Posts

        ด้วยสาเหตุและปัจจัยของผู้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมในแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน ภายหลังจากการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมแล้วมีความเป็นไปได้ที่ความสามารถในการรับฟังเสียงหรือการได้รับประโยชน์จากการใช้งานประสาทหูเทียมนั้นจะไม่เท่ากัน

           โดยขึ้นอยู่กับปัจจัย 10 ปัจจัย ดังนี้


1. ระยะเวลาที่สูญเสียการได้ยิน หากสูญเสียการได้ยินในช่วงสั้น มีแนวโน้มที่หลังผ่าตัดจะมีความสามารถทางการได้ยินดีกว่าผู้ที่สูญเสียการได้ยินเป็นเวลานาน

2. อายุที่เริ่มสูญเสียการได้ยิน เด็กหรือผู้ใหญ่ที่สูญเสียการได้ยินภายหลังมีภาษาแล้ว มีแนวโน้มที่หลังผ่าตัดจะมีความสามารถทางการได้ยินดีกว่าผู้สูญเสียการได้ยินแต่กำเนิด ที่ได้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมช้ากว่าเวลาอันควร

3. อายุที่ทำการผ่าตัด สำหรับผู้ที่หูหนวกก่อนมีภาษา หากได้รับการผ่าตัดเมื่ออายุน้อยจะมีความสามารถทางการได้ยินดีกว่าผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเมื่ออายุมาก

4. ระยะเวลาที่ใช้ประสาทหูเทียม ประสบการณ์ในการใช้อุปกรณ์ประสาทหูเทียมจะช่วยเพิ่มทักษะในการรับรู้เสียงพูด

5. ลักษณะโครงสร้างของหูชั้นใน หากมีความผิดปกติของโครงสร้าง เช่น มีเพียงครึ่งรอบ หรือมีหินปูนอยู่ภายในทำให้ไม่สามารถใส่ขดลวดเข้าไปในหูชั้นในได้อย่างสมบูรณ์

6. ระดับการได้ยินที่เหลืออยู่ ผู้ที่มีการได้ยินเหลืออยู่ มีแนวโน้มที่หลังผ่าตัดจะรับรู้คำพูดได้ดีกว่าผู้ที่ไม่เหลือการได้ยินเลย

7. ความพิการซ้ำซ้อน หากมีความผิดปกติเกี่ยวกับสติปัญญา สมอง หรือจิตใจ จะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้การฟังและการพูด

8. สภาพแวดล้อมทางการศึกษา เด็กควรได้รับการส่งเสริมให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการใช้การได้ยินและการพูด

9. จำนวนช่องสัญญาณที่สามารถใช้ได้ เพื่อการรับรู้คำพูดควรมีอย่างน้อย 5 – 8 ช่องสัญญาณ

10. จำนวนของเม็ดอิเล็กโทรดประสาทหูเทียม ที่ใส่เข้าไปภายในหูชั้นใน (อวัยวะก้นหอย) หากมีจำนวนเม็ดอิเล็กโทรดมาก ยิ่งทำให้เกิดการกระตุ้นมาก

 

การเลือกยี่ห้อประสาทหูเทียมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้งานประสาทหูเทียมให้กับผู้ผ่าตัดได้ดียิ่งขึ้น

 

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประสาทหูเทียม ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai