ท่อยูสเตเชียน กับอาการเสียงดังในหู

 

ท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) คืออะไร


      ท่อยูสเตเชียนเป็นท่อทางเดินขนาดเล็กและแคบ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างหูชั้นกลาง และโพรงหลังจมูก เมื่อใดก็ตามที่กลืน หาว หรือจาม ท่อยูสเตเชียนนี้จะเปิดออก วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้ของเหลวและความดันอากาศถูกสร้างขึ้นภายในหู


 

ความสำคัญของท่อยูสเตเชียน

     ท่อยูสเตเชียน ทำหน้าที่ช่วยปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก เมื่อใดที่ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ จะทำให้เกิดอาการหูอื้อ ปวดหู มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะบ้านหมุนได้

 

 

ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ สาเหตุจาก


      ความผิดปกติของท่อยูสเตเชียน มักเกิดจากการอักเสบของท่อ ทำให้เมือกและของเหลวถูกสร้างขึ้น อย่างไรก็ตามการสะสมของของเหลวอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหวัดไข้หวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัส

      และรวมถึงการเปลี่ยนแปลงระดับความกดดันบรรยากาศอย่างรวดเร็ว เช่น ขึ้น-ลงลิฟท์ เร็วๆ เครื่องบินขึ้น-ลงเร็ว ดำน้ำโดยลดระดับเร็วเกินไป หรือแม้กระทั่งการเดินทางขึ้นภูเขา ทำให้เกิดอาการหูอื้อ ปวดหู มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะบ้านหมุน

 

วิธีการรักษา


  1. รับประทานยา ;- ยาแก้แพ้ (Anti-histamine, ยาหดหลอดเลือด (Oral decongestant  เช่น Pseudoephedrine) หรือ พ่นจมูกด้วยยาหดหลอดเลือด (Topical decongestant เช่น Ephedrine, Oxymetazoline) อาจร่วมกับการล้างจมูก
  2. ควรทำให้ท่อยูสเตเชียนทำงาน เปิด-ปิด ตลอดเวลา ;- เคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อให้มีการกลืนน้ำลายบ่อยๆ การทำ Toynbee maneuver  การทำ Valsalva maneuver
  1. กรณีทำ 2 วิธีดังกล่าวข้างต้น แล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจรักษาโดยวิธีผ่าตัด คือการเจาะเยื่อบุแก้วหู (myringotomy) เพื่อปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก และระบายของเหลวภายในหูชั้นกลาง (ถ้ามี) ในผู้ป่วยบางราย อาจต้องใส่ท่อ (myringotomy tube) คาไว้ที่เยื่อบุแก้วหู
  2. ควรป้องกันตนเองไม่ให้เป็นหวัด โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง เช่น เครียด วิตก กังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ การสัมผัสอากาศที่เย็นมากเกินไป อากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือผู้ป่วยที่อาจแพร่เชื้อได้

 


หมายเหตุ ;-
    • การทำ Toynbee maneuver คือบีบจมูก 2 ข้าง และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง และเอามือที่บีบจมูกออก และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง 
    • การทำ Valsalva maneuver ซึ่งทำได้โดยให้ผู้ป่วยสูดหายใจเข้าเต็มที่ และเอามือบีบจมูกไว้ ปิดปาก แล้วเบ่งลมให้อากาศผ่านทางจมูกที่ปิด อากาศจะผ่านไปที่ท่อยูสเตเชียน เข้าสู่หูชั้นกลาง และเอามือที่บีบจมูกออก และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ขณะที่เป็นหวัด หรือไซนัสอักเสบซึ่งมีการติดเชื้อในจมูก ไม่ควรทำวิธีนี้ เพราะจะทำให้เชื้อโรคในจมูก หรือไซนัส เข้าไปสู่หูชั้นกลางได้

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
1. ผศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน; ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
2. londonhearing

 

4วิธี การดูแลเครื่องช่วยฟังในฤดูฝน

 

        เข้าสู่ฤดูฝน อุปสรรคสำคัญของผู้มีปัญหาการได้ยิน นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายไม่ให้ป่วยเป็นหวัดแล้ว การดูแลเครื่องช่วยฟังก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน แม้ว่าเทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันจะมีระบบการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP 57 – IP 68) และเคลือบสารไฮโดรโฟบิก (Hydrophobic) สารที่ทำให้น้ำกลายเป็นหยดน้ำ เพื่อการไหลออกจากตัวเครื่อง ทั้งนี้แล้วสามารถป้องกันอันตรายจากน้ำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

 


part of hearing aids

    หยดน้ำหรือละอองน้ำ ที่เกิดจากฝนหรือเหงื่อ มีโอกาสที่จะไหลหรือซึมเข้าสู่ภายในเครื่องช่วยฟังผ่านทาง รูไมโครโฟน(2, 2a)* หรือตาม ซอกรังถ่าน(6)**

โดยน้ำที่ตกค้างอยู่ภายในอุปกรณ์จะเป็นตัวก่อให้เกิดความชื้น และส่งผลให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นสนิม

 

ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เครื่องช่วยฟังชำรุด เครื่องติดๆ ดับๆ หรือเครื่องเงียบ เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมเครื่อง หรืออาจต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใหม่ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ควรดูแลและปฏิบัติให้ถูกวิธี เมื่อเครื่องช่วยฟังโดนน้ำ

 

การดูแลและป้องกันเครื่องช่วยฟัง จากน้ำหรือเหงื่อ

วิธีการป้องกัน เครื่องช่วยฟังโดนน้ำ หรือเหงื่อ


    เช่น การอยู่นอกตัวอาคารเมื่อฝนตก การออกกำลังกาย ให้ท่านปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. กรณีฝนตก ผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟังอยู่นอกตัวอาคาร ควรรีบถอดเครื่องช่วยฟังเก็บไว้ให้มิดชิด หรือหากถอดเครื่องไม่ทัน เมื่อเข้าที่ร่ม ให้ปฏิบัติดังนี้;

– รีบถอดเครื่องออกเช็ดให้แห้ง

– เปิดรังถ่านและนำถ่านออก เช็ดถ่านและช่องรังถ่านให้แห้ง

– เปิดฝารังถ่านทิ้งไว้ เป่าลม / ผึ่งลมให้นานที่สุด (กรณีใช้ไดร์เป่าผม ปรับโหมด-ลมเย็น*)

– หลังจากทิ้งไว้จนแห้งสนิทแล้ว ลองใส่ถ่านเพื่อดูการทำงานของเครื่องว่าปกติหรือไม่

 

เก็บเครื่องช่วยฟัง

 

2. ก่อนออกจากบ้าน ควรเตรียมกล่องเก็บเครื่องช่วยฟัง ถุงพลาสติก ถุงซิปล็อค ที่สามารถกันน้ำได้ เมื่อฝนตกสามารถถอดเก็บได้อย่างปลอดภัย

 

 

3. กรณีผู้ใช้งานที่มีเหงื่อเยอะ จากการใช้งานระหว่างวัน หรือการออกกำลังกาย

– การใช้งานระหว่างวัน หากผู้สวมใส่รู้สึกว่าตนเองมีเหงื่อออก ให้ถอดเครื่องออก ซับเหงื่อและเช็ดเครื่องช่วยฟังด้วยกระดาษทิชชู่ แล้วจึงนำกลับไปใส่ใหม่

– กรณีออกกำลังกาย มีเหงื่อเยอะ แนะนำให้ควรถอดเครื่องช่วยฟังออก

 

Dry Bag สารดูดความชื้นเครื่องช่วยฟัง

– หลังจากเลิกใช้งานเครื่องแล้ว ควรนำถ่านออกและเปิดฝารังถ่านทิ้งไว้ ผึ่งลม/เป่าลม ไล่ความชื้นพักสัก แล้วจึงนำเครื่องช่วยฟังเก็บไว้ในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังที่บรรจุ สารดูดความชื้น Dry Bag หรือ

 

 

  • Dry and Store เครื่องอบความชื้น เครื่องช่วยฟังแนะนำให้ใช้ เครื่องอบไล่ความชื้น สำหรับเครื่องช่วยฟัง อบทิ้งไว้ในเวลากลางคืนระหว่างนอนหลับ เครื่องอบจะทำการระบายความชื้นด้วยกระแสลมยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และจะหยุดทำงานเองโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความชื้นสะสมที่มีอยู่ภายในเครื่องลงได้

 

 

 

4. เมื่อเครื่องช่วยฟังโดนน้ำ ให้รีบนำถ่านออก และทำให้เครื่องแห้งโดยเร็ว หรือให้รีบนำเครื่องเข้าศูนย์บริการฯ เพื่อทำการตรวจเช็คโดยเร็วที่สุด

 

 

ไม่ควรปล่อยให้เครื่องช่วยฟังสัมผัสน้ำ ความชื้น หรือเหงื่อเป็นเวลานานๆ เพราะอาจสร้างความเสียหายให้กับเครื่องช่วยฟังได้

Hearing Care Set

 

สอบถามผลิตภัณฑ์ป้องกันความชื้นและเครื่องอบไล่ความชื้น ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

“ดินไดอะตอม” สารดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง

 

        ไดอะตอมมาเชียส เอิร์ธ (Diatomaceous Earth) หรือที่เรียกว่า ดินไดอะตอม เป็นดินที่เกิดจากการทับถมของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว พบได้ในประเทศเดนมาร์ก มีลักษณะโครงสร้างเป็นรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รูพรุนเหล่านี้ทำให้ดินไดอะตอมมีคุณสมบัติในการดูดซับ และกักเก็บน้ำได้ดี มีประสิทธิภาพสูงในการดูดความชื้น

 

      อย่างไรก็ตาม การดูดความชื้นของดินไดอะตอมที่มีแรงดึงดูดของโมเลกุลค่อนข้างมาก ประสิทธิภาพในการดูดความชื้นที่ยาวนาน รวมถึงการคายความชื้นต่ำหรือไม่เกิดขึ้นเลย ทำให้ “ดินไดอะตอม” ถือเป็นทางเลือกที่ดีของสารดูดความชื้น และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

 

 

“ดินไดอะตอม” ได้ถูกบรรจุอยู่ในรูปแบบซอง หรือที่เรียกว่า DRY-BAG มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมในการดูดความชื้นให้กับเครื่องช่วยฟัง ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

 

5 คุณสมบัติเด่น

สารดูดความชื้นเครื่องช่วยฟัง DRY-BAG


1. ความสามารถในการดูดความชื้นที่มากถึง 75% ของน้ำหนักตัวเอง (มากกว่า Silica Gel ถึง 3 เท่าตัว) ซึ่งจะช่วยป้องกันเครื่องช่วยฟังจากความชื้นได้เป็นอย่างดี ลดโอกาสเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดสนิมภายในตัวเครื่องได้

Dry Bag for hearing aid

 

2. การปกป้องเครื่องช่วยฟังจากความชื้นที่ยาวนานกว่า ด้วยความเร็วในการดูดความชื้นของ DRY-BAG จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น ตามความชื้นสัมพัทธ์รอบข้าง โดยจะรักษาสมดุลย์ของความชื้นสัมพัทธ์ภายในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังไม่ให้ต่ำหรือสูงจนเกินไป และช่วยปกป้องเครื่องช่วยฟังจากความชื้นได้อย่างยาวนาน ตลอดการเก็บรักษาในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังอย่างมิดชิด

 

3. ความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม DRY-BAG ได้รับการรับรองความปลอดภัยในการจัดเก็บ การใช้งาน และการกำจัดภายหลังการใช้งานจากรัฐบาลประเทศเดนมาร์ก สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

 

4. คุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน “สารดูดความชื้นระดับสากล” กล่าวคือ DRY-BAG ได้รับมาตรฐาน US-Mil-Spec D3464D (ประเทศสหรัฐอเมริกา) DIN 55.473 (ประเทศเยอรมนี) และได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงคือ Cambridge Refrigeration Technology (ประเทศอังกฤษ) และ BFSV (ประเทศเยอรมนี)

 

5. ความพิเศษของบรรจุภัณฑ์ DRY-BAG บรรจุในกระดาษ TYVEK จากบริษัท Du Pont เป็นกระดาษชนิดพิเศษ มีความแข็งแรง แต่ยืดหยุ่นสูง สะท้อนแสง UV ทนน้ำ ทนต่อแรงฉีกขาด อากาศไหลเวียนผ่านได้ดี ทำให้ดูดจับอณูของความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ความชื้น ตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องช่วยฟังเงียบ ติดๆ ดับๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือเครื่องเสีย เสื่อมสภาพ สิ้นเปลืองเงินในการซื้อเครื่องช่วยฟังใหม่

 

 

 



ปกป้องเครื่องช่วยฟังของคุณให้ปราศจากความชื้น ด้วย
DRY-BAG และ Hearing Care Package หรือ เครื่องอบไล่ความชื้นคุณภาพสูง Dry and Store

Hearing-Care-package-ชุดเซทดูแลเครื่องช่วยฟัง

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ปกป้องความชื้นให้กับเครื่องช่วยฟัง ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai
ช้อปผลิตภัณฑ์ทาง Shopee:

4 ข้อควรรู้ ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ

วัยผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สติปัญญาและสมอง ทุกอย่างจะเริ่มทำงานช้าลงในขณะที่อายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการทำงานของประสาทการรับเสียงที่เริ่มเสื่อมลงด้วยเช่นกัน

 

4 ข้อควรรู้ ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ มีดังนี้


1. ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ แบบค่อยเป็นค่อยไป

ในวัยผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นการสูญเสียความสามารถทางการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไป ของหูทั้งสองข้าง เป็นอาการที่เกิดได้ทั่วไปซึ่งสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น

และพบประมาณ 30 คน จาก 100 คนในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป บางคนจึงไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรก และยังคงได้รับผลกระทบไม่มาก

 

 


 

2.ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบ “มากกว่าที่หู”

ผู้มีอาการประสาทหูเสื่อมตามอายุที่ไม่ได้ใส่เครื่องช่วยฟังมีแนวโน้มที่จะมีความรู้สึกหดหู่มากกว่าผู้ที่ประสาทหูเสื่อมที่ใส่เครื่องช่วยฟัง*

เนื่องจากปัญหาการฟังและการสื่อสาร ทำให้อยากแยกตัวเองออกจากคนรอบข้าง ครอบครัว และเพื่อน ส่งผลให้เกิดความหดหู่ เศร้า และรู้สึกโดดเดี่ยว นอกจากนั้นความบกพร่องทางการได้ยินอาจนำไปสู่อันตรายแก่ร่างกายได้ เช่น ไม่ได้ยินเสียง รถ ที่กำลังวิ่งเข้ามาขณะเดินอยู่บนถนน

 


 

3. ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ มักมีปัญหาในการฟังเสียงสูง ได้ยินแต่จับคำพูดไม่ได้

อาการของผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมตามอายุ โดยทั่วไปรู้สึกว่าได้ยินเสียงคนอื่นพูดพึมพำ มีปัญหาการได้ยินเสียงสูงเช่น เสียงนาฬิกาเดิน มีปัญหาการฟังและความเข้าใจในบทสนทนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ที่มีเสียงรบกวนมาก ฟังเสียงผู้ชายง่ายกว่าเสียงผู้หญิง บางเสียงที่รู้สึกว่าดังมากเกินไปและน่ารำคาญ หรือมีเสียงดังในหู

ประสาทหูเสื่อมในผู้สูงอายุส่วนใหญ่แล้วจะส่งผลต่อการรับเสียงสูงจึงทำให้รู้สึกว่าได้ยินเสียงแต่จับคำพูดไม่ได้ ดังนั้นเรามักสังเกตว่าผู้สูงอายุยังคงพูดเสมอว่าได้ยินได้เห็นซึ่งจริงๆ แล้วคือการได้ยินแต่จับคำพูดไม่ได้ เนื่องจากเสียงบางเสียงผู้สูงอายุไม่สามารถได้ยิน

 


 

4. ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ เสื่อมตามอายุ ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ และปัญหาทางด้านสุขภาพ

ประสาทหูเสื่อมตามอายุไม่สามารถป้องกันได้ ไม่สามารถรักษาให้หายได้ สาเหตุของประสาทหูเสื่อมในผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ขนรับเสียงในอวัยวะของหูชั้นใน ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้น ปัญหาทางสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ผลข้างเคียงจากยา เช่น แอสไพริน ยาเคมีบำบัด และยาปฏิชีวนะบางตัว

 


 

สมองส่วนที่ทำหน้าที่ด้านการได้ยินต้องการเสียงเข้าไปกระตุ้น เพื่อให้คงสมรรถภาพในการทำงานของประสาทการได้ยิน หากไม่มีเสียงเข้าไปกระตุ้น ประสิทธิภาพของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ด้านการได้ยินจะเสื่อมถอยลง

 

การช่วยเหลือผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมตามวัยด้วยเทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังจะช่วยให้การได้ยินดีขึ้น แม้ผู้สูงอายุจำนวนมากมีความบกพร่องทางการได้ยินแต่เป็นที่น่าเสียดายว่ายังได้รับการตรวจการได้ยินในอัตราน้อยกว่าที่เป็นอยู่

 

สำหรับผู้สุงอายุที่มีปัญหาได้ยินแต่จับคำพูดไม่ได้ หรือผู้ที่สงสัยว่าจะมีอาการประสาทหูเสื่อม สามารถนัดหมายเข้ารับการตรวจช่องหูเพื่อดูสุขภาพของช่องหู ตรวจสมรรถภาพของหูชั้นกลาง และการตรวจการได้ยินเพื่อให้ทราบความบกพร่องในแต่ละความถี่ โดยนักแก้ไขการได้ยินได้ที่ ศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังอินทิเม็กซ์ ทุกสาขา

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ ยินดีให้บริการ
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
* https://www.nidcd.nih.gov/health/age-related-hearing-loss
** https://www.asha.org/uploadedFiles/AIS-Hearing-Loss-Age-Related.pdf
ช็อกโกแลตกับการได้ยิน

 

      อาหารแทบทุกชนิดล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเรา ทุกคนรู้ว่านมดีต่อกระดูก และแครอทดีต่อสายตา แต่ใครจะรู้ว่าช็อกโกแลตดีสำหรับการได้ยิน

 

ช็อกโกแลต อาหารทรงคุณค่าแก่การได้ยิน


      ช็อกโกแลต (Chocolate) หนึ่งในผลิตผลที่มาจากเมล็ดโกโก้ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอลอย่างฟลาโวนอยด์ที่ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

       นอกจากนี้ในช็อกโกแลตยังมีสารเคมีที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง อย่างสารเซโรโทนิน โดพามีน ในการปรับสภาพอารมณ์และส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ช่วยลดภาวะอาการซึมเศร้าและความเครียดลงได้

 


ทีมนักวิจัย นำโดย Dr.Sang-Yeow Lee แพทย์หู คอ จมูก The Seoul National University Hospital ได้เผยแพร่งานวิจัยล่าสุด* ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients Journal เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 โดยเป็นการสำรวจของ Korean National Health and Nutrition Examination Survey กับประชากร 3,575 คน ที่มีอายุระหว่าง 40 – 64 ปี ในปี พ.ศ. 2555 – 2556 พบว่า…“อัตราการเกิดความบกพร่องทางการได้ยิน ทั้งเกิดในหูข้างเดียวหรือเกิดในหูทั้งสองข้าง ของผู้ที่รับประทานช็อกโกแลตต่ำกว่า ผู้ที่ไม่ได้รับประทานช็อกโกแลตอย่างมีนัยสำคัญ”

 

งานวิจัยยังพบว่า การรับประทานช็อกโกแลตเป็นประจำ อาจช่วยป้องกันผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนจากการเกิดความบกพร่องทางการได้ยินได้

 

       อย่างไรก็ตาม การบริโภคช็อกโกแลตควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น

 

 

ด้วยความห่วงใย

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6520725/
https://www.pobpad.com/
7 ข้อ เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ โควิด-19

       เมื่อทั้งโลกเปลี่ยนไปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมที่ต้องการให้ผู้คนอยู่ห่างกัน ทำให้ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ และธุรกิจหลายธุรกิจต้องปิดตัวลง เป็นสาเหตุให้เราต้องแยกตัวเอง หลีกเลี่ยงพาตัวเองออกจากที่ที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก รักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัย และเพื่อป้องกันการแพร่กระจายตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

      สำหรับผู้มีปัญหาทางการได้ยิน การรักษาสุขภาพการได้ยิน การดูแลรักษาเครื่องช่วยฟัง และอุปกรณ์ส่งเสริมการฟังที่เชื่อมต่อแบบไร้สายต่างๆ ให้ยังคงใช้งานได้ดีเต็มประสิทธิภาพ มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากความจำเป็นที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับความเครียด

 

การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ 7 ข้อ ดังนี้

สำหรับผู้สูญเสียการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟัง


1. สำรองแบตเตอรี่

ท่านมั่นใจหรือไม่? ว่าท่านสำรองแบตเตอรี่ไว้เพียงพอสำหรับการใช้งานเครื่องช่วยฟังอย่างน้อยในอีก 2 เดือนข้างหน้า เติมสต๊อกแบตเตอรี่ของท่านให้เต็ม พร้อมใช้งานตลอดเวลา การสั่งซื้อออนไลน์ในช่วงเวลานี้อาจจะเหมาะสมกับสถานการณ์ได้ดี

 

ท่านสามารถเลือกช่องทางในการสั่งซื้อ ที่ท่านสะดวก:

  • โทร. 089 – 053 7111, 053 – 271 533
  • ออนไลน์ : Facebook, Line ID : @hearingchiangmai
  • Shopee : INTIMEXCHIANGMAI

 

2. การติดต่อผู้ให้บริการ กรณีฉุกเฉิน (เช่น เครื่องเงียบ เครื่องเสีย แบตเตอรี่หมด ฯลฯ)

เพื่อความอุ่นใจ ขอให้ท่านบันทึกเบอร์โทรติดต่อศูนย์บริการฯ หรือ เพิ่มช่องทางติดต่อทางออนไลน์ เช่น Facebook และ Line ของศูนย์บริการ ไว้ติดต่อยามฉุกเฉิน

 

3. รับบริการที่รถ (สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้ารับบริการภายในศูนย์ฯ)

ใช้บริการรอในรถ หรือทิ้งเครื่องช่วยฟังไว้กับผู้ให้บริการได้ทำการตรวจเช็คและทำความสะอาด (ใช้เวลาประมาณ 30 – 40 นาที) แล้วสามารถกลับเข้ามารับเครื่อง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และลดความแออัดในการเข้ารับบริการภายในตัวอาคาร

 

4. Social Distancing การเว้นระยะห่าง ในการเข้ารับบริการ

การนัดหมายล่วงหน้า จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถจัดสรรระยะเวลาการให้บริการแต่ละบุคคลได้ห่างกัน เพื่อลดความแออัดภายในศูนย์บริการ และจัดแบ่งโซนพื้นที่ให้บริการ โดยผู้เข้ารับบริการควรนั่งเว้นระยะห่างระหว่างนั่งรอรับบริการ เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการทุกท่าน

 

5. ติดต่อเพื่อน หรือญาติของคุณอย่างสม่ำเสมอ (กรณีอยู่คนเดียว)

โทรศัพท์ หรือวีดีโอคอล กับเพื่อนหรือญาติของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เขาเหล่านั้นทราบว่า ท่าน/เขา ยังสบายดีและปลอดภัยดี

 

6. พิจารณาซื้อเครื่องสำรอง (Intimex Line My Shop)

หากท่านจำเป็นต้องได้ยิน และต้องใส่เครื่องเป็นประจำทุกวัน โปรดพิจารณาเครื่องสำรองเป็นตัวเลือกในสถานการณ์เช่นนี้

“เครื่องช่วยฟังประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โอกาสที่จะชำรุด ทำงานผิดปกติ หรือหยุดทำงานกระทันหันเกิดขึ้นได้เสมอ หากเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์ประกาศสั่งห้ามออกนอกเคหะสถาน ท่านจะไม่สามารถส่งซ่อมได้ ด้วยเหตุนี้การมีเครื่องสำรองชั่วคราว อาจเป็นการเตรียมความพร้อมที่คุ้มค่า”

 

7. เตรียมพร้อมหากคุณต้องพบแพทย์ที่โรงพยาบาล

หากท่านมีความจำเป็นต้องพบแพทย์ ขอให้เตรียมเครื่องช่วยฟังที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และแบตเตอรี่สำรองเผื่อไว้  ขอให้พาญาติหรือเพื่อนไปด้วยทุกครั้ง และจำเป็นต้องแจ้งแพทย์และพยาบาลที่เกี่ยวข้องว่าท่านมีความบกพร่องทางการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟังอยู่

 


              ศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังอินทิเม็กซ์ ยังอยู่เคียงข้างผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากทางราชการ เพื่อช่วยให้ท่านมีความสุขกับการได้ยินอย่างที่ท่านต้องการ นอกจากนั้นเพื่อให้บริการสนับสนุนแก่ท่านที่ใส่เครื่องช่วยฟัง  ศูนย์ฯ ได้เพิ่มบริการพิเศษในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด ดังนี้

  1. จัดเจ้าหน้าที่ให้บริการรับ-ส่งเครื่องที่รถส่วนตัวของท่าน โดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องลงจากรถ
  2. จัดทำราคาเครื่องช่วยฟังสำรอง ในราคาพิเศษ ท่านสามารถสั่งซื้อผ่าน Line My Shop ที่ Intimex Line My Shop

 

การแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ทำให้ชีวิตของพวกเราทุกคนเต็มไปด้วยความท้าทาย ดังนั้นโปรดให้ความสำคัญกับการได้ยินของท่าน และติดต่อกับผู้ให้บริการด้านการได้ยินที่สามารถช่วยให้ท่านเตรียมพร้อมผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกัน

 

ผู้บกพร่องทางการได้ยินมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19

 

ด้วยเหตุที่ว่า ทำไมผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน

ถึงมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19

 

จากข้อมูลหลายแหล่งได้ให้รายละเอียด ดังนี้;


ประการแรก ปัญหาการสื่อสารด้านการดูแลสุขภาพ ที่ผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดของข้อมูลข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกต้อง และบ่อยครั้งที่ระดับความรู้ด้านสุขภาพลดลง หรือ ความฉลาดทางสุขภาพ (Health Literacy) อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาดในการใช้ยาและการรักษา


ความฉลาดทางสุขภาพ (Health Literacy) หมายถึง ความสามารถและทักษะในการเข้าถึงข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อวิเคราะห์ ประเมินการปฏิบัติและจัดการตนเอง รวมทั้งสามารถชี้แนะเรื่องสุขภาพส่วนบุคคล ครอบครัว และชุมชน เพื่อสุขภาพที่ดี

 


ประการที่สอง ความรู้สึกโดดเดี่ยว ความเครียด วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าจากการแยกตัวออกจากสังคมของผู้บกพร่องทางการได้ยิน อาการเหล่านี้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 และเสี่ยงมากยิ่งขึ้นสำหรับ…ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน เป็นต้น โรคเหล่านี้พบได้บ่อยในผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน


 

 

หากท่านมีความจำเป็นต้องพบแพทย์

ในช่วงของการระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ควรเตรียมความพร้อม ดังนี้

 

1. สวมอุปกรณ์ป้องกันหน้ากากอนามัยอย่างมิดชิด

2. เดินไปกับญาติ หรือบุคคลในครอบครัว เพื่อช่วยฟังคำอธิบายจากแพทย์

3. ใส่เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับระดับการได้ยินตลอดเวลา

4. นำยาที่รับประทานอยู่ติดตัวไปด้วย

5. ระหว่างที่มีโรคระบาด ทางโรงพยาบาลจะมีผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จะยุ่งกับการดูแลผู้ป่วย และมีเวลาให้ท่านน้อย ขอให้ญาติหรือบุคคลในครอบครัวจดจำสิ่งที่แพทย์บอก การรับประทานยาตามแพทย์สั่ง และการวางแผนการรักษา

6. ถ้าท่านพักอยู่โรงพยาบาลในช่วงเวลาที่มีโรคระบาด ควรพยายามออกจากโรงพยาบาลและกลับมาบ้านให้ได้เร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อในโรงพยาบาล

 


ขอให้ท่านศึกษาคำแนะนำในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และติดตามข่าวสารการแพร่ระบาดอย่างสม่ำเสมอ

 

 

อย่าลืมสังเกตตัวเอง หากมีอาการไข้สูงมากกว่า 37.5 องศา  ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล หายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก คุณอาจเสี่ยงติดเชื้อ Covid-19 ควรรีบมาพบแพทย์ด่วน!

 

 

ด้วยความห่วงใย,

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.chadruffinmd.com/blog/2020/3/15/covid-19-and-hearing-loss
กรมอนามัย

หูตึง ป้องกัน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง หูฟัง หูหนวก หูดับ เครื่องช่วยฟัง

 

แท้จริงแล้ว ปัญหาการได้ยินหรืออาการหูตึง เราไม่สามารถป้องกันได้ 100% และจะพบว่าในบางรายมีสาเหตุเกิดจากประสาทหูเสื่อมตามวัย เช่น วัยชราหรือวัยสูงอายุ ซึ่งเป็นการเสื่อมที่ไม่สามารถป้องกันได้

 

แต่หากมาจากสาเหตุของการที่ต้องเจอ หรือสัมผัสกับเสียงดังเป็นเวลานานๆ และบ่อยครั้ง เราสามารถป้องกันได้ ดังนี้

 

5 วิธีป้องกันหูตึง ดังต่อไปนี้


 

1.  หลีกเลี่ยงเสียงดัง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ สถานที่ไหนที่ต้องเผชิญกับเสียงดัง ก็ควรออกห่าง หลีกเลี่ยง หรือหาอุปกรณ์ป้องกัน เพราะไม่คุ้มเลยกับการที่เราจะมีปัญหาการได้ยินในอนาคต

 

แล้วจะสังเกตได้อย่างไร ว่าเสียงดังเกินไป?

  • คุณต้องพูดเสียงดังกว่าเดิม เพื่อให้คู่สนทนาเข้าใจ
  • คุณไม่ค่อยเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร
  • คุณรู้สึกปวดหู
  • มีอาการหูอื้อ หรือได้ยินเสียงอู้อี้

 

        ระดับความดังของเสียง จะถูกวัดออกมาเป็นค่าเดซิเบล (dB) ยิ่งเสียงดังมาก ค่าเดซิเบลยิ่งสูง เสียงที่ดังมากกว่า 85 เดซิเบลเป็นค่าที่สูงจนเสียงมีผลต่อการทำลายการได้ยิน จึงไม่ควรอยู่ในพื้นที่นั้นเป็นเวลานานๆ

 

ตัวอย่างระดับความดังของเสียง

  • เสียงกระซิบ – 30 เดซิเบล
  • เสียงพูดคุยทั่วไป – 60 เดซิเบล
  • เสียงการจราจรคับคั่ง – 70 ถึง 85 เดซิเบล
  • เสียงรถจักรยานยนต์ – 90 เดซิเบล
  • เสียงเพลงผ่านหูฟังในระดับสูงที่สุด – 100 ถึง 110 เดซิเบล
  • เสียงเครื่องบินกำลังขึ้น – 120 เดซิเบล

หรือคุณอาจลองใช้แอพในมือถือ ที่สามารถวัดระดับความดังของเสียง เพื่อเลี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่ดังเกิน 85 เดซิเบลได้

 

2. ฟังเพลงแต่พอดี การฟังเพลงผ่านหูฟังถือว่าเป็นอันตรายต่อหูเป็นอย่างมาก จึงควรระมัดระวังในการฟัง ดังนี้

  • ฟังในระดับความดังที่พอดี ไม่ดังจนเกินไป ซึ่งปกติแล้วไม่ควรเกิน 60% ของความดังสูงสุด
  • ไม่ควรใช้หูฟังนานเกิน 1 ชั่วโมง หากจะใช้นานๆ ควรพักหูประมาณ 5 นาทีก่อนใช้ใหม่

แค่ลดระดับเสียงลดนิดหน่อย ก็ช่วยรักษาการได้ยินของคุณได้นานขึ้นได้

 

3. ป้องกันเวลาไปงานอีเวนท์ หากมีความจำเป็นต้องไปทำกิจกรรมหรือออกงานอีเวนท์ที่มีเสียงดัง เช่น คอนเสิร์ต สนามกีฬา ที่เที่ยวกลางคืน ควรป้องกันดังนี้

  • อยู่ห่างจากจุดที่มีเสียงดัง เช่น ลำโพงขยายเสียง
  • พยายามพักหู โดยการออกห่างจุดที่มีเสียงดัง ทุก 15 นาที
  • หลังจากกลับจากงานที่มีเสียงดัง ควรพักผ่อนอย่างเงียบๆ ประมาณ 18 ชั่วโมง
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน เช่น Earplug

 

4. ทำงานอย่างระมัดระวัง หากคุณต้องทำงานในที่ที่มีเสียงดังตลอดเวลา ควรคุยกับหัวหน้างานว่าจะมีผลต่อการได้ยินในอนาคต จึงควรให้ที่ทำงานช่วยป้องกันดังนี้

  • หากเป็นไปได้ ควรปรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้มีเสียงดังลดน้อยลง
  • ไม่ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน เช่น Earplug

 

5. ตรวจการได้ยินสม่ำเสมอ โดยปกติแล้วควรตรวจการได้ยินทุกปี หรือหากรู้สึกว่ากำลังมีปัญหาการได้ยินก็ยิ่งรีบมาตรวจการได้ยินให้เร็วที่สุด  นักแก้ไขการได้ยินหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ให้คำแนะนำอย่างถูกต้องให้กับคุณ

 

แค่ 5 ข้อง่ายๆ แค่นี้ ก็ช่วยรักษาการได้ยินให้อยู่กับคุณไปนานๆ ได้

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai