โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน บ้านหมุน เชียงใหม่ หูอื้อ

 

       โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease) เป็นโรคที่มีความผิดปกติของหูชั้นใน โดยมีน้ำในหูชั้นในมากผิดปกติ เป็นเหตุให้รู้สึกเสียการทรงตัว (เกิดอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน) และการได้ยิน (เกิดอาการหูตึง แว่วเสียงดังในหู) ส่วนใหญ่มักเป็นกับหูเพียงข้างเดียว

 

อาการของ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน


       อาการหลักของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน คือ อาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่าอาการบ้านหมุน แต่ละครั้งมักเป็นอยู่นานเกิน 20 นาทีขึ้นไป ถึง 2 ชั่วโมง แล้วหายไปได้เอง และอาการจะกำเริบได้อีกเป็นครั้งคราว เป็นๆ หายๆ ซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการทุกวัน หรือนานๆ เป็นที โดยอาจทิ้งช่วงห่างกันเป็นสัปดาห์ ๆ หรือนานเป็นปี ซึ่งไม่แน่นอนและไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไร นอกจากนี้ผู้ป่วยมักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออก และอาจมีอาการตากระตุกร่วมกับอาการบ้านหมุนด้วย

 

  • ประสิทธิภาพการได้ยินลดลง มักพบในช่วงระยะแรกของโรค มักเป็นชั่วคราวโดยที่การได้ยินจะลดลงในช่วงเกิดอาการเวียนศีรษะ เมื่อร่างกายกลับสู่ภาวะปกติการได้ยินจะดีขึ้น แต่หากปล่อยให้โรคดำเนินไปมากขึ้น การได้ยินอาจเสื่อมลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหูตึงหรือหูหนวกได้ในที่สุด
  • หูอื้อ แว่วเสียงดังในหู ซึ่งจะเกิดขึ้นในหูข้างที่ผิดปกติ มักเป็นพร้อมกับอาการบ้านหมุน อาจเป็นเฉพาะเวลาที่เวียนศีรษะหรืออาจเป็นอยู่ตลอดเวลาก็ได้
  • รู้สึกแน่นในหู ลักษณะหนักๆ หน่วงๆ คล้ายกับมีแรงดันในหู (ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหู และปวดศีรษะข้างที่เป็นร่วมด้วยได้)

 

การปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเมื่อเกิดอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน


  • รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่และถูกต้องตามหลักอนามัย
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเค็มจัด ควบคุมปริมาณเกลือไม่ให้มากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงกาแฟ ช็อกโกแลต และอาหารที่มีคาเฟอีน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยอ่อนมากๆ เช่น ทำงานติดต่อกันนานเกินไป หรือออกกำลังกายหักโหมมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ เช่น ความเครียด
  • ในรายที่เกิดอาการเวียนศีรษะทันทีโดยไม่มีอาการเตือน ควรหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือเสี่ยงอันตราย เช่น การขับขี่ยานพาหนะ การปีนป่ายที่สูง เป็นต้น

 

 

เราพร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อสุขภาพการได้ยินที่ดีของทุกคน

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ เมดไทย

cochlear implant chiangmai hearing loss

      ถ้าเช้าวันหนึ่ง คุณตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไป เสียงคู่รัก เสียงคนในครอบครัว เสียงนกร้อง ทุกอย่างล้วนเงียบสงัด คุณจะรู้สึกอย่างไร?

 

หูดับ หูหนวก ประสาทหูเทียม เชียงใหม่

 

      อยากให้คุณได้อ่านเรื่องราวของแพท ที่เกิดและเติบโตแบบคนปกติทั่วไป เธอได้ยินเสียงและมีความสุขจนกระทั่งตอนอายุ 34 ปีในปี 2524 เธอก็มีอาการหูดับ และสูญเสียการได้ยินถึงขั้นหูหนวกสนิทภายใน 3 วันหลังจากเริ่มเกิดอาการ แพทย์ได้แจ้งว่าสาเหตุมาจากเธอติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง

      หลังจากนั้นแพทก็ใช้ชีวิตในโลกอันเงียบสงัดเป็นเวลา 3 ปี จนกระทั่งสามีของเธอได้ดูรายการโทรทัศน์ที่พูดเกี่ยวกับประสาทหูเทียม จึงแนะนำให้แพทเข้ารับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

“ฉันรู้สึกว่าส่วนหนึ่งของชีวิตได้สูญหายไป ฉันต้องคอยถามให้คนอื่นพูดหลายรอบเพื่อที่จะอ่านปาก มันคงจะดีถ้าฉันจะมีโอกาสได้ยินอีกครั้ง” แพทได้กล่าวไว้

 

      หลังจากได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ และผ่านขั้นตอนต่างๆ แพทจึงได้รับการผ่าตัดในเดือนเมษายน 2530 ซึ่งเธอเป็นคนไข้คนแรกใน South Dakota ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

ประสาทหูเทียม Cochlear Nucleus 6

 

ปัจจุบันเธอใช้เครื่องแปลงสัญญาณเสียงของ Cochlear รุ่น Nucleus 6 แพทได้เล่าให้ฟังว่า

 

“เสียงที่ฉันชอบฟังมากที่สุดคือเสียงคนในครอบครัว เสียงนกร้อง เสียงดนตรี จะว่าไปก็ชอบทุกเสียงนั่นแล่ะ”

 

เธอยอมรับว่าประสาทหูเทียมทำให้เธอเหมือนกับเกิดใหม่ เธอไม่ต้องพลาดกับเสียงทุกเสียงในชีวิตประจำวันอีกต่อไป

 

“สำหรับคนที่มีปัญหาหูดับ หูหนวก หรือสูญเสียการได้ยินขั้นรุนแรง ควรรีบได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และประสาทหูเทียมจะเป็นคำตอบ ที่จะทำให้เขาเหล่านั้นได้รับความสุขในชีวิตกลับมาอีกครั้ง”

 

 

      สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องประสาทหูเทียม สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเรา โดยกรอกข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้ที่ การขอข้อมูลเพื่อติดต่อกลับ

หรือติดต่อเราได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

วันแม่ เครื่องช่วยฟัง หูตึง ตรวจการได้ยิน

      12 สิงหาคมในแต่ละปี พวกเราหลายคนมักจะตื่นเต้นกับการหาของขวัญ หรือพาแม่ไปทานข้าวและเที่ยวนอกบ้าน พร้อมกับบอกรักแม่ แต่น่าเสียดายที่บางครั้งแม่ก็ไม่สามารถ “ได้ยิน” เสียงบอกรักของเราได้ เพราะท่านอาจกำลังมีปัญหาการได้ยิน หรือหูตึงโดยไม่รู้ตัว

 

      จากค่าเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกา กว่าผู้สูงอายุจะยอมรับว่าตนเองมีปัญหาการได้ยินและยอมไปตรวจการได้ยิน ใช้เวลาถึง 7 ปี ซึ่งถือว่านานมาก จึงทำให้ท่านพลาดโอกาสที่จะได้ยินและพูดคุยกับลูกหลานอย่างมีความสุข

 

14.7% ของผู้หญิงที่มีปัญหาการได้ยิน มักมีภาวะซึมเศร้า

เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาต่างๆ เหล่านี้

  • ไม่กล้าสื่อสารกับคนรอบข้าง
  • ขาดความมั่นใจในตัวเอง
  • ไม่อยากออกไปนอกบ้าน
  • ดูโทรทัศน์ คุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง

 

      ถ้ามีทางให้เราเลือก เราทุกคนคงไม่อยากให้แม่ของเราต้องเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ การพาแม่ไปตรวจการได้ยินอย่างละเอียด จากนักแก้ไขการได้ยินที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ จึงเป็นของขวัญที่ลูกๆ ควรมอบให้กับแม่ในวันแม่ปีนี้

 

บอกรักให้แม่ “ได้ยิน” ด้วยการพาท่านไปตรวจการได้ยิน

 

      ขอเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความรักให้แม่ ด้วยการมอบ ส่วนลดราคาเครื่องช่วยฟัง 10% ให้กับคุณแม่ ที่มาซื้อในช่วง 7 – 31 สิงหาคม 2560 นี้ (ยกเว้นบางกรณี ตามที่่บริษัทกำหนด)

.

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

วิธีสื่อสาร พูดคุย หูตึง

 

“พอหูตึงก็รู้สึกพูดคุยกับคนอื่นลำบากจัง ได้ยินก็ไม่ชัด กลัวทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ ทำอย่างไรดี?”

 

6 วิธีสื่อสาร สำหรับคนหูตึง

เพื่อให้สื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุขมากขึ้น


 

1. กล้าที่จะบอกคนอื่น

      คนไทยเราเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าบอกคนอื่นว่าตัวเองมีปัญหาการได้ยิน เพราะกลัวดูไม่ดี แต่ในทางกลับกันหากคุณบอกไปตามตรงว่ามีปัญหาหูตึง จึงอยากให้เขาพูดในตำแหน่งที่คุณเห็นหน้าและอ่านริมฝีปากได้ เชื่อเถอะว่าการพูดคุยครั้งนั้นจะราบรื่นและสนุกมากขึ้นเยอะ

 

2. วางตัวแบบสบาย…สบาย

      ถ้าคู่สนทนาเห็นว่าคุณเป็นคนชิลล์ๆ ที่ไม่เครียดกับปัญหาหูตึง เขาก็จะรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยกับคุณได้ทุกเรื่อง มีลูกค้าบางท่านเล่าให้เราฟังว่าเขารู้สึกสบายใจที่บอกกับเพื่อนไปตามตรงว่า “นี่ๆ บางครั้งที่เธอถามอะไรแล้วฉันไม่ตอบ หรือบางทีฉันก็มองหน้าเธอแบบแปลกๆ ขอให้เข้าใจว่าฉันอาจกำลังไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดมา เพราะปัญหาหูตึงของฉันนะ” การคุยสบายๆ บอกไปตามตรงแบบนี้ กลับทำให้คนรอบข้างเข้าใจและไม่ถือสา หากคุณถามให้เขาพูดใหม่อีกหลายรอบ

 

3. อ่านข้อมูลใหม่ๆ เสมอ

      นอกจากการได้ยินเสียงพูดแล้ว ยังมีหลายอย่างที่ช่วยให้คุณเข้าใจบทสนทนามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า ภาษากาย หรือคำศัพท์ต่างๆ ในประโยคสนทนา ดังนั้นการเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆ จากการอ่านหนังสือหรือจากอินเตอร์เน็ต จะทำให้คุณมีความรู้มากขึ้น และสามารถเดาความหมายของประโยคสนทนาได้ดีขึ้น

 

4. เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง

      คนที่มีปัญหาหูตึงจะใช้พลังงานค่อนข้างเยอะเพื่อให้มีสมาธิในการได้ยินและเข้าใจอีกฝ่าย คุณจึงควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หรือในบางครั้งที่ต้องพูดคุยกับใครนานๆ ก็ควรมีช่วงเบรกเพื่อให้คุณไม่เหนื่อยเกินไปในการพยายามฟังอีกฝ่าย

 

5. ไม่ต้องรู้ไปทุกเรื่องก็ได้

      หลายครั้งที่คุณอาจอยากรู้รายละเอียดทุกอย่างในประโยคสนทนา จนทำให้คุณถามอีกฝ่ายมากและบ่อยเกินไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้ไม่ได้ยินบางพยางค์ หรือได้ยินบางคำไม่ชัด คุณก็สามารถเข้าใจประโยคสนทนานั้นได้เช่นกัน ลองถามให้น้อยลง ไม่ต้องได้ยินชัดทุกพยางค์ก็ได้ แล้วปล่อยตัวให้สนุกสนานกับการพูดคุยครั้งนั้นดู

 

6. มีอารมณ์ขันบ้าง

      ทุกการสื่อสารก็สามารถมีข้อผิดพลาดกันได้บ้าง อย่าไปเครียดหากมีบางครั้งที่คุณได้ยินไม่ชัด เข้าใจผิดพลาด จนทำให้เผลอพูดอะไรที่ไม่ตรงกับบทสนทนาของอีกฝ่าย ลองเปลี่ยนความผิดพลาดเป็นเสียงหัวเราะดู และขอบคุณกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น การมองโลกในด้านบวก นอกจากจะทำให้เราสบายใจ ก็ยังทำให้คนรอบข้างเราสบายใจอีกด้วย

 

ลองเอา 6 ข้อนี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของท่านดู เราหวังว่าจะปัญหาหูตึงจะไม่ทำให้คุณเครียดอีกต่อไป

 

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาหูตึง หูดับ หูหนวก ให้เราเป็นเพื่อนที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับคุณ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ดูทีวี คุยมือถือ หูตึง หูหนวก

หลายท่านที่มีปัญหาการได้ยิน หูตึง แล้วรู้สึกว่าถูกตัดขาดจากสิ่งที่รัก ไม่ว่าจะเป็นการคุยโทรศัพท์มือถือ ดูรายการทีวี หรือฟังเพลงจากสเตอริโอ ที่จริงแล้วกิจกรรมเหล่านี้ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น หากใช้เครื่องช่วยฟังที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ดังนี้

ดูทีวี หูตึง

TV-A (TV Adapter)

เพื่อให้คุณได้ยินเสียงจากทีวีที่ส่งสัญญาณตรงเข้าสู่เครื่องช่วยฟัง คุณสามารถใช้อุปกรณ์เสริม TV Adapter ที่จะทำให้คุณดูละคร หรือรายการโปรดได้อย่างมีความสุข

คุยโทรศัพท์ มือถือ หูตึง

SoundGate 3

อุปกรณ์ที่ช่วยเชื่อมต่อเครื่องช่วยฟังของคุณเข้ากับโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องเสียงสเตอริโอ โดยผ่านสัญญาณบลูทูธ คุณจึงสามารถคุยโทรศัพท์มือถือกับคนที่รัก ฟังเพลงโปรดผ่านเครื่องเสียงได้อย่างง่ายดาย

 

ให้ชีวิตประจำวันเติมเต็มไปด้วยความสุข

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ซิมมือถือ คนพิการ เชียงใหม่ หูตึง หูหนวก

      กสทช. ผนึก 3 ค่ายมือถือ AIS True และ Dtac ให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

 

รายการสิทธิพิเศษ

  1. เปิดใช้บริการหมายเลขรายเดือน (หมายเลขเก่าหรือใหม่) ได้รับส่วนลด 10% และความเร็วอินเตอร์เน็ตไม่ต่ำกว่า 1 Mbps
  2. เปิดใช้หมายเลขแบบเติมเงิน ได้รับบริการเพิ่มเติมจากวงเงินที่เติม 10% และความเร็วอินเตอร์เน็ตไม่ต่ำกว่า 1 Mbps

 

ผู้มีสิทธิ

คนพิการ 1 คน สามารถขอรับได้ 1 สิทธิต่อ 1 ผู้ให้บริการ

  1. คนพิการ
  2. ผู้ดูแลที่มีชื่อในบัตรประจำตัวคนพิการ (ต้องนำบัตรประจำตัวคนพิการมาแสดงเพื่อขอใช้สิทธิ)

 

วิธีการตรวจสอบสิทธิ

  1. กด *175*เลขบัตรประชาชน# แล้วกดโทรออกเพื่อรอรับ SMS ยืนยัน
  2. ตรวจสอบสิทธิผ่าน https://dsim.nbtc.go.th/ เพื่อกรอกหมายเลขบัตรประชาชน

 

การขอใช้สิทธิ

  1. ติดต่อขอรับบริการที่ผู้ให้บริการทั้ง 3 ค่าย AIS True และ Dtac โดยแสดงบัตรประจำตัวคนพิการและบัตรประจำตัวประชาชน
  2. ผู้ขอใช้สิทธิรอรับข้อความ SMS ยืนยันการได้รับสิทธิในการใช้บริการ

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง ตรวจการได้ยิน เชียงใหม่

 

ปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลทุกอย่างได้จากอินเตอร์เน็ต รวมถึงการซื้อของออนไลน์ที่มีความสะดวกสบาย และตัวเลือกที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เครื่องช่วยฟัง ซึ่งมีหลายเรื่องที่คุณควรทราบ

 

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง

จากอินเตอร์เน็ต


  1. เครื่องช่วยฟัง เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง ที่ไม่เพียงแค่ช่วยขยายเสียงให้เราได้ยินชัดขึ้น แต่ยังสามารถช่วยเติมการได้ยินในคลื่นความถี่ที่เราสูญเสียไป โดยไม่กระทบกับคลื่นความถี่ที่เรายังได้ยินดีอยู่
  2. การเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ควรเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังที่สามารถปรับตามผลตรวจการได้ยิน (Audiogram) ที่เหมาะสมกับหูของเรา เพื่อถนอมสุขภาพการได้ยิน ให้เราสามารถได้ยินไปนานๆ สำหรับเครื่องช่วยฟังที่ไม่ได้ปรับให้เข้ากับผลตรวจการได้ยินนั้น ไม่ต่างอะไรกับการเอาลำโพงขยายเสียงมากรอกข้างหู ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
  3. หากจำเป็นจะต้องใส่เครื่องช่วยฟัง เราจะต้องตรวจการได้ยินกับนักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist) เพื่อให้ทราบระดับการสูญเสียการได้ยินก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยฟังในปัจจุบันสามารถปรับผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยำสูง ปรับตามคลื่นความถี่ต่างๆ ที่เราสูญเสียไป ซึ่งการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังจากอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการปรับเครื่องตามระดับการได้ยินของเรา จะทำได้เพียงแต่การปรับกำลังขยายเสียง เพิ่ม – ลด เท่านั้น ทำให้คลื่นความถี่ที่เราได้ยินดีอยู่แล้วถูกรบกวน และทำให้เสื่อมลงเร็วขึ้น
  4. การแก้ปัญหาหูตึง เพื่อให้มีการได้ยินที่ดี ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังมาใส่เท่านั้น เพราะนักแก้ไขการได้ยินจะซักประวัติการรักษาทางการแพทย์ ซักถามลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเลือกเครื่องช่วยฟังและปรับเครื่องช่วยฟังให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของผู้ใช้จริง รวมถึงการนัดติดตามผลหลังการใส่เครื่องช่วยฟัง การรับประกัน และการบริการหลังการขาย เช่น การบริการเช็คล้างทำความสะอาด อบไล่ความชื้น และปรับเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมทุกๆ 3 เดือน
  5. การตรวจการได้ยินด้วยตัวเองจากอินเตอร์เน็ต (Online Hearing Screen) เป็นการทดสอบเบื้องต้นว่าเรามีปัญหาการได้ยิน แต่ไม่สามารถบอกถึงอาการหรือสาเหตุในเชิงลึกได้ ซึ่งเราจะต้องได้รับการตรวจจากนักแก้ไขการได้ยินเพิ่มเติม

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง เราพร้อมให้คำปรึกษา

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง ประสาทหูเทียม

 

หลายท่านที่กังวลเรื่อง “สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง” อุปกรณ์ช่วยการได้ยิน และประสาทหูเทียม

เรารวบรวมข้อมูลล่าสุด ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 มาดังนี้

 

1. สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง สำหรับ ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

สามารถเบิกให้กับตนเอง สามีหรือภรรยา ลูกหรือบิดามารดา ได้ดังนี้

• เบิกค่าเครื่องช่วยฟังได้ ข้างละ 13,500 บาท

• เบิกค่าอุปกรณ์ประสาทหูเทียมได้ ชุดละ 850,000 บาท

หมายเหตุ เบิกเครื่องช่วยฟังเครื่องใหม่ได้ เมื่อการใช้งานเครื่องช่วยฟัง ครบ 3 ปี

 

2. สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง สำหรับ ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม

สามารถเบิกอุปกรณ์ช่วยการได้ยินประเภทเครื่องช่วยฟัง ให้กับตนเองได้เท่านั้น

• เครื่องช่วยฟังประเภททัดหลังหู เบิกได้ข้างละ 12,000 บาท

• เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู เบิกได้ข้างละ 12,500 บาท

 

 

หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูอื้อบนเครื่องบิน

 

      อาการปวดหู หรือ หูอื้อบนเครื่องบิน เมื่อก้าวขึ้นเครื่องคงทำให้หลายคนรู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย เรามีคำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังจะเดินทางโดยเครื่องบินและมักประสบปัญหาปวดหู หรือหูอื้อ ให้ได้เตรียมพร้อมและป้องกันกับอาการดังกล่าว ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง ช่วงอยู่บนเครื่อง และหลังจากลงเครื่อง

 

เตรียมความพร้อมสำหรับเดินทางโดยเครื่องบินแล้วปวดหู หรือหูอื้อ

 

หูอื้อบนเครื่องบิน (จนเจ็บหู)  เกิดจากอะไร?

      สาเหตุหลักๆ ก็มาจากความดันอากาศนั่นเอง โดยปกติความดันอากาศภายในหูชั้นกลางกับความดันอากาศภายนอกหู จะอยู่ในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน แม้กระทั่งเวลาเราเดินเล่นบนยอดเขาสูงๆ ที่มีความกดอากาศต่ำกว่าปกติ ก็มักไม่เกิดปัญหาหูอื้อจนปวดหู เพราะร่างกายจะค่อยๆ ปรับความดันอากาศในหูชั้นกลางให้เป็นระดับเดียวกับภายนอกหูได้

      การขึ้นเครื่องบินเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับความสูงที่รวดเร็ว ทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับระดับความดันอากาศในหูชั้นกลางกับระดับความกดอากาศภายนอกได้ทัน ส่งผลให้เยื่อแก้วหูมีอาการบวมอย่างกะทันหัน จึงเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหูอื้อจนปวดหูขึ้น รวมถึงทำให้ระดับการได้ยินลดน้อยลงด้วย

 

ทำยังไงให้ลดอาการหูอื้อบนเครื่องบิน?

  1. กลืนน้ำลาย การกลืนน้ำลาย จะทำให้ท่อปรับความดันในหูชั้นกลาง ช่วยรักษาความดันระหว่างหูชั้นกลางและภายนอกหูให้มีระดับเท่ากัน เราจึงควรกลืนน้ำลายให้บ่อยขึ้นในขณะขึ้นเครื่องบิน เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของท่อปรับความดันในหูชั้นกลาง
  2. เคี้ยวหมากฝรั่ง คล้ายๆ กับข้อที่ 1 การเคี้ยวหมากฝรั่ง การอมลูกอม หรือการใช้หลอดเพื่อดื่มเครื่องดื่ม จะเป็นการกระตุ้นให้มีการกลืนน้ำลายบ่อยขึ้น จึงเป็นการช่วยปรับความดันอากาศภายในหูชั้นกลางและภายนอกหูให้มีระดับเท่ากัน และช่วยลดอาการปวดหูจากหูอื้อไปได้เยอะทีเดียว
  3. ปรับความดันในหู วิธีปรับความดันอากาศในหูชั้นกลาง ทำได้โดยวิธี Valsalva Maneuver คือการสูดหายใจเข้าให้เต็มที่ แล้วปิดปากปิดจมูกโดยเอามือบีบจมูกไว้ หลังจากนั้นให้เบ่งลมออก วิธีนี้อากาศจะผ่านไปกระตุ้นให้ท่อปรับความดันในหูชั้นกลางทำงาน หลังจากนั้นเอามือที่บีบจมูกออกแล้วจึงกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง แต่ควรระวังสำหรับคนที่เป็นหวัด ไซนัสอักเสบ ไม่ควรทำวิธีนี้ เพราะจะทำให้เชื้อโรคในจมูกหรือไซนัสเข้าไปสู่หูชั้นกลางได้

หากกำลังไม่สบาย ควรใช้วิธีปรับความดันในหูโดยวิธี Toynbee Maneuver คือปิดปากปิดจมูกโดยเอามือบีบจมูกไว้ กลืนน้ำลายหลายๆ ครั้งจนรู้สึกว่าอาการปวดหูหรือหูอื้อลดน้อยลง

 

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

  • ถ้าเลี่ยงได้ ก็ไม่ควรขึ้นเครื่องบินในขณะเป็นหวัด ไซนัสอักเสบ หรือมีอาการภูมิแพ้กำเริบ
  • ไม่ควรหลับในขณะเครื่องบินกำลังขึ้นหรือลง เพราะท่อปรับความดันในหูชั้นกลางจะทำงานลำบากขึ้นในขณะที่เราหลับ
  • ลองใช้ Flight Earplugs ที่ออกแบบมาสำหรับใช้อุดหูบนเครื่องบินเท่านั้น ใช้ตอนเครื่องบินจะขึ้นหรือลง จะช่วยปรับความดันอากาศในหูชั้นกลางให้พอดีกับภายนอกหูได้ (หาซื้อได้ตามร้านขายยาขนาดใหญ่)
  • ดื่มน้ำในขณะอยู่บนเครื่องบิน จะช่วยลดอาการหูอื้อได้บ้าง
  • อาจปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาพ่นจมูกหดหลอดเลือด (Topical Decongestant เช่น Ephedrine, Oxymetazoline) ก่อนเครื่องบินจะขึ้นหรือลงประมาณ 5 นาที หรืออาจรับประทานยาหดหลอดเลือด (Oral Decongestant เช่น Psedoephedrine) ก่อนเครื่องบินจะขึ้นหรือลงประมาณ 30 นาที จะช่วยลดการบวมของท่อปรับความดันในหูชั้นกลางได้

 

นำวิธีดังกล่าวไปลองปรับใช้ เพื่อการเดินทางโดยสารบนเครื่องบินได้อย่างไร้กังวล

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

Healthy Hearing และ Siriraj E-Public Library

พ่อแม่ หูตึง ใส่เครื่องช่วยฟัง

 

      เมื่อพ่อแม่เริ่ม หูตึง ไม่ได้ยิน ก่อนอื่นเลย เราในฐานะที่เป็นลูกก็อย่าไปหงุดหงิดที่ต้องคอยพูดกับท่านซ้ำหลายครั้งนะครับ เพราะพ่อแม่ของเราก็อาจจะไม่มีความสุขเช่นกัน และสิ่งสำคัญที่ควรรู้ก็คือ อาการหูตึง สามารถทำให้เกิดหลายปัญหาตามมา เช่น

  • ความไม่มั่นใจในการพูดคุย
  • ปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
  • สมองทำงานหนักในการพยายามฟัง
  • อาจส่งผลต่อสมองเสื่อมในอนาคต

 

      เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการพาพ่อแม่ท่านไปตรวจการได้ยิน และเลือกใส่เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับการได้ยินของท่านได้ แต่ก็มีลูกๆ หลายท่านมาปรึกษาว่าไม่รู้จะพูดกับพ่อแม่ท่านยังไง เพื่อให้ท่านยอมรับเรื่องปัญหาหูตึง และยอมมาตรวจการได้ยินพร้อมกับใส่เครื่องช่วยฟัง วันนี้เราเลยมีคำแนะนำเบื้องต้น เพื่อให้เอาไปพูดคุยกับท่านได้ง่ายขึ้นครับ

 

7 คำแนะนำ เมื่อพ่อแม่เริ่มหูตึง ไม่ได้ยิน


1. ทำการบ้านล่วงหน้า

      ค้นคว้าและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาการหูตึงและเครื่องช่วยฟังแบบต่างๆ เพื่อที่เวลาพูดคุยกับพ่อแม่ จะได้ตอบคำถามที่พวกท่านสงสัยได้อย่างมั่นใจ การที่พ่อแม่รู้ว่าลูกมีข้อมูลที่เตรียมพร้อม จะทำให้ท่านเปิดใจรับฟังมากขึ้น

      หรือว่างๆ ก็เข้ามาเยี่ยมชมศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือเข้าไปอ่าน บทความเกี่ยวกับการได้ยิน

 

2. กาลเทศะ

      ถ้าพ่อแม่กำลังเครียดหรือไม่สบายใจเรื่องอื่นอยู่ ก็อย่าเพิ่งใจร้อนคุยเรื่องหูตึงหรือเรื่องการใส่เครื่องช่วยฟัง ลองรอคุยในช่วงที่พวกท่านกำลังมีความสุข ปิดทีวีและเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเพื่อกันการรบกวนขณะพูดคุย

 

3. เอาใจเขามาใส่ใจเรา

      ให้ลองนึกภาพตามนะ อีกไม่กี่ปีคุณก็จะแก่ตัวลง และอาจมีปัญหาการได้ยินจนพูดคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ถึงตอนนั้นคุณก็คงจะหงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีความสุขใช่ไหมครับ?

      พ่อแม่คุณก็เหมือนกัน เวลาคุณคุยกับพวกท่าน ให้ใจเย็นๆ และเข้าใจว่าท่านอาจจะกำลังไม่มีความสุข จึงหงุดหงิดง่าย เราในฐานะที่เป็นลูกจึงควรแสดงความห่วงใย รับรองท่านจะสัมผัสถึงความรัก และยอมฟังคำแนะนำจากคุณเอง

 

4. พูดถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

      อย่ามัวแต่พูดคุยเกี่ยวกับหูตึง หูตึง และหูตึง เพราะอาจทำให้พ่อแม่เครียดและไม่อยากฟัง แต่ให้พูดคุยกับพวกท่านถึงผลกระทบต่างๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ลองแสดงให้พวกท่านเห็นว่าคุณรู้สึกเสียใจแค่ไหนที่เห็นพ่อแม่ไม่มีความสุขในการพูดคุย หรือบางกิจกรรมที่เคยชอบเช่นการดูทีวี ท่านก็ไม่สามารถฟังได้อย่างมีความสุขเหมือนเคย

      การบอกพ่อแม่ไปด้วยความเป็นห่วง ว่าเราไม่อยากให้ท่านเหนื่อยกับการพยายามฟัง จะทำให้ท่านเปิดใจและเห็นผลกระทบของอาการหูตึงต่อคุณภาพชีวิตได้

 

5. เป็นทั้งลูกและเพื่อน

      เชื่อไหมครับ พอพ่อแม่แก่ตัวลง ท่านก็อยากมีเพื่อนไปไหนมาไหนด้วย ยิ่งพอเจอกับปัญหาหูตึงและต้องหาเครื่องช่วยฟังใส่ พวกท่านจะยิ่งเครียดว่าจะไปขอคำแนะนำจากที่ไหนดี ตอนนี้แล่ะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่คุณควรจะทำตัวให้ว่างคอยพาท่านไปคุยกับคุณหมอ หรือคุยกับนักแก้ไขการได้ยิน ข้อมูลใหม่ๆ บางอย่างอาจจะยากเกินไปที่ท่านจะเข้าใจ แต่ถ้ามีลูกที่พร้อมเป็นเพื่อน ไปร่วมฟังและช่วยอธิบายให้ท่านเข้าใจมากขึ้น คุณคิดว่าพ่อแม่จะอุ่นใจขนาดไหนครับ?

 

6. พ่อแม่ไม่ต้อง ลูกจ่ายเอง

      เชื่อไหมครับ คนไข้หลายรายที่มาที่ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ ตอนแรกที่ลองใส่เครื่องช่วยฟังแล้วชอบมาก บางรายถึงขั้นหัวเราะด้วยความสุขว่าได้ยินชัดเหมือนเดิมแล้ว แต่พอรู้ราคาเครื่องช่วยฟังเท่านั้นแล่ะ ก็สีหน้าเปลี่ยนไป เพราะกลัวจะสิ้นเปลือง โดยลืมคิดไปว่าการลงทุนเพื่อสุขภาพเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

      เราในฐานะเป็นลูก ให้ลองมองย้อนไปในอดีต ว่าตอนเราเป็นเด็ก ท่านเคยตามใจเรามากขนาดไหน? หมดเงินไปกับเราเท่าไหร่? แล้วตอนนี้แค่เครื่องช่วยฟัง 1-2 เครื่อง เราจะซื้อให้ท่านไม่ได้เชียวเหรอ? ลองเสนอตัวว่าคุณจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ท่านดูสิครับ นอกจากจะทำให้พ่อแม่มีความสุข แต่ก็จะทำให้คุณมีความสุขที่ได้ตอบแทนท่านเช่นกัน

 

7. เป็นพยาบาลส่วนตัว

      ถ้าพ่อแม่ยอมมาตรวจการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟัง เราขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยนะครับ แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นพวกท่านจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เคยชินกับการใส่เครื่องช่วยฟัง

      ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินเสียงดังอีกครั้งหลังจากไม่ได้ยินมานาน การเก็บรักษาเครื่องช่วยฟัง การนัดหมายเพื่อเจอกับนักแก้ไขการได้ยินอย่างสม่ำเสมอ หลายอย่างเหล่านี้อาจทำให้พ่อแม่เครียด บางรายรู้สึกหงุดหงิดจนถึงขนาดไม่ยอมใส่เครื่องช่วยฟัง เราจึงควรทำหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัวที่ให้คำแนะนำด้วยความใจเย็น เพียงเท่านี้คงไม่หนักหนาเกินไปที่จะทำให้พ่อแม่ใช่ไหมครับ?

 

ลองเอาคำแนะนำเหล่านี้ไปใช้ในการพูดคุยกับพ่อแม่ เรามั่นใจว่าจะทำให้พวกท่านเปิดใจกับคุณมากขึ้น

 

 

เราพร้อมให้คำปรึกษา ปัญหาการได้ยิน

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

.

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ http://www.healthyhearing.com/report/33206-How-to-tell-your-parents-they-need-hearing-aids