SD Score คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร?

SD Score คืออะไร?

มีความสำคัญอย่างไร เมื่อหูไม่ได้ยิน

ผู้สูงอายุ ตอบไม่ตรงคำถาม ได้ยินแต่ฟังไม่รู้เรื่อง

       หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมผู้สูงอายุที่บ้านถึงดูเหมือนตอบไม่ตรงคำถาม ถามซ้ำๆ หรือชอบแยกตัวออกจากวงสนทนา เรามักคิดเอาเองว่าผู้สูงอายุมีอาการหูตึง หูไม่ได้ยิน และพยายามแก้ปัญหาด้วยการตะโกนหรือเร่งเสียงให้ดังขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วปัญหานี้อาจลึกซึ้งกว่าเรื่องของความดัง ซึ่งนั่นอาจหมายถึงเรื่องของความเข้าใจในเสียงที่ได้ยิน

สนทนา กับ ผู้สูงอายุ หูไม่ได้ยิน

จาก “ช้อน” กลายเป็น “ช้าง”

ความเพี้ยนจากการสูญเสียการได้ยิน

       สมาชิกในครอบครัวอาจเคยเจอเหตุการณ์ที่ผู้ใหญ่ในบ้านได้ยินเราพูดว่า “ช้อน” แต่ท่านกลับเข้าใจว่าเป็น “ช้าง” ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ความหลงลืม แต่คือการสูญเสียการได้ยินเป็นระยะเวลานาน จนสมองส่วนที่ทำหน้าที่แปลความหมายเริ่มทำงานผิดเพี้ยน

       เมื่อปล่อยให้การได้ยินเสื่อมถอยโดยไม่ได้รับการรักษา สมองที่ขาดการกระตุ้นจากคลื่นเสียงที่ถูกต้องจะเริ่ม “ลืม” วิธีการแยกแยะสระและพยัญชนะ แม้ว่าจะพยายามใส่เครื่องช่วยฟังและปรับระดับเสียงให้ดังขึ้นในภายหลัง แต่เสียงที่ดังนั้นก็อาจจะยิ่งบิดเบือนสัญญาณเสียง ทำให้ตีความหมายผิดอยู่บ่อยครั้ง นั่นอาจเพราะมีค่า SD Score ต่ำ

เมื่อ “การได้ยิน” ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความดัง”

SD Score คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร?

Speech Discrimination Score : SD Score

กุญแจสำคัญของการสื่อสาร

       ในการดูแลรักษาสุขภาพการได้ยินเชิงรุก เราไม่ได้มองแค่ว่าคุณได้ยินเสียงเบาที่สุดที่กี่เดซิเบล จากการตรวจการได้ยิน (Pure Tone Audiometry) เท่านั้น แต่ตัวแปรที่ตัดสินคุณภาพชีวิตจริงๆ คือ SD Score หรือ คะแนนความสามารถในการแยกแยะเสียงพูด

• SD Score สูง : สมองยังจดจำและแยกแยะคำศัพท์ได้ดี การใส่เครื่องช่วยฟังจะเห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
• SD Score ต่ำ : แม้จะได้ยินเสียงพูด แต่สมองไม่สามารถประมวลผลได้ว่าคือคำว่าอะไร ทำให้ความเข้าใจในการสื่อสารต่ำลง

       การปล่อยให้สูญเสียการได้ยินทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้รับการรักษา คือปัจจัยหลักที่ทำให้ SD Score ลดต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงจุดที่การฟื้นฟูทำได้ยากขึ้น

ระดับ SD Score เท่าไหร่?

ถือว่า วิกฤต หรือ ยังฟื้นฟูได้ดี

ดัชนีชี้วัดความสามารถในการสื่อสาร (SD Score Index) ที่ใช้ประเมินว่าโอกาสในการกลับมาฟังรู้เรื่องมีมากน้อยแค่ไหน

คะแนน SD (%)ความสามารถในการเข้าใจคำพูดโอกาสสำเร็จในการใส่เครื่องช่วยฟัง
90% – 100%ดีเยี่ยม : สื่อสารได้ปกติในเกือบทุกสถานการณ์สูงมาก : ใส่เครื่องแล้วแทบไม่ต่างจากหูปกติ
76% – 88%ดี : อาจมียากบ้างในที่เสียงดังรบกวนสูง : พึงพอใจมาก สื่อสารได้คล่องตัว
60% – 74%ปานกลาง : เริ่มมีอาการ “ได้ยินแต่ไม่ชัด”พอใช้ : ต้องใช้เวลาปรับตัว ฝึกฟังช่วยด้วย
40% – 58%จำกัด : ฟังเข้าใจเพียงครึ่งเดียว ต้องอาศัยการอ่านปากท้าทาย : เครื่องช่วยให้ได้ยินเสียง แต่ความชัดเจนจำกัด
ต่ำกว่า 40%วิกฤต : สมองเริ่มลืมวิธีการแปลความหมายเสียงต่ำ : เครื่องช่วยฟังใช้ “เตือนภัย” แต่สื่อสารลำบาก
หมายเหตุ :
การวินิจฉัย : คะแนนที่ต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ได้ยินค่อนข้างดี อาจบ่งชี้ถึงพยาธิสภาพหูชั้นใน เช่น เนื้องอกประสาทหู
• สูญเสียการได้ยินแบบประสาทรับเสียงบกพร่อง (Sensorineural Hearing Loss) มักส่งผลให้ SDS ต่ำลง เนื่องจากหูชั้นในไม่สามารถส่งผ่านเสียงไปยังสมองได้อย่างชัดเจน
สูญเสียการได้ยินแบบนำเสียงบกพร่อง (Conductive Hearing Loss) โดยทั่วไปการจะทำให้ได้ SDS ที่ดี เพียงแค่ต้องขยายเสียง
ตรวจการได้ยิน SD Score

       หากคะแนนอยู่ในช่วง 60 – 74% นี่คือ “นาทีทอง” ช่วงของการฟื้นฟูสมอง การใส่เครื่องช่วยฟังอย่างสม่ำเสมอ (6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน) จะช่วยประคองไม่ให้คะแนนตกลงไปในโซนวิกฤต และช่วยให้สมองยังคงคมชัดในการประมวลผลคำพูดอยู่เสมอ

    ปรากฏการณ์ Rollover Phenomenon : คะแนนการแยกแยะเสียงพูดลดลงอย่างมากเมื่อเพิ่มความดังของเสียง หรือปรับเครื่องช่วยฟังดังเกินไป คะแนน SD จะยิ่งดิ่งลง แทนที่จะดีขึ้น นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการซื้อเครื่องช่วยฟังสำเร็จรูปตามท้องตลาดมาใส่เองโดยไม่ตรวจวัดระดับ SD จึงมักจบลงด้วยความล้มเหลว

SD คะแนนต่ำ แสดงให้เห็นว่า แม้จะใช้เครื่องช่วยฟังเพื่อขยายเสียงแล้ว ผู้ใช้ก็อาจยังคงมีปัญหาในการทำความเข้าใจบทสนทนา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการให้คำปรึกษาและการฟื้นฟูการได้ยิน

กระบวนการฟื้นฟูการได้ยิน

       การใส่เครื่องช่วยฟังไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์ใส่แล้วได้ยิน แต่คือ กระบวนการเรียนรู้ใหม่ของสมอง ปัจจัยที่จะทำให้การใส่เครื่องช่วยฟังประสบความสำเร็จ มีอยู่ 2 อย่างที่สำคัญที่สุด คือ

ระยะเวลาที่เริ่มรักษา

ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ SD Score ยิ่งสูง โอกาสสำเร็จยิ่งมาก

วินัยในการใช้งาน

การใส่บ้างไม่ใส่บ้าง ใส่เฉพาะตอนจะคุยมักไม่ค่อยได้ผล เพราะสมองต้องการเวลาในการปรับตัวและจัดระเบียบการรับเสียงใหม่

       การสูญเสียการได้ยินไม่ใช่แค่เรื่องของหู แต่เป็นเรื่องของคุณภาพสมอง เปลี่ยนจากการตำหนิผู้สูงอายุที่ท่านตอบไม่ตรงคำถาม เป็นการสนับสนุนให้ท่านเข้ารับการตรวจการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟังอย่างทันท่วงที การดูแลสุขภาพการได้ยินเชิงรุก คือ กุญแจสำคัญที่จะทำให้เราหรือผู้สูงอายุที่เรารักไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในโลกเงียบ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาคุณภาพสมองให้คมชัดไปนานๆ รักษาการได้ยินเท่ากับรักษาความสัมพันธ์ ยืดเวลาความสุขของครอบครัวให้ยั่งยืน ดูแลการได้ยินผู้สูงอายุตั้งแต่วันนี้…

กระบวนการตรวจ Speech Audiometry

มากกว่าการตรวจหู คือ การตรวจความเข้าใจ

       หนึ่งในกระบวนการตรวจการได้ยิน ใช้ประเมินความสามารถในการรับรู้เสียงพูด เพื่อให้การใส่เครื่องช่วยฟังประสบผลสำเร็จ คือ การตรวจการได้ยินโดยใช้เสียงพูด หรือที่เรียกว่า Speech Audiometry เพื่อช่วยในการวางแผนรักษาการได้ยินแม่นยำและเฉพาะบุคคล (Personalized Care)  ซึ่งประกอบด้วยส่วนสำคัญ ดังนี้

ประเภท การตรวจการได้ยินด้วยเสียงพูด

1. Speech Detection Threshold / Speech Awareness Threshold (SDT) : การตรวจระดับเสียงพูดที่เบาที่สุดที่ผู้ทดสอบตอบสนองต่อการได้ยิน

2. Speech Recognition Threshold / Speech Reception Threshold (SRT) : การตรวจระดับเสียงพูดที่เบาที่สุด ที่ผู้ทดสอบสามารถเข้าใจคำพูดและพูดตามได้ถูกต้อง มีลักษณะเป็นคำสองพยางค์ เพื่อสามารถแยกแยะเสียงพูด

3. Word Recognition Scores (WRS) / Speech Discrimination Score (SDS) : การตรวจความสามารถในการแยกแยะเสียงพูด ช่วยในการวินิจฉัยตำแหน่งพยาธิสภาพในระบบการได้ยิน และช่วยในการเลือกเครื่องช่วยฟัง รวมถึงการให้คำแนะนำในการฟื้นฟูสมรรถภาพการได้ยิน ในการตรวจจะใช้คำที่เป็นพยางค์เดียว และเป็นบัญชีคำที่มีความสมดุลของสัทศาสตร์ทางเสียง (Phonetically Balanced Word Lists : PB)

ประโยชน์ การตรวจการได้ยินด้วยเสียงพูด

1. เพื่อวัดระดับความสามารถในการเข้าใจเสียงพูด

2. เพื่อค้นหาความพิการที่แท้จริง ซึ่งอาจไม่ใช่ความบกพร่องทางการได้ยิน

3. เพื่อจำแนกประเภทภาวะสูญเสียการได้ยิน

4. เพื่อค้นหาระดับความดังเสียงที่เหมาะสมกับเครื่องช่วยฟัง/ประสาทหูเทียม และประเมินผลลัพธ์ของการฟื้นฟูการได้ยิน

ทดสอบการได้ยิน ทดสอบความเข้าใจเสียงพูด ประเมินระดับ SD Score ของคุณ เพื่อวางแผนการเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสม และปรับตั้งค่ารายละเอียดเสียงเฉพาะบุคคล (Personalized Hearing) ให้การใส่เครื่องช่วยฟังของคุณประสบผลสำเร็จอย่างสูงสุด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง พร้อมสนับสนุนการได้ยิน

ขอขอบคุณข้อมูล : www.entlecture.com, www.baw.in.th, www.grason-stadler.com
logo intimex อินทิเม็กซ์

 

อินทิเม็กซ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน จำหน่ายเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง ออกแบบการได้ยินตามไลฟ์สไตล์บุคคล ดูแลสุขภาพการได้ยินแบบองค์รวม ตลอดการเดินทางสู่การได้ยินดี เพราะเราเชื่อว่า…

 

 

“คุณภาพของการได้ยินที่ดี คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทดสอบการได้ยิน

ทดลองเครื่องช่วยฟัง

053-271 533, 089 – 053 7111

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
เวลาทำการ :  จ. – ศ. เวลา 8.30 –  16.30 น.
และ ส. เวลา 8.00 –  16.30 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Call Intimex Chiangmai Facebook Intimex Chiangmai Line Intimex Chiangmai