ตรวจหูตึง เชียงใหม่

 

5 เหตุผล ในการพาพ่อแม่ไปตรวจการได้ยิน


ป้องกัน หูตึง เชียงใหม่

1. เพื่อเตรียมตัวป้องกันปัญหา “หูตึง”

      เมื่อมีอายุ 60 ปี ผู้สูงอายุมักมีปัญหาหูตึง ยิ่งหลายรายที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือแม้กระทั่งโรคทางไตที่ต้องใช้ยาเรื้อรัง เหล่านี้เป็นเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดปัญหาหูตึงได้ทั้งสิ้น ใครที่มีพ่อแม่เป็นโรคประจำตัวเหล่านี้ก็รีบพาท่านไปตรวจการได้ยินนะครับ

 

 

สมองเสื่อม

2. เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม

      หูตึงไม่ได้สร้างปัญหาแค่การสื่อสารกับคนรอบข้างนะครับ มีการวิจัยทั่วโลกที่ยืนยันว่าคนไข้หูตึงมีโอกาสเสี่ยงต่อสมองเสื่อมมากกว่าคนปกติ ยิ่งได้ยินไม่ชัดก็จะยิ่งเครียด สมองก็ยิ่งทำงานหนักในการตีความ จึงมีอัตราเสื่อมของสมองมากกว่าคนปกติทั่วไป หากรีบพาพ่อแม่มาตรวจการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟังได้แต่เนิ่นๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้

 

 

ความสัมพันธ์ หูตึง

3. เพื่อช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

      พ่อแม่ที่มีปัญหาหูตึงหลายรายมักไม่กล้าออกบ้านไปพบปะผู้คน เพราะอายและเครียดเวลาฟังไม่รู้เรื่อง หากรีบตรวจการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟัง ก็จะช่วยเรียกความมั่นใจกลับคืนมา และหากมีความรู้ในการสื่อสารมากขึ้น เช่น เลือกสถานที่พูดคุยที่เสียงไม่ดังเกินไป ฝึกการอ่านริมฝีปาก ก็จะใช้ชีวิตกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

 

 

ความสุข หูตึง

4. เพื่อให้มีความสุขในชีวิตมากขึ้น

      เราหลายคนก็เคยหงุดหงิด ไม่เข้าใจพ่อแม่ว่าทำไมชอบถามซ้ำๆ รู้ไหมครับว่าพ่อแม่ก็ไม่มีความสุขที่ต้องคอยถามคนอื่นหลายครั้งเช่นกัน หากเราพาท่านไปตรวจการได้ยินและรีบรักษาอาการหูตึง การพูดคุยก็จะราบรื่นมากยิ่งขึ้น คุณพ่อคุณแม่รวมถึงตัวคุณก็จะมีความสุขมากขึ้น

 

 

เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่

5. เพื่อจะได้เลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสม

      การตรวจการได้ยินกับนักแก้ไขการได้ยินที่จบมาด้านนี้โดยเฉพาะ จะช่วยทำให้พ่อแม่ได้รับผลตรวจที่แม่นยำ พร้อมทั้งได้คำแนะนำเครื่องช่วยฟังที่สามารถปรับให้เข้ากับระดับการได้ยิน บางรายไม่เคยตรวจการได้ยินแต่เลือกที่จะไปซื้อเครื่องช่วยฟังราคาถูกทั่วไป กลับกลายเป็นเพียงเครื่องขยายเสียงที่อาจทำลายประสาทหูให้เสื่อมมากขึ้นได้ หากรักพ่อแม่ก็อย่าประหยัดกับเรื่องสำคัญแบบนี้เลยครับ

.

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึง สัญญาณ อาการหูตึง เชียงใหม่

 

หูตึง เป็นปัญหาการได้ยินที่คนส่วนใหญ่มักจะเริ่มรู้ตัวก็ต่อเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น และไม่ทันสังเกตตัวเอง ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ ท่านสามารถตรวจเช็คอาการได้ด้วยของท่านเอง กับ 9 อาการดังนี้

 

9 อาการ สัญญาณเสี่ยงต่อ “หูตึง”

ตรวจเช็คอาการเข้าข่าย หูตึง ได้ดังนี้


หูตึง เสียงดังในหู

1. มีเสียงดังในหู บ้างหรือเปล่า?
      เสียงดังในหู (Tinnitus) เช่น เสียงจิ้งหรีด บางรายมีลมออกหู หรือหูอื้อ ส่วนมากเกิดกับคนที่อยู่กับเสียงดังบ่อยๆ เช่นคอนเสิร์ต ผับ โรงงานอุตสาหกรรม หากใครมีอาการเสียงดังในหูบ่อยครั้ง หรือจำเป็นต้องอยู่ในที่เสียงดังเป็นประจำ แนะนำให้ตรวจการได้ยินทุกปี ปีละ 1 ครั้ง

 

หูตึง ฟังไม่รู้เรื่อง

2. คนเยอะจัง ฟังไม่รู้เรื่องเลย!
      ทำอย่างไรดีฟังไม่รู้เรื่องเลย? เวลาไปร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือห้างสรรพสินค้า ในที่ที่ผู้คนจอแจ มีใครมีปัญหาในการได้ยิน และพูดคุยลำบากบ้าง หากท่านมีอาการแบบนี้ เราขอแนะนำให้ท่านลองตรวจการได้ยิน

 

หูตึง พูด อะไรนะ

3. อะไรนะ คำพูดเดิม ซ้ำๆ
      รู้จักใครที่มีคำพูดติดปากว่า “อะไรนะ?” รีบแสดงความห่วงใย แสดงความรักให้เขา ด้วยการบอกให้เขามาตรวจการได้ยินเลยนะ แต่อย่ามัวแต่ห่วงใยคนอื่น โดยลืมเช็คตัวเองล่ะ คุณหรือเปล่า ที่ชอบพูดว่า “อะไรนะ?”

 

หูตึง เสียงจากไหน

4. เสียงมาจากไหนเนี่ย?!
      หลายคนแยกไม่ออกว่าเสียงที่ได้ยินมาจากไหน มาจากหน้าบ้าน จากเสียงทีวี หรือจากคนคุยกัน แบบนี้เวลาไปอยู่กับคนเยอะๆ ยิ่งสื่อสารลำบาก

 

หูตึง เปิดเสียงดัง

5. จะเปิดเสียงดังไปถึงไหน?!
      คนในบ้านก็เริ่มถามละว่าทำไมเปิดทีวีเสียงดังจัง ขับรถกับเพื่อน ก็โดนบ่นว่าเปิดเพลงเสียงดังไป อาการแบบนี้ อาจกำลังสูญเสียการได้ยิน

 

หูตึง ฟังเสียงเด็ก เสียงผู้หญิงลำบาก

6. ลำบากจัง เสียงเด็กและเสียงผู้หญิง
      ถ้าการฟังเสียงเด็กและเสียงผู้หญิงเป็นเรื่องปวดหัว ก็เป็นอีกอาการว่ากำลังสูญเสียการได้ยิน เพราะเสียงเด็กหรือผู้หญิงจะมีระดับความถี่สูงกว่าผู้ชาย ซึ่งคนที่หูตึงในระยะเริ่มต้นมักจะสูญเสียการได้ยินในช่วงความถี่สูงก่อน รีบมาตรวจการได้ยิน ก่อนที่จะหูตึงไปมากกว่านี้นะ

 

หูตึง หูอักเสบ ขี้หู

7. หูอักเสบ หรือมีขี้หูเยอะไหมจ๊ะ?
      หูอักเสบบ่อยๆ จะทำลายหูชั้นกลางได้นะ จึงส่งผลต่ออาการหูตึงได้ง่ายมากขึ้น และบางคนที่มีขี้หูเยอะ ค้นหูบ่อยๆ ก็เสียงต่ออาการหูตึงด้วยเช่นกัน การตรวจการได้ยิน เลยเป็นสิ่งที่ควรทำทุกปี

 

หูตึง บ้านหมุน

8. บ้านหมุนบ้างป่าว?
      หูชั้นในมีส่วนสัมพันธ์กับการทรงตัว คนที่มีอาการหัวหมุนบ่อยๆ หรือบ้านหมุน จึงอาจเป็นอาการผิดปกติของหูชั้นใน ใครที่บ้านหมุนบ่อยๆ รีบไปตรวจการได้ยินล่ะ คงไม่สนุกหรอกมั้ง ที่จะนั่งรถไฟเหาะตลอดเวลา

 

หูตึง ฟังแล้วเหนื่อย

9. เหนื่อยจังเวลาเม้าท์มอย
      ไม่ใช่อาการเหนื่อยใจเวลาไปเม้าท์เรื่องชาวบ้านนะ แต่หมายถึงเวลาพูดคุยกับคนอื่น แล้วรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องตั้งใจฟังเพื่อจับใจความ บางครั้งต้องคอยบอกให้เพื่อนพูดเสียงดังฟังชัดอีก ถ้าเหนื่อยขนาดนี้ ก็มาตรวจการได้ยินด้วยกันเถอะ

 

 



เป็นอย่างไรกันบ้าง หากท่านพบอาการ 1 ใน 9 สัญญาณเตือนนี้

แนะนำท่านลองตรวจการได้ยิน เพื่อป้องกันการเสี่ยงหูตึงแต่เนิ่นๆ

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

บ้านหมุน รักษา

      หลายคนเคยเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุน รู้สึกว่ารอบตัวหรือสิ่งของที่มองเห็นหมุนไป หรือรู้สึกว่าตัวเองหมุนไป ทั้ง ๆ ที่ก็อยู่กับที่ หากมีอาการขึ้นมาก็ทรงตัวลำบาก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดคิดได้ บางคนมีอาการเป็นนาที บางคนมีอาการเป็นวัน ช่วงเวลาที่มีอาการต่างกัน ก็มาจากสาเหตุต่างกัน งั้นมาเข้าใจอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนกันดีกว่า

 

อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ช่วงเวลาเป็น “วินาที”

      มักเกิดตอนเปลี่ยนท่าทาง เช่นขณะล้มตัวลงนอน ลุกจากที่นอน เงยหน้า ก้มเก็บของ มักมีอาการเป็นช่วงสั้น ๆ แค่ช่วงวินาที บางรายมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย อาจมีอาการตากระตุก ขณะเปลี่ยนท่าทางเร็ว ๆ

      ถือว่าเป็นอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนที่พบบ่อยที่สุด สาเหตุมาจาก โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV: Benign Paroxysmal Positioning Vertigo) เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของหูชั้นใน จึงพบมากในผู้สูงอายุ

 

อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ช่วงเวลาเป็น “นาที”

      มีอาการหลากหลาย นอกจากเวียนศีรษะบ้านหมุน อาจเกิดอาการปวดศีรษะ ปวดไมเกรนร่วมด้วย โดยจะมีอาการครั้งละหลายนาที แต่ไม่ถึงชั่วโมง

      สาเหตุเกิดจาก ก้านสมองขาดเลือดชั่วคราว (VBI: Vertebro Basilar Arterial Insufficiency) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของเลือดในบริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของสมอง ทำให้เกิดความบกพร่องของระบบประสาท ซึ่งบกพร่องไม่เกิน 24 ชั่วโมง หากเกินกว่านี้จะถือว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

 

อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ช่วงเวลาเป็น “ชั่วโมง”

      มักเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุนอย่างรุนแรง มีอาการคลื่นไส้อาเจียนและเสียสมดุลร่างกาย อาจมีอาการนานเกิน 20 นาที ถึงหลายชั่วโมง นอกจากนี้อาจมีการได้ยินลดลง มีเสียงดังในหู บางครั้งอาจพบอาการหูอื้อด้วย

      สาเหตุเกิดจาก โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) เกิดจากความผิดปกติของน้ำที่อยู่ในหูชั้นใน ระหว่างที่เกิดอาการ ควรอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับศีรษะ เพราะอาจทำให้อาการเวียนศีรษะเพิ่มขึ้นได้

 

อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ช่วงเวลาเป็น “วัน”

      มักมีอาการเวียนศีรษะรุนแรงและเป็นอยู่หลายวัน โดยส่วนมากมักมีการได้ยินที่ปกติ

      สาเหตุเกิดจาก หูชั้นในอักเสบ / ติดเชื้อไวรัส (Labyrinthitis / Vestibular Neuronitis) มักมีประวัติระบบทางเดินหายใจอักเสบมาก่อน ถ้าเชื้อไวรัสลามสู่หูชั้นใน จะทำให้เกิดการอักเสบ แต่หากอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียบริเวณหูชั้นกลาง โรคหูน้ำหนวก แล้วลุกลามเข้าสู่หูชั้นใน อาการมักรุนแรง จนมีอาการสูญเสียการได้ยินร่วม

 

 

หากมีข้อสงสัยหรืออาการของโรค สามารถปรึกษาเราได้

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

แคะหู หูตึง ขี้หู

 

รู้หรือไม่? ขี้หูก็มีประโยชน์!!

      ขี้หู เกิดจากการรวมตัวกันของสารที่ขับออกมาจากต่อมไขมันในหูชั้นนอก รวมกับผิวหนังชั้นบนที่ลอกหลุดออกมา มีสีแตกต่างกันได้ เช่น สีเหลือง น้ำตาล หรือสีแดง

      ขี้หู มีประโยชน์คือช่วยป้องกันผิวหนังของรูหูจากสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ เหงื่อ และเชื้อโรค โดยปกติขี้หูที่สะสมอยู่จะแห้งหลุดออกมาได้เอง โดยจะไม่เคลื่อนตัวเข้าไปในส่วนลึกๆ ของรูหู จึงไม่จำเป็นต้องแคะหรือใช้สำลีเช็ดเข้าไปในหู

 

ข้อเสียของการ “แคะหู”

  1. ขี้หู แคะหูทำให้ขี้หูอุดตัน ปกติแล้วขี้หูจะค่อยๆแห้งแล้วหลุดออกมาเอง ไม่จำเป็นต้องปั่นมันออกมา เพราะจะเป็นการทำให้ขี้หูถูกดันเข้าไปข้างใน เกิดปัญหาขี้หูอุดตันได้ ถ้ามีขี้หูอุดตัน อาจจะมีอาการหูอื้อ ปวดหูหน่วง และรู้สึกว่าการได้ยินลดลง ต้องไปพบแพทย์เพื่อเอาขี้หูออก
  2. ช่องหูถลอกติดเชื้อง่าย ผิวหนังในรูหูบอบบางมาก การเอาไม้แคะหูหรือสำลีปั่นหูแรงเกินไป จะทำให้เกิดแผลถลอกอักเสบและติดเชื้อได้
  3. เยื่อแก้วหูทะลุ การแคะหูโดยไม่ระวัง อาจจะไปโดนเยื่อแก้วหู ทำให้เกิดรูทะลุ มีเลือดไหล และอาจทำให้สูญเสียการได้ยิน (หูตึง) ได้
  4. กระตุ้นการสร้างขี้หูมากขึ้น การแคะหู จะไปทำลายขี้หู ทำให้รูหูขาดสารป้องกันเชื้อ และยังไปกระตุ้นให้สร้างขี้หูเพิ่มขึ้นหากคุณปั่นหูหรือแคะหูเป็นประจำ ขี้หูก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้เกิดขี้หูอุดตัน

 

เช็ดหู แคะหู

วิธีดูแลสุขภาพหูอย่างถูกวิธี

      ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดพอหมาดเช็ดบริเวณใบหู และรูหูเท่าที่นิ้วจะเช็ดเข้าไปได้เท่านั้น!!!

 

 

 

 

 

เราพร้อมดูแลสุขภาพการได้ยิ

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

สมองเสื่อม อัลไซเมอร์ หูตึง การได้ยิน

      หูตึงกับผู้สูงอายุนั้นมักเป็นของคู่กัน มีคนกล่าวว่าเมื่ออายุมากขึ้นทุกอย่างในร่างกายจะหย่อนยานลง ยกเว้นหูเท่านั้นที่ตึงขึ้น! ปัญหาหูตึงในผู้สูงอายุมักจะค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว บางคนไม่ทันได้สังเกตพอรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกว่าตัวเองฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องให้คนอื่นพูดซ้ำ ๆ เสียงดัง ๆ

 

นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า ท่านควรเข้ารับการรักษาหรือควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการได้ยินได้แล้ว เพราะหากปล่อยไว้นาน นอกจากจะไม่ได้ยินหรือพูดคุยฟังสื่อสารไม่รู้เรื่องแล้ว อาจก่อให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้

 

การสูญเสียการได้ยิน

ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม


สูญเสียการได้ยิน สมองเสื่อมลง 30-40%

      ผลการศึกษา ความสามารถทางสติปัญญา ด้านความคิดและความจำในผู้สูงอายุที่มีการสูญเสียการได้ยินเทียบกับคนที่มีการได้ยินปกติ พบว่าคนที่มีการสูญเสียการได้ยินจะมีอัตราการเสื่อมของสมอง 30-40% เนื่องจากคนที่มีการสูญเสียการได้ยินจะต้องใช้ความพยายามในการตั้งใจฟัง ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานสมอง และสมองต้องทำงานหนักเพื่อดึงความจำระยะยาวมาใช้ เพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่ฟัง

 

 

ผู้สูงอายุ ใช้สมองแทบทุกส่วนในการฟัง

ทำไมสูญเสียการได้ยินแล้วสมองจึงเสื่อม?


      การสูญเสียการได้ยินทำให้ต้องใช้ความพยายามในการตั้งใจฟัง ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานสมอง สมองต้องทำงานหนัก จนอาจก่อให้เกิดโรคสมองเสื่อมได้

elderly-hearing-loss

      จากการทดสอบ พบว่าการฟังในผู้สูงอายุต้องใช้สมองแทบทุกส่วนช่วยกัน ทดสอบการรับรู้ของสมองในการฟังจดจำคำพูด พบว่าในคนที่อายุน้อย การฟังและจดจำคำพูดจะใช้สมองทำงานเฉพาะส่วน แตกต่างกับผู้สูงอายุที่ใช้สมองทำงานช่วยกันแทบทุกส่วน ต้องใช้ความพยายามและพลังงานในการฟังมากกว่า เพราะโครงสร้างสมองเปลี่ยนแปลง ต้องอาศัยกระบวนการรับรู้ เรียบเรียง ดึงข้อมูลจากสมองแตกต่างกัน

      ทดสอบความเร็วในการพูดและความสามารถในการจำ พบว่า ถ้าหากพูดเร็ว ผู้สูงอายุจะจำได้ไม่ดีเท่าคนที่อายุน้อย เพราะเกิดจากความเสื่อมและความช้าของสมองในการรับรู้และประมวลผล

 

การฟังของผู้สูงอายุลำบากกว่าคนทั่วไป?


      การฟังในผู้สูงอายุโดยเฉพาะในที่ที่มีเสียงรบกวน ต้องอาศัยความสามารถในการเข้าใจคำพูดมากกว่าปกติ ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดมากในผู้สูงอายุ ดังนี้

  • Temporal (Timing)
    ในผู้สูงอายุความคิดและความจำ (Memory Timing) มักจะมีปัญหา บางคนระดับการได้ยินเท่าเดิมแต่มีความสามารถในการจำสิ่งต่างๆ ลดลง และถ้ายิ่งในผู้สูงอายุที่มีปัญหาการได้ยินและมีปัญหาเรื่องความจำก็จะยิ่งมีปัญหาในการฟังมากขึ้น อุปสรรคการฟังในผู้สูงอายุนั้นเกิดจากระบบการได้ยินส่วนกลางหรือการประมวลผลของสมอง ไม่ใช่เกิดแค่ที่เซลล์รับเสียงในหูชั้นใน
  • Spectral
    เป็นการรับรู้เกี่ยวกับความถี่ (Pitch Perception) ในผู้สูงอายุที่มีการสูญเสียการได้ยิน มักมีการเสื่อมของเซลล์ขนรับเสียงชั้นใน (Inner Hair Cell ) ร่วมด้วย ซึ่งปกติแล้วทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงส่งไปที่สมอง เมื่อมีการเสื่อมจึงทำให้การรับรู้ความถี่เสียงเพี้ยน แยกรับเสียงเฉพาะจงเจาะในแต่ละความถี่ไม่ได้ เสียงที่ได้ยินจะกลายเป็นเสียงคล้ายเสียงรบกวน ซ่าๆ สมองจึงแปลความหมายสิ่งที่ฟังลำบาก

 

ลดความเสี่ยงสมองเสื่อมจากปัญหาการได้ยิน


      ผู้สูงอายุที่มีการสูญเสียการได้ยิน ย่อมมีภาวะเสี่ยงต่อสมองเสื่อม การแก้ไขปัญหาการได้ยินจึงเกิดขึ้น ทางเลือกหนึ่งคือ การใช้เครื่องช่วยฟัง

 

การใช้เครื่องช่วยฟัง มีประโยชน์อย่างไร?


  1. ช่วยลดความยากในการฟัง ใช้ความตั้งใจในการฟังลดลง
  2. เมื่อได้ยินเสียงแล้ว สมองทำงานลดลง ดึงข้อมูลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องมาใช้
  3. ลดความเครียดที่อาจส่งผลต่อสมอง ลดความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม

 

 

ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ด้วยเครื่องช่วยฟัง

 

 

บริการตรวจการได้ยิน และทดลองเครื่องช่วยฟัง
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

Tinnitus เสียงดังในหู

 

      เสียงดังในหู (Tinnitus) เป็นความผิดปกติทางหูที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพราะกลัวว่าจะเป็นอันตราย หรือเพราะเสียงดังในหูนั้นก่อให้เกิดความรำคาญจนนอนไม่หลับ

      ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้ยินเสียงดังเฉพาะตัวผู้ป่วยเอง ผู้อื่นไม่ได้ยินเสียงนี้ด้วย มักบอกว่าเสียงดังในหูนั้นคล้ายเสียงจักจั่น หรือจิ้งหรีดร้องอยู่ภายใน อาจเป็นเสียงวี๊ดๆ หึ่งๆ ซ่าๆ อาจมีอาการข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ มักได้ยินชัดขึ้นในเวลากลางคืนหรือในที่เงียบๆ ผู้ป่วยอาจมีเสียงดังในหูเพียงอย่างเดียว หรือบางคนมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น หูอื้อ ปวดหู เวียนศีรษะ บ้านหมุน

 

ชนิดของ เสียงดังในหู


1. เสียงดังในหู ชนิดที่บุคคลภายนอกสามารถได้ยิน (Objective Tinnitus)

      หรือเสียงที่มีแหล่งกำเนิดเสียงจริงอยู่ภายในร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งบางครั้งผู้ที่ตรวจหรือคนอื่นอาจได้ยินด้วย เช่น

  • เสียงที่เกิดจากเส้นเลือดแดงโป่งพอง หรือมีการเชื่อมต่อผิดปกติกับหลอดเลือดดำ หรือวางอยู่ในตำแหน่งผิดปกติ ซึ่งพบได้ทั้งหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดง โดยในกลุ่มนี้ เสียงที่ได้ยินมักจะเป็นเสียงความถี่ต่ำๆ และเสียงจะสัมพันธ์กับการเต้นของหัวใจ มักดังขึ้นเมื่อออกกำลังกาย
  • เสียงดังในหูที่เกิดจากการหายใจเข้าหรือออก อาจเกิดจากความผิดปกติของท่อยูสเตเชี่ยน ซึ่งเป็นท่อที่เชื่อมระหว่างหูชั้นกลาง และโพรงหลังจมูก

 

2. เสียงดังในหู ชนิดที่ผู้ป่วยได้ยินคนเดียว (Subjective Tinnitus)

      หรือเสียงที่มีการรับรู้ผิดปกติ โดยที่ไม่มีเสียงเกิดขึ้นจริง มักเกิดจากความผิดปกติของประสาทหู รวมถึงสมองส่วนการรับเสียงและแปรผล โดยอาจเกิดจากทั้งอวัยวะดังกล่าวเสื่อม หรือเกิดจากภาวะเนื้องอกกดเบียด เป็นต้น ซึ่งในกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่ของคนที่มีเสียงดังรบกวนในหู โดยเสียงที่ได้ยินมักจะเป็นเสียงความถี่สูง

       • หูชั้นใน สาเหตุที่พบได้บ่อยสุด คือประสาทหูเสื่อมจากอายุ นอกจากนั้นการเสื่อมของเส้นประสาทหู อาจเกิดจาก การได้รับเสียงที่ดังมากในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เส้นประสาทหูเสื่อมเฉียบพลัน (acoustic trauma) เช่น ได้ยินเสียงปืน เสียงระเบิด เสียงประทัด การได้รับเสียงที่ดังในระยะเวลานานๆ ทำให้ประสาทหูเสื่อมแบบค่อยเป็นค่อยไป (noise-induced hearing loss) เช่น อยู่ในโรงงาน หรืออยู่ในคอนเสิร์ตที่มีเสียงดังมากๆ การใช้ยาที่มีพิษต่อประสาทหูู (ototoxic drug) เป็นระยะเวลานาน เช่น aspirin salicylate aminoglycoside quinine การบาดเจ็บของกะโหลกศีรษะแล้วมีผลกระทบกระเทือนต่อหูชั้นใน (labyrinthine concussion) การติดเชื้อของหูชั้นใน (labyrinthitis) เช่น ซิฟิลิส ไวรัสเอดส์ การผ่าตัดหูแล้วมีการกระทบกระเทือนต่อหูชั้นใน มีรูรั่วติดต่อระหว่างหูชั้นกลางและหูชั้นใน โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

       • สมอง โรคของเส้นเลือด เช่น เส้นเลือดในสมองตีบ เลือดออกในสมอง ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เนื้องอกในสมอง เช่น เนื้องอกของเส้นประสาทหู หรือประสาทการทรงตัว (acoustic neuroma)

       • สาเหตุอื่น ๆ เช่น โรคโลหิตจาง โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคเกล็ดเลือดสูงผิดปกติ โรคที่มีระดับยูริกในเลือดสูง โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตต่ำ โรคไขมันในเลือดสูง, โรคความดันโลหิตสูง โรคต่าง ๆ เหล่านี้สามารถทำให้เกิดเสียงดังในหูได้

 

 

      เสียงดังในหู เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจมีสาเหตุจากประสาทหูเสื่อม หายได้เองหรืออยู่กับผู้ป่วยไปตลอดชีวิต หรืออาจมีสาเหตุจากโรคที่อันตราย เช่น เนื้องอกของสมอง เส้นประสาท เส้นเลือดแดงโป่งพอง ดังนั้นอย่านิ่งนอนใจเมื่ออาการเสียงดังในหู ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของโรคและเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง ก่อนจะสายเกินแก้…

 

 

 


บริการทดสอบการได้ยิน นำผลพบแพทย์เพื่อขั้นตอนการรักษา

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line Official: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ดูแล เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่

 

ดูแลเครื่องช่วยฟัง อย่างไร? ให้ใช้ได้นานๆ?

        การใส่เครื่องช่วยฟังเป็นประจำทุกวัน เครื่องย่อมมีคราบสกปรกเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีเหงื่อเยอะ หรือมีขี้หูเยอะ บางท่านมักประสบปัญหาเครื่องช่วยฟังเสียงเบา ไม่ค่อยได้ยิน หรือในบางท่านเครื่องช่วยฟังเป็นสนิม

        ทั้งนี้สาเหตุเกิดจากการผ่านการใช้งานที่สัมผัสกับความชื้น สารเคมี และความร้อน สิ่งเหล่านี้มีผลต่ออายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟัง

 

4 วิธี ดูแลเครื่องช่วยฟัง


 

ทำความสะอาด เครื่องช่วยฟัง

1. รักษาความสะอาด

       ความสะอาดของเครื่องช่วยฟังเป็นเรื่องสำคัญ จึงควรใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดบ่อยๆ และในหลายกรณี ขี้หูที่สะสม อาจทำให้เกิดการทำงานผิดปกติ หรือถึงขั้นทำให้เครื่องช่วยฟังเสียเลยก็ได้

 

 

 

 

เครื่องช่วยฟัง เก็บในที่แห้ง

2. เก็บในที่แห้ง

        หลีกเลี่ยงไม่ให้เครื่องช่วยฟังเปียก ไม่ควรใส่อาบน้ำหรือตากฝน หากเครื่องช่วยฟังเปียกหรือเจอกับความชื้น ให้เอาถ่านออก แล้วนำเครื่องช่วยฟังอบในเครื่องอบเครื่องช่วยฟังโดยเฉพาะ อย่าใช้ลมร้อนจากไดร์เป่าผม ให้ใช้ลมเย็นเป่าไล่ความชื้น

 

 

 

 

เครื่องช่วยฟัง สารเคมี

3. หลีกเลี่ยงสารเคมี

        โลชั่น สเปรย์ฉีดผม น้ำมัน และน้ำหอม มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับเครื่องช่วยฟัง หากจะใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ควรถอดเครื่องออก รอให้ผลิตภัณฑ์แห้ง แล้วจึงใส่กลับเข้าไปใหม่

 

 

 

 

เครื่องช่วยฟัง ความร้อน

4. หลีกเลี่ยงความร้อน

        ไม่ควรให้เครื่องช่วยฟังโดนความร้อนสูง และอย่าเก็บไว้ในช่องเก็บของภายในรถยนต์

 

 

 

 


เพียง 4 ข้อง่ายๆ ก็ช่วยเครื่องช่วยฟังของคุณ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น

 

 


ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึง พูดคุย เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่

 

มีปัญหาการได้ยินใช่ไหม?

 

6 วิธีนี้ จะทำให้คุณสื่อสารง่ายขึ้น


1. มั่นใจและบอกผู้อื่นว่าคุณมีปัญหาการได้ยิน
เพราะอีกฝ่ายจะพูดกับคุณแบบชัดถ้อยชัดคำเพื่อให้คุณเห็นปากเขา และเข้าใจความหมายได้ง่ายขึ้น


2. ผ่อนคลาย อย่าเคร่งเครียด
หากคุณทำใจให้สบายกับปัญหาการได้ยิน คู่สนทนาคุณก็จะรู้สึกสบายใจเช่นกัน อาจบอกล่วงหน้าก่อน ว่าหากคุณมีสีหน้าแปลกๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่อยากพูดกับเขา แต่อาจมาจากการที่คุณได้ยินเขาไม่ชัดเจนมากพอ

 

3. เรียนรู้ตลอดเวลา

การอ่านหรือได้รับข่าวสารรอบตัวอย่างสม่ำเสมอจะทำให้คุณเข้าใจข้อมูลที่อีกฝ่ายกำลังพูดได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าคุณอาจจะได้ยินไม่ชัดเจนก็ตาม

 

4. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
การได้ยินที่ชัดเจน จะต้องใช้สมาธิในการฟังมากขึ้น การพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ จะทำให้คุณมีพลังงาน และมีสมาธิในการฟังนั่นเอง

 

5. ถามอย่างพอเหมาะ
หากคุณพยายามเก็บรายละเอียดทุกคำพูดโดยการถามให้อีกฝ่ายพูดซ้ำบ่อยเกินไป อาจทำให้การสนทนาไม่ราบรื่นซักเท่าไหร่ ลองสื่อสารจากภาพรวม ไม่เก็บรายละเอียดยิบย่อย แล้วการสนทนาจะง่ายขึ้นเอง

 

6.ขำขันกับข้อผิดพลาดบ้าง
อาจมีบางคำที่คุณไม่ได้ยินในการสนทนา ฝึกมองบวก และหัวเราะไปกับบางข้อผิดพลาด คุณจะได้รับความสุขในการสนทนาอีกเยอะเลย

 

มีอีกหลายเรื่องราวดีๆ รอให้คุณไปได้ยิน เราพร้อมฟังคุณ เพื่อให้คุณได้ยินชัดเจนขึ้น

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

.
ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.huffingtonpost.com/shari-eberts/six-steps-those-with-hear_b_10341168.html