Posts

เด็ก ทารก ตรวจคัดครองการได้ยิน

        ทารกแรกเกิด 1,000 คน จะมี 1.7 คนที่เกิดมาพร้อมกับความพิการทางการได้ยิน ทารกแรกเกิดทุกคนจึงควรได้รับการตรวจคัดกรองการได้ยิน ภายใน 14 เดือน เพื่อป้องกันปัญหาพัฒนาการทางภาษา และปัญหาสติปัญญาล่าช้า

 

ทารกกลุ่มเสี่ยงต่อความพิการทางการได้ยิน

  1. เด็กที่มีคนในครอบครัว/ญาติที่หูหนวก หูตึง ตั้งแต่เล็ก
  2. มารดามีการติดเชื้อขณะตั้งครรภ์
  3. เด็กมีความผิดปกติของใบหู ใบหน้าและคอ
  4. เด็กแรกเกิดมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,500 กรัม
  5. แรกเกิดมีปัญหาการหายใจลำบาก
  6. เด็กตัวเหลืองเมื่อแรกเกิด (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ต้องรักษาโดยการถ่ายเลือด )
  7. เด็กที่เคยเข้ารับการรักษาในหน่วยทารกแรกเกิดภาวะวิกฤต (NICU)
  8. เด็กที่ป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  9. ได้รับยาซึ่งอาจเป็นพิษต่อเส้นประสาทหู

 

พัฒนาการของเด็กที่มีการได้ยินปกติ

        นอกจากการพาลูกไปตรวจคัดกรองการได้ยินแล้ว พ่อแม่ทุกท่านสามารถสังเกตการตอบสนองต่อเสียงของลูกในช่วงอายุต่างๆ ดังนี้

 

แรกเกิด – 3 เดือน
  • สะดุ้ง ตื่น ร้องไห้ ลืมตาโต หยุดดูดนม เมื่อได้ยินเสียงดัง
  • หันหาเสียงดัง หยุดนิ่งฟัง
อายุ 3 – 6 เดือน
  • เงียบ ยิ้ม ตอบสนองต่อเสียงที่คุ้นเคย
  • หันหน้า กรอกตามองหาเมื่อได้ยินเสียงพูด
อายุ 6 – 12 เดือน
  • หันไปหาเสียงพูดที่คุ้นเคยทันที
  • แสดงท่าทาง ทำตามคำสั่งง่ายๆ เข้าใจคำว่า “ บ๊าย – บาย ”
  • มองหาเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ
  • ชี้หรือหยิบของได้เมื่อท่านบอก
อายุ 1 – 1 ½ ปี
  • เริ่มคำพูดง่ายๆ ได้, พูดเป็นคำ 1 พยางค์
อายุ 2 ปี
  • ทำตามคำสั่งง่ายๆได้, พูดคำ 2 พยางค์

 

ทำไมจึงควรพาลูกไปตรวจคัดกรองการได้ยิน?

  • ถ้าตรวจพบว่า ลูกของท่านมีความผิดปกติทางการได้ยิน แพทย์หรือนักแก้ไขการได้ยินจะทำการตรวจดูภายในช่องหู เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นและแก้ไข เช่น กรณีขี้หูอุดตัน แพทย์จะทำการใช้เครื่องมือดูดขี้หูออก หรือถ้าลูกของท่านมีปัญหาหูชั้นกลางอักเสบ แพทย์จะรักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น
  • ลูกของท่านอาจจะต้องได้รับการตรวจการได้ยินซ้ำ กรณีผลตรวจการได้ยินระบุว่าผิดปกติ
  • หากพบว่าลูกของท่านมีปัญหาการได้ยินบกพร่อง แพทย์จะแจ้งและดำเนินการใส่เครื่องช่วยฟังให้กับลูกของท่าน เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

การใส่เครื่องช่วยฟังตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีอย่างไร

        เด็กที่มีปัญหาการได้ยินบกพร่อง และได้รับการใส่เครื่องช่วยฟังก่อนอายุ 6 เดือน จะมีการพัฒนาทางด้านการพูด ภาษา และสังคม ดีกว่าเด็กที่ใส่เครื่องช่วยฟังช้า

 

 


เราพร้อมให้คำปรึกษา เพื่อสุขภาพการได้ยินของทุกคนในครอบครัว

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

       OAE หรือ Otoacoustic Emission คือ การตรวจคัดกรองการได้ยินสำหรับทารกแรกเกิด (Newborn Hearing Screening) โดยการปล่อยเสียงกระตุ้น วัดเสียงสะท้อนจากเซลล์ขนภายในหูชั้นใน ใช้เวลาตรวจประมาณ 10 วินาที – 2 นาที ขณะทารกนอนนิ่งๆ หรือนอนหลับ ภายในห้องเงียบ เครื่องจะแสดงผลการตรวจอัตโนมัติ ทราบผลได้ทันที และมีความแม่นยำสูง โดยส่วนใหญ่จะตรวจหลังจากทารกมีอายุ 2 วันขึ้นไปก่อนกลับบ้าน

 


       รายงานจากองค์กรอนามัยโลกในปี พ.ศ.2555 พบว่าประชากรโลก 360 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 5.3 ของประชากรทั้งหมดที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยเด็กที่สูญเสียการได้ยินแบบถาวร มีจำนวน 1 – 3 รายต่อทารกปกติ 1,000 ราย และ 2 – 4 รายต่อทารกที่รักษาตัวในหน่วยอภิบาลทารกแรกเกิด (NICU)

       ทั้งนี้ประเทศไทยมีการตรวจพบทารกที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวน 1.7 – 4 ต่อทารก 1,000 ราย ดังนั้นการตรวจ OAE ในทารกจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อตรวจหาความผิดปกติของการได้ยินที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กในอนาคตได้


 

โดยผลตรวจจะแสดงอยู่ 2 ค่า คือ

  • PASS หมายถึง ทารกมีการได้ยินปกติ การทำงานของหูชั้นกลาง และประสาทรับเสียงภายในหูชั้นในปกติ
  • REFER หมายถึง ส่งตรวจซ้ำ อาจเกิดจากภาวะที่ทารกมีสิ่งอุดกั้นในช่องหู เช่น ไข น้ำคร่ำ ขี้หู ทำให้ไปขัดขวางการตรวจวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน หรือการทำงานของหูชั้นกลางและหูชั้นในมีความผิดปกติ จำเป็นต้องส่งตรวจ OAE ซ้ำ อีก 2 ครั้ง หากผลยัง REFER จะต้องทำการตรวจด้วยวิธีอื่น เช่น การตรวจการได้ยินระดับก้านสมอง (ABR; Auditory Brainstem Response) เพื่อการวินิจฉัยต่อไป (กรณีทารกตรวจคัดกรองไม่ผ่านควรได้รับการยืนยันว่าสูญเสียการได้ยิน ภายในอายุ 3 เดือน และควรได้รับการฟื้นฟูการได้ยินก่อนอายุ 6 เดือน)

 

ขั้นตอนการตรวจ OAE ในทารกแรกเกิดโรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่

 

       ทั้งนี้แล้วกรณีผลตรวจ PASS ผู้ปกครองต้องคอยหมั่นสังเกตพัฒนาการทางการฟังและการพูดของเด็กในช่วงอายุต่างๆ ร่วมด้วย เนื่องจากอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นภายหลังได้ (อ่านข้อมูลทารกกลุ่มเสี่ยงและพัฒนาการตามช่วงอายุ)

       สาเหตุการเกิดความผิดปกติภายหลัง ได้แก่ การติดเชื้อหัด คางทูม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การได้รับยาที่มีพิษต่อหู การฟังเสียงดังมากเกินไป การอักเสบของหูชั้นกลาง ประสาทหูเสื่อมจากกรรมพันธุ์ที่มีอาการภายหลัง เป็นต้น

 

“งานวิจัยพบว่า เด็กที่ตรวจพบความผิดปกติการได้ยินและได้รับการฟื้นฟูตั้งแต่ก่อนอายุ 6 เดือน เด็กจะมีพัฒนาการทางด้านภาษาดีกว่าเด็กที่ตรวจพบช้ากว่าอายุ 6 เดือน”

 

 

 

ปรึกษาทุกปัญหาการได้ยินและตรวจการได้ยิน ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
โรงพยาบาลสินแพทย์
จุฬาลงกรณ์เวชสาร 2561 ม.ค. – ก.พ.;62(1): 53 – 65;เชิญขวัญ ฐิติรุ่งเรือง, ภาณินี จารุศรีพันธุ์, เสาวรส ภทรภักดิ์. การคัดกรองการสูญเสีย
การได้ยินในเด็ก.
วิดีโอคลิปการตรวจ OAE โรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่