Posts

 

 หูตึงกับผู้สูงอายุมักเป็นของคู่กัน เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายได้ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักแล้วย่อมเสื่อมลงตามกาลเวลา หนึ่งในปัญหาของผู้สูงอายุที่มักพบ คือ “ปัญหาการได้ยิน หรือ หูตึง” นั่นเอง

 

ปัญหาหูตึงในผู้สูงอายุส่วนใหญ่เกิดจากความสามารถในการรับเสียงลดลง มักมีอาการหูอื้อ หรือหูตึง โดยมีอาการเริ่มแรกคือ ไม่ค่อยได้ยินเสียงแหลมๆ หรือเสียงที่มีความถี่สูง เช่น เสียงผู้หญิง เสียงดนตรีคีย์สูงๆ หรือเมื่ออยู่ในสถานที่ซึ่งมีเสียงรบกวนก็อาจฟังไม่เข้าใจ ทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตในการสื่อสารกับผู้อื่นน้อยลงโดยไม่รู้ตัว และเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการพบปะ พูดคุยกับผู้อื่น เนื่องจากเมื่อสนทนาแล้วต้องให้ผู้อื่นพูดซ้ำๆ เสียงดังๆ ผู้สูงอายุบางคนอาจจะต้องมองหน้า มองปาก เพราะฟังด้วยหูอย่างเดียวไม่รู้เรื่องแล้ว

 

 

“สิ่งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่า…ถึงเวลาที่ควรพาท่านเข้ารับการรักษาหรือควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหาทางด้านการได้ยินแล้ว เพราะหากปล่อยไว้นาน ท่านอาจจะไม่ได้ยินอีกเลย ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลต่อการเกิดปัญหาซึมเศร้าได้”

 

การป้องกันและดูแลการได้ยิน ในผู้สูงอายุ

  • ควรตรวจสุขภาพการได้ยินเป็นประจำทุกปี เมื่ออายุ 60 ปี ขึ้นไป
  • ควบคุมดูแลโรคประจำตัว เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อนที่อาจทำให้หูตึงได้
  • ในกรณีที่มีปัญหาการได้ยินขั้นรุนแรง และรบกวนคุณภาพชีวิตประจำวัน ไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพการได้ยินด้วยการใช้เครื่องช่วยฟัง (Hearing aids) ซึ่งเป็นวิธีที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้นได้

 


“การใส่เครื่องช่วยฟัง จะช่วยกระตุ้นการได้ยินให้ส่งคลื่นเสียงไปยังสมอง เพื่อคงการทำงานของสมองไว้ และลูกหลานควรดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด คอยให้กำลังใจ มีปฏิสัมพันธ์กับท่านอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะคงการได้ยินและสร้างความสุขให้กับท่าน”


 

เราพร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหาการได้ยิน

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

คุณสมบัติ เครื่องช่วยฟัง หูตึง หูหนวก หูดับ

เวลาที่คุณหรือคนที่คุณรักมีปัญหาการได้ยิน หูตึง ก็อยากได้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับความต้องการที่สุดใช่ไหมครับ? ก่อนอื่นคุณจึงควรทราบว่าเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่น ก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งผมได้รวมมาให้คุณอ่านแล้วครับ

Frequency Composition

เสียงที่เราได้ยินจะมีหลากหลายคลื่นความถี่ คนที่มีปัญหาการได้ยินก็จะสูญเสียการได้ยินที่คลื่นความถี่ต่างกัน ด้วยคุณสมบัติ Frequency Composition นี้ เครื่องช่วยฟังจะช่วยย้ายคลื่นความถี่ที่คุณสูญเสียไป ให้มาอยู่ในช่วงที่คุณยังได้ยิน คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้ยินชัดเจนในทุกสถานการณ์

Adaptive Noise Reduction

เวลาออกไปในสถานที่เสียงดัง มีเสียงรบกวนเยอะ คุณสมบัติ Adaptive Noise Reduction จะช่วยลดเสียงรบกวนให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับขยายเสียงพูดให้คุณสนทนากับเพื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Reverb Reduction

เสียงก้องเวลาเดินไปในห้องโถงขนาดใหญ่ มักจะสร้างความรำคาญให้กับผู้ใส่เครื่องช่วยฟัง คุณสมบัติ Reverb Reduction จึงช่วยลดเสียงก้องให้คุณมีการได้ยินที่ดียิ่งขึ้น

Transient Noise Reduction

เสียงช้อนกระทบกับส้อม เสียงแก้วน้ำกระทบกัน ทุกเสียงแหลมที่รบกวนการได้ยิน จะถูกลดลงไปด้วยคุณสมบัติ Transient Noise Reduction

Binaural Environment Classification

ด้วยคุณสมบัติ Binaural Environment Classification จะช่วยให้เครื่องช่วยฟังทั้ง 2 ข้างทำงานประสานกัน จนทำให้คุณได้ยินอย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

Wind Noise Monitor

หมดความกังวลเรื่องเสียงลมที่พัดผ่าน เพราะคุณสมบัติ Wind Noise Monitor จะช่วยลดเสียงรบกวนนี้ ให้คุณได้ยินและพูดคุยกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

Data Learning

เมื่อคุณใช้งานเครื่องช่วยฟังไปซักพัก คุณสมบัติ Data Learning จะช่วยจดจำการใช้งาน และปรับการทำงานเข้ากับทุกสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของคุณ

Adaptive Directional

ด้วยระบบอันชาญฉลาดนี้ เครื่องช่วยฟังของคุณจะปรับไมโครโฟนไปตามทิศทางเสียงพูดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณได้ยินเสียงพูดชัดเจนกว่าเสียงรอบข้างอื่นๆ

หูตึง เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน หูดับ

 

คุณสมบัติที่แตกต่างกันในเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่น ก็จะเหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนที่แตกต่างกัน คุณจึงควรขอคำแนะนำจากนักแก้ไขการได้ยิน และทดลองนำกลับไปใช้ที่บ้าน เพื่อมั่นใจได้ว่าคุณเลือกเครื่องช่วยฟังได้เหมาะสมจริงๆ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ความรู้ เครื่องช่วยฟัง หูตึง เชียงใหม่ ลำพูน

สำหรับคนที่มีปัญหาการได้ยิน และกำลังจะซื้อเครื่องช่วยฟัง ลองเช็คดูว่า 9 ข้อนี้ มีข้อไหนที่คุณยังไม่ทราบบ้าง จะได้มั่นใจเลือกซื้อได้ดียิ่งขึ้นนะครับ

  1. ไม่สามารถกลับไปได้ยินดีเหมือนเดิม ถึงแม่เทคโนโลยีจะถูกพัฒนามาได้มากขนาดไหน แต่เครื่องช่วยฟังที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่สามารถรักษาให้คุณกลับไปได้ยินดีได้เหมือนเดิม 100 % ได้
  2. ต่างประเภท ต่างประสิทธิภาพ เครื่องช่วยฟังจะมีหลายประเภท นักแก้ไขการได้ยินจะแนะนำประเภทที่เหมาะสมกับคุณ ขึ้นอยู่กับระดับการได้ยิน และการใช้ชีวิตประวันของคุณ
  3. ยังมีเสียงรบกวนอยู่ เราอยากให้คุณทราบตามความเป็นจริงว่า เครื่องช่วยฟังที่คุณภาพดีที่สุด ก็ไม่สามารถกรองเสียงรบกวนออกไปได้ทั้งหมด เพียงแต่จะช่วยลดเสียงรบกวนลงไป และเพิ่มเสียงพูดให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น สำหรับการแก้ปัญหาเสียงรบกวนที่ดีที่สุด คุณควรจะเลือกเครื่องช่วยฟังที่มีไมโครโฟนรับฟังเสียงเฉพาะทิศทาง (Directional Microphone) ที่มาพร้อมกับระบบประมวลผลแบบดิจิตอล (Digital Signal Processing) ซึ่งจะทำให้คุณได้ยินเสียงพูดที่ชัดเจนและลดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีที่สุด
  4. สวมใส่สบาย เพราะเครื่องช่วยฟังจะอยู่กับคุณทุกๆ วัน คุณจึงควรมีพิมพ์หูที่สวมใส่ได้พอดีกับช่องหูของคุณ ซึ่งจะทำให้คุณใส่เครื่องช่วยฟังได้สบายจนแทบไม่รู้สึกถึงการสวมใส่เลย หากว่าการใส่เครื่องช่วยฟังทำให้คุณรู้สึกปวด คัน หรือมีเลือดไหลออกจากช่องหู ให้รีบไปขอคำแนะนำจากศูนย์เครื่องช่วยฟังที่คุณซื้อมา
  5. ไม่ควรมีเสียงหวีด เป็นเรื่องปกติที่เวลาคุณกำลังสวมใส่เครื่องช่วยฟัง จะมีเสียงหวีดออกมาบ้าง ซึ่งจะหายไปหลังจากใส่ให้พอดีกับช่องหูแล้ว แต่หากยังมีเสียงหวีดภายหลังการใส่เครื่องช่วยฟัง ก็จะมาจากพิมพ์หูที่ไม่พอดีกับช่องหู คุณจึงควรกลับไปยังศูนย์เครื่องช่วยฟังที่คุณซื้อมา เพื่อให้เขาปรับพิมพ์หูให้เหมาะสม
  6. ใช้ได้เฉพาะคน อย่าใช้เครื่องช่วยฟังของคนอื่น เพราะเครื่องช่วยฟังที่ดี ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องขยายทุกเสียงให้ดังขึ้น แต่เครื่องช่วยฟังที่ดี  จะช่วยขยายเสียงในคลื่นความถี่ที่แต่ละคนสูญเสียไป และเนื่องจากแต่ละคนมีการสูญเสียการได้ยินในระดับที่แตกต่างกัน จึงจะต้องมีการปรับเครื่องช่วยฟังที่ต่างกันด้วย
  7. แพทย์ก็เชี่ยวชาญไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าแพทย์ทุกท่านที่จะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการสูญเสียการได้ยิน คุณจึงควรเลือกที่จะขอคำปรึกษากับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้เท่านั้น
  8. ทดลองใช้ก่อน การไปพูดคุยกับนักแก้ไขการได้ยินหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถยืนยันได้มากพอว่าจะทำให้คุณได้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับคุณจริงๆ เราจึงแนะนำให้คุณลองเอาเครื่องช่วยฟังกลับไปลองใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งศูนย์เรายินดีให้คุณทดลองใช้ 3-7 วันแล้วค่อยตัดสินใจก่อนซื้อจริง
  9. ใช้เวลาปรับตัว ใช่ว่าผู้ใช้เครื่องช่วยฟังทุกคนจะปรับตัวได้ทันทีทันใด โดยส่วนมากแล้วจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ขึ้นไปถึงจะค่อยๆ ชินกับเสียงที่ได้ยินชัดเจนขึ้น เราจึงไม่อยากให้คุณด่วนใจร้อนเกินไปกับการใส่เครื่องช่วยฟังในช่วงแรก

เพราะการมีการได้ยินที่ดี คือส่วนหนึ่งที่จะเติมเต็มให้ชีวิตคุณมีความสุขมากยิ่งขึ้น เราจึงอยากให้คุณมีข้อมูลที่มากพอก่อนตัดสินใจในการซื้อเครื่องช่วยฟังแต่ละครั้ง

หรือหากคุณอยากทราบข้อมูลเพิ่ม หรือทดลองใช้เครื่องช่วยฟัง เรายินดีให้บริการครับ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

(ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก BetterHearing.org)

ดูแล รักษา ซ่อม เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ ลำพูน

เครื่องช่วยฟังที่ดี ควรจะช่วยให้คุณได้ยินดีขึ้นและมีความทนทานด้วย แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากยืดอายุการใช้งานให้เครื่องช่วยฟังอยู่กับคุณได้นานที่สุด

เรามีเทคนิควิธีการดูแลรักษาเครื่องช่วยฟัง

ให้คุณลองปฏิบัติตาม ดังนี้


1. ห่างไกลจากสิ่งสกปรก

อย่าใช้มือที่สกปรกหรือเปียกไปจับเครื่องช่วยฟัง สิ่งสกปรกต่างๆ อาจไปอุดตันไมโครโฟนและชื้นส่วนอื่น จนทำให้เครื่องช่วยฟังทำงานผิดปกติได้

 

2. ระวังการกระแทก

หลายท่านมักจะทำเครื่องช่วยฟังตกหล่นเวลาเช็ดล้างเครื่อง หรือเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่ จึงควรใช้ความระมัดระวังไม่ให้เกิดการตกหล่นจนได้รับความเสียหาย

 

3. ร้อนไปก็ไม่ดีนะ

ไม่ควรให้เครื่องช่วยฟังสัมผัสกับความร้อน หรือวางทิ้งไว้ในที่ๆ โดนแดดนานๆ เช่นในรถยนต์ที่จอดตากแดด เพราะอาจทำให้แผงวงจรข้างในตัวเครื่องได้รับความเสียหายได้

 

4. หลีกเลี่ยงความชื้น

อย่าใส่เครื่องช่วยฟังเวลาอาบน้ำหรือว่ายน้ำ เพราะความชื้นคือตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหาย และตอนก่อนนอนก็ควรถอดแบตเตอรี่ออกและนำเครื่องช่วยฟังเก็บไว้ในกล่องสารดูดความชื้น

 

5. เก็บไว้ให้ไกลจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

ระวังลูกหลานของท่านนำเครื่องช่วยฟังไปเล่นจนเกิดความ้สียหาย และเครื่องช่วยฟังที่เปิดเครื่องวางทิ้งไว้อาจปล่อยเสียงรบกวนจนทำให้สุนัขหรือแมวนำไปเล่นได้ จึงควรเก็บไว้อย่างระมัดระวัง

 

6. ระวังสเปรย์และเครื่องสำอาง

ผงแป้งและละอองสเปรย์อาจเข้าไปอุดตันไมโครโฟนและชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องช่วยฟัง จึงควรถอดตัวเครื่องเก็บไว้ ก่อนจะฉีดสเปรย์หรือใช้แต่งหน้า

 

7. ล้างทำความสะอาด

ควรนำเข้ามาเช็คล้างเครื่องกับเราทุก 3 เดือน เพราะหากเช็ดล้างเอง อาจทำให้มีน้ำยาหรือความชื้นเข้าไปทำความเสียหายภายในเครื่องช่วยฟังได้

 

8. ความสะอาดของช่องหู

การมีขี้หูมากไป นอกจากจะปิดกั้นเสียงแล้ว ยังอาจเข้าไปอุดตันชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องช่วยฟังได้ จึงควรหมั่นมาตรวจเช็คที่ศูนย์สุขภาพการได้ยินเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องช่วยฟังของคุณทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุด

 

9. เปลี่ยนแบตเตอรี่แบบถูกวิธี

แบตเตอรี่แบบ Zinc-Air ในปัจจุบันนี้ หากถอดสติกเกอร์ออก ควรวางทิ้งไว้ 1-2 นาทีเพื่อให้มีอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยา ก่อนนำแบตเตอรี่เข้าไปใส่ในเครื่องช่วยฟัง การใส่แบตเตอรี่ที่ถูกต้อง จะทำให้คุณใช้เครื่องช่วยฟังได้นานขึ้น

 

10. อย่าซ่อมเอง

หากมีปัญหาเกิดขึ้น ให้รีบติดต่อเรา เพราะการแกะเครื่องช่วยฟังซ่อมเอง อาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม

 

เพียงง่ายๆ เท่านี้ คุณก็สามารถยืดอายุการใช้งานเครื่องช่วยฟังให้ยาวนานขึ้น

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง หูตึง หูฟัง เชียงใหม่ หูดับ หูหนวก

หลายคนพบว่าตนเองกำลังมีปัญหาการได้ยิน และกำลังเลือกว่าควรใส่เครื่องช่วยฟังแบบไหนดี หลักๆ แล้วเครื่องช่วยฟังมี 3 ประเภทที่ทุกคนควรรู้จัก

หูฟัง หูตึง หูหนวก เชียงใหม่ ลำพูน

 

แล้วเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู จะเหมาะกับฉันไหม?

ถ้าอยากได้เครื่องช่วยฟังขนาดเล็กที่ไม่ต้องคล้องหู ประเภทในช่องหูก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีนะครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับระดับการได้ยินและชีวิตประจำวันของคุณด้วย ผมเลยรวมทั้งข้อดีและข้อเสียมาให้คุณอ่านเพื่อการตัดสินใจเพิ่มเติม

 

ข้อดีของเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู

  1. ซ่อนตัวได้ ด้วยความที่มีขนาดเล็กและอยู่ในช่องหู คนรอบข้างคุณจึงอาจไม่เห็นว่าคุณกำลังใส่เครื่องช่วยฟังอยู่
  2. สบายไร้สาย คุณจะไม่ต้องกังวลกับสายนำเสียง หรือตัวเครื่องที่ต้องคล้องหู
  3. คุยมือถือได้ คุณสามารถเอาโทรศัพท์มือถือแนบกับหูเพื่อพูดคุยได้ตามปกติ
  4. ไร้เสียงลม เนื่องจากมีใบหูกันไว้ เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจึงอาจไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงลมซักเท่าไหร่

 

ข้อเสียของเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู

  1. ไม่เหมาะกับผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจะเหมาะกับผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น หากต้องการกำลังเสียงที่มากขึ้น จึงควรเปลี่ยนไปใช้เครื่องช่วยฟังประเภททัดหลังหู
  2. ใช้แบตเตอรี่เปลืองกว่า จากข้อมูลที่ผ่านมา พบว่าผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจะมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยกว่าเครื่องช่วยฟังประเภทอื่น
  3. ลูกเล่นน้อยกว่า เนื่องจากเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูมีขนาดเล็ก ไม่สามารถออกแบบให้มีปุ่มหรือมีแผงวงจรที่ซับซ้อนได้ คุณจึงอาจไม่สามารถปรับการใช้งานได้หลากหลายเท่ากับเครื่องช่วยฟังประเภทอื่น

 

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนเลือกประเภทเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสม และแนะนำว่าให้ตรวจการได้ยินจากนักแก้ไขการได้ยินที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เขาจะแนะนำและให้คุณลองใส่เครื่องช่วยฟัง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับชีวิตประจำวันจริงๆ

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึง เชียงใหม่ เครื่องช่วยฟัง หูดับ หูหนวก

 

สงสัยว่าคนใกล้ตัวกำลังหูตึง มีปัญหาการได้ยิน แต่ไม่รู้จะช่วยเขาอย่างไรดี? บางทีเขาอาจกำลังไม่รู้ตัวว่ากำลังมีปัญหาการได้ยิน แต่พวกเราที่อยู่รอบข้างจะรู้สึกได้เมื่อคุยกับเขา

 

7 เทคนิค ช่วยให้คุณช่วยเหลือผู้ที่กำลังมีปัญหาการได้ยิน


 

1. ให้กำลังใจเขา และพาไปตรวจการได้ยิน

ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินโดยส่วนมากมักจะไม่รู้ตัว เพราะค่อยๆ สูญเสียการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงปรับตัวได้เองโดยอัตโนมัติ หากเราสังเกตได้เวลาพูดคุยก็ควรให้กำลังใจและบอกว่าเราห่วงใยเขามากขนาดไหน เราอยากให้เขาได้ยินทุกเรื่องราวแบบชัดเจน จะได้คุยกันสนุกมากขึ้น และเราก็ไม่อยากเป็นห่วงเวลาเขาข้ามถนนหรือขับรถที่อาจไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง จึงอยากพาไปตรวจการได้ยินด้วยกัน

 

2. สื่อสารแบบเข้าอกเข้าใจ

บอกคนที่กำลังมีปัญหาการได้ยินว่าคุณพร้อมจะปรับตัวเพื่อพูดคุยกับเขาให้เขาเข้าใจมากขึ้น เช่น ให้เขาเห็นหน้าเห็นปากเวลาพูด ใช้เสียงดังฟังชัด ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป และลองทำดูว่าเขาได้ยินและเข้าใจบทสนทนามากขึ้นไหม

 

3. ถามว่าอยากให้ช่วยอะไรบ้าง

ปัญหาการได้ยินของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน จึงต้องการความช่วยเหลือที่แตกต่างกัน เช่นเวลาไปรับประทานอาหารด้วยกัน คุณควรให้เขาเลือกที่นั่งที่จะทำให้เขาได้ยินและพูดคุยได้ดีที่สุด เพราะโดยปกติทั่วไปที่นั่งตรงมุมห้องและติดกับผนังจะช่วยลดปัญหาเสียงรบกวนได้ดีที่สุด

 

4. เรียกความมั่นใจกลับคืนมา

คนส่วนมากมักคิดไปเองว่า “ปัญหาการได้ยิน หรือหูตึง = คนแก่” จึงทำให้ผู้ที่กำลังมีปัญหาการได้ยินมักไม่มั่นใจและไม่กล้าแสดงออก เราจึงควรคุยกับเขาว่าเรามองเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร การพูดคุยแบบเปิดอก ด้วยอารมณ์แบบเบาสบาย จะทำให้เขามั่นใจและกล้าจะปรึกษาคุณมากขึ้น

 

5. ใช้อารมณ์ขันเข้าช่วย

ในบางครั้ง ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินอาจไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูด เขาจึงตอบไม่ตรงคำถาม หรือพูดไม่ตรงประเด็นบ้าง เราก็ไม่ควรทำให้เป็นเรื่องซีเรียส และลองทำให้เป็นเรื่องสนุกสนานดูบ้าง ไม่อย่างนั้นเขาจะอึดอัดใจ

 

6. พูดซ้ำบ้างก็ได้นะ

มีหลายคำศัพท์ที่อาจยากต่อการเข้าใจ ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินจึงมักขอให้คุณพูดซ้ำ หากเป็นเช่นนั้น แนะนำว่าให้คุณพูดซ้ำด้วยเสียงที่ชัดเจนและความเร็วปานกลาง หรืออาจเลือกใช้คำศัพท์อื่นที่เข้าใจง่ายกว่า และที่สำคัญคืออย่าพูดว่า “ไม่เป็นไร” เพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เพราะจะทำให้เขายิ่งรู้สึกไม่ดีไปกันใหญ่

 

7. ทดลองสิ่งใหม่ๆ

เครื่องช่วยฟังรุ่นใหม่ที่ออกสู่ท้องตลาด มักจะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น คุณลองพาเขาไปลองเครื่องช่วยฟังหลากหลายรุ่น เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับชีวิตประจำวันของเขามากที่สุด บางคนอาจชอบดูโทรทัศน์ หรือชอบพูดคุยโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถเลือกอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมได้

 

 

ไม่มีอะไรยากเกินไป หากเรารักและเข้าใจผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง หูฟัง หูตึง เชียงใหม่ หูหนวก

 

“ฉันต้องใส่เครื่องช่วยฟังจริงเหรอ?”

 

เชื่อไหมว่ามีคนไทยอยู่จำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาการได้ยิน แต่ก็ยังลังเลที่จะใส่เครื่องช่วยฟัง เนื่องจากหลายเหตุผล ดังนี้

 

1. คิดว่าตัวเองยังได้ยินดีอยู่ คนส่วนมากกว่าจะยอมใส่เครื่องช่วยฟังก็ต่อเมื่อมีการสูญเสียการได้ยินมาในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากการละเลยและไม่เห็นถึงความสำคัญของการตรวจการได้ยินประจำปี จึงทำให้ค่อยๆ สูญเสียการได้ยินลงทีละนิด จนเริ่มปรับตัวได้ และมารู้ตัวอีกทีต่อเมื่อสื่อสารกับคนรอบข้างลำบากแล้ว เราจึงแนะนำให้เข้ารับการตรวจการได้ยินเป็นประจำทุกปี เพื่อจะได้ทราบและวางแผนการรักษาล่วงหน้าได้อย่างถูกวิธี

 

2. อายที่จะใส่เครื่องช่วยฟัง ในยุคที่ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญ หลายคนจึงอายที่จะใส่เครื่องช่วยฟังเพราะกลัวคนรอบข้างมองว่าตนเองแก่หรือไม่มีความสามารถ อันที่จริงปัจจุบันนี้มีเครื่องช่วยฟังหลากหลายประเภทให้เลือก ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน บางท่านที่เลือกใส่เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูก็จะรู้สึกสบายใจที่จะใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หรือหากมีการสูญเสียการในระดับที่รุนแรงขึ้น ประเภททัดหลังหูก็จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผลการตรวจการได้ยินของแต่ละบุคคล

เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ หูตึง

 

3. รอให้สูญเสียการได้ยินทั้ง 2 ข้างก่อน เมื่อมีการสูญเสียการได้ยินเพียงข้างเดียว แพทย์บางท่านจะให้คำแนะนำว่ายังไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง เพราะอีกข้างยังได้ยินชัดเจนอยู่ ซึ่งอาจทำให้ไม่ทราบทิศทางของเสียงและเกิดอันตรายได้ เช่นการได้ยินเสียงรถแต่ไม่ทราบว่ามาจากซ้ายหรือขวา ทางที่ดีเราแนะนำให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านหู คอ จมูก เพื่อได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับท่าน

 

4. แค่ไม่ได้ยิน ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ปัญหาการได้ยินถือว่าเป็นเป็นภัยเงียบ หลายคนลังเลไม่ยอมใส่เครื่องช่วยฟังก็เพราะคิดว่าการได้ยินไม่สำคัญเท่ากับการมองเห็น แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่มีปัญหาการได้ยินมักจะมีปัญหาตามมาหลายอย่าง เช่น ความเครียด แปลกแยก ไม่กล้าเข้าสังคม (อ่านความสำคัญของการได้ยินเพิ่มเติมได้ คลิกที่นี่) การได้ยินพลาดอาจทำให้คุณเสียหายได้มากกว่าที่คิด ลองคิดดูว่าหากคุณทำการค้าขายและฟังลูกค้าผิดจนขายพลาด หรือคนรักกำลังอธิบายความรู้สึกอย่างซาบซึ้งแต่คุณไม่ได้ยินเขา คุณคงไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นใช่ไหม?

 

5. เครื่องช่วยฟังจะดีจริงเหรอ? เป็นเรื่องปกติที่คุณจะไม่มั่นใจในการลองใช้สิ่งใหม่ๆ และบางครั้งอาจได้ยินเพื่อนบอกมาว่าเครื่องช่วยฟังไม่ได้ช่วยอะไร แต่อยากให้แยกแยะระหว่างเครื่องช่วยฟังที่ซื้อโดยไม่ปรับให้เข้ากับผลการได้ยิน เปรียบเทียบกับเครื่องช่วยฟังดิจิตอลจากศูนย์เราที่จะต้องตรวจการได้ยินอย่างละเอียดเพื่อทำการปรับเครื่องช่วยฟังให้เข้ากับระดับการได้ยินของคุณโดยเฉพาะ เสื้อผ้าที่สั่งตัดเพื่อคุณคนเดียวย่อมสวมใส่สบายได้ดีกว่าเสื้อผ้าทั่วไปแน่นอน ไม่ต่างอะไรกับเครื่องช่วยฟังที่ปรับให้เข้ากับระดับการได้ยิน ย่อมให้ประสิทธิภาพและให้ความพึงพอใจได้อย่างแน่นอน อีกอย่างคุณสามารถขอทดลองนำเครื่องช่วยฟังกลับไปใช้ก่อนได้นานสุดถึง 2 สัปดาห์ จึงไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล

 

6. ไว้ใจคนขายได้ดีแค่ไหน? อีกเหตุผลที่หลายคนยังไม่กล้าซื้อเครื่องช่วยฟังก็เพราะยังไม่มั่นใจในคนขายหรือศูนย์จำหน่ายว่ามีความรู้ในการแนะนำเครื่องช่วยฟังได้อย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงบริการหลังการขายที่คอยบริการ เมื่อคุณมีปัญหา

 

7. ราคาแพงไป เมื่อเปรียบเทียบแว่นตาตามตลาดนัดกับแว่นตาจากร้านตัดแว่น คงปฏิเสธไม่ได้ถึงความแตกต่างกัน และยิ่งค่าสายตาในแต่ละข้างไม่เท่ากันแล้วนั้น ย่อมจำเป็นที่คุณจะเดินเข้าร้านตัดแว่นโดยปริยาย เครื่องช่วยฟังก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังตามอินเตอร์เน็ต ราคาหลักพัน กับเครื่องช่วยฟังอย่างดีที่จำหน่ายในร้านขายเครื่องช่วยฟังโดยเฉพาะ แน่นอนว่าการใส่เครื่องแต่ละที่นั้น ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ทั้งนี้แล้วไม่มีอะไรที่แพงเกินไปหากสิ่งนั้นคุ้มค่าและได้ประโยชน์กับคุณ และยิ่งไปกว่านั้นมันทำให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น

 

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่หลายคนลังเลก่อนที่จะตัดสินใจใส่เครื่องช่วยฟัง ดังนั้นการจะเลือกเครื่องช่วยฟังสักเครื่องหนึ่งมาใช้เป็นสิ่งสำคัญ คุณควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือสอบถามไปยังศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังนั้นๆ

 

 

ทุกปัญหาการได้ยิน เรามีคำตอบ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

เชียงใหม่ หูตึง หูฟัง ประสาทหูเทียม

เมื่อพูดถึงปัญหาของคนใส่เครื่องช่วยฟัง ส่วนมากก็คงหนีไม่พ้น “ปัญหาเสียงรบกวน”

 

เช่น เสียงรถยนต์ เสียงกลุ่มคนคุยกันเสียงดัง เสียงก้อง ที่คอยกวนใจในการฟัง ทำให้เรารู้สึกยากในการฟังคู่สนทนาว่าเขากำลังพูดอะไร หากยิ่งเป็นผู้ที่ไม่เคยใส่เครื่องช่วยฟังมาก่อนแล้วมาใส่เครื่อง จะยิ่งทำให้รู้สึกรำคาญเสียงรบกวนมากในช่วง 2 – 3 อาทิตย์แรก หลังจากใส่เครื่องช่วยฟัง เพราะพวกเขายังไม่คุ้นเคยกับเสียงที่ได้ยิน และยังคุ้นชินกับการอยู่ในโลกเงียบมาก่อน

 

เสียงรบกวนอาจทำให้เครียดจนไม่อยากใส่เครื่องช่วยฟัง ควรแก้ปัญหาอย่างไรดี?

เชียงใหม่ เครื่องช่วยฟัง

 

1.ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ย่อมดีกว่าใส่ข้างเดียว

จากการเก็บข้อมูลที่ผ่านมา การใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้างจะทำให้ผู้ใส่ได้ยินชัดเจนขึ้น และยังช่วยให้ทราบว่าเสียงมาจากตำแหน่งไหน จึงทำให้เข้าใจบทสนทนาได้ดียิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าจะต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน

 

2.เลือกเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล

ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล เครื่องช่วยฟังบางรุ่นจึงมีระบบลดเสียงรบกวนแบบ Adaptive Noise Reduction Plus ที่สามารถลดเสียงรบกวนแต่ไม่ลดคุณภาพเสียงพูด จึงทำให้ผู้ใส่เข้าใจคำพูดได้ดียิ่งขึ้น ลองปรึกษาศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังเพื่อทดลองระบบลดเสียงรบกวนที่มีให้เลือก ว่ารุ่นไหนน่าจะเหมาะกับคุณที่สุด เพราะการได้ยินที่ดี จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คุณได้

 

3.ใช้ระบบจับทิศทางเสียงอัตโนมัติ

เครื่องช่วยฟังในอดีตจะมีไมโครโฟนที่รับเสียงจากทุกทิศทาง (Omnidirectional) จึงทำให้ผู้ใส่อาจได้รับความยากลำบากในการเข้าใจคำพูดที่อยู่ตรงหน้า แต่หากเลือกเครื่องช่วยฟังรุ่นที่มีไมโครโฟนแบบจับทิศทางเสียงอัตโนมัติ (Automatic Directionality) ระบบก็จะประมวลผลในการจับทิศทางเสียงพูด เพื่อขยายเฉพาะเสียงพูดให้ชัดเจน โดยไม่ขยายเสียงรบกวนให้กวนใจ

 

4.ปรึกษาเพื่อออกแบบการได้ยิน

ที่ศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังจะมีนักแก้ไขการได้ยินที่พร้อมให้บริการออกแบบการได้ยินให้เหมาะสมกับกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน บางคนต้องพบปะลูกค้าตลอดเวลา บางคนชอบทำสวน บางคนชอบดูโทรทัศน์ บางคนชอบไปฟังวงดนตรีสด หลากหลายรูปแบบการใช้ชีวิตแบบนี้ ก็ต้องการเครื่องช่วยฟังที่แตกต่างกัน

 

นอกเหนือจากวิธีการที่เราแนะนำนี้ ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังอาจต้องปรับตัวเพื่อให้สื่อสารได้อย่างมีความสุขขึ้น ซึ่งเราได้เขียนบทความ 6 วิธีการสื่อสาร สำหรับคนหูตึง

 

 

เราพร้อมได้ยินทุกคำถาม เพื่อให้คุณได้ยินดีขึ้น

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

การได้ยิน เชียงใหม่ ชีวิต

เชื่อหรือไม่ “การได้ยิน” มีความสำคัญในลำดับต้นๆ รองลงมาจาก “การมองเห็น” แต่หลายคนที่กำลังมีปัญหาการได้ยิน หรือหูตึง กลับชะล่าใจไม่ยอมไปพูดคุยกับนักแก้ไขการได้ยินหรือแพทย์ ไม่กล้าใส่เครื่องช่วยฟัง เพราะพวกเขายังไม่ทราบว่าการสูญเสียการได้ยินสร้างผลกระทบด้านอื่นในชีวิตมากอย่างไร

 

ผลการวิจัยของ National Council on the Aging ในประเทศสหรัฐอเมริกา จากจำนวนคนที่มีปัญหาการได้ยิน 2,000 ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…

 

การใส่เครื่องช่วยฟังสามารถช่วยให้คุณภาพภาพชีวิตพวกเขาดีขึ้นในหลายด้าน

 

ดังนี้

  • มีความมั่นใจมากขึ้น
  • พูดคุย สื่อสารง่ายขึ้น
  • ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น
  • อารมณ์ดี นิ่งสงบมากขึ้น
  • สภาพจิตใจดีขึ้น
  • สุขภาพองค์รวมดีขึ้น
  • กล้าออกสังคมมากขึ้น

 

การใส่เครื่องช่วยฟัง ยังช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นดังนี้

  • การทำตัวแปลกแยก ออกห่างจากสังคม
  • อารมณ์หงุดหงิดกับคนรอบข้าง
  • ภาวะซึมเศร้า
  • ภาวะจิตบกพร่อง หวาดระแวง
  • ความเครียด
  • ไม่มั่นใจ มองตัวเองในแง่ลบ

 

หากคุณหรือคนใกล้เคียง กำลังมีปัญหาการได้ยินหรือหูตึง ควรรีบไปพบนักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist) หรือแพทย์ เพื่อขอคำปรึกษาและลองใส่เครื่องช่วยฟัง

 

เพราะไม่ใช่แค่ “การได้ยิน” จะดีขึ้น แต่คุณกำลังจะได้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ดูทีวี คุยมือถือ หูตึง หูหนวก

หลายท่านที่มีปัญหาการได้ยิน หูตึง แล้วรู้สึกว่าถูกตัดขาดจากสิ่งที่รัก ไม่ว่าจะเป็นการคุยโทรศัพท์มือถือ ดูรายการทีวี หรือฟังเพลงจากสเตอริโอ ที่จริงแล้วกิจกรรมเหล่านี้ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น หากใช้เครื่องช่วยฟังที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ดังนี้

ดูทีวี หูตึง

TV-A (TV Adapter)

เพื่อให้คุณได้ยินเสียงจากทีวีที่ส่งสัญญาณตรงเข้าสู่เครื่องช่วยฟัง คุณสามารถใช้อุปกรณ์เสริม TV Adapter ที่จะทำให้คุณดูละคร หรือรายการโปรดได้อย่างมีความสุข

คุยโทรศัพท์ มือถือ หูตึง

SoundGate 3

อุปกรณ์ที่ช่วยเชื่อมต่อเครื่องช่วยฟังของคุณเข้ากับโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องเสียงสเตอริโอ โดยผ่านสัญญาณบลูทูธ คุณจึงสามารถคุยโทรศัพท์มือถือกับคนที่รัก ฟังเพลงโปรดผ่านเครื่องเสียงได้อย่างง่ายดาย

 

ให้ชีวิตประจำวันเติมเต็มไปด้วยความสุข

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai