หูตึง หูหนวก หูดับ เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน

 

      คนไข้หลายรายที่มีปัญหาสูญเสียการได้ยินแบบเฉียบพลัน เช่น หลังตื่นนอน ขณะทานอาหารกลางวัน หรือกำลังทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ และมักมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย ดังนี้

       • อยู่ดีๆ ก็สูญเสียการได้ยินเฉียบพลัน ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยถึงระดับรุนแรง
       • มีเสียงรบกวนในหู
       • มีอาการเวียนศีรษะ
       • อาการอื่นๆ เช่นไข้ต่ำ มีการอักเสบในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น

      หากมีอาการเหล่านี้ คุณอาจกำลังเสี่ยงต่ออาการ ประสาทหูเสื่อมเฉียบพลัน (Sudden Sensorineural Hearing Loss)

 

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยของแพทย์

อาการประสาทหูเสื่อมเฉียบพลัน หรือ หูดับเฉียบพลัน


1. การซักประวัติหาสาเหตุของโรค เช่น ประวัติหูอักเสบ ประวัติการฟังเสียงดังเกินไป ประวัติการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ การใช้ยาที่มีผลกับหูชั้นใน

2. การตรวจร่างกาย จะประกอบด้วย การตรวจร่างกายทั่วไป การตรวจทางหู คอ จมูก และการตรวจระบบประสาทส่วนกลาง

    2.1 การตรวจการได้ยิน โดยใช้เครื่องตรวจการได้ยิน หรือการทำ Auditory brainstem response (ABR) เพื่อหาสาเหตุว่า อาจจะเป็นจากก้อนเนื้อบริเวณส่วนก้านสมองหรือไม่

    2.2 การตรวจทางรังสี เพื่อช่วยวินิจฉัยแยกโรค ได้แก่ การถ่าย plain film ของ internal acoustic canal, CT Scan หรือ MRI brain

    2.3 การตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ได้แก่ การตรวจเลือด คลอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ CBC, ESR, VDRL, FTA-ABS, TFT, FBS

 

แนวทางการรักษา

อาการประสาทหูเสื่อมเฉียบพลัน หรือ หูดับเฉียบพลัน


1. ยาที่นิยมใช้ ได้แก่ สตีรอยด์ (Steroids) ซึ่งพบว่า ค่อนข้างได้ผลในกลุ่มที่น่าจะมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส (ลดการอักเสบหูชั้นใน/หลอดเลือดฝอย) **ประสาทหูเสื่อมเฉียบพลันมักหายภายใน 14 วัน ถ้าไม่หายก็อาจจะทำให้สูญเสียการได้ยินแบบถาวร**

2. ยาขยายหลอดเลือด (ลดการหดเกร็งของหลอดเลือด)

3. การให้ Heparin หรือ Prostaglandin E เพื่อหวังผลในการขยายหลอดเลือด และห้ามการแข็งตัวของเลือด

4. การรักษาโดยยาอื่นๆ เช่น Pentoxifylline Renograffin Urograffin ทำให้เม็ดเลือดแดงเปลี่ยนรูป ลดความหนืดของเลือด หรือ ช่วยให้ Sodium Pump กลับคืน

5. หากสิ้นสุดการรักษาของแพทย์ แล้วยังไม่หาย ก็มีทางแก้ไขคืออุปกรณ์ช่วยการได้ยิน

 

 

หากสูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงรุนแรง ควรใช้เครื่องช่วยฟัง

หากหูหนวก ควรได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสูญเสียการได้ยินเฉียบพลัน เราพร้อมให้คำปรึกษา

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึง การได้ยิน ป้องกัน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง

      ถ้าให้เลือกได้ คุณก็คงอยากมีสุขภาพการได้ยินที่ดี ไม่อยากสูญเสียการได้ยินหรือมีปัญหาหูตึงใช่ไหมครับ? การรู้วิธีดูแลตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในยุคนี้เราก็มีข้อมูลมากมายให้เรียนรู้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลไหนถูกหรือผิด งั้นมาเช็คดูกันว่า ความเชื่อที่คุณมีเกี่ยวกับ “หูตึง” มีอันไหนถูก อันไหนผิดบ้าง

 

5 ความเชื่อถูกผิด เกี่ยวกับ “หูตึง”


1. สูงวัย สาเหตุหลักของหูตึง : ผิด

      คนส่วนมากมักจะคิดว่าสาเหตุหลักของการสูญเสียการได้ยินมาจากความแก่ชรา ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด แท้จริงแล้วสาเหตุหลักของการสูญเสียการได้ยินคือ “เสียงดัง” ที่เราเจอในชีวิตประจำวันต่างหาก

  • เด็กอเมริกันในวัยเรียนจำนวน 15% สูญเสียการได้ยิน เนื่องจากการใช้ชีวิตประจำวันที่อยู่กับเสียงดังบ่อยๆ
  • โรงงานส่วนมากยังไม่ใส่ใจในการให้พนักงานใส่อุปกรณ์ป้องกันหู เช่น Earplug ก่อนไปทำงานที่ต้องเจอะเจอกับเสียงดัง เช่น เสียงเครื่องจักรต่างๆ

      เสียงดังหลายชนิด เราอาจคาดไม่ถึงว่าหากเราต้องได้ยินทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ก็ส่งผลให้เราหูตึงได้ เช่น เสียงเพลงที่ฟังจากหูฟัง เสียงดนตรีในสถานที่เที่ยวกลางคืน เสียงเครื่องดูดฝุ่น เสียงไดร์เป่าผม และอื่นๆ ที่ไม่ควรได้ยินต่อเนื่องกันนานเกินไป

 

2. หูตึง สามารถรักษาให้หายขาดได้ : ผิด

      ที่จริงแล้ว อวัยวะต่างๆ ภายในหูนั้น เป็นสิ่งที่บอบบางมาก ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่า เราได้ยินเสียงได้อย่างไร?

ได้ยิน หูตึง หูหนวก หูดับ เซลล์ขน เชียงใหม่

2.1 คลื่นเสียงถูกนำเข้าสู่รูหูของคุณโดยผ่านใบหู

2.2 คลื่นเสียงจะไปกระทบกับเยื่อแก้วหูก่อให้เกิดการสั่นสะเทือน

2.3 กระดูหูเล็กๆ สามชิ้นจะสั่นสะเทือนไปพร้อมกับแก้วหู ส่งสัญญาณเสียงจากหูชั้นกลางไปสู่หูชั้นในรูปหอยโข่ง

2.4 ของเหลวในหูชั้นในสั่น ทำให้เซลล์ขนสั่นตามไปด้วย และเกิดการเปลี่ยนแปลงจากพลังงานการสั่นสะเทือนเป็นสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งจะถูกส่งไปที่เส้นประสาทการได้ยินที่สมอง ศูนย์กลางการได้ยินของสมองจะทำหน้าที่แปลความหมายของกระแสไฟฟ้านั้นให้กลายเป็นเสียงต่อไป

      จากขั้นตอนสุดท้าย จะเห็นว่า เซลล์ขน มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เราทุกคนได้ยินเสียง แต่เซลล์ขนก็สามารถถูกทำลายได้จากการที่เราฟังเสียงดังนานๆ และบ่อยเกินไป และที่น่าตกใจก็คือ

 

เมื่อเซลล์ขนภายในหูของเรา ถูกทำลายไปแล้ว จะไม่สามารถสร้างใหม่ขึ้นมาได้ จึงทำให้เกิดปัญหาการได้ยิน หูตึงหรือหูหนวก

 

      ดังนั้น หูตึงหรือหูหนวก จึงไม่สามารถรักษาให้กลับมาได้ยินสมบูรณ์แบบ 100% ได้ ทางที่ดีจึงควรรู้ป้องกันให้เรามีสุขภาพการได้ยินที่ดีกันดีกว่า

 

3. หูตึง จะซื้อเครื่องช่วยฟังที่ไหนก็ได้ : ผิด

      หลายท่านอาจเข้าใจว่า เครื่องช่วยฟังเป็นเพียงแค่เครื่องขยายเสียงเพียงเท่านั้น จึงไปหาซื้อจากอินเตอร์เน็ต ร้านขายยา หรือร้านทั่วไป โดยไม่ได้รับการตรวจการได้ยินก่อน แต่ที่จริงแล้วเครื่องช่วยฟังจัดว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ใช่แค่ช่วยขยายเสียงให้เราได้ยินชัดขึ้น แต่ยังสามารถช่วยเติมการได้ยินในคลื่นความถี่ที่เราสูญเสียไป โดยไม่กระทบกับคลื่นความถี่ที่เราได้ยินดีอยู่ ลองอ่านบทความเพิ่มเติมได้ โดยการคลิกที่นี่ ครับ

 

4. หูตึง เป็นเวรกรรม ป้องกันไม่ได้ : ผิด

      อย่างที่ผมเขียนไปในข้อที่ 1 ว่าเราทุกคนสามารถป้องกันไม่ให้อยู่ในสถานที่เสียงดัง หรือใช้อุปกรณ์ที่เสียงดัง บ่อยจนเกินไป เพราะใช่ว่าทุกคนจะแก่ชราแล้วมีปัญหาการได้ยินนะครับ คุณเองก็สามารถเลือกได้ ให้ตนเองเป็นคนที่เติบโตขึ้นพร้อมสุขภาพที่ดี

 

5. การตรวจการได้ยินทุกปี ป้องกันหูตึงได้ : ถูก

      การใส่ใจในการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นเรื่องที่ดีมากครับ แต่หลายคนมักไม่ค่อยใส่ใจการตรวจการได้ยิน เพราะคิดว่าไม่จำเป็น แต่แท้ที่จริงแล้ว หากคุณมาตรวจการได้ยินและรู้วิธีการป้องกันการสูญเสียการได้ยินตั้งแต่เนิ่นๆ คุณก็จะมีสุขภาพการได้ยินที่ดีไปได้ยาวนานยิ่งขึ้น

 

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ มีความเชื่อไหนที่คุณเข้าใจผิดมาตลอดบ้าง?  เราอยากให้ทุกคนมีข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อจะได้มีการได้ยินที่ดีนะครับ แต่หากมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินตรงไหนเพิ่มเติม ติดต่อเราได้ตลอดเวลาครับ

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

.

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก The New York Times

สมุนไพร พืช ผัก รักษา หูตึง หูหนวก เครื่องช่วยฟัง

 

     ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่สามารถรักษาอาการหูตึง หูหนวก หรือการสูญเสียการได้ยิน ให้กลับมาได้ยินเหมือนเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ การใส่เครื่องช่วยฟัง หรือการผ่าตัดประสาทหูเทียม ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่สำหรับบางคนที่สนใจการดูแลสุขภาพการได้ยิน โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

 

แนะนำ 5 สมุนไพร ช่วยบำรุงอาการหูตึง


แปะก๊วย หูตึง สุขภาพ เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ ลำปาง

ใบแปะก๊วย (Gingko Bibola)

      ใบแปะก๊วย เป็นที่นิยมในการดูแลสุขภาพมานาน จากผลงานวิจัยของ WebMD (คลิกอ่านเพิ่มเติม) คุณสมบัติเด่นอย่างหนึ่งคือช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้ไหลเวียนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย รวมถึงภายในหูด้วย ซึ่งส่งผลให้หูเราทำงานได้อย่างเหมาะสม และมากกว่านั้นคือใบแปะก๊วยยังช่วยดูแลสมองของผู้สูงอายุให้ห่างไกลจากอัลไซเมอร์อีกด้วย

 

 

ถั่ว หูตึง สุขภาพ เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ เชียงราย

ถั่ว (Beans)

      กรดโฟลิก เป็นสารอาหารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยในเรื่องสุขภาพการได้ยิน และจากการศึกษาในปี 2553 (คลิกอ่านเพิ่มเติม) ที่ได้ทำการศึกษากับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 126 คน ได้ข้อสรุปมาว่าการสูญเสียการได้ยินในผู้สูงอายุมีส่วนเกี่ยวข้องกันกับระดับกรดโฟลิกที่ต่ำเกินไป หากอยากได้รับกรดโฟลิกในปริมาณที่เพียงพอ เราจึงแนะนำให้ทานอาหารจำพวกถั่ว ไม่ว่าจะเป็นถั่วดำ ถั่วเขียว หรือบางคนอาจเลือกทานหน่อไม้ฝรั่ง อโวคาโด หรือบร็อคโคลี่ ก็ให้กรดโฟลิกสูงเช่นเดียวกัน

 

 

กระเทียม หูตึง สมุนไพร เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ ลำปาง

กระเทียม (Garlic)

      กระเทียม เป็นที่รู้กันว่ากระเทียมมีคุณสมบัติในการเป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติ ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งการอักเสบของหูโดยส่วนมากก็มีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย การใช้กระเทียมเป็นส่วนผสมของอาหารในชีวิตประจำวัน จึงมีส่วนช่วยในการยับยั้งการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียได้

 

 

ผักขม หูตึง หูหนวก เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ ลำพูน

ผักขม (Spinach)

      ผักขม มีแร่ธาติสำคัญอย่างสังกะสี ที่ถือว่าเป็นแร่ธาตุต่อการมีสุขภาพการได้ยินที่ดี (คลิกอ่านเพิ่มเติม)  จากการที่สังกะสีช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค จึงมีส่วนช่วยป้องกันการอักเสบในหู นอกจากนั้นสังกะสียังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ในหู และรวมถึงเซลล์ต่างๆ ทั่วทั้งร่างกายอีกด้วย ซึ่งพืชที่มีแร่ธาตุสังกะสีสูง ก็มีทั้งผักขม และผักชีลาว ที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

 

 

ขมิ้น หูตึง สุขภาพ เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน

ขมิ้น (Turmeric)

      ขมิ้น ภูมิปัญญาโบราณมักใช้ขมิ้นในการลดการติดเชื้อต่างๆ เช่นลดการติอเชื้อไข้หวัด อีกทั้งขมิ้นยังมีโปแตสเซี่ยมสูง ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อหู แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็เราก็มักจะมีระดับโปแตสเซี่ยมลดลง จึงอาจส่งผลต่อการมีปัญหาหูตึง หรือสูญเสียการได้ยินได้ เราจึงควรทานอาการที่มีโปแตสเซี่ยมสูงเช่นขมิ้น หรือเมล็ดทานตะวัน

 

 

นอกจากการรับประทานสมุนไพรที่มีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพการได้ยินแล้ว อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก Audicus

คุณสมบัติเครื่องช่วยฟัง หูตึง หูหนวก หูดับ

 

      เมื่อคุณหรือคนที่คุณรักมีปัญหาการได้ยิน หูตึง ก็อยากได้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับความต้องการที่สุดใช่ไหม?  ก่อนที่คุณจะเลือกเครื่องช่วยฟังสักเครื่องนั้น คุณควรทราบว่าเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่น มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้มีหน้าที่อย่างไร และช่วยในเรื่องอะไรบ้าง…

 

คุณสมบัติเครื่องช่วยฟัง ที่ควรรู้


Frequency Composition

      เสียงที่เราได้ยินจะมีหลากหลายคลื่นความถี่ คนที่มีปัญหาการได้ยินก็จะสูญเสียการได้ยินที่คลื่นความถี่ต่างกัน ด้วยคุณสมบัติ Frequency Composition นี้ เครื่องช่วยฟังจะช่วยย้ายคลื่นความถี่ที่คุณสูญเสียไป ให้มาอยู่ในช่วงที่คุณยังได้ยิน คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้ยินชัดเจนในทุกสถานการณ์

 

Adaptive Noise Reduction

      เวลาออกไปในสถานที่เสียงดัง มีเสียงรบกวนเยอะ คุณสมบัติ Adaptive Noise Reduction จะช่วยลดเสียงรบกวนให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับขยายเสียงพูดให้คุณสนทนากับเพื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Reverb Reduction

      เสียงก้องเวลาเดินไปในห้องโถงขนาดใหญ่ มักจะสร้างความรำคาญให้กับผู้ใส่เครื่องช่วยฟัง คุณสมบัติ Reverb Reduction จึงช่วยลดเสียงก้องให้คุณมีการได้ยินที่ดียิ่งขึ้น

 

Transient Noise Reduction

      เสียงช้อนกระทบกับส้อม เสียงแก้วน้ำกระทบกัน ทุกเสียงแหลมที่รบกวนการได้ยิน จะถูกลดลงไปด้วยคุณสมบัติ Transient Noise Reduction

 

Binaural Environment Classification

      ด้วยคุณสมบัติ Binaural Environment Classification จะช่วยให้เครื่องช่วยฟังทั้ง 2 ข้างทำงานประสานกัน จนทำให้คุณได้ยินอย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

 

Wind Noise Monitor

      หมดความกังวลเรื่องเสียงลมที่พัดผ่าน เพราะคุณสมบัติ Wind Noise Monitor จะช่วยลดเสียงรบกวนนี้ ให้คุณได้ยินและพูดคุยกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

 

Data Learning

      เมื่อคุณใช้งานเครื่องช่วยฟังไปซักพัก คุณสมบัติ Data Learning จะช่วยจดจำการใช้งาน และปรับการทำงานเข้ากับทุกสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของคุณ

 

Adaptive Directional

      ด้วยระบบอันชาญฉลาดนี้ เครื่องช่วยฟังของคุณจะปรับไมโครโฟนไปตามทิศทางเสียงพูดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณได้ยินเสียงพูดชัดเจนกว่าเสียงรอบข้างอื่นๆ

 

หูตึง เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน หูดับ

 

      คุณสมบัติที่แตกต่างกันในเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่น เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล คุณจึงควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง เพื่อให้การใส่เครื่องช่วยฟังของคุณนั้นสมบูรณ์แบบมากที่สุด

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

9 ข้อควรรู้ก่อน ซื้อเครื่องช่วยฟัง

 

      สำหรับผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน และกำลังจะซื้อเครื่องช่วยฟัง ลองเช็คดูว่า 9 ข้อนี้ มีข้อไหนที่คุณยังไม่ทราบบ้าง จะได้มั่นใจเลือกซื้อได้ดียิ่งขึ้นนะครับ

 

1. ไม่สามารถกลับไปได้ยินดีเหมือนเดิม ถึงแม้เทคโนโลยีจะถูกพัฒนามาได้มากขนาดไหน แต่เครื่องช่วยฟังที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่สามารถรักษาให้คุณกลับไปได้ยินดีได้เหมือนเดิม 100 % ได้

2. ต่างประเภท ต่างประสิทธิภาพ เครื่องช่วยฟังจะมีหลายประเภท นักแก้ไขการได้ยินจะแนะนำประเภทที่เหมาะสมกับคุณ ขึ้นอยู่กับระดับการได้ยิน และการใช้ชีวิตประวันของคุณ

3. ยังมีเสียงรบกวนอยู่ เราอยากให้คุณทราบตามความเป็นจริงว่า เครื่องช่วยฟังที่คุณภาพดีที่สุด ก็ไม่สามารถกรองเสียงรบกวนออกไปได้ทั้งหมด เพียงแต่จะช่วยลดเสียงรบกวนลงไป และเพิ่มเสียงพูดให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น สำหรับการแก้ปัญหาเสียงรบกวนที่ดีที่สุด คุณควรจะเลือกเครื่องช่วยฟังที่มีไมโครโฟนรับฟังเสียงเฉพาะทิศทาง (Directional Microphone) ที่มาพร้อมกับระบบประมวลผลแบบดิจิตอล (Digital Signal Processing) ซึ่งจะทำให้คุณได้ยินเสียงพูดที่ชัดเจนและลดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีที่สุด

4. สวมใส่สบาย เพราะเครื่องช่วยฟังจะอยู่กับคุณทุกๆ วัน คุณจึงควรมีพิมพ์หูที่สวมใส่ได้พอดีกับช่องหูของคุณ ซึ่งจะทำให้คุณใส่เครื่องช่วยฟังได้สบายจนแทบไม่รู้สึกถึงการสวมใส่เลย หากว่าการใส่เครื่องช่วยฟังทำให้คุณรู้สึกปวด คัน หรือมีเลือดไหลออกจากช่องหู ให้รีบไปขอคำแนะนำจากศูนย์เครื่องช่วยฟังที่คุณซื้อมา

5. ไม่ควรมีเสียงหวีด เป็นเรื่องปกติที่เวลาคุณกำลังสวมใส่เครื่องช่วยฟัง จะมีเสียงหวีดออกมาบ้าง ซึ่งจะหายไปหลังจากใส่ให้พอดีกับช่องหูแล้ว แต่หากยังมีเสียงหวีดภายหลังการใส่เครื่องช่วยฟัง ก็จะมาจากพิมพ์หูที่ไม่พอดีกับช่องหู คุณจึงควรกลับไปยังศูนย์เครื่องช่วยฟังที่คุณซื้อมา เพื่อให้เขาปรับพิมพ์หูให้เหมาะสม

6. ใช้ได้เฉพาะคน อย่าใช้เครื่องช่วยฟังของคนอื่น เพราะเครื่องช่วยฟังที่ดี ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องขยายทุกเสียงให้ดังขึ้น แต่เครื่องช่วยฟังที่ดี  จะช่วยขยายเสียงในคลื่นความถี่ที่แต่ละคนสูญเสียไป และเนื่องจากแต่ละคนมีการสูญเสียการได้ยินในระดับที่แตกต่างกัน จึงจะต้องมีการปรับเครื่องช่วยฟังที่ต่างกันด้วย

7. แพทย์ก็เชี่ยวชาญไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าแพทย์ทุกท่านที่จะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการสูญเสียการได้ยิน คุณจึงควรเลือกที่จะขอคำปรึกษากับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้เท่านั้น

8. ทดลองใช้ก่อน การไปพูดคุยกับนักแก้ไขการได้ยินหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถยืนยันได้มากพอว่าจะทำให้คุณได้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับคุณจริงๆ เราจึงแนะนำให้คุณลองเอาเครื่องช่วยฟังกลับไปลองใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งศูนย์เรายินดีให้คุณทดลองใช้ 3-7 วันแล้วค่อยตัดสินใจก่อนซื้อจริง

9. ใช้เวลาปรับตัว ใช่ว่าผู้ใช้เครื่องช่วยฟังทุกคนจะปรับตัวได้ทันทีทันใด โดยส่วนมากแล้วจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ขึ้นไปถึงจะค่อยๆ ชินกับเสียงที่ได้ยินชัดเจนขึ้น เราจึงไม่อยากให้คุณด่วนใจร้อนเกินไปกับการใส่เครื่องช่วยฟังในช่วงแรก

 

เพราะการมีการได้ยินที่ดี คือส่วนหนึ่งที่จะเติมเต็มให้ชีวิตคุณมีความสุขมากยิ่งขึ้น เราจึงอยากให้คุณมีข้อมูลที่มากพอก่อนตัดสินใจในการซื้อเครื่องช่วยฟังแต่ละครั้ง

 

หรือหากคุณอยากทราบข้อมูลเพิ่ม หรือทดลองใช้เครื่องช่วยฟัง เรายินดีให้บริการครับ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

(ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก BetterHearing.org)

ฟันผุ หูตึง หูหนวก หูฟัง เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง

 

การมีสุขภาพในช่องปากที่ดี ไม่ใช่แค่จะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพคุณให้ดูดี แต่ยังช่วยให้คุณมีการได้ยินที่ดีด้วย

 

      อาจดูไม่ค่อยเกี่ยวข้องกันใช่ไหม? แต่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า ปัญหาในช่องปากจะก่อให้เกิดแบคทีเรียร้ายที่สามารถไหลไปตามกระแสเลือด และก่อให้เกิดการอักเสบที่หลอดเลือด หรือมีส่วนทำให้หลอดเลือดตีบได้ ทั้งหมดนี้จึงส่งผลต่ออวัยวะหูและสมองของคุณ!

 

ความเกี่ยวข้องกันระหว่าง

สุขภาพในช่องปาก และสุขภาพการได้ยิน


      ภายในช่องหูจะมีเซลล์ขน (Hair Cell) ที่ทำหน้าสำคัญในการเชื่อมต่อกับเส้นประสาทการได้ยิน จึงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราทุกคนได้ยินชัดเจน แต่เซลล์ขนก็สามารถถูกทำลายได้จากหลายสาเหตุ

  • อยู่ในพื้นที่ที่เสียงดังเกินไป
  • รับประทานยาที่ส่งผลต่อปัญหาการได้ยิน
  • เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหูชั้นในได้ไม่เพียงพอ

 

      ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไร เมื่อเซลล์ขนถูกทำลายไปแล้ว ก็ไม่สามารถสร้างใหม่ขึ้นมาได้ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาการได้ยิน หูตึงหรือหูหนวก ซึ่งโดยปกติเซลล์ขนก็จะเสื่อมลงตามอายุของเราที่มากขึ้น แต่การมีปัญหาในช่องปาก ฟันผุ ก็ส่งผลให้มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหูชั้นในได้ไม่เพียงพอ จึงมีส่วนในการทำลายเซลล์ขนได้

 

แบคทีเรียร้ายจากการไม่ดูแลสุขภาพในช่องปาก มีส่วนทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดหรือหลอดเลือดตีบ จึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และเสี่ยงต่อการมีปัญหาการได้ยิน

 

เราจึงควรดูแลสุขภาพในช่องปาก ดังนี้


  1. ไปพบกับทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจสุขภาพในช่องปาก
  2. แปรงฟันทั้งก่อนนอนและหลังตื่นนอน โดยใช้เวลาแปรงฟันแต่ละครั้งไม่ต่ำว่า 2 นาที
  3. เลือกแปรงสีฟันที่มีขนาดพอเหมาะ ที่สามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึง
  4. ใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี เพื่อทำความสะอาดระหว่างซอกฟันได้สะอาดขึ้น
  5. อย่าใช้แปรงสีฟันร่วมกับคนอื่น แม้กับคนในครอบครัว
  6. ล้างแปรงสีฟันหลังใช้ทุกครั้ง และวางไว้ในที่แห้ง
  7. เปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุก 3 เดือน

 

      การที่สุขภาพในช่องปากมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพการได้ยินของหู ไม่ใช่เรื่องที่แปลก เพราะที่จริงแล้วอวัยวะหลายอย่างในร่างกายก็ทำงานเชื่อมโยงกันทั้งหมด การดูแลสุขภาพองค์รวมจึงเป็นสิ่งสำคัญถ้าคุณอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

และหากคุณมีปัญหาการได้ยิน หูตึง หูหนวก หูดับ เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยนักแก้ไขการได้ยินมืออาชีพ

(ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก Healthy Hearing)

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูดับ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ประสาทหูเทียม เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง

     พอพูดถึงลาบหมู หลายคนคงน้ำลายไหลอยากทานขึ้นมาเลยใช่ไหมครับ? แต่ทราบไหมครับว่า “ลาบหมูดิบ” อาจทำให้คุณถึงตายได้! และหลายรายก็มีอาการ “หูดับ” จนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแม้แต่นิด เนื่องจากการติดเชื้อจนอักเสบลุกลาม ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้

 

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เกิดจากอะไร?

     บางคนอาจเรียกว่า โรคไข้หูดับ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสสเต็พโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus Suis) ที่เกิดจากการกินลาบหมูดิบ เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดแล้วก็สามารถกระจายไปยังเยื่อหุ้มสมองได้ โดยจะแสดงอาการดังนี้

  • ไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ อาเจียน ซึ่งจะเปิดหลังการรับเชื้อไป 2-5 วัน
  • ประมาณครึ่งหนึ่งของคนไข้ จะมีอาการหูดับหลังการรับเชื้อไป 3-5 วัน
  • บางรายมีอาการแสดงออกทางผิวหนัง เช่นอาการจ้ำเลือด เลือดออกใต้ผิวหนัง
  • อาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ไตวาย โลหิตเป็นพิษ

แล้วจะป้องกันอย่างไรดี?

  • หลีกเลี่ยงการทานลาบ หลู้ ที่ใช้ส่วนประกอบจากหมูดิบ เช่นเนื้อหมูดิบ เลือดหมู
  • เมื่อมีแผล ต้องระมัดระวังในการสัมผัสกับเนื้อหมู
  • หากเลี้ยงหมู ควรดูแลสถานที่ให้ถูกสุขอนามัย และสวมถุงมือ สวมรองเท้าบู๊ท ระหว่างปฏิบัติงาน
  • เลือกซื้อเนื้อหมูจากสถานที่ที่ไว้ใจได้ และไม่เลือกเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ

 

ถ้าหูดับจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จะกลับมาได้ยินได้ไหม?

     ถ้าหูดับหรือหูหนวก โดยส่วนมากแล้วเซลล์รับเสียงในหูชั้นในจะถูกทำลายไปจนไม่เหลือพอที่จะทำหน้าที่รับสัญญาณเสียงจากเครื่องช่วยฟังได้

 

อีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาคือ การผ่าตัดประสาทหูเทียม

ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าเข้าไปกระตุ้นประสาทการได้ยิน และผ่านไปยังสมองโดยตรง

ประสาทหูเทียม เชียงใหม่ หูหนวก

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับประสาทหูเทียม คลิกที่นี่

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิของข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ เรื่องการเบิกประสาทหูเทียม คลิกที่นี่

 

 

เราพร้อมให้คำปรึกษาหูดับ ประสาทหูเทียม

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ดูแลเครื่องช่วยฟัง ซ่อม เครื่องช่วยฟัง เชียงใหม่ ลำพูน

 

      เครื่องช่วยฟังที่ดี ควรจะช่วยให้คุณได้ยินดีขึ้นและมีความทนทานด้วย แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากยืดอายุการใช้งานให้เครื่องช่วยฟังอยู่กับคุณได้นานที่สุด

 

10 เทคนิควิธีการ ดูแลเครื่องช่วยฟัง

ให้คุณใช้งานได้นาน เพียงคุณลองปฏิบัติตาม ดังนี้


1. ห่างไกลจากสิ่งสกปรก

      อย่าใช้มือที่สกปรกหรือเปียกไปจับเครื่องช่วยฟัง สิ่งสกปรกต่างๆ อาจไปอุดตันไมโครโฟนและชื้นส่วนอื่น จนทำให้เครื่องช่วยฟังทำงานผิดปกติได้

 

2. ระวังการกระแทก

      หลายท่านมักจะทำเครื่องช่วยฟังตกหล่นเวลาเช็ดล้างเครื่อง หรือเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่ จึงควรใช้ความระมัดระวังไม่ให้เกิดการตกหล่นจนได้รับความเสียหาย

 

3. ร้อนไปก็ไม่ดีนะ

      ไม่ควรให้เครื่องช่วยฟังสัมผัสกับความร้อน หรือวางทิ้งไว้ในที่ๆ โดนแดดนานๆ เช่นในรถยนต์ที่จอดตากแดด เพราะอาจทำให้แผงวงจรข้างในตัวเครื่องได้รับความเสียหายได้

 

4. หลีกเลี่ยงความชื้น

      อย่าใส่เครื่องช่วยฟังเวลาอาบน้ำหรือว่ายน้ำ เพราะความชื้นคือตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องช่วยฟังเสียหาย และตอนก่อนนอนก็ควรถอดแบตเตอรี่ออกและนำเครื่องช่วยฟังเก็บไว้ในกล่องสารดูดความชื้น

 

5. เก็บไว้ให้ไกลจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

      ระวังลูกหลานของท่านนำเครื่องช่วยฟังไปเล่นจนเกิดความ้สียหาย และเครื่องช่วยฟังที่เปิดเครื่องวางทิ้งไว้อาจปล่อยเสียงรบกวนจนทำให้สุนัขหรือแมวนำไปเล่นได้ จึงควรเก็บไว้อย่างระมัดระวัง

 

6. ระวังสเปรย์และเครื่องสำอาง

      ผงแป้งและละอองสเปรย์อาจเข้าไปอุดตันไมโครโฟนและชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องช่วยฟัง จึงควรถอดตัวเครื่องเก็บไว้ ก่อนจะฉีดสเปรย์หรือใช้แต่งหน้า

 

7. ล้างทำความสะอาด

      ควรนำเข้ามาเช็คล้างเครื่องกับเราทุก 3 เดือน เพราะหากเช็ดล้างเอง อาจทำให้มีน้ำยาหรือความชื้นเข้าไปทำความเสียหายภายในเครื่องช่วยฟังได้

 

8. ความสะอาดของช่องหู

      การมีขี้หูมากไป นอกจากจะปิดกั้นเสียงแล้ว ยังอาจเข้าไปอุดตันชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องช่วยฟังได้ จึงควรหมั่นมาตรวจเช็คที่ศูนย์สุขภาพการได้ยินเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องช่วยฟังของคุณทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุด

 

9. เปลี่ยนแบตเตอรี่ถูกวิธี

      แบตเตอรี่แบบ Zinc-Air ในปัจจุบันนี้ หากถอดสติกเกอร์ออก ควรวางทิ้งไว้ 1-2 นาทีเพื่อให้มีอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยา ก่อนนำแบตเตอรี่เข้าไปใส่ในเครื่องช่วยฟัง การใส่แบตเตอรี่ที่ถูกต้อง จะทำให้คุณใช้เครื่องช่วยฟังได้นานขึ้น

 

10. อย่าซ่อมเอง

      หากมีปัญหาเกิดขึ้น ให้รีบติดต่อเรา เพราะการแกะเครื่องช่วยฟังซ่อมเอง อาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม

 

 

เพียงง่ายๆ เท่านี้ ก็จะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับเครื่องช่วยฟังของคุณ

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ขนาดเครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก

 

หลายคนพบว่าตนเองกำลังมีปัญหาการได้ยิน และกำลังเลือกว่าควรใส่เครื่องช่วยฟังแบบใดดี ขนาดเครื่องช่วยฟัง เล็ก – ใหญ่ หลักๆ แล้วเครื่องช่วยฟังมี 3 ประเภทที่ทุกคนควรรู้จัก

 

หูฟัง หูตึง หูหนวก เชียงใหม่ ลำพูน

 

 

แล้วเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู (ITE) จะเหมาะกับฉันไหม?

      ถ้าอยากได้เครื่องช่วยฟังขนาดเล็กที่ไม่ต้องคล้องหู ประเภทในช่องหูก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีนะครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับระดับการได้ยินและชีวิตประจำวันของคุณด้วย ผมเลยรวมทั้งข้อดีและข้อเสียมาให้คุณอ่านเพื่อการตัดสินใจเพิ่มเติม

 

ข้อดีของเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู

  1. ซ่อนตัวได้ ด้วยความที่มีขนาดเล็กและอยู่ในช่องหู คนรอบข้างคุณจึงอาจไม่เห็นว่าคุณกำลังใส่เครื่องช่วยฟังอยู่
  2. สบายไร้สาย คุณจะไม่ต้องกังวลกับสายนำเสียง หรือตัวเครื่องที่ต้องคล้องหู
  3. คุยมือถือได้ คุณสามารถเอาโทรศัพท์มือถือแนบกับหูเพื่อพูดคุยได้ตามปกติ
  4. ไร้เสียงลม เนื่องจากมีใบหูกันไว้ เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจึงอาจไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงลมซักเท่าไหร่

 

ข้อเสียของเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหู

  1. ไม่เหมาะกับผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง เครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจะเหมาะกับผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น หากต้องการกำลังเสียงที่มากขึ้น จึงควรเปลี่ยนไปใช้เครื่องช่วยฟังประเภททัดหลังหู
  2. ใช้แบตเตอรี่เปลืองกว่า จากข้อมูลที่ผ่านมา พบว่าผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูจะมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยกว่าเครื่องช่วยฟังประเภทอื่น
  3. ลูกเล่นน้อยกว่า เนื่องจากเครื่องช่วยฟังประเภทในช่องหูมีขนาดเล็ก ไม่สามารถออกแบบให้มีปุ่มหรือมีแผงวงจรที่ซับซ้อนได้ คุณจึงอาจไม่สามารถปรับการใช้งานได้หลากหลายเท่ากับเครื่องช่วยฟังประเภทอื่น

 

      ทั้งหมดนี้คือข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนเลือกประเภทเครื่องช่วยฟังให้เหมาะสม และแนะนำว่าให้ตรวจการได้ยินจากนักแก้ไขการได้ยินที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เขาจะแนะนำและให้คุณลองใส่เครื่องช่วยฟัง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับชีวิตประจำวันจริงๆ

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053271533, 0890537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึง เชียงใหม่ เครื่องช่วยฟัง หูดับ หูหนวก

 

สงสัยว่าคนใกล้ตัวกำลังหูตึง มีปัญหาการได้ยิน แต่ไม่รู้จะช่วยเขาอย่างไรดี? บางทีเขาอาจกำลังไม่รู้ตัวว่ากำลังมีปัญหาการได้ยิน แต่พวกเราที่อยู่รอบข้างจะรู้สึกได้เมื่อคุยกับเขา

 

7 เทคนิค ช่วยให้คุณช่วยเหลือผู้ที่กำลังมีปัญหาการได้ยิน


 

1. ให้กำลังใจเขา และพาไปตรวจการได้ยิน

ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินโดยส่วนมากมักจะไม่รู้ตัว เพราะค่อยๆ สูญเสียการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงปรับตัวได้เองโดยอัตโนมัติ หากเราสังเกตได้เวลาพูดคุยก็ควรให้กำลังใจและบอกว่าเราห่วงใยเขามากขนาดไหน เราอยากให้เขาได้ยินทุกเรื่องราวแบบชัดเจน จะได้คุยกันสนุกมากขึ้น และเราก็ไม่อยากเป็นห่วงเวลาเขาข้ามถนนหรือขับรถที่อาจไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง จึงอยากพาไปตรวจการได้ยินด้วยกัน

 

2. สื่อสารแบบเข้าอกเข้าใจ

บอกคนที่กำลังมีปัญหาการได้ยินว่าคุณพร้อมจะปรับตัวเพื่อพูดคุยกับเขาให้เขาเข้าใจมากขึ้น เช่น ให้เขาเห็นหน้าเห็นปากเวลาพูด ใช้เสียงดังฟังชัด ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป และลองทำดูว่าเขาได้ยินและเข้าใจบทสนทนามากขึ้นไหม

 

3. ถามว่าอยากให้ช่วยอะไรบ้าง

ปัญหาการได้ยินของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน จึงต้องการความช่วยเหลือที่แตกต่างกัน เช่นเวลาไปรับประทานอาหารด้วยกัน คุณควรให้เขาเลือกที่นั่งที่จะทำให้เขาได้ยินและพูดคุยได้ดีที่สุด เพราะโดยปกติทั่วไปที่นั่งตรงมุมห้องและติดกับผนังจะช่วยลดปัญหาเสียงรบกวนได้ดีที่สุด

 

4. เรียกความมั่นใจกลับคืนมา

คนส่วนมากมักคิดไปเองว่า “ปัญหาการได้ยิน หรือหูตึง = คนแก่” จึงทำให้ผู้ที่กำลังมีปัญหาการได้ยินมักไม่มั่นใจและไม่กล้าแสดงออก เราจึงควรคุยกับเขาว่าเรามองเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร การพูดคุยแบบเปิดอก ด้วยอารมณ์แบบเบาสบาย จะทำให้เขามั่นใจและกล้าจะปรึกษาคุณมากขึ้น

 

5. ใช้อารมณ์ขันเข้าช่วย

ในบางครั้ง ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินอาจไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูด เขาจึงตอบไม่ตรงคำถาม หรือพูดไม่ตรงประเด็นบ้าง เราก็ไม่ควรทำให้เป็นเรื่องซีเรียส และลองทำให้เป็นเรื่องสนุกสนานดูบ้าง ไม่อย่างนั้นเขาจะอึดอัดใจ

 

6. พูดซ้ำบ้างก็ได้นะ

มีหลายคำศัพท์ที่อาจยากต่อการเข้าใจ ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินจึงมักขอให้คุณพูดซ้ำ หากเป็นเช่นนั้น แนะนำว่าให้คุณพูดซ้ำด้วยเสียงที่ชัดเจนและความเร็วปานกลาง หรืออาจเลือกใช้คำศัพท์อื่นที่เข้าใจง่ายกว่า และที่สำคัญคืออย่าพูดว่า “ไม่เป็นไร” เพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เพราะจะทำให้เขายิ่งรู้สึกไม่ดีไปกันใหญ่

 

7. ทดลองสิ่งใหม่ๆ

เครื่องช่วยฟังรุ่นใหม่ที่ออกสู่ท้องตลาด มักจะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น คุณลองพาเขาไปลองเครื่องช่วยฟังหลากหลายรุ่น เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับชีวิตประจำวันของเขามากที่สุด บางคนอาจชอบดูโทรทัศน์ หรือชอบพูดคุยโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถเลือกอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมได้

 

 

ไม่มีอะไรยากเกินไป หากเรารักและเข้าใจผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai