Posts

      ปัจจุบันคนไทยมีสถิติการป่วยทั้งแบบเรื้อรังและไม่เรื้อรังเพิ่มมากขึ้น โดยสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยนั้นเกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหาร (ของทอด ของมัน ของหวาน หรือรสจัดเกินไป) การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงความเครียดสะสมจากการทำงาน และพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา จนเกิดเป็นโรคเรื้อรัง หรือโรคประจำตัว ซึ่งปัจจุบันคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ป่วยและมีโรคประจำตัว

 

โรคประจำตัว คือ โรคที่ติดตัวผู้ป่วย ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในทางการแพทย์หมายถึง โรคเรื้อรังที่ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาและอยู่ในความดูแลและควบคุมของแพทย์อย่างต่อเนื่อง

 

และโรคประจำตัวที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการได้ยิน ทำให้การได้ยินมีโอกาสลดลงได้นั้น คือ โรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนโลหิต ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไต

จากการวิจัยพบว่า โรคเบาหวานส่งผลกระทบต่อการสูญเสียการได้ยินมากกว่าการเปลี่ยนแปลงตามวัย การได้รับเสียงดังเกินไป และปัจจัยอื่นๆ อีกด้วย (LermanGarber, et al., 2012)

   โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ ถ้าหากไม่มีการควบคุมในเรื่องของการรับประทานอาหาร และดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี ปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกายแข็งและหนาตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะลดลง และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต โรคตา โรคของระบบประสาท รวมถึงโรคของหลอดเลือดส่วนปลาย

        ทั้งนี้เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาในระดับหลอดเลือดขนาดเล็ก และประสาทรับความรู้สึก ทำให้มีผลต่อจอประสาทตา ไต และปลายประสาท รวมทั้งหลอดเลือดฝอยและเซลล์ประสาทรับความรู้สึกของหูชั้นใน

 

       ดังนั้น ผู้มีโรคประจำตัวดังกล่าว ควรควบคุมโรคให้ดี เพราะโรคเหล่านี้จะทำให้เลือดไปเลี้ยงประสาทหูน้อยลง และทำให้ประสาทรับเสียงเสื่อมมากขึ้นหรือเร็วขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น

 

 

ปรึกษาปัญหาการได้ยิน ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ตรวจหูตึง เชียงใหม่

ป้องกัน หูตึง เชียงใหม่

1.เพื่อเตรียมตัวป้องกันปัญหา

เมื่อมีอายุ 60 ปี ผู้สูงอายุมักมีปัญหาหูตึง ยิ่งหลายรายที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือแม้กระทั่งโรคทางไตที่ต้องใช้ยาเรื้อรัง เหล่านี้เป็นเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดปัญหาหูตึงได้ทั้งสิ้น ใครที่มีพ่อแม่เป็นโรคประจำตัวเหล่านี้ก็รีบพาท่านไปตรวจการได้ยินนะครับ

สมองเสื่อม

2.เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม

หูตึงไม่ได้สร้างปัญหาแค่การสื่อสารกับคนรอบข้างนะครับ มีการวิจัยทั่วโลกที่ยืนยันว่าคนไข้หูตึงมีโอกาสเสี่ยงต่อสมองเสื่อมมากกว่าคนปกติ ยิ่งได้ยินไม่ชัดก็จะยิ่งเครียด สมองก็ยิ่งทำงานหนักในการตีความ จึงมีอัตราเสื่อมของสมองมากกว่าคนปกติทั่วไป หากรีบพาพ่อแม่มาตรวจการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟังได้แต่เนิ่นๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้

ความสัมพันธ์ หูตึง

3.เพื่อช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

พ่อแม่ที่มีปัญหาหูตึงหลายรายมักไม่กล้าออกบ้านไปพบปะผู้คน เพราะอายและเครียดเวลาฟังไม่รู้เรื่อง หากรีบตรวจการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟัง ก็จะช่วยเรียกความมั่นใจกลับคืนมา และหากมีความรู้ในการสื่อสารมากขึ้น เช่น เลือกสถานที่พูดคุยที่เสียงไม่ดังเกินไป ฝึกการอ่านริมฝีปาก ก็จะใช้ชีวิตกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

ความสุข หูตึง

4.เพื่อให้มีความสุขในชีวิตมากขึ้น

เราหลายคนก็เคยหงุดหงิด ไม่เข้าใจพ่อแม่ว่าทำไมชอบถามซ้ำๆ รู้ไหมครับว่าพ่อแม่ก็ไม่มีความสุขที่ต้องคอยถามคนอื่นหลายครั้งเช่นกัน หากเราพาท่านไปตรวจการได้ยินและรีบรักษาอาการหูตึง การพูดคุยก็จะราบรื่นมากยิ่งขึ้น คุณพ่อคุณแม่รวมถึงตัวคุณก็จะมีความสุขมากขึ้น

เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่

5.เพื่อจะได้เลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสม

การตรวจการได้ยินกับนักแก้ไขการได้ยินที่จบมาด้านนี้โดยเฉพาะ จะช่วยทำให้พ่อแม่ได้รับผลตรวจที่แม่นยำ พร้อมทั้งได้คำแนะนำเครื่องช่วยฟังที่สามารถปรับให้เข้ากับระดับการได้ยิน บางรายไม่เคยตรวจการได้ยินแต่เลือกที่จะไปซื้อเครื่องช่วยฟังราคาถูกทั่วไป กลับกลายเป็นเพียงเครื่องขยายเสียงที่อาจทำลายประสาทหูให้เสื่อมมากขึ้นได้ หากรักพ่อแม่ก็อย่าประหยัดกับเรื่องสำคัญแบบนี้เลยครับ

.

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai