สปสช. เบิกเครื่องช่วยฟัง

 

ตามหลักเกณฑ์ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการฟื้นฟูสมรรถภาพและอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง
สำหรับคนพิการทางการได้ยินในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

 

 

หลักเกณฑ์การเบิกอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง

สำหรับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)


      ผู้มีสิทธิได้รับเครื่องช่วยฟัง จะต้องเป็นผู้สูญเสียการได้ยิน ทั้ง 2 ข้าง และมีการได้ยินที่ยังคงเหลืออยู่ (Residual Hearing) ในหูข้างที่ได้ยินดีกว่า หลังสิ้นสุดการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด โดยต้องระบุสาเหตุความจำเป็นในการใส่เครื่องช่วยฟัง ลักษณะใด ลักษณะหนึ่ง ดังนี้

 

  1. ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาหรือการผ่าตัด มีข้อห้ามในการผ่าตัด แพทย์ผู้รักษาพิจารณาแล้วว่าการผ่าตัดไม่เกิดประโยชน์ หรือผู้ป่วยปฏิเสธการผ่าตัด
  2. สูญเสียการได้ยินแบบประสาทหูเสื่อมอย่าเฉียบพลัน หลังการรักษาด้วยยาอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 100 วัน
  3. การสูญเสียการได้ยินเป็นอุปสรรคต่อการสื่อความหมาย และการดำรงชีวิตประจำวัน หรือทำให้คุณภาพชีวิตลดลง
  4. การสูญเสียการได้ยินเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาษาและการพูด หรือมีความพิการซ้อน
หมายเหตุ : โสต ศอ นาสิกแพทย์ จะเป็นผู้พิจารณาในการใส่เครื่องช่วยฟัง

 

 

อัตราค่าอุปกรณ์ เครื่องช่วยฟัง สปสช. แต่ละประเภท


      รายการอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภท ราคากลาง ดังนี้

 

เครื่องช่วยฟัง แบบกล่อง ระบบอนาล็อก เครื่องละ 7,000 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบกล่อง ระบบดิจิตอล เครื่องละ 9,000 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบทัดหลังใบหู ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,000 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบใส่ในช่องหู ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,500 บาท
เครื่องช่วยฟัง แบบนำเสียงผ่านกระดูกแบบหูเดียว ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,500 บาท
(ราคานี้รวมค่าบริการทางการแพทย์แล้ว 3,000 บาท)

หมายเหตุ ;-
       • เครื่องช่วยฟังแบบกล่อง ราคาดังกล่าวรวมสายเดี่ยว หรือสายคู่ และ Receiver แล้ว
       • เครื่องช่วยฟังแบบชนิดนำเสียงผ่านกระดูก สำหรับกรณีที่ใส่เครื่องช่วยฟังแบบการรับเสียงทางอากาศไม่ได้
       • ท่านจะต้องเข้ารับบริการเช็คล้างเครื่องระหว่างรับประกัน 3 ครั้ง (ระยะ 6 เดือน, 12 เดือน และ 18 เดือน)

 

 

การเบิก เครื่องช่วยฟัง สปสช. เครื่องใหม่


  1. ภายใน 3 ปี ไม่สามารถเบิกเครื่องใหม่ได้
  2. กรณีอายุการใช้งานเครื่องช่วยฟัง อย่างน้อย 3 ปี หรือเกินกว่า 3 ปี และพบว่าเครื่องไม่สามารถใช้งานได้ หรือกำลังขยายไม่เหมาะสมกับระดับการได้ยิน ณ ปัจจุบัน สามารถเบิกเครื่องใหม่ได้

 

ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามขั้นตอนการเบิกกับทางโรงพยาบาลที่ท่านเข้ารับการรักษา

 


 

สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง สำหรับ ประกันสังคม

สิทธิการเบิกเครื่องช่วยฟัง สำหรับ ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ

 

ตรวจการได้ยิน ทดลองเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
ประกาศสำนักงานหลักประกันแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๓
สิทธิการเบิก เครื่องช่วยฟัง สำหรับประกันสังคม

       หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการ เบิกเครื่องช่วยฟัง สำหรับผู้ประกันตน (ประกันสังคม) ซึ่งจัดอยู่ในหมวดหมู่ ประเภทและค่าอวัยวะเทียม และอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค กรณีสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรืออวัยวะบางส่วน

 

       การรับสิทธิ์ต้องเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับสิทธิ์เมื่อส่งเงินสมทบครบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ส่งเงินสมทบรวมกันไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อนเดือนที่ขอรับการรักษาพยาบาล

 

ข้อบ่งชี้ของการใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง
สำหรับผู้ประกันตน (ประกันสังคม)


        สูญเสียการได้ยิน 2 ข้าง และมีการได้ยินที่ยังคงเหลืออยู่ (Residual Hearing) ในหูข้างที่ได้ยินดีกว่า หลังสิ้นสุดการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด โดยต้องระบุสาเหตุความจำเป็นในการใส่เครื่องช่วยฟัง ลักษณะใด ลักษณะหนึ่ง ดังนี้

     1.ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาหรือการผ่าตัด มีข้อห้ามในการผ่าตัด แพทย์ผู้รักษาพิจารณาแล้วว่าการผ่าตัดไม่เกิดประโยชน์ หรือผู้ป่วยปฏิเสธการผ่าตัด

     2. สูญเสียการได้ยินแบบประสาทหูเสื่อมอย่าเฉียบพลัน หลังการรักษาด้วยยาอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 100 วัน

     3. การสูญเสียการได้ยินเป็นอุปสรรคต่อการสื่อความหมาย และการดำรงชีวิตประจำวัน หรือทำให้คุณภาพชีวิตลดลง

     4. การสูญเสียการได้ยินเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาษาและการพูด หรือมีความพิการซ้อน

 

ส่องช่องหู ตรวจการได้ยิน ประกันสังคม

 

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
เบิกเครื่องช่วยฟัง ประกันสังคม :

1. สูญเสียการได้ยินทั้ง 2 ข้าง

2. ข้างที่ดีกว่า จะต้องมีค่าเฉลี่ยของระดับการได้ยินทางอากาศ (Air Conduction Threshold) ของความถี่ 500, 1,000 และ 2,000 เฮิรตซ์ เท่ากับ หรือ มากกว่า 40 เดซิเบล

 

 

 

การเบิกค่ารักษาพยาบาล

เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภท


– เครื่องช่วยฟัง แบบกล่อง ระบบอนาล็อก เครื่องละ 7,000 บาท
– เครื่องช่วยฟัง แบบกล่อง ระบบดิจิตอล เครื่องละ 9,000 บาท
– เครื่องช่วยฟัง แบบทัดหลังใบหู ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,000 บาท
– เครื่องช่วยฟัง แบบใส่ในช่องหู ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,500 บาท
– เครื่องช่วยฟัง แบบนำเสียงผ่านกระดูกแบบหูเดียว ระบบดิจิตอล ข้างละ 12,500 บาท

(ราคานี้รวมค่าบริการทางการแพทย์แล้ว 3,000 บาท)


 

 

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ผู้ประกันตนติดต่อสถานพยาบาลตามสิทธิการรักษาของผู้ประกันตนโดยตรง ถึงขั้นตอนและกระบวนการเบิกค่าอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง

 

 

ประกันสังคม เครื่องช่วยฟัง

 

การเบิกเครื่องช่วยฟังใหม่ สามารถเบิกได้ต่อเมื่อ “อายุการใช้งานเครื่องช่วยฟัง อย่างน้อย 3 ปี และตรวจสอบแล้วว่าเครื่องช่วยฟังไม่สามารถใช้งานได้ หรือไม่เหมาะสมกับระดับการสูญเสียการได้ยิน”

 

 

 

 


เราพร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหาการได้ยิน

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

ท่อยูสเตเชียน กับอาการเสียงดังในหู

 

ท่อยูสเตเชียน (Eustachian Tube) คืออะไร


      ท่อยูสเตเชียนเป็นท่อทางเดินขนาดเล็กและแคบ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างหูชั้นกลาง และโพรงหลังจมูก เมื่อใดก็ตามที่กลืน หาว หรือจาม ท่อยูสเตเชียนนี้จะเปิดออก วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้ของเหลวและความดันอากาศถูกสร้างขึ้นภายในหู


 

ความสำคัญของท่อยูสเตเชียน

     ท่อยูสเตเชียน ทำหน้าที่ช่วยปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก เมื่อใดที่ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ จะทำให้เกิดอาการหูอื้อ ปวดหู มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะบ้านหมุนได้

 

 

ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ สาเหตุจาก


      ความผิดปกติของท่อยูสเตเชียน มักเกิดจากการอักเสบของท่อ ทำให้เมือกและของเหลวถูกสร้างขึ้น อย่างไรก็ตามการสะสมของของเหลวอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหวัดไข้หวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัส

      และรวมถึงการเปลี่ยนแปลงระดับความกดดันบรรยากาศอย่างรวดเร็ว เช่น ขึ้น-ลงลิฟท์ เร็วๆ เครื่องบินขึ้น-ลงเร็ว ดำน้ำโดยลดระดับเร็วเกินไป หรือแม้กระทั่งการเดินทางขึ้นภูเขา ทำให้เกิดอาการหูอื้อ ปวดหู มีเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะบ้านหมุน

 

วิธีการรักษา


  1. รับประทานยา ;- ยาแก้แพ้ (Anti-histamine, ยาหดหลอดเลือด (Oral decongestant  เช่น Pseudoephedrine) หรือ พ่นจมูกด้วยยาหดหลอดเลือด (Topical decongestant เช่น Ephedrine, Oxymetazoline) อาจร่วมกับการล้างจมูก
  2. ควรทำให้ท่อยูสเตเชียนทำงาน เปิด-ปิด ตลอดเวลา ;- เคี้ยวหมากฝรั่ง เพื่อให้มีการกลืนน้ำลายบ่อยๆ การทำ Toynbee maneuver  การทำ Valsalva maneuver
  1. กรณีทำ 2 วิธีดังกล่าวข้างต้น แล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจรักษาโดยวิธีผ่าตัด คือการเจาะเยื่อบุแก้วหู (myringotomy) เพื่อปรับความดันของหูชั้นกลางให้เท่ากับบรรยากาศภายนอก และระบายของเหลวภายในหูชั้นกลาง (ถ้ามี) ในผู้ป่วยบางราย อาจต้องใส่ท่อ (myringotomy tube) คาไว้ที่เยื่อบุแก้วหู
  2. ควรป้องกันตนเองไม่ให้เป็นหวัด โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง เช่น เครียด วิตก กังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ การสัมผัสอากาศที่เย็นมากเกินไป อากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือผู้ป่วยที่อาจแพร่เชื้อได้

 


หมายเหตุ ;-
    • การทำ Toynbee maneuver คือบีบจมูก 2 ข้าง และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง และเอามือที่บีบจมูกออก และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง 
    • การทำ Valsalva maneuver ซึ่งทำได้โดยให้ผู้ป่วยสูดหายใจเข้าเต็มที่ และเอามือบีบจมูกไว้ ปิดปาก แล้วเบ่งลมให้อากาศผ่านทางจมูกที่ปิด อากาศจะผ่านไปที่ท่อยูสเตเชียน เข้าสู่หูชั้นกลาง และเอามือที่บีบจมูกออก และกลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ขณะที่เป็นหวัด หรือไซนัสอักเสบซึ่งมีการติดเชื้อในจมูก ไม่ควรทำวิธีนี้ เพราะจะทำให้เชื้อโรคในจมูก หรือไซนัส เข้าไปสู่หูชั้นกลางได้

 

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
1. ผศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน; ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
2. londonhearing

 

4วิธี การดูแลเครื่องช่วยฟังในฤดูฝน

 

        เข้าสู่ฤดูฝน อุปสรรคสำคัญของผู้มีปัญหาการได้ยิน นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายไม่ให้ป่วยเป็นหวัดแล้ว การดูแลเครื่องช่วยฟังก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน แม้ว่าเทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันจะมีระบบการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP 57 – IP 68) และเคลือบสารไฮโดรโฟบิก (Hydrophobic) สารที่ทำให้น้ำกลายเป็นหยดน้ำ เพื่อการไหลออกจากตัวเครื่อง ทั้งนี้แล้วสามารถป้องกันอันตรายจากน้ำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

 


part of hearing aids

    หยดน้ำหรือละอองน้ำ ที่เกิดจากฝนหรือเหงื่อ มีโอกาสที่จะไหลหรือซึมเข้าสู่ภายในเครื่องช่วยฟังผ่านทาง รูไมโครโฟน(2, 2a)* หรือตาม ซอกรังถ่าน(6)**

โดยน้ำที่ตกค้างอยู่ภายในอุปกรณ์จะเป็นตัวก่อให้เกิดความชื้น และส่งผลให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นสนิม

 

ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เครื่องช่วยฟังชำรุด เครื่องติดๆ ดับๆ หรือเครื่องเงียบ เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมเครื่อง หรืออาจต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใหม่ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ควรดูแลและปฏิบัติให้ถูกวิธี เมื่อเครื่องช่วยฟังโดนน้ำ

 

การดูแลและป้องกันเครื่องช่วยฟัง จากน้ำหรือเหงื่อ

วิธีการป้องกัน เครื่องช่วยฟังโดนน้ำ หรือเหงื่อ


    เช่น การอยู่นอกตัวอาคารเมื่อฝนตก การออกกำลังกาย ให้ท่านปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. กรณีฝนตก ผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟังอยู่นอกตัวอาคาร ควรรีบถอดเครื่องช่วยฟังเก็บไว้ให้มิดชิด หรือหากถอดเครื่องไม่ทัน เมื่อเข้าที่ร่ม ให้ปฏิบัติดังนี้;

– รีบถอดเครื่องออกเช็ดให้แห้ง

– เปิดรังถ่านและนำถ่านออก เช็ดถ่านและช่องรังถ่านให้แห้ง

– เปิดฝารังถ่านทิ้งไว้ เป่าลม / ผึ่งลมให้นานที่สุด (กรณีใช้ไดร์เป่าผม ปรับโหมด-ลมเย็น*)

– หลังจากทิ้งไว้จนแห้งสนิทแล้ว ลองใส่ถ่านเพื่อดูการทำงานของเครื่องว่าปกติหรือไม่

 

เก็บเครื่องช่วยฟัง

 

2. ก่อนออกจากบ้าน ควรเตรียมกล่องเก็บเครื่องช่วยฟัง ถุงพลาสติก ถุงซิปล็อค ที่สามารถกันน้ำได้ เมื่อฝนตกสามารถถอดเก็บได้อย่างปลอดภัย

 

 

3. กรณีผู้ใช้งานที่มีเหงื่อเยอะ จากการใช้งานระหว่างวัน หรือการออกกำลังกาย

– การใช้งานระหว่างวัน หากผู้สวมใส่รู้สึกว่าตนเองมีเหงื่อออก ให้ถอดเครื่องออก ซับเหงื่อและเช็ดเครื่องช่วยฟังด้วยกระดาษทิชชู่ แล้วจึงนำกลับไปใส่ใหม่

– กรณีออกกำลังกาย มีเหงื่อเยอะ แนะนำให้ควรถอดเครื่องช่วยฟังออก

 

Dry Bag สารดูดความชื้นเครื่องช่วยฟัง

– หลังจากเลิกใช้งานเครื่องแล้ว ควรนำถ่านออกและเปิดฝารังถ่านทิ้งไว้ ผึ่งลม/เป่าลม ไล่ความชื้นพักสัก แล้วจึงนำเครื่องช่วยฟังเก็บไว้ในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังที่บรรจุ สารดูดความชื้น Dry Bag หรือ

 

 

  • Dry and Store เครื่องอบความชื้น เครื่องช่วยฟังแนะนำให้ใช้ เครื่องอบไล่ความชื้น สำหรับเครื่องช่วยฟัง อบทิ้งไว้ในเวลากลางคืนระหว่างนอนหลับ เครื่องอบจะทำการระบายความชื้นด้วยกระแสลมยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และจะหยุดทำงานเองโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความชื้นสะสมที่มีอยู่ภายในเครื่องลงได้

 

 

 

4. เมื่อเครื่องช่วยฟังโดนน้ำ ให้รีบนำถ่านออก และทำให้เครื่องแห้งโดยเร็ว หรือให้รีบนำเครื่องเข้าศูนย์บริการฯ เพื่อทำการตรวจเช็คโดยเร็วที่สุด

 

 

ไม่ควรปล่อยให้เครื่องช่วยฟังสัมผัสน้ำ ความชื้น หรือเหงื่อเป็นเวลานานๆ เพราะอาจสร้างความเสียหายให้กับเครื่องช่วยฟังได้

Hearing Care Set

 

สอบถามผลิตภัณฑ์ป้องกันความชื้นและเครื่องอบไล่ความชื้น ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

“ดินไดอะตอม” สารดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง

 

        ไดอะตอมมาเชียส เอิร์ธ (Diatomaceous Earth) หรือที่เรียกว่า ดินไดอะตอม เป็นดินที่เกิดจากการทับถมของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว พบได้ในประเทศเดนมาร์ก มีลักษณะโครงสร้างเป็นรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รูพรุนเหล่านี้ทำให้ดินไดอะตอมมีคุณสมบัติในการดูดซับ และกักเก็บน้ำได้ดี มีประสิทธิภาพสูงในการดูดความชื้น

 

      อย่างไรก็ตาม การดูดความชื้นของดินไดอะตอมที่มีแรงดึงดูดของโมเลกุลค่อนข้างมาก ประสิทธิภาพในการดูดความชื้นที่ยาวนาน รวมถึงการคายความชื้นต่ำหรือไม่เกิดขึ้นเลย ทำให้ “ดินไดอะตอม” ถือเป็นทางเลือกที่ดีของสารดูดความชื้น และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

 

 

“ดินไดอะตอม” ได้ถูกบรรจุอยู่ในรูปแบบซอง หรือที่เรียกว่า DRY-BAG มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมในการดูดความชื้นให้กับเครื่องช่วยฟัง ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

 

5 คุณสมบัติเด่น

สารดูดความชื้นเครื่องช่วยฟัง DRY-BAG


1. ความสามารถในการดูดความชื้นที่มากถึง 75% ของน้ำหนักตัวเอง (มากกว่า Silica Gel ถึง 3 เท่าตัว) ซึ่งจะช่วยป้องกันเครื่องช่วยฟังจากความชื้นได้เป็นอย่างดี ลดโอกาสเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดสนิมภายในตัวเครื่องได้

Dry Bag for hearing aid

 

2. การปกป้องเครื่องช่วยฟังจากความชื้นที่ยาวนานกว่า ด้วยความเร็วในการดูดความชื้นของ DRY-BAG จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น ตามความชื้นสัมพัทธ์รอบข้าง โดยจะรักษาสมดุลย์ของความชื้นสัมพัทธ์ภายในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังไม่ให้ต่ำหรือสูงจนเกินไป และช่วยปกป้องเครื่องช่วยฟังจากความชื้นได้อย่างยาวนาน ตลอดการเก็บรักษาในกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังอย่างมิดชิด

 

3. ความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม DRY-BAG ได้รับการรับรองความปลอดภัยในการจัดเก็บ การใช้งาน และการกำจัดภายหลังการใช้งานจากรัฐบาลประเทศเดนมาร์ก สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

 

4. คุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน “สารดูดความชื้นระดับสากล” กล่าวคือ DRY-BAG ได้รับมาตรฐาน US-Mil-Spec D3464D (ประเทศสหรัฐอเมริกา) DIN 55.473 (ประเทศเยอรมนี) และได้ผ่านการทดสอบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงคือ Cambridge Refrigeration Technology (ประเทศอังกฤษ) และ BFSV (ประเทศเยอรมนี)

 

5. ความพิเศษของบรรจุภัณฑ์ DRY-BAG บรรจุในกระดาษ TYVEK จากบริษัท Du Pont เป็นกระดาษชนิดพิเศษ มีความแข็งแรง แต่ยืดหยุ่นสูง สะท้อนแสง UV ทนน้ำ ทนต่อแรงฉีกขาด อากาศไหลเวียนผ่านได้ดี ทำให้ดูดจับอณูของความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ความชื้น ตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องช่วยฟังเงียบ ติดๆ ดับๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือเครื่องเสีย เสื่อมสภาพ สิ้นเปลืองเงินในการซื้อเครื่องช่วยฟังใหม่

 

 

 



ปกป้องเครื่องช่วยฟังของคุณให้ปราศจากความชื้น ด้วย
DRY-BAG และ Hearing Care Package หรือ เครื่องอบไล่ความชื้นคุณภาพสูง Dry and Store

Hearing-Care-package-ชุดเซทดูแลเครื่องช่วยฟัง

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ปกป้องความชื้นให้กับเครื่องช่วยฟัง ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai
ช้อปผลิตภัณฑ์ทาง Shopee:

4 ข้อควรรู้ ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ

วัยผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สติปัญญาและสมอง ทุกอย่างจะเริ่มทำงานช้าลงในขณะที่อายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการทำงานของประสาทการรับเสียงที่เริ่มเสื่อมลงด้วยเช่นกัน

 

4 ข้อควรรู้ ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ มีดังนี้


1. ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ แบบค่อยเป็นค่อยไป

ในวัยผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นการสูญเสียความสามารถทางการได้ยินแบบค่อยเป็นค่อยไป ของหูทั้งสองข้าง เป็นอาการที่เกิดได้ทั่วไปซึ่งสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น

และพบประมาณ 30 คน จาก 100 คนในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป บางคนจึงไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรก และยังคงได้รับผลกระทบไม่มาก

 

 


 

2.ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบ “มากกว่าที่หู”

ผู้มีอาการประสาทหูเสื่อมตามอายุที่ไม่ได้ใส่เครื่องช่วยฟังมีแนวโน้มที่จะมีความรู้สึกหดหู่มากกว่าผู้ที่ประสาทหูเสื่อมที่ใส่เครื่องช่วยฟัง*

เนื่องจากปัญหาการฟังและการสื่อสาร ทำให้อยากแยกตัวเองออกจากคนรอบข้าง ครอบครัว และเพื่อน ส่งผลให้เกิดความหดหู่ เศร้า และรู้สึกโดดเดี่ยว นอกจากนั้นความบกพร่องทางการได้ยินอาจนำไปสู่อันตรายแก่ร่างกายได้ เช่น ไม่ได้ยินเสียง รถ ที่กำลังวิ่งเข้ามาขณะเดินอยู่บนถนน

 


 

3. ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ มักมีปัญหาในการฟังเสียงสูง ได้ยินแต่จับคำพูดไม่ได้

อาการของผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมตามอายุ โดยทั่วไปรู้สึกว่าได้ยินเสียงคนอื่นพูดพึมพำ มีปัญหาการได้ยินเสียงสูงเช่น เสียงนาฬิกาเดิน มีปัญหาการฟังและความเข้าใจในบทสนทนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ที่มีเสียงรบกวนมาก ฟังเสียงผู้ชายง่ายกว่าเสียงผู้หญิง บางเสียงที่รู้สึกว่าดังมากเกินไปและน่ารำคาญ หรือมีเสียงดังในหู

ประสาทหูเสื่อมในผู้สูงอายุส่วนใหญ่แล้วจะส่งผลต่อการรับเสียงสูงจึงทำให้รู้สึกว่าได้ยินเสียงแต่จับคำพูดไม่ได้ ดังนั้นเรามักสังเกตว่าผู้สูงอายุยังคงพูดเสมอว่าได้ยินได้เห็นซึ่งจริงๆ แล้วคือการได้ยินแต่จับคำพูดไม่ได้ เนื่องจากเสียงบางเสียงผู้สูงอายุไม่สามารถได้ยิน

 


 

4. ประสาทหูเสื่อมในวัยผู้สูงอายุ เสื่อมตามอายุ ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ และปัญหาทางด้านสุขภาพ

ประสาทหูเสื่อมตามอายุไม่สามารถป้องกันได้ ไม่สามารถรักษาให้หายได้ สาเหตุของประสาทหูเสื่อมในผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ขนรับเสียงในอวัยวะของหูชั้นใน ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้น ปัญหาทางสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ผลข้างเคียงจากยา เช่น แอสไพริน ยาเคมีบำบัด และยาปฏิชีวนะบางตัว

 


 

สมองส่วนที่ทำหน้าที่ด้านการได้ยินต้องการเสียงเข้าไปกระตุ้น เพื่อให้คงสมรรถภาพในการทำงานของประสาทการได้ยิน หากไม่มีเสียงเข้าไปกระตุ้น ประสิทธิภาพของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ด้านการได้ยินจะเสื่อมถอยลง

 

การช่วยเหลือผู้ที่มีประสาทหูเสื่อมตามวัยด้วยเทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังจะช่วยให้การได้ยินดีขึ้น แม้ผู้สูงอายุจำนวนมากมีความบกพร่องทางการได้ยินแต่เป็นที่น่าเสียดายว่ายังได้รับการตรวจการได้ยินในอัตราน้อยกว่าที่เป็นอยู่

 

สำหรับผู้สุงอายุที่มีปัญหาได้ยินแต่จับคำพูดไม่ได้ หรือผู้ที่สงสัยว่าจะมีอาการประสาทหูเสื่อม สามารถนัดหมายเข้ารับการตรวจช่องหูเพื่อดูสุขภาพของช่องหู ตรวจสมรรถภาพของหูชั้นกลาง และการตรวจการได้ยินเพื่อให้ทราบความบกพร่องในแต่ละความถี่ โดยนักแก้ไขการได้ยินได้ที่ ศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังอินทิเม็กซ์ ทุกสาขา

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ ยินดีให้บริการ
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
* https://www.nidcd.nih.gov/health/age-related-hearing-loss
** https://www.asha.org/uploadedFiles/AIS-Hearing-Loss-Age-Related.pdf
ช็อกโกแลตกับการได้ยิน

 

      อาหารแทบทุกชนิดล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเรา ทุกคนรู้ว่านมดีต่อกระดูก และแครอทดีต่อสายตา แต่ใครจะรู้ว่าช็อกโกแลตดีสำหรับการได้ยิน

 

ช็อกโกแลต อาหารทรงคุณค่าแก่การได้ยิน


      ช็อกโกแลต (Chocolate) หนึ่งในผลิตผลที่มาจากเมล็ดโกโก้ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอลอย่างฟลาโวนอยด์ที่ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

       นอกจากนี้ในช็อกโกแลตยังมีสารเคมีที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง อย่างสารเซโรโทนิน โดพามีน ในการปรับสภาพอารมณ์และส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ช่วยลดภาวะอาการซึมเศร้าและความเครียดลงได้

 


ทีมนักวิจัย นำโดย Dr.Sang-Yeow Lee แพทย์หู คอ จมูก The Seoul National University Hospital ได้เผยแพร่งานวิจัยล่าสุด* ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients Journal เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 โดยเป็นการสำรวจของ Korean National Health and Nutrition Examination Survey กับประชากร 3,575 คน ที่มีอายุระหว่าง 40 – 64 ปี ในปี พ.ศ. 2555 – 2556 พบว่า…“อัตราการเกิดความบกพร่องทางการได้ยิน ทั้งเกิดในหูข้างเดียวหรือเกิดในหูทั้งสองข้าง ของผู้ที่รับประทานช็อกโกแลตต่ำกว่า ผู้ที่ไม่ได้รับประทานช็อกโกแลตอย่างมีนัยสำคัญ”

 

งานวิจัยยังพบว่า การรับประทานช็อกโกแลตเป็นประจำ อาจช่วยป้องกันผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนจากการเกิดความบกพร่องทางการได้ยินได้

 

       อย่างไรก็ตาม การบริโภคช็อกโกแลตควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น

 

 

ด้วยความห่วงใย

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6520725/
https://www.pobpad.com/
7 ข้อ เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ โควิด-19

       เมื่อทั้งโลกเปลี่ยนไปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมที่ต้องการให้ผู้คนอยู่ห่างกัน ทำให้ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ และธุรกิจหลายธุรกิจต้องปิดตัวลง เป็นสาเหตุให้เราต้องแยกตัวเอง หลีกเลี่ยงพาตัวเองออกจากที่ที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก รักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัย และเพื่อป้องกันการแพร่กระจายตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

      สำหรับผู้มีปัญหาทางการได้ยิน การรักษาสุขภาพการได้ยิน การดูแลรักษาเครื่องช่วยฟัง และอุปกรณ์ส่งเสริมการฟังที่เชื่อมต่อแบบไร้สายต่างๆ ให้ยังคงใช้งานได้ดีเต็มประสิทธิภาพ มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากความจำเป็นที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับความเครียด

 

การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ 7 ข้อ ดังนี้

สำหรับผู้สูญเสียการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟัง


1. สำรองแบตเตอรี่

ท่านมั่นใจหรือไม่? ว่าท่านสำรองแบตเตอรี่ไว้เพียงพอสำหรับการใช้งานเครื่องช่วยฟังอย่างน้อยในอีก 2 เดือนข้างหน้า เติมสต๊อกแบตเตอรี่ของท่านให้เต็ม พร้อมใช้งานตลอดเวลา การสั่งซื้อออนไลน์ในช่วงเวลานี้อาจจะเหมาะสมกับสถานการณ์ได้ดี

 

ท่านสามารถเลือกช่องทางในการสั่งซื้อ ที่ท่านสะดวก:

  • โทร. 089 – 053 7111, 053 – 271 533
  • ออนไลน์ : Facebook, Line ID : @hearingchiangmai
  • Shopee : INTIMEXCHIANGMAI

 

2. การติดต่อผู้ให้บริการ กรณีฉุกเฉิน (เช่น เครื่องเงียบ เครื่องเสีย แบตเตอรี่หมด ฯลฯ)

เพื่อความอุ่นใจ ขอให้ท่านบันทึกเบอร์โทรติดต่อศูนย์บริการฯ หรือ เพิ่มช่องทางติดต่อทางออนไลน์ เช่น Facebook และ Line ของศูนย์บริการ ไว้ติดต่อยามฉุกเฉิน

 

3. รับบริการที่รถ (สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้ารับบริการภายในศูนย์ฯ)

ใช้บริการรอในรถ หรือทิ้งเครื่องช่วยฟังไว้กับผู้ให้บริการได้ทำการตรวจเช็คและทำความสะอาด (ใช้เวลาประมาณ 30 – 40 นาที) แล้วสามารถกลับเข้ามารับเครื่อง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และลดความแออัดในการเข้ารับบริการภายในตัวอาคาร

 

4. Social Distancing การเว้นระยะห่าง ในการเข้ารับบริการ

การนัดหมายล่วงหน้า จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถจัดสรรระยะเวลาการให้บริการแต่ละบุคคลได้ห่างกัน เพื่อลดความแออัดภายในศูนย์บริการ และจัดแบ่งโซนพื้นที่ให้บริการ โดยผู้เข้ารับบริการควรนั่งเว้นระยะห่างระหว่างนั่งรอรับบริการ เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการทุกท่าน

 

5. ติดต่อเพื่อน หรือญาติของคุณอย่างสม่ำเสมอ (กรณีอยู่คนเดียว)

โทรศัพท์ หรือวีดีโอคอล กับเพื่อนหรือญาติของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เขาเหล่านั้นทราบว่า ท่าน/เขา ยังสบายดีและปลอดภัยดี

 

6. พิจารณาซื้อเครื่องสำรอง (Intimex Line My Shop)

หากท่านจำเป็นต้องได้ยิน และต้องใส่เครื่องเป็นประจำทุกวัน โปรดพิจารณาเครื่องสำรองเป็นตัวเลือกในสถานการณ์เช่นนี้

“เครื่องช่วยฟังประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โอกาสที่จะชำรุด ทำงานผิดปกติ หรือหยุดทำงานกระทันหันเกิดขึ้นได้เสมอ หากเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์ประกาศสั่งห้ามออกนอกเคหะสถาน ท่านจะไม่สามารถส่งซ่อมได้ ด้วยเหตุนี้การมีเครื่องสำรองชั่วคราว อาจเป็นการเตรียมความพร้อมที่คุ้มค่า”

 

7. เตรียมพร้อมหากคุณต้องพบแพทย์ที่โรงพยาบาล

หากท่านมีความจำเป็นต้องพบแพทย์ ขอให้เตรียมเครื่องช่วยฟังที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และแบตเตอรี่สำรองเผื่อไว้  ขอให้พาญาติหรือเพื่อนไปด้วยทุกครั้ง และจำเป็นต้องแจ้งแพทย์และพยาบาลที่เกี่ยวข้องว่าท่านมีความบกพร่องทางการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟังอยู่

 


              ศูนย์บริการเครื่องช่วยฟังอินทิเม็กซ์ ยังอยู่เคียงข้างผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากทางราชการ เพื่อช่วยให้ท่านมีความสุขกับการได้ยินอย่างที่ท่านต้องการ นอกจากนั้นเพื่อให้บริการสนับสนุนแก่ท่านที่ใส่เครื่องช่วยฟัง  ศูนย์ฯ ได้เพิ่มบริการพิเศษในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด ดังนี้

  1. จัดเจ้าหน้าที่ให้บริการรับ-ส่งเครื่องที่รถส่วนตัวของท่าน โดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องลงจากรถ
  2. จัดทำราคาเครื่องช่วยฟังสำรอง ในราคาพิเศษ ท่านสามารถสั่งซื้อผ่าน Line My Shop ที่ Intimex Line My Shop

 

การแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ทำให้ชีวิตของพวกเราทุกคนเต็มไปด้วยความท้าทาย ดังนั้นโปรดให้ความสำคัญกับการได้ยินของท่าน และติดต่อกับผู้ให้บริการด้านการได้ยินที่สามารถช่วยให้ท่านเตรียมพร้อมผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปพร้อมกัน

 

ผู้บกพร่องทางการได้ยินมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19

 

ด้วยเหตุที่ว่า ทำไมผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน

ถึงมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัส COVID-19

 

จากข้อมูลหลายแหล่งได้ให้รายละเอียด ดังนี้;


ประการแรก ปัญหาการสื่อสารด้านการดูแลสุขภาพ ที่ผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดของข้อมูลข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพที่ถูกต้อง และบ่อยครั้งที่ระดับความรู้ด้านสุขภาพลดลง หรือ ความฉลาดทางสุขภาพ (Health Literacy) อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาดในการใช้ยาและการรักษา


ความฉลาดทางสุขภาพ (Health Literacy) หมายถึง ความสามารถและทักษะในการเข้าถึงข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อวิเคราะห์ ประเมินการปฏิบัติและจัดการตนเอง รวมทั้งสามารถชี้แนะเรื่องสุขภาพส่วนบุคคล ครอบครัว และชุมชน เพื่อสุขภาพที่ดี

 


ประการที่สอง ความรู้สึกโดดเดี่ยว ความเครียด วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าจากการแยกตัวออกจากสังคมของผู้บกพร่องทางการได้ยิน อาการเหล่านี้ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 และเสี่ยงมากยิ่งขึ้นสำหรับ…ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน เป็นต้น โรคเหล่านี้พบได้บ่อยในผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน


 

 

หากท่านมีความจำเป็นต้องพบแพทย์

ในช่วงของการระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ควรเตรียมความพร้อม ดังนี้

 

1. สวมอุปกรณ์ป้องกันหน้ากากอนามัยอย่างมิดชิด

2. เดินไปกับญาติ หรือบุคคลในครอบครัว เพื่อช่วยฟังคำอธิบายจากแพทย์

3. ใส่เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับระดับการได้ยินตลอดเวลา

4. นำยาที่รับประทานอยู่ติดตัวไปด้วย

5. ระหว่างที่มีโรคระบาด ทางโรงพยาบาลจะมีผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จะยุ่งกับการดูแลผู้ป่วย และมีเวลาให้ท่านน้อย ขอให้ญาติหรือบุคคลในครอบครัวจดจำสิ่งที่แพทย์บอก การรับประทานยาตามแพทย์สั่ง และการวางแผนการรักษา

6. ถ้าท่านพักอยู่โรงพยาบาลในช่วงเวลาที่มีโรคระบาด ควรพยายามออกจากโรงพยาบาลและกลับมาบ้านให้ได้เร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อในโรงพยาบาล

 


ขอให้ท่านศึกษาคำแนะนำในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) และติดตามข่าวสารการแพร่ระบาดอย่างสม่ำเสมอ

 

 

อย่าลืมสังเกตตัวเอง หากมีอาการไข้สูงมากกว่า 37.5 องศา  ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล หายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก คุณอาจเสี่ยงติดเชื้อ Covid-19 ควรรีบมาพบแพทย์ด่วน!

 

 

ด้วยความห่วงใย,

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
คุยเฟสบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
คุยไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.chadruffinmd.com/blog/2020/3/15/covid-19-and-hearing-loss
กรมอนามัย