Posts

       การสูญเสียการได้ยิน โดยสาเหตุหลักเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม การสัมผัสกับเสียงดังเป็นเวลานานๆ และตามช่วงวัย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษาใดที่ช่วยฟื้นฟูภาวะการสูญเสียการได้ยินให้กลับมาเป็นปกติดังเดิมได้ การใส่เครื่องช่วยฟังจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้การได้ยินดีขึ้น

        การเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง สำหรับผู้ที่ไม่เคยใส่เครื่องช่วยฟังมาก่อน มี 5 ข้อควรรู้ ดังนี้

1. ระดับการสูญเสียการได้ยิน

       ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ท่านจะต้องทราบระดับการสูญเสียการได้ยินว่าอยู่ในระดับใด หรือในระดับความดังกี่เดซิเบล (dB) โดยระดับการสูญเสียการได้ยิน มีทั้งหมด 6 ระดับ ดังภาพต่อไปนี้

ข้อบ่งชี้ การใส่เครื่องช่วยฟัง จะใส่ต่อเมื่อสูญเสียการได้ยินในระดับ 40 เดซิเบล ขึ้นไป

 

2. กำลังขยายของเครื่องช่วยฟัง

       ผลการตรวจวัดระดับการสูญเสียการได้ยิน จะช่วยให้ท่านเลือกประเภทของเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับผลตรวจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่มีกำลังขยายที่สามารถรองรับกับการสูญเสียการได้ยินที่อาจเพิ่มขึ้นได้

• เครื่องช่วยฟังแบบในช่องหู (In The Ear – ITE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง (26 – 40 dB)

• เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหู (Behind The Ear – BTE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับปานกลางถึงค่อนข้างรุนแรง (40 – 70 dB)

• เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหูกำลังขยายสูง (Power Behind The Ear – Power BTE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรงขึ้นไป (70 – 90 dB)

หมายเหตุ หากสูญเสียการได้ยินในระดับ 90 เดซิเบลขึ้นไป การใส่เครื่องช่วยฟังจะไม่ได้ประโยชน์ ในกรณีนี้การผ่าตัดประสาทหูเทียมจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

 

3. การรับประกัน และบริการหลังการขาย

       เครื่องช่วยฟังในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรุ่น หลากหลายยี่ห้อ และราคาค่อนข้างสูงสำหรับเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอลที่ได้รับมาตรฐาน ดังนั้นในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง 1 เครื่อง สิ่งที่ท่านควรสอบถามเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการ คือ

• ระยะเวลา และเงื่อนไขต่างๆ ในการรับประกัน
• บริการหลังการขาย เช่น การติดตามผลหลังจากใส่เครื่อง การปรับเครื่องช่วยฟัง การทำความสะอาดเครื่อง
• ศูนย์ให้บริการซ่อมเครื่องช่วยฟัง (ระยะเวลาส่งซ่อม เครื่องสำรองระหว่างซ่อม)

       ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังจะต้องมั่นใจว่าหลังจากที่ท่านซื้อเครื่องช่วยฟังไปแล้วและเกิดปัญหาขึ้น ท่านสามารถกลับไปยังศูนย์ที่ให้บริการได้

 

4. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

       การใช้เครื่องช่วยฟังจะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น คือ ค่าใช้จ่ายแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง และค่าใช้จ่ายสารดูดความชื้น เนื่องจากเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ และในการสวมใส่อาจก่อให้เกิดเหงื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องเกิดความชื้น การใช้สารดูดความชื้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยในการยืดอายุการใช้งานให้กับเครื่องช่วยฟัง

หมายเหตุ แบตเตอรี่ต้องเป็นแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟังเท่านั้น ไม่สามารถนำแบตเตอรี่ชนิดอื่นมาใส่แทนกันได้ เนื่องจากมีประจุไฟที่แตกต่างกัน อาจทำให้เครื่องช่วยฟังเกิดความเสียหายได้

 

5. ความคาดหวังของการใส่เครื่องช่วยฟัง

      ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรกและส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าการใส่เครื่องช่วยฟังนั้นจะทำให้การได้ยินกลับมาได้ยินปกติดังเดิม ซึ่งความเป็นจริงแล้วการใส่เครื่องช่วยฟังเป็นเพียงวิธีการช่วยให้การได้ยินดีขึ้น แต่ไม่สามารถกลับมาได้ยินเป็นปกติ 100% ได้ ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรกจะต้องฝึกทำความคุ้นเคยกับเครื่อง โดยการนับชั่วโมงในการใส่เครื่อง ฝึกการฟัง ฝึกการพูด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

 

ปรึกษาปัญหาการได้ยินและสอบถามการเลือกเครื่องช่วยฟังเพิ่มเติม ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เชียงใหม่ หูตึง หูฟัง ประสาทหูเทียม

ถ้าพูดถึงปัญหาของคนใส่เครื่องช่วยฟัง ส่วนมากก็คงหนีไม่พ้น “ปัญหาเสียงรบกวน” เช่นเสียงรถยนต์ เสียงกลุ่มคนคุยกันเสียงดัง เสียงก้อง ที่คอยกวนใจในการฟัง ทำให้เรารู้สึกยากลำบากในฟังคู่สนทนาว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่ ยิ่งถ้าเป็นคนใหม่ที่ไม่เคยใส่เครื่องช่วยฟังมาก่อน จะยิ่งรำคาญเสียงรบกวนมากมายที่ได้ยินในช่วง 2-3 อาทิตย์แรกหลังจากใส่เครื่องช่วยฟัง เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับการอยู่ในโลกเงียบมาก่อน

เสียงรบกวนอาจทำให้เครียดจนไม่อยากใส่เครื่องช่วยฟัง แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไรดีล่ะ?

เชียงใหม่ เครื่องช่วยฟัง

1.ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ย่อมดีกว่าใส่ข้างเดียว

จากการเก็บข้อมูลที่ผ่านมา การใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้างจะทำให้ผู้ใส่ได้ยินชัดเจนขึ้น และยังช่วยให้ทราบว่าเสียงมาจากตำแหน่งไหน จึงทำให้เข้าใจบทสนทนาได้ดียิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าจะต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน

2.เลือกเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล

ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล เครื่องช่วยฟังบางรุ่นจึงมีระบบลดเสียงรบกวนแบบ Adaptive Noise Reduction Plus ที่สามารถลดเสียงรบกวนแต่ไม่ลดคุณภาพเสียงพูด จึงทำให้ผู้ใส่เข้าใจคำพูดได้ดียิ่งขึ้น ลองปรึกษาศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังเพื่อทดลองระบบลดเสียงรบกวนที่มีให้เลือก ว่ารุ่นไหนน่าจะเหมาะกับคุณที่สุด เพราะการได้ยินที่ดี จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คุณได้

3.ใช้ระบบจับทิศทางเสียงอัตโนมัติ

เครื่องช่วยฟังในอดีตจะมีไมโครโฟนที่รับเสียงจากทุกทิศทาง (Omnidirectional) จึงทำให้ผู้ใส่อาจได้รับความยากลำบากในการเข้าใจคำพูดที่อยู่ตรงหน้า แต่หากเลือกเครื่องช่วยฟังรุ่นที่มีไมโครโฟนแบบจับทิศทางเสียงอัตโนมัติ (Automatic Directionality) ระบบก็จะประมวลผลในการจับทิศทางเสียงพูด เพื่อขยายเฉพาะเสียงพูดให้ชัดเจน โดยไม่ขยายเสียงรบกวนให้กวนใจ

4.ปรึกษาเพื่อออกแบบการได้ยิน

ที่ศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังจะมีนักแก้ไขการได้ยินที่พร้อมให้บริการออกแบบการได้ยินให้เหมาะสมกับกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน บางคนต้องพบปะลูกค้าตลอดเวลา บางคนชอบทำสวน บางคนชอบดูโทรทัศน์ บางคนชอบไปฟังวงดนตรีสด หลากหลายรูปแบบการใช้ชีวิตแบบนี้ ก็ต้องการเครื่องช่วยฟังที่แตกต่างกัน

นอกเหนือจากวิธีการที่เราแนะนำนี้ ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังอาจต้องปรับตัวเพื่อให้สื่อสารได้อย่างมีความสุขขึ้น ซึ่งเราได้เขียนบทความ 6 วิธีการสื่อสาร สำหรับคนหูตึง ที่สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/GndStn

.

เราพร้อมได้ยินทุกคำถาม เพื่อให้คุณได้ยินดีขึ้น

.

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai