cochlear implant chiangmai hearing loss

      ถ้าเช้าวันหนึ่ง คุณตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไป เสียงคู่รัก เสียงคนในครอบครัว เสียงนกร้อง ทุกอย่างล้วนเงียบสงัด คุณจะรู้สึกอย่างไร?

 

หูดับ หูหนวก ประสาทหูเทียม เชียงใหม่

 

      อยากให้คุณได้อ่านเรื่องราวของแพท ที่เกิดและเติบโตแบบคนปกติทั่วไป เธอได้ยินเสียงและมีความสุขจนกระทั่งตอนอายุ 34 ปีในปี 2524 เธอก็มีอาการหูดับ และสูญเสียการได้ยินถึงขั้นหูหนวกสนิทภายใน 3 วันหลังจากเริ่มเกิดอาการ แพทย์ได้แจ้งว่าสาเหตุมาจากเธอติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง

      หลังจากนั้นแพทก็ใช้ชีวิตในโลกอันเงียบสงัดเป็นเวลา 3 ปี จนกระทั่งสามีของเธอได้ดูรายการโทรทัศน์ที่พูดเกี่ยวกับประสาทหูเทียม จึงแนะนำให้แพทเข้ารับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

“ฉันรู้สึกว่าส่วนหนึ่งของชีวิตได้สูญหายไป ฉันต้องคอยถามให้คนอื่นพูดหลายรอบเพื่อที่จะอ่านปาก มันคงจะดีถ้าฉันจะมีโอกาสได้ยินอีกครั้ง” แพทได้กล่าวไว้

 

      หลังจากได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ และผ่านขั้นตอนต่างๆ แพทจึงได้รับการผ่าตัดในเดือนเมษายน 2530 ซึ่งเธอเป็นคนไข้คนแรกใน South Dakota ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

ประสาทหูเทียม Cochlear Nucleus 6

 

ปัจจุบันเธอใช้เครื่องแปลงสัญญาณเสียงของ Cochlear รุ่น Nucleus 6 แพทได้เล่าให้ฟังว่า

 

“เสียงที่ฉันชอบฟังมากที่สุดคือเสียงคนในครอบครัว เสียงนกร้อง เสียงดนตรี จะว่าไปก็ชอบทุกเสียงนั่นแล่ะ”

 

เธอยอมรับว่าประสาทหูเทียมทำให้เธอเหมือนกับเกิดใหม่ เธอไม่ต้องพลาดกับเสียงทุกเสียงในชีวิตประจำวันอีกต่อไป

 

“สำหรับคนที่มีปัญหาหูดับ หูหนวก หรือสูญเสียการได้ยินขั้นรุนแรง ควรรีบได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และประสาทหูเทียมจะเป็นคำตอบ ที่จะทำให้เขาเหล่านั้นได้รับความสุขในชีวิตกลับมาอีกครั้ง”

 

 

      สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องประสาทหูเทียม สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเรา โดยกรอกข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้ที่ การขอข้อมูลเพื่อติดต่อกลับ

หรือติดต่อเราได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

วันแม่ เครื่องช่วยฟัง หูตึง ตรวจการได้ยิน

      12 สิงหาคมในแต่ละปี พวกเราหลายคนมักจะตื่นเต้นกับการหาของขวัญ หรือพาแม่ไปทานข้าวและเที่ยวนอกบ้าน พร้อมกับบอกรักแม่ แต่น่าเสียดายที่บางครั้งแม่ก็ไม่สามารถ “ได้ยิน” เสียงบอกรักของเราได้ เพราะท่านอาจกำลังมีปัญหาการได้ยิน หรือหูตึงโดยไม่รู้ตัว

 

      จากค่าเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกา กว่าผู้สูงอายุจะยอมรับว่าตนเองมีปัญหาการได้ยินและยอมไปตรวจการได้ยิน ใช้เวลาถึง 7 ปี ซึ่งถือว่านานมาก จึงทำให้ท่านพลาดโอกาสที่จะได้ยินและพูดคุยกับลูกหลานอย่างมีความสุข

 

14.7% ของผู้หญิงที่มีปัญหาการได้ยิน มักมีภาวะซึมเศร้า

เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาต่างๆ เหล่านี้

  • ไม่กล้าสื่อสารกับคนรอบข้าง
  • ขาดความมั่นใจในตัวเอง
  • ไม่อยากออกไปนอกบ้าน
  • ดูโทรทัศน์ คุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง

 

      ถ้ามีทางให้เราเลือก เราทุกคนคงไม่อยากให้แม่ของเราต้องเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ การพาแม่ไปตรวจการได้ยินอย่างละเอียด จากนักแก้ไขการได้ยินที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ จึงเป็นของขวัญที่ลูกๆ ควรมอบให้กับแม่ในวันแม่ปีนี้

 

บอกรักให้แม่ “ได้ยิน” ด้วยการพาท่านไปตรวจการได้ยิน

 

      ขอเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความรักให้แม่ ด้วยการมอบ ส่วนลดราคาเครื่องช่วยฟัง 10% ให้กับคุณแม่ ที่มาซื้อในช่วง 7 – 31 สิงหาคม 2560 นี้ (ยกเว้นบางกรณี ตามที่่บริษัทกำหนด)

.

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

วิธีสื่อสาร พูดคุย หูตึง

 

“พอหูตึงก็รู้สึกพูดคุยกับคนอื่นลำบากจัง ได้ยินก็ไม่ชัด กลัวทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ ทำอย่างไรดี?”

 

6 วิธีสื่อสาร สำหรับคนหูตึง

เพื่อให้สื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุขมากขึ้น


 

1. กล้าที่จะบอกคนอื่น

      คนไทยเราเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าบอกคนอื่นว่าตัวเองมีปัญหาการได้ยิน เพราะกลัวดูไม่ดี แต่ในทางกลับกันหากคุณบอกไปตามตรงว่ามีปัญหาหูตึง จึงอยากให้เขาพูดในตำแหน่งที่คุณเห็นหน้าและอ่านริมฝีปากได้ เชื่อเถอะว่าการพูดคุยครั้งนั้นจะราบรื่นและสนุกมากขึ้นเยอะ

 

2. วางตัวแบบสบาย…สบาย

      ถ้าคู่สนทนาเห็นว่าคุณเป็นคนชิลล์ๆ ที่ไม่เครียดกับปัญหาหูตึง เขาก็จะรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยกับคุณได้ทุกเรื่อง มีลูกค้าบางท่านเล่าให้เราฟังว่าเขารู้สึกสบายใจที่บอกกับเพื่อนไปตามตรงว่า “นี่ๆ บางครั้งที่เธอถามอะไรแล้วฉันไม่ตอบ หรือบางทีฉันก็มองหน้าเธอแบบแปลกๆ ขอให้เข้าใจว่าฉันอาจกำลังไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดมา เพราะปัญหาหูตึงของฉันนะ” การคุยสบายๆ บอกไปตามตรงแบบนี้ กลับทำให้คนรอบข้างเข้าใจและไม่ถือสา หากคุณถามให้เขาพูดใหม่อีกหลายรอบ

 

3. อ่านข้อมูลใหม่ๆ เสมอ

      นอกจากการได้ยินเสียงพูดแล้ว ยังมีหลายอย่างที่ช่วยให้คุณเข้าใจบทสนทนามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า ภาษากาย หรือคำศัพท์ต่างๆ ในประโยคสนทนา ดังนั้นการเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆ จากการอ่านหนังสือหรือจากอินเตอร์เน็ต จะทำให้คุณมีความรู้มากขึ้น และสามารถเดาความหมายของประโยคสนทนาได้ดีขึ้น

 

4. เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง

      คนที่มีปัญหาหูตึงจะใช้พลังงานค่อนข้างเยอะเพื่อให้มีสมาธิในการได้ยินและเข้าใจอีกฝ่าย คุณจึงควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หรือในบางครั้งที่ต้องพูดคุยกับใครนานๆ ก็ควรมีช่วงเบรกเพื่อให้คุณไม่เหนื่อยเกินไปในการพยายามฟังอีกฝ่าย

 

5. ไม่ต้องรู้ไปทุกเรื่องก็ได้

      หลายครั้งที่คุณอาจอยากรู้รายละเอียดทุกอย่างในประโยคสนทนา จนทำให้คุณถามอีกฝ่ายมากและบ่อยเกินไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้ไม่ได้ยินบางพยางค์ หรือได้ยินบางคำไม่ชัด คุณก็สามารถเข้าใจประโยคสนทนานั้นได้เช่นกัน ลองถามให้น้อยลง ไม่ต้องได้ยินชัดทุกพยางค์ก็ได้ แล้วปล่อยตัวให้สนุกสนานกับการพูดคุยครั้งนั้นดู

 

6. มีอารมณ์ขันบ้าง

      ทุกการสื่อสารก็สามารถมีข้อผิดพลาดกันได้บ้าง อย่าไปเครียดหากมีบางครั้งที่คุณได้ยินไม่ชัด เข้าใจผิดพลาด จนทำให้เผลอพูดอะไรที่ไม่ตรงกับบทสนทนาของอีกฝ่าย ลองเปลี่ยนความผิดพลาดเป็นเสียงหัวเราะดู และขอบคุณกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น การมองโลกในด้านบวก นอกจากจะทำให้เราสบายใจ ก็ยังทำให้คนรอบข้างเราสบายใจอีกด้วย

 

ลองเอา 6 ข้อนี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของท่านดู เราหวังว่าจะปัญหาหูตึงจะไม่ทำให้คุณเครียดอีกต่อไป

 

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาหูตึง หูดับ หูหนวก ให้เราเป็นเพื่อนที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับคุณ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ดูทีวี คุยมือถือ หูตึง หูหนวก

หลายท่านที่มีปัญหาการได้ยิน หูตึง แล้วรู้สึกว่าถูกตัดขาดจากสิ่งที่รัก ไม่ว่าจะเป็นการคุยโทรศัพท์มือถือ ดูรายการทีวี หรือฟังเพลงจากสเตอริโอ ที่จริงแล้วกิจกรรมเหล่านี้ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น หากใช้เครื่องช่วยฟังที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ดังนี้

ดูทีวี หูตึง

TV-A (TV Adapter)

เพื่อให้คุณได้ยินเสียงจากทีวีที่ส่งสัญญาณตรงเข้าสู่เครื่องช่วยฟัง คุณสามารถใช้อุปกรณ์เสริม TV Adapter ที่จะทำให้คุณดูละคร หรือรายการโปรดได้อย่างมีความสุข

คุยโทรศัพท์ มือถือ หูตึง

SoundGate 3

อุปกรณ์ที่ช่วยเชื่อมต่อเครื่องช่วยฟังของคุณเข้ากับโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องเสียงสเตอริโอ โดยผ่านสัญญาณบลูทูธ คุณจึงสามารถคุยโทรศัพท์มือถือกับคนที่รัก ฟังเพลงโปรดผ่านเครื่องเสียงได้อย่างง่ายดาย

 

ให้ชีวิตประจำวันเติมเต็มไปด้วยความสุข

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ซิมมือถือ คนพิการ เชียงใหม่ หูตึง หูหนวก

      กสทช. ผนึก 3 ค่ายมือถือ AIS True และ Dtac ให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

 

รายการสิทธิพิเศษ

  1. เปิดใช้บริการหมายเลขรายเดือน (หมายเลขเก่าหรือใหม่) ได้รับส่วนลด 10% และความเร็วอินเตอร์เน็ตไม่ต่ำกว่า 1 Mbps
  2. เปิดใช้หมายเลขแบบเติมเงิน ได้รับบริการเพิ่มเติมจากวงเงินที่เติม 10% และความเร็วอินเตอร์เน็ตไม่ต่ำกว่า 1 Mbps

 

ผู้มีสิทธิ

คนพิการ 1 คน สามารถขอรับได้ 1 สิทธิต่อ 1 ผู้ให้บริการ

  1. คนพิการ
  2. ผู้ดูแลที่มีชื่อในบัตรประจำตัวคนพิการ (ต้องนำบัตรประจำตัวคนพิการมาแสดงเพื่อขอใช้สิทธิ)

 

วิธีการตรวจสอบสิทธิ

  1. กด *175*เลขบัตรประชาชน# แล้วกดโทรออกเพื่อรอรับ SMS ยืนยัน
  2. ตรวจสอบสิทธิผ่าน https://dsim.nbtc.go.th/ เพื่อกรอกหมายเลขบัตรประชาชน

 

การขอใช้สิทธิ

  1. ติดต่อขอรับบริการที่ผู้ให้บริการทั้ง 3 ค่าย AIS True และ Dtac โดยแสดงบัตรประจำตัวคนพิการและบัตรประจำตัวประชาชน
  2. ผู้ขอใช้สิทธิรอรับข้อความ SMS ยืนยันการได้รับสิทธิในการใช้บริการ

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง ตรวจการได้ยิน เชียงใหม่

 

ปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลทุกอย่างได้จากอินเตอร์เน็ต รวมถึงการซื้อของออนไลน์ที่มีความสะดวกสบาย และตัวเลือกที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เครื่องช่วยฟัง ซึ่งมีหลายเรื่องที่คุณควรทราบ

 

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง

จากอินเตอร์เน็ต


  1. เครื่องช่วยฟัง เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง ที่ไม่เพียงแค่ช่วยขยายเสียงให้เราได้ยินชัดขึ้น แต่ยังสามารถช่วยเติมการได้ยินในคลื่นความถี่ที่เราสูญเสียไป โดยไม่กระทบกับคลื่นความถี่ที่เรายังได้ยินดีอยู่
  2. การเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ควรเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังที่สามารถปรับตามผลตรวจการได้ยิน (Audiogram) ที่เหมาะสมกับหูของเรา เพื่อถนอมสุขภาพการได้ยิน ให้เราสามารถได้ยินไปนานๆ สำหรับเครื่องช่วยฟังที่ไม่ได้ปรับให้เข้ากับผลตรวจการได้ยินนั้น ไม่ต่างอะไรกับการเอาลำโพงขยายเสียงมากรอกข้างหู ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
  3. หากจำเป็นจะต้องใส่เครื่องช่วยฟัง เราจะต้องตรวจการได้ยินกับนักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist) เพื่อให้ทราบระดับการสูญเสียการได้ยินก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยฟังในปัจจุบันสามารถปรับผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยำสูง ปรับตามคลื่นความถี่ต่างๆ ที่เราสูญเสียไป ซึ่งการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังจากอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการปรับเครื่องตามระดับการได้ยินของเรา จะทำได้เพียงแต่การปรับกำลังขยายเสียง เพิ่ม – ลด เท่านั้น ทำให้คลื่นความถี่ที่เราได้ยินดีอยู่แล้วถูกรบกวน และทำให้เสื่อมลงเร็วขึ้น
  4. การแก้ปัญหาหูตึง เพื่อให้มีการได้ยินที่ดี ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังมาใส่เท่านั้น เพราะนักแก้ไขการได้ยินจะซักประวัติการรักษาทางการแพทย์ ซักถามลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเลือกเครื่องช่วยฟังและปรับเครื่องช่วยฟังให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของผู้ใช้จริง รวมถึงการนัดติดตามผลหลังการใส่เครื่องช่วยฟัง การรับประกัน และการบริการหลังการขาย เช่น การบริการเช็คล้างทำความสะอาด อบไล่ความชื้น และปรับเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมทุกๆ 3 เดือน
  5. การตรวจการได้ยินด้วยตัวเองจากอินเตอร์เน็ต (Online Hearing Screen) เป็นการทดสอบเบื้องต้นว่าเรามีปัญหาการได้ยิน แต่ไม่สามารถบอกถึงอาการหรือสาเหตุในเชิงลึกได้ ซึ่งเราจะต้องได้รับการตรวจจากนักแก้ไขการได้ยินเพิ่มเติม

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง เราพร้อมให้คำปรึกษา

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง ประสาทหูเทียม

 

หลายท่านที่กังวลเรื่อง “สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง” อุปกรณ์ช่วยการได้ยิน และประสาทหูเทียม

เรารวบรวมข้อมูลล่าสุด ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 มาดังนี้

 

1. สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง สำหรับ ข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

สามารถเบิกให้กับตนเอง สามีหรือภรรยา ลูกหรือบิดามารดา ได้ดังนี้

• เบิกค่าเครื่องช่วยฟังได้ ข้างละ 13,500 บาท

• เบิกค่าอุปกรณ์ประสาทหูเทียมได้ ชุดละ 850,000 บาท

หมายเหตุ เบิกเครื่องช่วยฟังเครื่องใหม่ได้ เมื่อการใช้งานเครื่องช่วยฟัง ครบ 3 ปี

 

2. สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง สำหรับ ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม

สามารถเบิกอุปกรณ์ช่วยการได้ยินประเภทเครื่องช่วยฟัง ให้กับตนเองได้เท่านั้น

• เครื่องช่วยฟังประเภททัดหลังหู เบิกได้ข้างละ 12,000 บาท

• เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู เบิกได้ข้างละ 12,500 บาท

 

 

หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูอื้อบนเครื่องบิน

 

      อาการปวดหู หรือ หูอื้อบนเครื่องบิน เมื่อก้าวขึ้นเครื่องคงทำให้หลายคนรู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย เรามีคำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังจะเดินทางโดยเครื่องบินและมักประสบปัญหาปวดหู หรือหูอื้อ ให้ได้เตรียมพร้อมและป้องกันกับอาการดังกล่าว ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง ช่วงอยู่บนเครื่อง และหลังจากลงเครื่อง

 

เตรียมความพร้อมสำหรับเดินทางโดยเครื่องบินแล้วปวดหู หรือหูอื้อ

 

หูอื้อบนเครื่องบิน (จนเจ็บหู)  เกิดจากอะไร?

      สาเหตุหลักๆ ก็มาจากความดันอากาศนั่นเอง โดยปกติความดันอากาศภายในหูชั้นกลางกับความดันอากาศภายนอกหู จะอยู่ในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน แม้กระทั่งเวลาเราเดินเล่นบนยอดเขาสูงๆ ที่มีความกดอากาศต่ำกว่าปกติ ก็มักไม่เกิดปัญหาหูอื้อจนปวดหู เพราะร่างกายจะค่อยๆ ปรับความดันอากาศในหูชั้นกลางให้เป็นระดับเดียวกับภายนอกหูได้

      การขึ้นเครื่องบินเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับความสูงที่รวดเร็ว ทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับระดับความดันอากาศในหูชั้นกลางกับระดับความกดอากาศภายนอกได้ทัน ส่งผลให้เยื่อแก้วหูมีอาการบวมอย่างกะทันหัน จึงเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหูอื้อจนปวดหูขึ้น รวมถึงทำให้ระดับการได้ยินลดน้อยลงด้วย

 

ทำยังไงให้ลดอาการหูอื้อบนเครื่องบิน?

  1. กลืนน้ำลาย การกลืนน้ำลาย จะทำให้ท่อปรับความดันในหูชั้นกลาง ช่วยรักษาความดันระหว่างหูชั้นกลางและภายนอกหูให้มีระดับเท่ากัน เราจึงควรกลืนน้ำลายให้บ่อยขึ้นในขณะขึ้นเครื่องบิน เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของท่อปรับความดันในหูชั้นกลาง
  2. เคี้ยวหมากฝรั่ง คล้ายๆ กับข้อที่ 1 การเคี้ยวหมากฝรั่ง การอมลูกอม หรือการใช้หลอดเพื่อดื่มเครื่องดื่ม จะเป็นการกระตุ้นให้มีการกลืนน้ำลายบ่อยขึ้น จึงเป็นการช่วยปรับความดันอากาศภายในหูชั้นกลางและภายนอกหูให้มีระดับเท่ากัน และช่วยลดอาการปวดหูจากหูอื้อไปได้เยอะทีเดียว
  3. ปรับความดันในหู วิธีปรับความดันอากาศในหูชั้นกลาง ทำได้โดยวิธี Valsalva Maneuver คือการสูดหายใจเข้าให้เต็มที่ แล้วปิดปากปิดจมูกโดยเอามือบีบจมูกไว้ หลังจากนั้นให้เบ่งลมออก วิธีนี้อากาศจะผ่านไปกระตุ้นให้ท่อปรับความดันในหูชั้นกลางทำงาน หลังจากนั้นเอามือที่บีบจมูกออกแล้วจึงกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง แต่ควรระวังสำหรับคนที่เป็นหวัด ไซนัสอักเสบ ไม่ควรทำวิธีนี้ เพราะจะทำให้เชื้อโรคในจมูกหรือไซนัสเข้าไปสู่หูชั้นกลางได้

หากกำลังไม่สบาย ควรใช้วิธีปรับความดันในหูโดยวิธี Toynbee Maneuver คือปิดปากปิดจมูกโดยเอามือบีบจมูกไว้ กลืนน้ำลายหลายๆ ครั้งจนรู้สึกว่าอาการปวดหูหรือหูอื้อลดน้อยลง

 

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

  • ถ้าเลี่ยงได้ ก็ไม่ควรขึ้นเครื่องบินในขณะเป็นหวัด ไซนัสอักเสบ หรือมีอาการภูมิแพ้กำเริบ
  • ไม่ควรหลับในขณะเครื่องบินกำลังขึ้นหรือลง เพราะท่อปรับความดันในหูชั้นกลางจะทำงานลำบากขึ้นในขณะที่เราหลับ
  • ลองใช้ Flight Earplugs ที่ออกแบบมาสำหรับใช้อุดหูบนเครื่องบินเท่านั้น ใช้ตอนเครื่องบินจะขึ้นหรือลง จะช่วยปรับความดันอากาศในหูชั้นกลางให้พอดีกับภายนอกหูได้ (หาซื้อได้ตามร้านขายยาขนาดใหญ่)
  • ดื่มน้ำในขณะอยู่บนเครื่องบิน จะช่วยลดอาการหูอื้อได้บ้าง
  • อาจปรึกษาแพทย์เพื่อใช้ยาพ่นจมูกหดหลอดเลือด (Topical Decongestant เช่น Ephedrine, Oxymetazoline) ก่อนเครื่องบินจะขึ้นหรือลงประมาณ 5 นาที หรืออาจรับประทานยาหดหลอดเลือด (Oral Decongestant เช่น Psedoephedrine) ก่อนเครื่องบินจะขึ้นหรือลงประมาณ 30 นาที จะช่วยลดการบวมของท่อปรับความดันในหูชั้นกลางได้

 

นำวิธีดังกล่าวไปลองปรับใช้ เพื่อการเดินทางโดยสารบนเครื่องบินได้อย่างไร้กังวล

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

Healthy Hearing และ Siriraj E-Public Library

พ่อแม่ หูตึง ใส่เครื่องช่วยฟัง

 

      เมื่อพ่อแม่เริ่ม หูตึง ไม่ได้ยิน ก่อนอื่นเลย เราในฐานะที่เป็นลูกก็อย่าไปหงุดหงิดที่ต้องคอยพูดกับท่านซ้ำหลายครั้งนะครับ เพราะพ่อแม่ของเราก็อาจจะไม่มีความสุขเช่นกัน และสิ่งสำคัญที่ควรรู้ก็คือ อาการหูตึง สามารถทำให้เกิดหลายปัญหาตามมา เช่น

  • ความไม่มั่นใจในการพูดคุย
  • ปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
  • สมองทำงานหนักในการพยายามฟัง
  • อาจส่งผลต่อสมองเสื่อมในอนาคต

 

      เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการพาพ่อแม่ท่านไปตรวจการได้ยิน และเลือกใส่เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับการได้ยินของท่านได้ แต่ก็มีลูกๆ หลายท่านมาปรึกษาว่าไม่รู้จะพูดกับพ่อแม่ท่านยังไง เพื่อให้ท่านยอมรับเรื่องปัญหาหูตึง และยอมมาตรวจการได้ยินพร้อมกับใส่เครื่องช่วยฟัง วันนี้เราเลยมีคำแนะนำเบื้องต้น เพื่อให้เอาไปพูดคุยกับท่านได้ง่ายขึ้นครับ

 

7 คำแนะนำ เมื่อพ่อแม่เริ่มหูตึง ไม่ได้ยิน


1. ทำการบ้านล่วงหน้า

      ค้นคว้าและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาการหูตึงและเครื่องช่วยฟังแบบต่างๆ เพื่อที่เวลาพูดคุยกับพ่อแม่ จะได้ตอบคำถามที่พวกท่านสงสัยได้อย่างมั่นใจ การที่พ่อแม่รู้ว่าลูกมีข้อมูลที่เตรียมพร้อม จะทำให้ท่านเปิดใจรับฟังมากขึ้น

      หรือว่างๆ ก็เข้ามาเยี่ยมชมศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือเข้าไปอ่าน บทความเกี่ยวกับการได้ยิน

 

2. กาลเทศะ

      ถ้าพ่อแม่กำลังเครียดหรือไม่สบายใจเรื่องอื่นอยู่ ก็อย่าเพิ่งใจร้อนคุยเรื่องหูตึงหรือเรื่องการใส่เครื่องช่วยฟัง ลองรอคุยในช่วงที่พวกท่านกำลังมีความสุข ปิดทีวีและเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเพื่อกันการรบกวนขณะพูดคุย

 

3. เอาใจเขามาใส่ใจเรา

      ให้ลองนึกภาพตามนะ อีกไม่กี่ปีคุณก็จะแก่ตัวลง และอาจมีปัญหาการได้ยินจนพูดคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ถึงตอนนั้นคุณก็คงจะหงุดหงิดง่าย ไม่ค่อยมีความสุขใช่ไหมครับ?

      พ่อแม่คุณก็เหมือนกัน เวลาคุณคุยกับพวกท่าน ให้ใจเย็นๆ และเข้าใจว่าท่านอาจจะกำลังไม่มีความสุข จึงหงุดหงิดง่าย เราในฐานะที่เป็นลูกจึงควรแสดงความห่วงใย รับรองท่านจะสัมผัสถึงความรัก และยอมฟังคำแนะนำจากคุณเอง

 

4. พูดถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

      อย่ามัวแต่พูดคุยเกี่ยวกับหูตึง หูตึง และหูตึง เพราะอาจทำให้พ่อแม่เครียดและไม่อยากฟัง แต่ให้พูดคุยกับพวกท่านถึงผลกระทบต่างๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ลองแสดงให้พวกท่านเห็นว่าคุณรู้สึกเสียใจแค่ไหนที่เห็นพ่อแม่ไม่มีความสุขในการพูดคุย หรือบางกิจกรรมที่เคยชอบเช่นการดูทีวี ท่านก็ไม่สามารถฟังได้อย่างมีความสุขเหมือนเคย

      การบอกพ่อแม่ไปด้วยความเป็นห่วง ว่าเราไม่อยากให้ท่านเหนื่อยกับการพยายามฟัง จะทำให้ท่านเปิดใจและเห็นผลกระทบของอาการหูตึงต่อคุณภาพชีวิตได้

 

5. เป็นทั้งลูกและเพื่อน

      เชื่อไหมครับ พอพ่อแม่แก่ตัวลง ท่านก็อยากมีเพื่อนไปไหนมาไหนด้วย ยิ่งพอเจอกับปัญหาหูตึงและต้องหาเครื่องช่วยฟังใส่ พวกท่านจะยิ่งเครียดว่าจะไปขอคำแนะนำจากที่ไหนดี ตอนนี้แล่ะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่คุณควรจะทำตัวให้ว่างคอยพาท่านไปคุยกับคุณหมอ หรือคุยกับนักแก้ไขการได้ยิน ข้อมูลใหม่ๆ บางอย่างอาจจะยากเกินไปที่ท่านจะเข้าใจ แต่ถ้ามีลูกที่พร้อมเป็นเพื่อน ไปร่วมฟังและช่วยอธิบายให้ท่านเข้าใจมากขึ้น คุณคิดว่าพ่อแม่จะอุ่นใจขนาดไหนครับ?

 

6. พ่อแม่ไม่ต้อง ลูกจ่ายเอง

      เชื่อไหมครับ คนไข้หลายรายที่มาที่ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ ตอนแรกที่ลองใส่เครื่องช่วยฟังแล้วชอบมาก บางรายถึงขั้นหัวเราะด้วยความสุขว่าได้ยินชัดเหมือนเดิมแล้ว แต่พอรู้ราคาเครื่องช่วยฟังเท่านั้นแล่ะ ก็สีหน้าเปลี่ยนไป เพราะกลัวจะสิ้นเปลือง โดยลืมคิดไปว่าการลงทุนเพื่อสุขภาพเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

      เราในฐานะเป็นลูก ให้ลองมองย้อนไปในอดีต ว่าตอนเราเป็นเด็ก ท่านเคยตามใจเรามากขนาดไหน? หมดเงินไปกับเราเท่าไหร่? แล้วตอนนี้แค่เครื่องช่วยฟัง 1-2 เครื่อง เราจะซื้อให้ท่านไม่ได้เชียวเหรอ? ลองเสนอตัวว่าคุณจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ท่านดูสิครับ นอกจากจะทำให้พ่อแม่มีความสุข แต่ก็จะทำให้คุณมีความสุขที่ได้ตอบแทนท่านเช่นกัน

 

7. เป็นพยาบาลส่วนตัว

      ถ้าพ่อแม่ยอมมาตรวจการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟัง เราขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยนะครับ แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นพวกท่านจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เคยชินกับการใส่เครื่องช่วยฟัง

      ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินเสียงดังอีกครั้งหลังจากไม่ได้ยินมานาน การเก็บรักษาเครื่องช่วยฟัง การนัดหมายเพื่อเจอกับนักแก้ไขการได้ยินอย่างสม่ำเสมอ หลายอย่างเหล่านี้อาจทำให้พ่อแม่เครียด บางรายรู้สึกหงุดหงิดจนถึงขนาดไม่ยอมใส่เครื่องช่วยฟัง เราจึงควรทำหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัวที่ให้คำแนะนำด้วยความใจเย็น เพียงเท่านี้คงไม่หนักหนาเกินไปที่จะทำให้พ่อแม่ใช่ไหมครับ?

 

ลองเอาคำแนะนำเหล่านี้ไปใช้ในการพูดคุยกับพ่อแม่ เรามั่นใจว่าจะทำให้พวกท่านเปิดใจกับคุณมากขึ้น

 

 

เราพร้อมให้คำปรึกษา ปัญหาการได้ยิน

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

.

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ http://www.healthyhearing.com/report/33206-How-to-tell-your-parents-they-need-hearing-aids

แมลงเข้าหู

 

     เชียงใหม่และจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ เราจะพบแมลงอยู่เป็นจำนวนมาก และหลายๆ ท่านมักจะปรึกษาเมื่อมีแมลงเข้าหู ว่าควรทำอย่างไร เรามีข้อควรรู้เพื่อเป็นแนวทางให้กับท่าน

 

5 ข้อควรรู้ เมื่อ “แมลงเข้าหู” ทำอย่างไร?


อย่าแคะหู

 

1. อย่าแคะหู

     อย่าพยายามใช้อะไรเข้าไปเขี่ยแมลงในหู เพราะอาจทำให้แมลงยิ่งเข้าไปลึกขึ้น

 

2. อย่างอื่นที่ไม่ใช่แมลง?

     หากไม่มั่นใจว่าเป็นแมลงที่เข้าไปในหู ลองเอียงหูข้างที่สงสัยให้ต่ำลง แล้วค่อยๆ โยกศีรษะเบาๆ อาจทำให้สิ่งที่สงสัยหลุดลงมาได้

 

3. แมลงเข้าหูแน่ๆ

     หากมั่นใจว่าเป็นแมลงเข้าหู ให้นอนเอียงหูข้างนั้นขึ้น แล้วหยอดน้ำหรือน้ำมันธรรมชาติ เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันพืช ลงไปในหู อาจทำให้แมลงรีบไต่ออกมา หรือตายแล้วลอยออกมาที่ด้านบนได้

 

4. อยู่ในห้องมืด

     หากได้อยู่ในที่มืด อาจปิดไฟทั้งหมดแล้วใช้ไฟฉายส่องไปที่รูหู อาจทำให้แมลงไต่ออกมาตามแสงได้

 

5. อาการเจ็บหู

     หากมีอาการเจ็บหู หูอื้อ มีเลือดออก ก็อย่าพยายามแคะ อย่าหยอดน้ำหรือน้ำมันลงไป ควรรีบไปหาหมอโดยเร็วที่สุด

 

 

หากลองปฏิบัติตามวิธีข้างต้นแล้ว แมลงยังไม่ออกจากหู มีอาการเจ็บหู หูบวมแดง แนะนำพบแพทย์หู คอ จมูก

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai