Posts

หูตึง การได้ยิน ป้องกัน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง

ถ้าให้เลือกได้ คุณก็คงอยากมีสุขภาพการได้ยินที่ดี ไม่อยากสูญเสียการได้ยินหรือมีปัญหาหูตึงใช่ไหมครับ? การรู้วิธีดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในยุคนี้เราก็มีข้อมูลมากมายให้เรียนรู้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลไหนถูกหรือผิด งั้นมาเช็คดูกันว่า ความเชื่อที่คุณมีเกี่ยวกับ “หูตึง” มีอันไหนถูก อันไหนผิดบ้าง

1. สูงวัย สาเหตุหลักของหูตึง : ผิด

คนส่วนมากมักจะคิดว่าสาเหตุหลักของการสูญเสียการได้ยินมาจากความแก่ชรา ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด แท้จริงแล้วสาเหตุหลักของการสูญเสียการได้ยินคือ “เสียงดัง” ที่เราเจอในชีวิตประจำวันต่างหาก

  • เด็กอเมริกันในวัยเรียนจำนวน 15% สูญเสียการได้ยิน เนื่องจากการใช้ชีวิตประจำวันที่อยู่กับเสียงดังบ่อยๆ
  • โรงงานส่วนมากยังไม่ใส่ใจในการให้พนักงานใส่อุปกรณ์ป้องกันหู เช่น Earplug ก่อนไปทำงานที่ต้องเจอะเจอกับเสียงดัง เช่น เสียงเครื่องจักรต่างๆ

เสียงดังหลายชนิด เราอาจคาดไม่ถึงว่าหากเราต้องได้ยินทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ก็ส่งผลให้เราหูตึงได้ เช่น เสียงเพลงที่ฟังจากหูฟัง เสียงดนตรีในสถานที่เที่ยวกลางคืน เสียงเครื่องดูดฝุ่น เสียงไดร์เป่าผม และอื่นๆ ที่ไม่ควรได้ยินต่อเนื่องกันนานเกินไป

2. หูตึง สามารถรักษาให้หายขาดได้ : ผิด

ที่จริงแล้ว อวัยวะต่างๆ ภายในหูนั้น เป็นสิ่งที่บอบบางมาก ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่า เราได้ยินเสียงได้อย่างไร?

ได้ยิน หูตึง หูหนวก หูดับ เซลล์ขน เชียงใหม่

2.1 คลื่นเสียงถูกนำเข้าสู่รูหูของคุณโดยผ่านใบหู

2.2 คลื่นเสียงจะไปกระทบกับเยื่อแก้วหูก่อให้เกิดการสั่นสะเทือน

2.3 กระดูหูเล็กๆ สามชิ้นจะสั่นสะเทือนไปพร้อมกับแก้วหู ส่งสัญญาณเสียงจากหูชั้นกลางไปสู่หูชั้นในรูปหอยโข่ง

2.4 ของเหลวในหูชั้นในสั่น ทำให้เซลล์ขนสั่นตามไปด้วย และเกิดการเปลี่ยนแปลงจากพลังงานการสั่นสะเทือนเป็นสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งจะถูกส่งไปที่เส้นประสาทการได้ยินที่สมอง ศูนย์กลางการได้ยินของสมองจะทำหน้าที่แปลความหมายของกระแสไฟฟ้านั้นให้กลายเป็นเสียงต่อไป

จากขั้นตอนสุดท้าย จะเห็นว่า เซลล์ขน มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เราทุกคนได้ยินเสียง แต่เซลล์ขนก็สามารถถูกทำลายได้จากการที่เราฟังเสียงดังนานๆ และบ่อยเกินไป และที่น่าตกใจก็คือ

เมื่อเซลล์ขนภายในหูของเรา ถูกทำลายไปแล้ว จะไม่สามารถสร้างใหม่ขึ้นมาได้ จึงทำให้เกิดปัญหาการได้ยิน หูตึงหรือหูหนวก

