วยตัวเองจากอินเตอร์เน็ต (Online Hearing Screen) เป็นการทดสอบเบื้องต้นว่าเรามีปัญหาการได้ยิน แต่ไม่สามารถบอกถึงอาการหรือสาเหตุในเชิงลึกได้ ซึ่งเราจะต้องได้รับการตรวจจากนักแก้ไขการได้ยินเพิ่มเติม

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง เราพร้อมให้คำปรึกษา

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง โรงเรียนโสต

เดียร์ บวรลักษณ์ อภิวัน นักแก้ไขการได้ยินของเราได้มีโอกาสไปล้างและปรับเครื่องช่วยฟัง

ให้กับนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร เชียงใหม่ ในวันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2560

ขอให้น้องๆ มีสุขภาพการได้ยินที่ดี เป็นอนาคตที่สดใสของชาตินะครับ

เครื่องช่วยฟัง หูหนวก

เครื่องช่วยฟัง หูหนวก

เครื่องช่วยฟัง หูหนวก

เครื่องช่วยฟัง หูหนวก

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai