Thai Languages-Specific Targets

 

รู้หรือไม่ ทั่วโลกเรามีภาษาในการพูดสื่อสารมากกว่า 7,000 ภาษา ซึ่งภาษาพูดที่ใช้กันมากที่สุดคือ ภาษาอังกฤษ และรองลงมาคือ ภาษาจีนแมนดาริน

 

2022 languages with the most speakers

ข้อมูลจาก Ethnologue, 2022

 

    การสื่อสารด้วยภาษาพูดในแต่ละประเทศ แต่ละพื้นที่นั้นมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงการพูด ความหนักเบาของน้ำเสียง หรือแม้แต่ความเร็วในการพูด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการรับฟังเสียงสำหรับผู้ใส่เครื่องช่วยฟัง

 

 

 

 

Language Specific Targets

ระบบการตั้งค่าเครื่องช่วยฟัง สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ

คิดค้นและพัฒนาโดย Marshall Chasin, AuD และ Neil S. Hockley, MSc


language specific targets

ซอฟต์แวร์ Bernafon’s Oasis fitting รองรับกว่า 7,000 ภาษา

      Language Specific Targets เป็นระบบที่มีอยู่ในซอฟต์แวร์การตั้งค่าเครื่องช่วยฟังของ Bernafon ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาด้านภาษาในการฟังโดยใช้ปัจจัยทางภาษาศาสตร์ เพื่อสร้างสัญญาณเสียงพูดให้เหมาะสมกับภาษาของผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟัง

    ระบบการตั้งค่านี้รองรับภาษามากกว่า 7,000 ภาษา เช่น ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษาไทย ภาษาละติน ฯลฯ (สอบถามผู้ให้บริการเครื่องช่วยฟังของท่าน)

 

 

เปรียบเทียบภาษาพูด ระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาเกาหลี

การค้นคว้าของ Dr.Marshall Chasin, Au.D., Reg. CASLPO, AuD(C), Unpublished data, 2010.


English result

English: ‘‘My mother is at home.’’ Note the higher intensity of the entence final object as compared with the sentence final elements in Korean. Unpublished data from Chasin (2010).

Korean result

Korean: ‘‘A pretty picture is hanging on the wall.’’ Actual Korean word order: ‘‘A pretty picture the wall on is hanging.’’ The phrase ‘‘on is hanging’’ has significantly lower intensity than the sentence initial subject. Unpublished data from Chasin (2010).

 

       จากการค้นคว้าของ Dr.Marshall Chasin ได้เผยให้เห็นถึงความเข้มของเสียงในรูปประโยคสุดท้ายของภาษาอังกฤษ (object) ที่มีความเข้มสูงกว่ารูปประโยคสุดท้ายของภาษาเกาหลี (Verb)

       และในรูปประโยคภาษาเกาหลี วลี ‘‘on is hanging’’ (Verb) มีความเข้มของเสียงต่ำกว่าประโยคแรก (Subject) อย่างมีนัยสำคัญ

 

Eng VS Korean

ภาพกราฟแสดงระดับความดังเสียงในการ input/output (dB SPL) ระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาเกาหลี

         ทั้งนี้จากภาพกราฟแสดงถึงระดับความดังเสียง ในการ input/output (dB SPL) ระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาเกาหลี ที่แตกต่างกัน

      Language Specific Targets ระบบการตั้งค่าภาษานี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟังคนเกาหลี สามารถรับฟังเสียงได้ง่ายขึ้น

 

 

นอกจากนี้ Dr.Marshall Chasin ได้ยกตัวอย่างระดับความถี่เสียงที่ใช้ในภาษาอื่นๆ สำหรับผู้ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ไว้ดังนี้

Compare Languages

ภาพตารางแสดงระดับความถี่เสียงกับภาษาอื่นๆ

 

 

Language Specific Targets ระบบการตั้งค่าภาษา จะช่วยให้ผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟังรับฟังเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ความหนักเบาของเสียง  ฯลฯ ในภาษาภูมิภาคของตนได้ง่ายขึ้น

 

 


ทดลองฟัง เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง Bernafon พร้อมการตั้งค่าผู้ใช้งานภาษาไทย

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111

Call-Button-Intimex chiangmai hearingchiangmai Line: @hearingchiangmai

เช็คสัญญาณปัญหาการได้ยิน-อาการหูตึง

 

        หูไม่ได้ยิน หรือหูตึง ปัญหาการได้ยินที่คนส่วนมากมักมองข้ามและไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร รู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อเริ่มสื่อสารกับผู้อื่นลำบากแล้ว

        อาการของการสูญเสียการได้ยินหรือหูตึง มีหลายระดับขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรง บางรายสูญเสียการได้ยินเล็กน้อยในหูทั้งสองข้าง บางรายสูญเสียการได้ยินรุนแรงในหูข้างเดียว หรือบางรายสูญเสียการได้ยินในแต่ละข้างไม่เท่ากัน ดังนั้นประสบการณ์การฟังย่อมแตกต่างกัน

 

เช็คสัญญาณอาการที่เข้าข่ายผู้มีปัญหาการได้ยิน

ตรวจเช็คอาการดังต่อไปนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมและหาวิธีป้องกันให้กับการได้ยินของคุณ


ดูทีวีเสียงดัง อาการหูตึง

  • เพื่อนหรือครอบครัวบอกว่าคุณเปิดทีวีหรือวิทยุดังเกินไป
  • คุณมีปัญหาในการทำความเข้าใจคำพูด โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง
  • คุณมีปัญหาในการสนทนาทางโทรศัพท์
  • คุณมีความรู้สึกว่าได้ยิน แต่ฟังไม่เข้าใจ
  • คุณไม่แน่ใจว่าเสียงมาจากทิศทางไหน
  • คุณมักจะขอให้ผู้อื่นพูดซ้ำๆ
  • คุณต้องพึ่งพาคู่สมรสหรือคนที่คุณรักเพื่อช่วยให้คุณได้ยิน
  • คุณพบว่าตัวเองกำลังหลีกเลี่ยงสถานการณ์ทางสังคม
  • คุณรู้สึกอ่อนเพลียหลังจากเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมที่เกิดจากความเหนื่อยล้าในการฟัง
  • คุณมีอาการเสียงดังในหู
  • คุณมีอาการหูอื้อ

 

     หากพบว่าตัวคุณเองมีปัญหาการได้ยินตามอาการดังกล่าว กรณีเพิ่งเริ่มมีอาการ แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูก เพื่อทำการรักษา หรือกรณีไม่แน่ใจว่าตัวคุณเองมีปัญหาการได้ยินหรือไม่ บางครั้งได้ยินดี แต่ในบางครั้งกลับไม่ได้ยิน

       แนะนำให้คุณตรวจการได้ยิน คุณจะทราบถึงระดับการได้ยินว่าอยู่ในระดับใด มีปัญหาการได้ยินในช่วงความถี่เสียงไหน เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมและหาวิธีการป้องกันหรือวิธีการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ โดยคุณสามารถเข้ารับบริการตรวจการได้ยินได้ที่โรงพยาบาล หรือศูนย์บริการเอกชนใกล้บ้าน

 

 

คุณสามารถตรวจการได้ยินประจำปีได้โดยไม่ต้องรอให้แพทย์สั่ง หรือรอให้ตัวคุณเองไม่ได้ยิน

 

    


ปรึกษาปัญหาการได้ยิน บริการตรวจการได้ยิน (Pure-Tone Audiometry)

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111

hearingchiangmai    Line: @hearingchiangmai

 

ขอบคุณข้อมูลจาก healthyhearing.com
เครื่องช่วยฟังกับผู้สูงอายุ

      

อายุที่เพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและอวัยวะเริ่มถดถอยและเสื่อมลง

 

      การสูญเสียการได้ยิน หรือหูตึงในผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการเสื่อมของประสาทหูหรือเซลล์ขน (Hair cell) ในการรับเสียง โดยเสื่อมตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเสื่อมในวัยผู้สูงอายุนั้นจะค่อยๆ เริ่มเสื่อมอย่างช้าๆ ส่งผลให้การได้ยินค่อยๆ ลดลง

 

คุณยายไม่ได้ยิน

      ปัจจุบันยังไม่มียาใดที่จะช่วยรักษาหรือฟื้นฟูให้การได้ยินกลับมาเป็นปกติดังเดิมได้

      ทั้งนี้การใส่เครื่องช่วยฟังจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้ยินดีขึ้น เครื่องช่วยฟังจะทำหน้าที่ขยายเสียง โดยเสียงจะเป็นตัวเข้าไปกระตุ้นประสาทหูที่เหลืออยู่ให้ทำงานและคงสภาพการได้ยินไว้

 

 

หูตึงระดับใด ที่ผู้สูงอายุควรใส่เครื่องช่วยฟัง?

หูตึงมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับเล็กน้อย – ระดับรุนแรง


ระดับการสูญเสียได้ยินกับการใส่เครื่องช่วยฟังในวัยผู้สูงอายุ มีดังนี้

  • หูตึงระดับเล็กน้อย (26 – 40 dB) ยังสามารถสื่อสารได้ ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง
  • หูตึงระดับปานกลาง (41 – 55 dB) เริ่มสื่อสารด้วยเสียงที่ดังขึ้น จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง
  • หูตึงระดับค่อนข้างรุนแรง (56 – 70 dB) เริ่มสื่อสารด้วยการตะโกน จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง
  • หูตึงระดับรุนแรง (71 – 90 dB) จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง ประเภทกำลังขยายสูง*

หมายเหตุ

สูญเสียการได้ยิน มากกว่า 40 dB ขึ้นไป แพทย์แนะนำการใส่อุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง
สูญเสียการได้ยิน มากกว่า 80 dB ขึ้นไป แพทย์แนะนำการผ่าตัดประสาทหูเทียม (หลักเกณฑ์การผ่าตัดประสาทหูเทียม)

 

เครื่องช่วยฟัง กับ ผู้สูงอายุ


เครื่องช่วยฟังกับผู้สูงอายุ     นอกจากแว่นตาแล้ว เครื่องช่วยฟังก็ยังเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในวัยผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางการได้ยินด้วยเช่นกัน การใส่เครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลามากกว่า 5 – 10 ปี เป็นเรื่องค่อนข้างยากในการฟัง เนื่องจากตัวผู้สูงอายุเองไม่ได้ยินเสียงบางเสียงมานาน เมื่อใส่เครื่องช่วยฟังแล้วอาจทำให้รู้สึกรำคาญได้ จึงจำเป็นต้องค่อยๆ ปรับตัวและให้เวลากับมัน (อ่าน 10 เทคนิคการเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง)

       หรือในบางท่านได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการซื้อเครื่องช่วยฟังในอินเทอร์เน็ตมาใส่เอง ใส่แล้วมีเสียงดังรบกวน ทำให้ฟังไม่รู้เรื่องมากกว่าเดิม บางท่านเสียงดังจนปวดหู ทำให้รู้สึกรำคาญ ทนใส่ไม่ไหวและไม่อยากใส่เครื่องอีกเลย

 

      ดังนั้น การใส่เครื่องช่วยฟังที่ดีควรเริ่มใส่ตั้งแต่ท่านเริ่มไม่ค่อยได้ยิน หรือเริ่มสื่อสารกับคนรอบข้างลำบาก ซึ่งโดยมากแล้วแพทย์จะแนะนำให้ใส่เมื่อมีการสูญเสียการได้ยิน มากกว่า 40 dB ขึ้นไป และควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่ได้มาตรฐาน มีการตรวจการได้ยินและปรับเครื่องตามผลการได้ยิน เพื่อให้ท่านใส่เครื่องช่วยฟังแล้วฟังสบาย สื่อสารกับคนรอบข้างกับลูกหลานได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

 


ปรึกษาปัญหาการได้ยิน ตรวจการได้ยินผู้สูงอายุ (Pure-Tone Audiometry)

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง DFC ตัดเสียงหวีดรบกวน

 

อีกหนึ่งปัญหาของผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟัง คือ

เสียงหวีดรบกวน

 

         ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอิริยาบถใด หรือมีสิ่งใดเข้าใกล้กับเครื่องช่วยฟังของคุณ เครื่องก็มักจะส่งเสียงหวีด (Feedback) รบกวนออกมาทำให้คุณรู้สึกรำคาญ และในบางครั้งยังทำให้คุณรู้สึกขาดความมั่นใจต้องคอยกังวลว่าจะมีเสียงหวีดรบกวนระหว่างการสนทนา หรือสร้างความรำคาญให้กับผู้คนรอบข้างหรือไม่

 

 

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง 

Dynamic Feedback Canceller™ (DFC™)


Dynamic Feedback Canceller datapoint

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง Dynamic Feedback Canceller™ วิเคราะห์สัญญาณสูงสุด 126,000 ครั้งต่อวินาที

      DFC™ เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนอย่างรวดเร็วที่มีอยู่ในเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอลคุณภาพสูงจากเบอร์นาโฟน (Bernafon) ประมวลผลด้วยไมโครชิปใหม่ (Microchip) เทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ

 

ด้วยการขจัดเสียงหวีดรบกวนออกจากเครื่องช่วยฟัง ภายใน 22 มิลลิวินาที*

 

 

 

        หากคุณเป็นบุคคลหนึ่งที่ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง สวมหมวก สวมแว่นตา คุยโทรศัพท์ หรือแม้แต่การโอบกอดคนรักของคุณเป็นประจำ เทคโนโลยี DFC™ จะช่วยเสริมสร้างการมีบุคลิกภาพที่ดีให้กับคุณ ให้คุณไม่ต้องคอยกังวลเสียงหวีด (Feedback) จากเครื่องช่วยฟังที่จะคอยรบกวน สร้างความรำคาญให้กับตัวคุณเองและคนรอบข้าง อีกทั้งยังช่วยให้คุณไม่พลาดกับบทสนทนาสำคัญๆ

 

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง

 

เรียนรู้เทคโนโลยี DFC™ เทคโนโลยีขจัดเสียงหวีดรบกวนอย่างรวดเร็ว ที่มีอยู่ในเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง รุ่น Viron และ Leox

 

 


ขอรับข้อมูลเครื่องช่วยฟังเทคโนโลยี DFC™ และทดลองฟัง ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร : 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ความแตกต่าง เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง vs เครื่องช่วยฟังทั่วไป ราคา

      

 

เครื่องช่วยฟัง ราคาถูก หรือราคาแพง ล้วนมีหลักการทำงานเดียวกัน คือ การขยายเสียง

 

 

       ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เครื่องช่วยฟังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคา และหลากหลายคุณสมบัติในการทำงาน เพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล และแน่นอนว่าเครื่องช่วยฟัง ราคาแพง เทคโนโลยีที่มีฟังก์ชันการทำงานที่มากกว่า เครื่องช่วยฟังราคาถูก

 

       การเลือกเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินหรือบกพร่องทางการได้ยิน นอกจากปัจจัยในเรื่องราคาเครื่องช่วยฟังแล้ว ควรคำนึงถึงประโยชน์และความคุ้มค่าที่จะได้รับจากการใส่เครื่อง คือ เมื่อใส่เครื่องช่วยฟังแล้วสามารถพูดคุยสื่อสารกับผู้คนรอบข้างได้อย่างเข้าใจ ใส่เครื่องแล้วฟังสบาย และที่สำคัญคือ ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานดีขึ้น

 

 

ความแตกต่างเครื่องช่วยฟัง
เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง vs เครื่องช่วยฟังทั่วไป

เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง เครื่องช่วยฟังทั่วไป อนาล็อก อินเทอร์เน็ต ร้านขายยา

 

เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง เครื่องช่วยฟังทั่วไป
  • ซื้อได้ ณ ศูนย์จำหน่ายเครื่องช่วยฟัง
  • ต้องตรวจวัดระดับการได้ยิน
  • เครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล (Digital) มี ไมโครชิพ ที่ช่วยขยายเสียงให้เหมาะสมกับระดับการสูญเสียการได้ยินในแต่ความถี่เสียง สามารถแยกสัญญาณเสียงคำพูดออกจากสัญญาณเสียงรบกวนได้ ช่วยให้ฟังเสียงคำพูดได้ชัดเจนกว่าเสียงรบกวนรอบข้าง
  • สามารถปรับรายละเอียดของเสียงผ่านคอมพิวเตอร์ได้อย่างละเอียด ด้วยซอฟแวร์การปรับเสียงโดยเฉพาะ ช่วยให้มีความแม่นยำมากขึ้น
  • สามารถปรับเสียงตามผลการได้ยิน เพื่อถนอมการได้ยิน
  • มีปุ่ม เพิ่ม – ลด เสียง และปุ่มเปลี่ยนโปรแกรมการฟัง เลือกโปรแกรมเฉพาะการฟังให้เหมาะสม ในแต่ละสถานการณ์ได้ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร เสียงช้อนส้อมกระทบกัน โบสถ์ ฯลฯ
  • ราคาค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน
  • ขนาด สี รูปร่าง ดีไซน์ที่ทันสมัย
  • การบริการหลังการขาย (สอบถามกับผู้จำหน่าย)
  • ซื้อได้ตาม ร้านขายยา อินเทอร์เน็ต ซื้อใส่เองได้เลย
  • ไม่ต้องตรวจวัดระดับการได้ยิน
  • มีทั้งเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล หรือระบบอนาล็อก การขยายเสียงไม่ยืดหยุ่นตามระดับการสูญเสียการได้ยินในแต่ละความถี่เสียง (กรณีระบบอนาล็อก ขยายเสียงด้วย ตัวขยายเสียง และจะขยายทุกเสียงเท่าๆ กัน ทั้งเสียงคำพูดและเสียงรบกวน ใส่แล้วอาจรู้สึกรำคาญได้)
  • ไม่สามารถปรับรายละเอียดของเสียงผ่านคอมพิวเตอร์ได้ และไม่มีซอฟแวร์การปรับแต่งเสียง
  • ไม่สามารถปรับเสียงตามผลการได้ยิน
  • มีปุ่ม เพิ่ม – ลด เสียง และปุ่มเปลี่ยนโปรแกรมการฟัง เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปถูกตั้งค่าจากโรงงาน ไม่สามารถปรับรายละเอียดเสียงเพิ่มได้
  • ราคาถูก ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน
  • รูปแบบเครื่องช่วยฟังทั่วไป
  • ส่วนใหญ่ไม่มีบริการหลังการขาย (สอบถามกับผู้จำหน่าย)

 

เลือกเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง-vs-เครื่องช่วยฟังทั่วไป ราคา

       ด้วยเหตุนี้ การเลือกเครื่องช่วยฟังไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง หรือเครื่องช่วยฟังทั่วไป เครื่องช่วยฟังราคาถูก หรือราคาแพง ควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่ใส่แล้วพอดีกับระดับการสูญเสียการได้ยิน ประเภทและกำลังขยายของเครื่องจะต้องรองรับระดับการได้ยิน และคุณสมบัติของเครื่องจะต้องเหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้การใส่เครื่องช่วยฟังเกิดประโยชน์สูงสุด

 

       หากเลือกเครื่องช่วยฟังที่ไม่พอดีกับระดับการสูญเสียการได้ยิน เมื่อใส่เครื่องไปแล้วอาจสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจ เช่น ไม่ได้ยิน หรือเสียงดังมากเกินไป ฟังแล้วรู้สึกไม่สบายหู ทำให้ผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟังบางรายอาจเข็ดกับการใส่เครื่อง และไม่อยากใส่เครื่องช่วยฟังอีกเลย หรือในกรณีที่ทนใส่เครื่องไปนานๆ อาจส่งผลให้ ประสาทหูเสื่อมมากขึ้น หรือ หูตึงเพิ่มมากขึ้น 

 

 

 

ผู้ที่สูญเสียการได้ยิน หรือผู้ที่ใส่เครื่องช่วยฟัง ควรเข้ารับการตรวจการได้ยินเป็นประจำปีทุกปี เพื่อติดตามผลการได้ยินอย่างสม่ำเสมอ

 

 


ปรึกษาปัญหาการได้ยิน บริการตรวจการได้ยิน และทดลองเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร : 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึงมาก ควรเลือกเครื่องช่วยฟังแบบใด

 

 

หูตึงมาก หรือหูเสียมาก ควรเลือกเครื่องช่วยฟังแบบใด?”

เครื่องช่วยฟังที่ท่านใช้อยู่ เหมาะกับการได้ยินของท่านแล้วหรือไม่?

 

 

เคยสงสัยหรือไม่ว่า…

หูตึงมาก หรือหูเสียมาก ต้องใช้เครื่องช่วยฟังแบบไหน?

หูตึงมาก คือการได้ยินอยู่ในระดับใด?

 

 

หูตึงมาก – รุนแรง


  • หูตึงมาก หูเสียมาก  หมายถึง ผู้ที่สูญเสียการได้ยินในระดับค่อนข้างรุนแรง ตั้งแต่ 56 – 70 เดซิเบล  (ต้องพูดเสียงดังมาก จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังตลอดเวลา)
  • หูตึงรุนแรง หูเสียรุนแรง  หมายถึง ผู้ที่สูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรง ตั้งแต่ 71 – 90 เดซิเบล  (ต้องตะโกนเสียงดัง แม้ใส่เครื่องช่วยฟังก็จะได้ยินไม่ชัด)

หมายเหตุ : กรณีสูญเสียการได้ยินในระดับ 80 เดซิเบลขึ้นไป ทั้งสองข้าง โปรดพิจารณา การผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

 

Leox เครื่องช่วยฟัง กำลังขยายสูง     ผู้มีปัญหาการได้ยิน หูตึงหรือหูเสียมาก ไปจนถึงขั้นรุนแรง ควรรู้…

       เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับการได้ยินสำหรับผู้ที่หูเสียมากไปจนถึงรุนแรง จะต้องเป็น เครื่องช่วยฟังแบบกำลังขยายสูง (High Power) ที่สามารถรองรับการขยายเสียงในระดับความดัง ตั้งแต่ 56 เดซิเบลขึ้นไป เพื่อให้พอดีกับการได้ยินและเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการใส่เครื่องช่วยฟังมากที่สุด

 

 

ทั้งนี้ ระดับความดังหรือกำลังขยายเสียงที่ไม่พอดีกับการได้ยิน มากไปหรือน้อยไป และต้องใส่เครื่องเป็นระยะเวลานานๆ อาจส่งผลให้ประสาทหูเสื่อมเพิ่มขึ้นหรือเร็วขึ้นกว่าเดิมได้

 

 

 

หากท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ยังไม่เคยใส่เครื่องช่วยฟังมาก่อน หรือเคยซื้อเครื่องช่วยฟังมาใส่เองแบบไม่เคยตรวจการได้ยิน

 

ท่านอาจประสบปัญหาจากการใส่เครื่อง เช่น ใส่แล้วเสียงดังเกินไป ใส่แล้วมีเสียงหวีด เสียงรบกวน ก่อให้เกิดความรำคาญ ใส่แล้วไม่พอดีกับช่องหู ทำให้มีเสียงหวีดออกมาระหว่างการสนทนา การทำกิจกรรมต่างๆ เกิดความไม่มั่นใจ ไม่อยากพูดคุยหรือพบปะกับใคร

 

 


ปรึกษาการเลือกเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน ทดลองเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : @hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

ขี้หู กับเครื่องช่วยฟังเสียงเพี้ยน

 

เคยสังเกตไหม?

 

ใส่เครื่องช่วยฟังไปสักระยะหนึ่งแล้ว รู้สึกว่า…

เสียงเครื่องช่วยฟังไม่ชัดแจ๋วเหมือนเดิม ใส่แล้วเสียงเบา เสียงอู้อี้ เสียงผิดเพี้ยนไป

 

 

ขี้หู อุปสรรคของผู้ใส่เครื่องช่วยฟัง


ขี้หู พิมพ์หู และ เครื่องช่วยฟัง

ลองหยิบเครื่องช่วยฟังของท่าน! แล้วสำรวจดูว่า…

      บริเวณพิมพ์หู  จุกยางนำเสียงสำเร็จรูป หรือช่องระบายอากาศของเครื่องช่วยฟังแบบในช่องหูของท่าน มี “ขี้หู” อุดตัน เกาะติดบริเวณพิมพ์หู ท่อหรือช่องนำเสียง หรือไม่?

 

 

      นอกจากขี้หูแล้ว ยังมีสิ่งสกปรกอื่นๆ อย่างเช่น ของเหลว หยดน้ำ และความชื้น ที่สามารถเข้าไปอุดตัน เกาะติดบริเวณท่อนำเสียง และทำให้การรับเสียงจากเครื่องช่วยฟังผิดเพี้ยนไปได้เช่นกัน

 

ขี้หู และ พิมพ์หู

      กรณีเครื่องช่วยฟังที่ใช้กับพิมพ์หู หรือจุกยางนำเสียงสำเร็จรูป ท่านสามารถดึงท่อนำเสียงออกจากข้อต่อเครื่องช่วยฟัง เพื่อนำพิมพ์หูมาล้างทำความสะอาดได้ หรือกรณีที่สิ่งสกปรกติดแน่นไม่สามารถเอาออกได้ แนะนำให้ใช้ เส้นไหมอนามัย (Hygiene Threads) ช่วยในการทำความสะอาดร่วมด้วย เพื่อสุขอนามัยของช่องหูและการรับฟังเสียงที่ดียิ่งขึ้น

 

 

แนะนำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องช่วยฟังด้วยตัวเอง

เส้นไหมอนามัย (Hygiene Threads)


 

ผลิตภัณฑ์เส้นไหมอนามัย จะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่เกาะติด หรืออุดตันการนำเสียง ทำให้เสียงไม่สามารถผ่านเข้าสู่เครื่องช่วยฟังได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้การได้ยินเสียงขาดๆ หายๆ เสียงผิดเพี้ยน หรือไม่ได้ยินเสียงได้

 

 

ไหมอนามัย hygiene-thread


บริการทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : @hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

ดูแลเครื่องช่วยฟัง

 

         การสวมใส่เครื่องช่วยฟัง เป็นการช่วยเติมเต็มความถี่เสียงที่เราบกพร่องหรือสูญเสียไป ให้กลับมาได้ยิน และสามารถพูดคุยสื่อสารกับคนรอบข้าง ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข

 

         เครื่องช่วยฟังที่เราสวมใส่ในทุกๆ วัน และใช้งานเกือบตลอดทั้งวัน ย่อมต้องการการดูแลรักษา เนื่องจากภายในตัวเครื่องช่วยฟังประกอบด้วยแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และสายไฟ เมื่อเราสวมใส่ไปนานๆ ความชื้นและเหงื่อก็จะสะสมอยู่ภายในเครื่องช่วยฟังได้

 

 


“ความชื้น ตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องช่วยฟังมีอาการติดๆ ดับๆ เสียงขาดๆ หายๆ เสียงมาไม่สม่ำเสมอ เสียงผิดเพี้ยนไปจากเดิม จนท้ายสุดเครื่องช่วยฟังเงียบ ไม่ทำงาน และเครื่องเสียในที่สุด”

 


 

 

 

2 ตัวช่วย ดูแลเครื่องช่วยฟังให้ปราศจากความชื้น


Dry bag-dessicant         นอกจากแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟังที่จำเป็นจะต้องใช้แล้ว ยังมีอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องช่วยฟังที่ควรใช้ เพื่อการดูแลรักษาเครื่องและถนอมเครื่องช่วยฟังให้ใช้งานไปได้นานๆ อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันความชื้น อย่าง DRY BAG สารดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง สารดูดความชื้นนี้จะทำหน้าที่ ดูดซับความชื้นออกจากตัวเครื่อง หลังจากการเลิกใช้งาน หรือช่วงเวลากลางคืนที่นอนหลับพักผ่อน ควรเก็บเครื่องช่วยฟังไว้ในกล่องที่บรรจุด้วยสารดูดความชื้นและปิดฝาให้สนิท

 

 

Dry & Store เครื่องอบไล่ความชื้น เครื่องช่วยฟัง     กรณีผู้ที่มีเหงื่อเยอะ และสารดูดความชื้นอาจไม่เพียงพอต่อการดูดความชื้นออกจากตัวเครื่องเพียงชั่วข้ามคืน

    แนะนำเป็นอุปกรณ์ เครื่องอบไล่ความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง DRY & STORE ที่มีพัดลมระบายอากาศทำงานร่วมกับก้อนดูดความชื้น เพื่อการไล่ความชื้นออกจากเครื่องช่วยฟังได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งรังสี UV-C ในการฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย ลดการอักเสบในช่องหู เพื่อสุขอนามัยที่ดีในช่องหู

 

 

Dry-&-Store-Global-II-เครื่องอบไล่ความชื้น

อบไล่ความชื้นเครื่องช่วยฟังตลอดทั้งคืน พร้อมตื่นเช้ามารับฟังเสียงที่ใสแจ๋วกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของเครื่องช่วยฟัง

 

 

 

“เพื่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง และสุขอนามัยช่องหู แนะนำให้นำเครื่องช่วยฟังเข้ารับบริการตรวจเช็คทำความสะอาด ณ ศูนย์บริการฯ ของท่านตามระยะเวลาที่กำหนด”

 

 

 


บริการทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : @hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง 5 ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ

 

        ปัจจัยการสูญเสียการได้ยิน เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ปัจจุบันยังไม่มียารักษาใด ที่ช่วยฟื้นฟูภาวะการสูญเสียการได้ยินให้กลับมาเป็นปกติดังเดิมได้ การใส่เครื่องช่วยฟังจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้การได้ยินดีขึ้น

 

ก่อนซื้อ ” เครื่องช่วยฟัง ” ต้องรู้อะไรบ้าง?

       เครื่องช่วยฟัง ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคา เครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอลที่ได้รับมาตรฐาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถปรับตั้งค่าตามผลตรวจการได้ยิน ขยายเสียงให้พอดีกับการได้ยินที่บกพร่องไปนั้นราคาเครื่องค่อนข้างสูง ราคาตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน

       ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องที่ผู้สวมใส่ต้องการ เรามี 5 ข้อควรรู้ที่จะช่วยในการตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟังให้กับท่าน ดังนี้

 

5 ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ เครื่องช่วยฟัง

สำหรับผู้ที่ไม่เคยใส่ เครื่องช่วยฟัง มาก่อน

 

1. ระดับการสูญเสียการได้ยิน


       อันดับแรก ท่านจะต้องทราบระดับการสูญเสียการได้ยินว่าอยู่ในระดับใด หรือในระดับความดังกี่เดซิเบล (dB) โดยระดับการสูญเสียการได้ยิน ดังภาพต่อไปนี้

ระดับการได้ยิน เลือกเครื่องช่วยฟัง

กราฟแสดงระดับการได้ยิน

ข้อบ่งชี้ การใส่เครื่องช่วยฟัง สามารถใส่ได้เมื่อมีการสูญเสียการได้ยินเกิดขึ้น โดยมากมักใส่เมื่อสูญเสียการได้ยินในระดับ 40 เดซิเบล ขึ้นไป

 

2. กำลังขยายของ เครื่องช่วยฟัง


       ผลการตรวจวัดระดับการสูญเสียการได้ยิน จะช่วยให้ท่านเลือก ประเภทของเครื่องช่วยฟัง ที่เหมาะสมกับผลตรวจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่มีกำลังขยายที่สามารถรองรับกับการสูญเสียการได้ยินที่อาจเพิ่มขึ้นได้

ประเภทเครื่องช่วยฟัง

• เครื่องช่วยฟังแบบในช่องหู (In The Ear – ITE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับเล็กน้อยถึงค่อนข้างรุนแรง (26 – 70 dB)

• เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหู (Behind The Ear – BTE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับเล็กน้อยถึงค่อนข้างรุนแรง (26 – 70 dB)

• เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหูกำลังขยายสูง (Power Behind The Ear – Power BTE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรงขึ้นไป (71 – 90 dB)

 

       หมายเหตุ กรณีสูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง 90 เดซิเบลขึ้นไป การใส่เครื่องช่วยฟังจะไม่ได้ประโยชน์ ในกรณีนี้การ ผ่าตัดประสาทหูเทียม จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

 

3. การรับประกัน และบริการหลังการขาย


       การเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง นอกจากเรื่องราคาแล้ว ยังควรคำนึงถึงการรับประกันและบริการหลังการขายของสถานที่จำหน่าย และเมื่อท่านตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟังแล้ว

สิ่งที่ท่านควรสอบถามเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการ คือ

   • ระยะเวลาการรับประกัน และเงื่อนไขในการรับประกัน
   • บริการหลังการขาย เช่น การติดตามผลหลังจากใส่เครื่อง การปรับเครื่องช่วยฟัง การทำความสะอาดเครื่อง
   • ศูนย์ให้บริการ (กรณีเครื่องมีปัญหา) เช่น ศูนย์ซ่อมเครื่อง ระยะเวลาการซ่อม ค่าใช้จ่าย/ราคาอะไหล่ เครื่องสำรองระหว่างซ่อม

       ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังจะต้องมั่นใจว่าหลังจากที่ท่านซื้อเครื่องช่วยฟังไปแล้วและเกิดปัญหาขึ้น ท่านสามารถกลับไปยังศูนย์ที่ให้บริการได้

 

4. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น


       การใช้เครื่องช่วยฟังจะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น คือ ค่าใช้จ่ายแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง และค่าใช้จ่ายสารดูดความชื้น เนื่องจากเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ และในการสวมใส่เครื่องเป็นประจำทุกวัน ความชื้นอาจถูกสะสมอยู่ภายใน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อุปกรณ์ชำรุดได้ การใช้สารดูดความชื้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยในการยืดอายุการใช้งานให้กับเครื่องช่วยฟัง

       ค่าใช้จ่ายอื่นๆ สอบถามเพิ่มเติมกับทางศูนย์บริการนั้นๆ

       หมายเหตุ แบตเตอรี่ต้องเป็นแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง เท่านั้น ไม่สามารถนำแบตเตอรี่ชนิดอื่นมาใส่แทนกันได้ เนื่องจากมีประจุไฟที่แตกต่างกัน อาจทำให้เครื่องช่วยฟังเกิดความเสียหายได้

 

5. ความคาดหวังของการใส่เครื่องช่วยฟัง


      ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรก และส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า การใส่เครื่องช่วยฟังนั้นจะทำให้การได้ยินกลับมาได้ยินปกติดังเดิม ซึ่งความเป็นจริงแล้วการใส่เครื่องช่วยฟังเป็นเพียงวิธีการช่วยให้การได้ยินดีขึ้น แต่ไม่สามารถกลับมาได้ยินเป็นปกติ 100% ได้

       การใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรกจำเป็นต้องฝึกทำความคุ้นเคยกับเครื่อง โดยการนับชั่วโมงการใส่เครื่อง ฝึกการฟัง ฝึกการพูด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

 

เครื่องช่วยฟัง hearing aids

 

ปรึกษาปัญหาการได้ยิน ตรวจการได้ยิน ทดลองเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ โทร: 053-271533, 089-0537111

Call Button CM  Facebook button  Line button

เครื่องอบไล่ความชื้น-เครื่องช่วยฟัง-Dry-and-store

 

ความชื้น (Humidity) ตัวการสำคัญทำให้เครื่องช่วยฟังประสบปัญหา เช่น เครื่องทำงานผิดปกติ ติดๆ ดับๆ และท้ายสุดคือ เครื่องช่วยฟังเงียบ ไม่ทำงาน

 

 

        อีกหนึ่งวิธีการดูแลเครื่องช่วยฟังให้ปราศจากความชื้น ด้วยเครื่องอบไล่ความชื้นคุณภาพสูง Dry and Store จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์เดียวที่รวม 3 คุณสมบัติเด่นไว้ในเครื่องเดียว

 

3 คุณสมบัติเด่น

เครื่องอบไล่ความชื้น Dry and Store

สำหรับเครื่องช่วยฟัง ประสาทหูเทียม


 

เครื่องอบไล่ความชื้นเด่นที่ 1 ควบคุมการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ

  • มีความแม่นยำในการควบคุมอุณหภูมิ
  • อุณหภูมิในการทำงานของเครื่องที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิของร่างกาย จึงไม่เป็นอันตรายต่อเครื่องช่วยฟัง และอุปกรณ์
  • ใช้พลังงานต่ำ สามารถอบเครื่องช่วยฟังทิ้งไว้เพื่อไล่ความชื้น หรือเหงื่อที่สะสมภายในเครื่องได้ตลอดทั้งคืน
  • ปลอดภัยในการใช้งาน เมื่อครบ 8 ชั่วโมง เครื่องจะหยุดทำงานอัตโนมัติ และเมื่อเปิดฝาเครื่อง เครื่องจะหยุดทำงานทันที

 

 


เด่นที่ 2 หลอดอัลตราไวโอเลต (UV-C) ระดับความยาวคลื่น 254 นาโนเมตร

เครื่องอบไล่ความชื้น

  • ระดับความยาวคลื่นที่ส่งผลในการฆ่าเชื้อ ได้ถึง 99.9% เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ เชื้อรา จุลินทรีย์ และไวรัสบนพื้นผิวของเครื่องช่วยฟังและพิมพ์หู สาเหตุของอาการคัน ระคายเคือง และการอักเสบภายในช่องหู
  • ควบคุมการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติในการปล่อยพลังงานการฆ่าเชื้อ และระยะเวลาที่แสงอัลตราไวโอเลตส่องที่พื้นผิวอุปกรณ์
  • ได้รับการออกแบบกำหนดระยะห่างระหว่างหลอดกับพื้นผิวเครื่องช่วยฟังอย่างแม่นยำ เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูงสุด

 

 


เด่นที่ 3 ก้อนดูดความชื้น Dry Brik หัวใจสำคัญของระบบการอบไล่ความชื้นที่สมบูรณ์ เครื่องอบไล่ความชิ้น dry and store

  • ก้อนดูดความชื้น เป็นสารดูดความชื้นที่มีโครงสร้างพิเศษ สามารถดูดความชื้นสัมพัทธ์ได้เป็นอย่างดี ทำหน้าที่ดูดโมเลกุลความชื้นจากเครื่องช่วยฟังเข้ามาเก็บสะสมไว้ในตัวก้อน
  • ช่วยทำให้ขี้หูที่ติดอยู่บริเวณพิมพ์หูและเครื่องช่วยฟังแห้ง และสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
  • มีคุณสมบัติดูดกลิ่นอับออกจากเครื่องช่วยฟัง

 

 

  • หมายเหตุ : เครื่องอบเครื่องช่วยฟังทั่วไป ไม่มีก้อนดูดความชื้น ใช้หลักการทำงานความร้อนจากอุณหภูมิของเครื่องอบ เพื่อให้ความชื้นระเหยออกไป แต่ปริมาณความชื้นยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในเครื่องอบนั้น ทั้งนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาอบที่ยาวนานขึ้น เพื่อการอบเครื่องช่วยฟังได้อย่างสมบูรณ์

 

 

 

บริการทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง อบเครื่องไล่ความชื้น อบเครื่องฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ด้วยรังสี UV-C

 

เครื่องอบไล่ความชื้น เครื่องช่วยฟัง-Dry-and-store

 

สอบถามผลิตภัณฑ์ป้องกันความชื้นและเครื่องอบไล่ความชื้น

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ซื้อผลิตภัณฑ์ออนไลน์ Shopee : เครื่องอบไล่ความชื้น