Posts

ฟันผุ หูตึง หูหนวก หูฟัง เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง

การมีสุขภาพในช่องปากที่ดี ไม่ใช่แค่จะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพคุณให้ดูดี แต่ยังช่วยให้คุณมีการได้ยินที่ดีด้วย

อาจดูไม่ค่อยเกี่ยวข้องกันใช่ไหมครับ? แต่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าปัญหาในช่องปากจะก่อให้เกิดแบคทีเรียร้ายที่สามารถไหลไปตามกระแสเลือด และก่อให้เกิดการอักเสบที่หลอดเลือด หรือมีส่วนทำให้หลอดเลือดตีบได้ ทั้งหมดนี้จึงส่งผลต่ออวัยวะหูและสมองของคุณ!

ความเกี่ยวข้องกันระหว่างสุขภาพในช่องปาก และสุขภาพการได้ยิน

ภายในช่องหูจะมีเซลล์ขน (Hair Cell) ที่ทำหน้าสำคัญในการเชื่อมต่อกับเส้นประสาทการได้ยิน จึงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราทุกคนได้ยินชัดเจน แต่เซลล์ขนก็สามารถถูกทำลายได้จากหลายสาเหตุ

  • อยู่ในพื้นที่ที่เสียงดังเกินไป
  • รับประทานยาที่ส่งผลต่อปัญหาการได้ยิน
  • เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหูชั้นในได้ไม่เพียงพอ

ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไร เมื่อเซลล์ขนถูกทำลายไปแล้ว ก็ไม่สามารถสร้างใหม่ขึ้นมาได้ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาการได้ยิน หูตึงหรือหูหนวก ซึ่งโดยปกติเซลล์ขนก็จะเสื่อมลงตามอายุของเราที่มากขึ้น แต่การมีปัญหาในช่องปาก ฟันผุ ก็ส่งผลให้มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหูชั้นในได้ไม่เพียงพอ จึงมีส่วนในการทำลายเซลล์ขนได้

แบคทีเรียร้ายจากการไม่ดูแลสุขภาพในช่องปาก มีส่วนทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดหรือหลอดเลือดตีบ จึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และเสี่ยงต่อการมีปัญหาการได้ยิน

เราจึงควรดูแลสุขภาพในช่องปากดังนี้

  1. ไปพบกับทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจสุขภาพในช่องปาก
  2. แปรงฟันทั้งก่อนนอนและหลังตื่นนอน โดยใช้เวลาแปรงฟันแต่ละครั้งไม่ต่ำว่า 2 นาที
  3. เลือกแปรงสีฟันที่มีขนาดพอเหมาะ ที่สามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึง
  4. ใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี เพื่อทำความสะอาดระหว่างซอกฟันได้สะอาดขึ้น
  5. อย่าใช้แปรงสีฟันร่วมกับคนอื่น แม้กับคนในครอบครัว
  6. ล้างแปรงสีฟันหลังใช้ทุกครั้ง และวางไว้ในที่แห้ง
  7. เปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุก 3 เดือน

การที่สุขภาพในช่องปากมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพการได้ยินของหู ไม่ใช่เรื่องที่แปลก เพราะที่จริงแล้วอวัยวะหลายอย่างในร่างกายก็ทำงานเชื่อมโยงกันทั้งหมด การดูแลสุขภาพองค์รวมจึงเป็นสิ่งสำคัญถ้าคุณอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี

และหากคุณมีปัญหาการได้ยิน หูตึง หูหนวก หูดับ เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยนักแก้ไขการได้ยินมืออาชีพ

(ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก Healthy Hearing)

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึง ป้องกัน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง หูฟัง หูหนวก หูดับ เครื่องช่วยฟัง

อันที่จริงแล้ว ปัญหาการได้ยินหรืออาการหูตึง ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% นะครับ บางรายมาจากสาเหตุของประสาทหูเสื่อมในวัยชราจึงไม่สามารถป้องกันได้ แต่หากมาจากสาเหตุของการที่ต้องเจอกับเสียงดังบ่อยๆ  เราก็สามารถป้องกันได้ดังนี้ครับ

1.  หลีกเลี่ยงเสียงดัง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ สถานที่ไหนที่ต้องเผชิญกับเสียงดัง ก็ควรออกห่างนะครับ เพราะไม่คุ้มเลยกับการที่เราจะมีปัญหาการได้ยินในอนาคต

แล้วจะสังเกตได้อย่างไร ว่าเสียงดังเกินไป?

  • คุณต้องพูดเสียงดังกว่าเดิม เพื่อให้คู่สนทนาเข้าใจ
  • คุณไม่ค่อยเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร
  • คุณรู้สึกปวดหู
  • มีอาการหูอื้อ หรือได้ยินเสียงอู้อี้

ระดับความดังของเสียง จะถูกวัดออกมาเป็นค่าเดซิเบล (dB) ยิ่งเสียงดังมาก ค่าเดซิเบลยิ่งสูง เสียงที่ดังมากกว่า 85 เดซิเบลเป็นค่าที่สูงจนเสียงต่อการทำลายการได้ยิน จึงไม่ควรอยู่ในพื้นที่นั้นนานๆ

ตัวอย่างระดับความดังของเสียง

  • เสียงกระซิบ – 30 เดซิเบล
  • เสียงพูดคุยทั่วไป – 60 เดซิเบล
  • เสียงการจราจรคับคั่ง – 70 ถึง 85 เดซิเบล
  • เสียงรถจักรยานยนต์ – 90 เดซิเบล
  • เสียงเพลงผ่านหูฟังในระดับสูงที่สุด – 100 ถึง 110 เดซิเบล
  • เสียงเครื่องบินกำลังขึ้น – 120 เดซิเบล

หรือคุณอาจลองใช้แอพในมือถือ ที่สามารถวัดระดับความดังของเสียง เพื่อเลี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่ดังเกิน 85 เดซิเบลได้นะครับ

2. ฟังเพลงแต่พอดี การฟังเพลงผ่านหูฟังถือว่าเป็นอันตรายต่อหูเป็นอย่างมาก จึงควรระมัดระวังในการฟัง ดังนี้

  • ฟังในระดับความดังที่พอดี ไม่ดังจนเกินไป ซึ่งปกติแล้วไม่ควรเกิน 60% ของความดังสูงสุด
  • ไม่ควรใช้หูฟังนานเกิน 1 ชั่วโมง หากจะใช้นานๆ ควรพักหูประมาณ 5 นาทีก่อนใช้ใหม่

แค่ลดระดับเสียงลดนิดหน่อย ก็ช่วยรักษาการได้ยินของคุณได้นานขึ้นได้

3. ป้องกันเวลาไปงานอีเวนท์ หากมีความจำเป็นต้องไปทำกิจกรรมหรือออกงานอีเวนท์ที่มีเสียงดัง เช่น คอนเสิร์ต สนามกีฬา ที่เที่ยวกลางคืน ควรป้องกันดังนี้

  • อยู่ห่างจากจุดที่มีเสียงดัง เช่น ลำโพงขยายเสียง
  • พยายามพักหู โดยการออกห่างจุดที่มีเสียงดัง ทุก 15 นาที
  • หลังจากกลับจากงานที่มีเสียงดัง ควรพักผ่อนอย่างเงียบๆ ประมาณ 18 ชั่วโมง
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน เช่น Earplug

4. ทำงานอย่างระมัดระวัง หากคุณต้องทำงานในที่ที่มีเสียงดังตลอดเวลา ควรคุยกับหัวหน้างานว่าจะมีผลต่อการได้ยินในอนาคต จึงควรให้ที่ทำงานช่วยป้องกันดังนี้

  • หากเป็นไปได้ ควรปรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้มีเสียงดังลดน้อยลง
  • ไม่ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน เช่น Earplug

5. ตรวจการได้ยินสม่ำเสมอ โดยปกติแล้วควรตรวจการได้ยินทุกปี หรือหากรู้สึกว่ากำลังมีปัญหาการได้ยินก็ยิ่งรีบมาตรวจการได้ยินให้เร็วที่สุด  นักแก้ไขการได้ยินหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ให้คำแนะนำอย่างถูกต้องให้กับคุณ

แค่ 5 ข้อง่ายๆ แค่นี้ ก็ช่วยรักษาการได้ยินให้อยู่กับคุณไปนานๆ ได้นะครับ

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง หูตึง หูฟัง เชียงใหม่ หูดับ หูหนวก

หลายคนพบว่าตนเองกำลังมีปัญหาการได้ยิน และกำลังเลือกว่าควรใส่เครื่องช่วยฟังแบบไหนดี หลักๆ แล้วเครื่องช่วยฟังมี 3 ประเภทที่ทุกคนควรรู้จักนะครับ

หูฟัง หูตึง หูหนวก เชียงใหม่ ลำพูน

แล้วเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู จะเหมาะกับฉันไหม?

ถ้าอยากได้เครื่องช่วยฟังขนาดเล็กที่ไม่ต้องคล้องหู ประเภทในช่องหูก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีนะครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับระดับการได้ยินและชีวิตประจำวันของคุณด้วย ผมเลยรวมทั้งข้อดีและข้อเสียมาให้คุณอ่านเพื่อการตัดสินใจเพิ่มเติมครับ

ข้อดีของเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู

  1. ซ่อนตัวได้ ด้วยความที่มีขนาดเล็กและอยู่ในช่องหู คนรอบข้างคุณจึงอาจไม่เห็นว่าคุณกำลังใส่เครื่องช่วยฟังอยู่
  2. สบายไร้สาย คุณจะไม่ต้องกังวลกับสายนำเสียง หรือตัวเครื่องที่ต้องคล้องหู
  3. คุยมือถือได้ คุณสามารถเอาโทรศัพท์มือถือแนบกับหูเพื่อพูดคุยได้ตามปกติ
  4. ไร้เสียงลม เนื่องจากมีใบหูกันไว้ เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจึงอาจไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงลมซักเท่าไหร่

ข้อเสียของเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู

  1. ไม่เหมาะกับผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจะเหมาะกับผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น หากต้องการกำลังเสียงที่มากขึ้น จึงควรเปลี่ยนไปใช้เครื่องช่วยฟังประเภททัดหลังหู
  2. ใช้แบตเตอรี่เปลืองกว่า จากข้อมูลที่ผ่านมา พบว่าผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจะมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยกว่าเครื่องช่วยฟังประเภทอื่น
  3. ลูกเล่นน้อยกว่า เนื่องจากเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูมีขนาดเล็ก ไม่สามารถออกแบบให้มีปุ่มหรือมีแผงวงจรที่ซับซ้อนได้ คุณจึงอาจไม่สามารถปรับการใช้งานได้หลากหลายเท่ากับเครื่องช่วยฟังประเภทอื่น

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนเลือกประเภทเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสม และแนะนำว่าให้ตรวจการได้ยินจากนักแก้ไขการได้ยินที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เขาจะแนะนำและให้คุณลองใส่เครื่องช่วยฟัง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับชีวิตประจำวันจริงๆ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึง เชียงใหม่ เครื่องช่วยฟัง หูดับ หูหนวก

สงสัยว่าคนใกล้ตัวกำลังหูตึง มีปัญหาการได้ยิน แต่ไม่รู้จะช่วยเขาอย่างไรดี? บางทีเขาอาจกำลังไม่รู้ตัวก็ได้นะครับว่ากำลังมีปัญหาการได้ยิน แต่พวกเราที่อยู่รอบข้างนี้แล่ะที่จะรู้สึกได้เองเวลาคุยกับเขา

วันนี้ผมเลยมีเทคนิค 7 ข้อที่จะช่วยให้คุณช่วยเหลือคนที่มีปัญหาการได้ยินได้

  1. ให้กำลังใจเขา และพาไปตรวจการได้ยิน

ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินโดยส่วนมากมักจะไม่รู้ตัว เพราะค่อยๆ สูญเสียการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงปรับตัวได้เองโดยอัตโนมัติ หากเราสังเกตได้เวลาพูดคุยก็ควรให้กำลังใจและบอกว่าเราห่วงใยเขามากขนาดไหน เราอยากให้เขาได้ยินทุกเรื่องราวแบบชัดเจน จะได้คุยกันสนุกมากขึ้น และเราก็ไม่อยากเป็นห่วงเวลาเขาข้ามถนนหรือขับรถที่อาจไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง จึงอยากพาไปตรวจการได้ยินด้วยกัน

  1. สื่อสารแบบเข้าอกเข้าใจ

บอกคนที่กำลังมีปัญหาการได้ยินว่าคุณพร้อมจะปรับตัวเพื่อพูดคุยกับเขาให้เขาเข้าใจมากขึ้น เช่น ให้เขาเห็นหน้าเห็นปากเวลาพูด ใช้เสียงดังฟังชัด ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป และลองทำดูว่าเขาได้ยินและเข้าใจบทสนทนามากขึ้นไหม

  1. ถามว่าอยากให้ช่วยอะไรบ้าง

ปัญหาการได้ยินของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน จึงต้องการความช่วยเหลือที่แตกต่างกัน เช่นเวลาไปรับประทานอาหารด้วยกัน คุณควรให้เขาเลือกที่นั่งที่จะทำให้เขาได้ยินและพูดคุยได้ดีที่สุด เพราะโดยปกติทั่วไปที่นั่งตรงมุมห้องและติดกับผนังจะช่วยลดปัญหาเสียงรบกวนได้ดีที่สุด

  1. เรียกความมั่นใจกลับคืนมา

คนส่วนมากมักคิดไปเองว่า “ปัญหาการได้ยิน หรือหูตึง = คนแก่” จึงทำให้ผู้ที่กำลังมีปัญหาการได้ยินมักไม่มั่นใจและไม่กล้าแสดงออก เราจึงควรคุยกับเขาว่าเรามองเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร การพูดคุยแบบเปิดอก ด้วยอารมณ์แบบเบาสบาย จะทำให้เขามั่นใจและกล้าจะปรึกษาคุณมากขึ้น

  1. ใช้อารมณ์ขันเข้าช่วย

ในบางครั้ง ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินอาจไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูด เขาจึงตอบไม่ตรงคำถาม หรือพูดไม่ตรงประเด็นบ้าง เราก็ไม่ควรทำให้เป็นเรื่องซีเรียส และลองทำให้เป็นเรื่องสนุกสนานดูบ้าง ไม่อย่างนั้นเขาจะอึดอัดใจ

  1. พูดซ้ำบ้างก็ได้นะ

มีหลายคำศัพท์ที่อาจยากต่อการเข้าใจ ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินจึงมักขอให้คุณพูดซ้ำ หากเป็นเช่นนั้น แนะนำว่าให้คุณพูดซ้ำด้วยเสียงที่ชัดเจนและความเร็วปานกลาง หรืออาจเลือกใช้คำศัพท์อื่นที่เข้าใจง่ายกว่า และที่สำคัญคืออย่าพูดว่า “ไม่เป็นไร” เพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เพราะจะทำให้เขายิ่งรู้สึกไม่ดีไปกันใหญ่

  1. ทดลองสิ่งใหม่ๆ

เครื่องช่วยฟังรุ่นใหม่ที่ออกสู่ท้องตลาด มักจะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น คุณลองพาเขาไปลองเครื่องช่วยฟังหลากหลายรุ่น เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับชีวิตประจำวันของเขามากที่สุด บางคนอาจชอบดูโทรทัศน์ หรือชอบพูดคุยโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถเลือกอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมได้

.

ไม่มีอะไรยากเกินไป หากเรารักและเข้าใจผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน

ลองเอาเทคนิค 7 ข้อนี้ไปใช้ดูนะครับ

.

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง หูฟัง หูตึง เชียงใหม่ หูหนวก

“ฉันต้องใส่เครื่องช่วยฟังจริงเหรอ?” เชื่อไหมครับว่ามีคนไทยหลายคนที่มีปัญหาการได้ยิน แต่ก็ยังลังเลที่จะใส่เครื่องช่วยฟัง เนื่องมาจากหลายเหตุผลดังนี้

1. คิดว่าตัวเองยังได้ยินดีอยู่ คนส่วนมากกว่าจะยอมใส่เครื่องช่วยฟังก็สูญเสียการได้ยินมาในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนหนึ่งก็มาจากการไม่เห็นความสำคัญในการตรวจการได้ยินทุกปี และค่อยๆ สูญเสียการได้ยินทีละนิดจนค่อยๆ ปรับตัวได้ มารู้ตัวอีกทีก็สื่อสารกับคนรอบข้างลำบากแล้ว เราจึงแนะนำให้มาตรวจการได้ยินจากผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำทุกปี จะได้ทราบและวางแผนการรักษาล่วงหน้านะครับ

2. อายที่จะใส่เครื่องช่วยฟัง ในยุคที่ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญ หลายคนจึงอายที่จะใส่เครื่องช่วยฟังเพราะกลัวคนรอบข้างมองว่าตนเองแก่หรือไม่มีความสามารถ อันที่จริงปัจจุบันนี้มีเครื่องช่วยฟังหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน บางท่านที่เลือกใส่เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูก็จะรู้สึกสบายใจที่จะใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หรือหากมีการสูญเสียการในระดับที่รุนแรงขึ้น ประเภททัดหลังหูก็จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผลการตรวจการได้ยินของแต่ละท่านด้วยครับ

เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ หูตึง

3. รอให้สูญเสียการได้ยินทั้ง 2 ข้างก่อน เมื่อมีการสูญเสียการได้ยินเพียงข้างเดียว แพทย์บางท่านจะให้คำแนะนำว่ายังไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง เพราะอีกข้างยังได้ยินชัดเจนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ไม่ทราบทิศทางของเสียงและเกิดอันตรายได้ เช่นการได้ยินเสียงรถแต่ไม่ทราบว่ามาจากซ้ายหรือขวา ทางที่ดีเราแนะนำให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านหู คอ จมูก เพื่อได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับท่าน

4. แค่ไม่ได้ยิน ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ปัญหาการได้ยินถือว่าเป็นเป็นภัยเงียบ หลายคนลังเลไม่ยอมใส่เครื่องช่วยฟังก็เพราะคิดว่าการได้ยินไม่สำคัญเท่ากับการมองเห็น แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่มีปัญหาการได้ยินมักจะมีปัญหาตามมาหลายอย่าง เช่น ความเครียด แปลกแยก ไม่กล้าเข้าสังคม (อ่านความสำคัญของการได้ยินเพิ่มเติมได้ คลิกที่นี่) การได้ยินพลาดอาจทำให้คุณเสียหายได้มากกว่าที่คิด ลองคิดดูว่าหากคุณทำการค้าขายและฟังลูกค้าผิดจนขายพลาด หรือคนรักกำลังอธิบายความรู้สึกอย่างซาบซึ้งแต่คุณไม่ได้ยินเขา คุณคงไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นใช่ไหมครับ?

5. เครื่องช่วยฟังจะดีจริงเหรอ? เป็นเรื่องปกติที่คุณจะไม่มั่นใจในการลองใช้สิ่งใหม่ๆ และบางครั้งอาจได้ยินเพื่อนบอกมาว่าเครื่องช่วยฟังไม่ได้ช่วยอะไร แต่อยากให้แยกแยะระหว่างเครื่องช่วยฟังที่ซื้อโดยไม่ปรับให้เข้ากับผลการได้ยิน เปรียบเทียบกับเครื่องช่วยฟังดิจิตอลจากศูนย์เราที่จะต้องตรวจการได้ยินอย่างละเอียดเพื่อทำการปรับเครื่องช่วยฟังให้เข้ากับระดับการได้ยินของคุณโดยเฉพาะ เสื้อผ้าที่สั่งตัดเพื่อคุณคนเดียวย่อมสวมใส่สบายได้ดีกว่าเสื้อผ้าทั่วไปแน่นอน ไม่ต่างอะไรกับเครื่องช่วยฟังที่ปรับให้เข้ากับระดับการได้ยิน ย่อมให้ประสิทธิภาพและให้ความพึงพอใจได้อย่างแน่นอน อีกอย่างคุณสามารถขอทดลองนำเครื่องช่วยฟังกลับไปใช้ก่อนได้นานสุดถึง 2 สัปดาห์ จึงไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลเลยครับ

6. ไว้ใจคนขายได้ดีแค่ไหน? อีกเหตุผลที่หลายคนยังไม่กล้าซื้อเครื่องช่วยฟังก็เพราะยังไม่มั่นใจในคนขายหรือศูนย์จำหน่ายว่ามีความรู้ในการแนะนำเครื่องช่วยฟังได้อย่างถูกต้องหรือไม่ ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ มีนักแก้ไขการได้ยินที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยมาทางด้านการได้ยินโดยเฉพาะ คุณจึงมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับผลการตรวจและปรับเครื่องช่วยฟังได้อย่างแม่นยำ พร้อมบริการหลังการขายที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

7. ราคาแพงไป ลูกชิ้นชิ้นปิ้งไม้ละ 500 บาท เปรียบเทียบกับโทรศัพท์มือถือ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดในราคา 5,000 บาท คุณว่าคนส่วนมากจะซื้ออะไรครับ? 5,000 บาทอาจดูเป็นเงินที่มากกว่า 500 บาท แต่คนยอมเสียเงินซื้อเพราะรู้สึกว่าคุ้มค่ากว่าแน่นอน ในขณะที่ลูกชิ้นปิ้งไม้ละ 500 บาทดูแพงเกินไป ไม่มีอะไรที่แพงหากสิ่งนั้นคุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายไปว่าไหมครับ? มองกลับมาที่เครื่องช่วยฟังที่ช่วยให้คุณสื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุข คงไม่มีอะไรแพงไปสำหรับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นใช่ไหมครับ

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่หลายคนลังเลก่อนที่จะตัดสินใจใส่เครื่องช่วยฟัง เราจึงแนะนำให้คุณไปขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือมาที่ศูนย์ของเราเพื่อรับข้อมูลและทดลองใส่เครื่องช่วยฟัง ก่อนที่จะตัดสินใจใส่จริงๆ

ทุกปัญหาการได้ยิน เรามีคำตอบ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

cochlear implant chiangmai hearing loss

ถ้าเช้าวันหนึ่ง คุณตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไป เสียงคู่รัก เสียงคนในครอบครัว เสียงนกร้อง ทุกอย่างล้วนเงียบสงัด คุณจะรู้สึกอย่างไร?

หูดับ หูหนวก ประสาทหูเทียม เชียงใหม่

อยากให้คุณได้อ่านเรื่องราวของแพท ที่เกิดและเติบโตแบบคนปกติทั่วไป เธอได้ยินเสียงและมีความสุขจนกระทั่งตอนอายุ 34 ปีในปี 2524 เธอก็มีอาการหูดับ และสูญเสียการได้ยินถึงขั้นหูหนวกสนิทภายใน 3 วันหลังจากเริ่มเกิดอาการ แพทย์ได้แจ้งว่าสาเหตุมาจากเธอติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง

หลังจากนั้นแพทก็ใช้ชีวิตในโลกอันเงียบสงัดเป็นเวลา 3 ปี จนกระทั่งสามีของเธอได้ดูรายการโทรทัศน์ที่พูดเกี่ยวกับประสาทหูเทียม จึงแนะนำให้แพทเข้ารับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

“ฉันรู้สึกว่าส่วนหนึ่งของชีวิตได้สูญหายไป ฉันต้องคอยถามให้คนอื่นพูดหลายรอบเพื่อที่จะอ่านปาก มันคงจะดีถ้าฉันจะมีโอกาสได้ยินอีกครั้ง” แพทได้กล่าวไว้

หลังจากได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ และผ่านขั้นตอนต่างๆ แพทจึงได้รับการผ่าตัดในเดือนเมษายน 2530 ซึ่งเธอเป็นคนไข้คนแรกใน South Dakota ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

ประสาทหูเทียม Cochlear Nucleus 6

ปัจจุบันเธอใช้เครื่องแปลงสัญญาณเสียงของ Cochlear รุ่น Nucleus 6 แพทได้เล่าให้ฟังว่า

“เสียงที่ฉันชอบฟังมากที่สุดคือเสียงคนในครอบครัว เสียงนกร้อง เสียงดนตรี จะว่าไปก็ชอบทุกเสียงนั่นแล่ะ”

เธอยอมรับว่าประสาทหูเทียมทำให้เธอเหมือนกับเกิดใหม่ เธอไม่ต้องพลาดกับเสียงทุกเสียงในชีวิตประจำวันอีกต่อไป

“สำหรับคนที่มีปัญหาหูดับ หูหนวก หรือสูญเสียการได้ยินขั้นรุนแรง ควรรีบได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และประสาทหูเทียมจะเป็นคำตอบ ที่จะทำให้เขาเหล่านั้นได้รับความสุขในชีวิตกลับมาอีกครั้ง”

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องประสาทหูเทียม สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเรา โดยกรอกข้อมูลให้เราติดต่อกลับได้ที่ การขอข้อมูลเพื่อติดต่อกลับ

หรือติดต่อเราได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

พูดคุย หูตึง วิธี

“พอหูตึงก็รู้สึกพูดคุยกับคนอื่นลำบากจัง ได้ยินก็ไม่ชัด กลัวทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ ทำอย่างไรดี?” เรามีคำแนะนำ 6 ข้อที่อยากให้คนหูตึงได้อ่าน เพื่อให้สื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุขมากขึ้นครับ

1. กล้าที่จะบอกคนอื่น

ก็เข้าใจนะครับว่าคนไทยเราขี้อาย ไม่กล้าบอกคนอื่นว่าตัวเองมีปัญหาการได้ยิน เพราะกลัวดูไม่ดี แต่ในทางกลับกันหากคุณบอกไปตามตรงว่ามีปัญหาหูตึง จึงอยากให้เขาพูดในตำแหน่งที่คุณเห็นหน้าและอ่านริมฝีปากได้ เชื่อสิครับว่าการพูดคุยครั้งนั้นจะราบรื่นและสนุกมากขึ้นเยอะ

2. วางตัวแบบสบาย…สบาย

ถ้าคู่สนทนาเห็นว่าคุณเป็นคนชิลๆ ที่ไม่เครียดกับปัญหาหูตึง เขาก็จะรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยกับคุณได้ทุกเรื่อง มีลูกค้าบางท่านเล่าให้เราฟังว่าเขารู้สึกสบายใจที่บอกกับเพื่อนไปตามตรงว่า “นี่ๆ บางครั้งที่เธอถามอะไรแล้วฉันไม่ตอบ หรือบางทีฉันก็มองหน้าเธอแบบแปลกๆ ขอให้เข้าใจว่าฉันอาจกำลังไม่ได้ยินสิ่งที่เธอพูดมา เพราะปัญหาหูตึงของฉันนะ” การคุยสบายๆ บอกไปตามตรงแบบนี้ กลับทำให้คนรอบข้างเข้าใจและไม่ถือสา หากคุณถามให้เขาพูดใหม่อีกหลายรอบ

3. อ่านข้อมูลใหม่ๆ เสมอ

นอกจากการได้ยินเสียงพูดแล้ว ยังมีหลายอย่างที่ช่วยให้คุณเข้าใจบทสนทนามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า ภาษากาย หรือคำศัพท์ต่างๆ ในประโยคสนทนา ดังนั้นการเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆ จากการอ่านหนังสือหรือจากอินเตอร์เน็ต จะทำให้คุณมีความรู้มากขึ้น และสามารถเดาความหมายของประโยคสนทนาได้ดีขึ้น

4. เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง

คนที่มีปัญหาหูตึงจะใช้พลังงานค่อนข้างเยอะเพื่อให้มีสมาธิในการได้ยินและเข้าใจอีกฝ่าย คุณจึงควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หรือในบางครั้งที่ต้องพูดคุยกับใครนานๆ ก็ควรมีช่วงเบรกเพื่อให้คุณไม่เหนื่อยเกินไปในการพยายามฟังอีกฝ่าย

5. ไม่ต้องรู้ไปทุกเรื่องก็ได้

หลายครั้งที่คุณอาจอยากรู้รายละเอียดทุกอย่างในประโยคสนทนา จนทำให้คุณถามอีกฝ่ายมากและบ่อยเกินไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้ไม่ได้ยินบางพยางค์ หรือได้ยินบางคำไม่ชัด คุณก็สามารถเข้าใจประโยคสนทนานั้นได้เช่นกัน ลองถามให้น้อยลง ไม่ต้องได้ยินชัดทุกพยางค์ก็ได้ แล้วปล่อยตัวให้สนุกสนานกับการพูดคุยครั้งนั้นดูสิครับ

6. มีอารมณ์ขันบ้าง

ทุกการสื่อสารก็สามารถมีข้อผิดพลาดกันได้บ้าง อย่าไปเครียดหากมีบางครั้งที่คุณได้ยินไม่ชัด เข้าใจผิดพลาด จนทำให้เผลอพูดอะไรที่ไม่ตรงกับบทสนทนาของอีกฝ่าย ลองเปลี่ยนความผิดพลาดเป็นเสียงหัวเราะดูสิครับ และขอบคุณกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น การมองโลกในด้านบวก นอกจากจะทำให้เราสบายใจ ก็ยังทำให้คนรอบข้างเราสบายใจด้วยนะครับ

.

ลองเอา 6 ข้อนี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันดูนะครับ เราหวังว่าจะปัญหาหูตึงจะไม่ทำให้คุณเครียดอีกต่อไป

.

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาหูตึง หูดับ หูหนวก ให้เราเป็นเพื่อนที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้นะครับ

.

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง ตรวจการได้ยิน เชียงใหม่

ปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลทุกอย่างได้จากอินเตอร์เน็ต รวมถึงการซื้อของออนไลน์ที่มีความสะดวกสบาย และตัวเลือกที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เครื่องช่วยฟัง ซึ่งมีหลายเรื่องที่คุณควรทราบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อจากทางอินเตอร์เน็ต

  1. เครื่องช่วยฟัง เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง ที่ไม่ใช่แค่ช่วยขยายเสียงให้เราได้ยินชัดขึ้น แต่ยังสามารถช่วยเติมการได้ยินในคลื่นความถี่ที่เราสูญเสียไป โดยไม่กระทบกับคลื่นความถี่ที่เรายังได้ยินดีอยู่
  2. การเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง ควรเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังที่สามารถปรับตามผลตรวจการได้ยิน (Audiogram) ที่เหมาะสมกับหูของเรา เพื่อถนอมสุขภาพการได้ยิน ให้เราสามารถได้ยินไปนานๆ สำหรับเครื่องช่วยฟังที่ไม่ได้ปรับให้เข้ากับผลตรวจการได้ยินนั้น ไม่ต่างอะไรกับการเอาลำโพงขยายเสียงมากรอกข้างหู ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
  3. หากจำเป็นจะต้องใส่เครื่องช่วยฟัง เราจะต้องตรวจการได้ยินกับนักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist) เพื่อให้ทราบระดับการสูญเสียการได้ยินก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยฟังในปัจจุบันสามารถปรับผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยำสูง ปรับตามคลื่นความถี่ต่างๆ ที่เราสูญเสียไป ซึ่งการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังจากอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการปรับเครื่องตามระดับการได้ยินของเรา จะทำได้เพียงแต่การปรับกำลังขยายเสียง เพิ่ม – ลด เท่านั้น ทำให้คลื่นความถี่ที่เราได้ยินดีอยู่แล้วถูกรบกวน และทำให้เสื่อมลงเร็วขึ้น
  4. การแก้ปัญหาหูตึง เพื่อให้มีการได้ยินที่ดี ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังมาใส่เท่านั้น เพราะนักแก้ไขการได้ยินจะซักประวัติการรักษาทางการแพทย์ ซักถามลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเลือกเครื่องช่วยฟังและปรับเครื่องช่วยฟังให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของผู้ใช้จริง รวมถึงการนัดติดตามผลหลังการใส่เครื่องช่วยฟัง การรับประกัน และการบริการหลังการขาย เช่น การบริการเช็คล้างทำความสะอาด อบไล่ความชื้น และปรับเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสมทุกๆ 3 เดือน
  5. การตรวจการได้ยินด้วยตัวเองจากอินเตอร์เน็ต (Online Hearing Screen) เป็นการทดสอบเบื้องต้นว่าเรามีปัญหาการได้ยิน แต่ไม่สามารถบอกถึงอาการหรือสาเหตุในเชิงลึกได้ ซึ่งเราจะต้องได้รับการตรวจจากนักแก้ไขการได้ยินเพิ่มเติม

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง เราพร้อมให้คำปรึกษา

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึง พูดคุย เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่

มีปัญหาการได้ยินใช่ไหม? 6 วิธีนี้ จะทำให้คุณสื่อสารง่ายขึ้น
.
1.มั่นใจและบอกผู้อื่นว่าคุณมีปัญหาการได้ยิน
เพราะอีกฝ่ายจะพูดกับคุณแบบชัดถ้อยชัดคำเพื่อให้คุณเห็นปากเขา และเข้าใจความหมายได้ง่ายขึ้น
.
2.ผ่อนคลาย อย่าเคร่งเครียด
หากคุณทำใจให้สบายกับปัญหาการได้ยิน คู่สนทนาคุณก็จะรู้สึกสบายใจเช่นกัน อาจบอกล่วงหน้าก่อน ว่าหากคุณมีสีหน้าแปลกๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่อยากพูดกับเขา แต่อาจมาจากการที่คุณได้ยินเขาไม่ชัดเจนมากพอ
.
3.เรียนรู้ตลอดเวลา

การอ่านหรือได้รับข่าวสารรอบตัวอย่างสม่ำเสมอจะทำให้คุณเข้าใจข้อมูลที่อีกฝ่ายกำลังพูดได้มากขึ้น ถึงแม้ว่าคุณอาจจะได้ยินไม่ชัดเจนก็ตาม
.
4.รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
การได้ยินที่ชัดเจน จะต้องใช้สมาธิในการฟังมากขึ้น การพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ จะทำให้คุณมีพลังงาน และมีสมาธิในการฟังนั่นเอง
.
5.ถามอย่างพอเหมาะ
หากคุณพยายามเก็บรายละเอียดทุกคำพูดโดยการถามให้อีกฝ่ายพูดซ้ำบ่อยเกินไป อาจทำให้การสนทนาไม่ราบรื่นซักเท่าไหร่ ลองสื่อสารจากภาพรวม ไม่เก็บรายละเอียดยิบย่อย แล้วการสนทนาจะง่ายขึ้นเอง
.
6.ขำขันกับข้อผิดพลาดบ้าง
อาจมีบางคำที่คุณไม่ได้ยินในการสนทนา ฝึกมองบวก และหัวเราะไปกับบางข้อผิดพลาด คุณจะได้รับความสุขในการสนทนาอีกเยอะเลย
.
มีอีกหลายเรื่องราวดีๆ รอให้คุณไปได้ยิน เราพร้อมฟังคุณ เพื่อให้คุณได้ยินชัดเจนขึ้น

.

ศูนย์สุขภาพการได้ยิน อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

.
ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.huffingtonpost.com/shari-eberts/six-steps-those-with-hear_b_10341168.html