ดังนั้น หูตึงหรือหูหนวก จึงไม่สามารถรักษาให้กลับมาได้ยินสมบูรณ์แบบ 100% ได้ ทางที่ดีจึงควรรู้ป้องกันให้เรามีสุขภาพการได้ยินที่ดีกันดีกว่า

3. ถ้าหูตึง จะซื้อเครื่องช่วยฟังที่ไหนก็ได้ : ผิด

หลายท่านอาจเข้าใจว่า เครื่องช่วยฟังเป็นเพียงแค่เครื่องขยายเสียงเพียงเท่านั้น จึงไปหาซื้อจากอินเตอร์เน็ต ร้านขายยา หรือร้านทั่วไป โดยไม่ได้รับการตรวจการได้ยินก่อน แต่ที่จริงแล้วเครื่องช่วยฟังจัดว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ใช่แค่ช่วยขยายเสียงให้เราได้ยินชัดขึ้น แต่ยังสามารถช่วยเติมการได้ยินในคลื่นความถี่ที่เราสูญเสียไป โดยไม่กระทบกับคลื่นความถี่ที่เราได้ยินดีอยู่ ลองอ่านบทความเพิ่มเติมได้ โดยการคลิกที่นี่ ครับ

4. หูตึงเป็นเวรกรรม ป้องกันไม่ได้ : ผิด

อย่างที่ผมเขียนไปในข้อที่ 1 ว่าเราทุกคนสามารถป้องกันไม่ให้อยู่ในสถานที่เสียงดัง หรือใช้อุปกรณ์ที่เสียงดัง บ่อยจนเกินไป เพราะใช่ว่าทุกคนจะแก่ชราแล้วมีปัญหาการได้ยินนะครับ คุณเองก็สามารถเลือกได้ ให้ตนเองเป็นคนที่เติบโตขึ้นพร้อมสุขภาพที่ดี

5. การตรวจการได้ยินทุกปี ป้องกันหูตึงได้ : ถูก

การใส่ใจในการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นเรื่องที่ดีมากครับ แต่หลายคนมักไม่ค่อยใส่ใจการตรวจการได้ยิน เพราะคิดว่าไม่จำเป็น แต่แท้ที่จริงแล้ว หากคุณมาตรวจการได้ยินและรู้วิธีการป้องกันการสูญเสียการได้ยินตั้งแต่เนิ่นๆ คุณก็จะมีสุขภาพการได้ยินที่ดีไปได้ยาวนานยิ่งขึ้น

.

เป็นอย่างไรบ้างครับ มีความเชื่อไหนที่คุณเข้าใจผิดมาตลอดบ้าง?  เราอยากให้ทุกคนมีข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อจะได้มีการได้ยินที่ดีนะครับ แต่หากมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินตรงไหนเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ตลอดเวลาครับ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

.

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก The New York Times

หูตึง ป้องกัน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง หูฟัง หูหนวก หูดับ เครื่องช่วยฟัง

อันที่จริงแล้ว ปัญหาการได้ยินหรืออาการหูตึง ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% นะครับ บางรายมาจากสาเหตุของประสาทหูเสื่อมในวัยชราจึงไม่สามารถป้องกันได้ แต่หากมาจากสาเหตุของการที่ต้องเจอกับเสียงดังบ่อยๆ  เราก็สามารถป้องกันได้ดังนี้ครับ

1.  หลีกเลี่ยงเสียงดัง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ สถานที่ไหนที่ต้องเผชิญกับเสียงดัง ก็ควรออกห่างนะครับ เพราะไม่คุ้มเลยกับการที่เราจะมีปัญหาการได้ยินในอนาคต

แล้วจะสังเกตได้อย่างไร ว่าเสียงดังเกินไป?

  • คุณต้องพูดเสียงดังกว่าเดิม เพื่อให้คู่สนทนาเข้าใจ
  • คุณไม่ค่อยเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร
  • คุณรู้สึกปวดหู
  • มีอาการหูอื้อ หรือได้ยินเสียงอู้อี้

ระดับความดังของเสียง จะถูกวัดออกมาเป็นค่าเดซิเบล (dB) ยิ่งเสียงดังมาก ค่าเดซิเบลยิ่งสูง เสียงที่ดังมากกว่า 85 เดซิเบลเป็นค่าที่สูงจนเสียงต่อการทำลายการได้ยิน จึงไม่ควรอยู่ในพื้นที่นั้นนานๆ

ตัวอย่างระดับความดังของเสียง

  • เสียงกระซิบ – 30 เดซิเบล
  • เสียงพูดคุยทั่วไป – 60 เดซิเบล
  • เสียงการจราจรคับคั่ง – 70 ถึง 85 เดซิเบล
  • เสียงรถจักรยานยนต์ – 90 เดซิเบล
  • เสียงเพลงผ่านหูฟังในระดับสูงที่สุด – 100 ถึง 110 เดซิเบล
  • เสียงเครื่องบินกำลังขึ้น – 120 เดซิเบล

หรือคุณอาจลองใช้แอพในมือถือ ที่สามารถวัดระดับความดังของเสียง เพื่อเลี่ยงอยู่ในพื้นที่ที่ดังเกิน 85 เดซิเบลได้นะครับ

2. ฟังเพลงแต่พอดี การฟังเพลงผ่านหูฟังถือว่าเป็นอันตรายต่อหูเป็นอย่างมาก จึงควรระมัดระวังในการฟัง ดังนี้

  • ฟังในระดับความดังที่พอดี ไม่ดังจนเกินไป ซึ่งปกติแล้วไม่ควรเกิน 60% ของความดังสูงสุด
  • ไม่ควรใช้หูฟังนานเกิน 1 ชั่วโมง หากจะใช้นานๆ ควรพักหูประมาณ 5 นาทีก่อนใช้ใหม่

แค่ลดระดับเสียงลดนิดหน่อย ก็ช่วยรักษาการได้ยินของคุณได้นานขึ้นได้

3. ป้องกันเวลาไปงานอีเวนท์ หากมีความจำเป็นต้องไปทำกิจกรรมหรือออกงานอีเวนท์ที่มีเสียงดัง เช่น คอนเสิร์ต สนามกีฬา ที่เที่ยวกลางคืน ควรป้องกันดังนี้

  • อยู่ห่างจากจุดที่มีเสียงดัง เช่น ลำโพงขยายเสียง
  • พยายามพักหู โดยการออกห่างจุดที่มีเสียงดัง ทุก 15 นาที
  • หลังจากกลับจากงานที่มีเสียงดัง ควรพักผ่อนอย่างเงียบๆ ประมาณ 18 ชั่วโมง
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน เช่น Earplug

4. ทำงานอย่างระมัดระวัง หากคุณต้องทำงานในที่ที่มีเสียงดังตลอดเวลา ควรคุยกับหัวหน้างานว่าจะมีผลต่อการได้ยินในอนาคต จึงควรให้ที่ทำงานช่วยป้องกันดังนี้

  • หากเป็นไปได้ ควรปรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่างๆ ให้มีเสียงดังลดน้อยลง
  • ไม่ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดังติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน เช่น Earplug

5. ตรวจการได้ยินสม่ำเสมอ โดยปกติแล้วควรตรวจการได้ยินทุกปี หรือหากรู้สึกว่ากำลังมีปัญหาการได้ยินก็ยิ่งรีบมาตรวจการได้ยินให้เร็วที่สุด  นักแก้ไขการได้ยินหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้ให้คำแนะนำอย่างถูกต้องให้กับคุณ

แค่ 5 ข้อง่ายๆ แค่นี้ ก็ช่วยรักษาการได้ยินให้อยู่กับคุณไปนานๆ ได้นะครับ

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai