Tag Archive for: สุขภาพการได้ยิน

สมุนไพรบำรุงหู และเครื่องเทศ เสริมสร้างสุขภาพการได้ยิน

ปรับเปลี่ยนมื้ออาหารของคุณ…

เพื่อสุขภาพการได้ยินดีอย่างยั่งยืน

ด้วย สมุนไพรบำรุงหู

       คำกล่าวที่ว่า You are what you eat ยังคงใช้ได้เสมอ ประสิทธิภาพการได้ยินของเราขึ้นอยู่กับการทำงานของหูชั้นในและระบบไหลเวียนโลหิตบริเวณโคเคลีย (Cochlea) อวัยวะส่วนนี้อุดมไปด้วยหลอดเลือดฝอยขนาดเล็ก หากระบบไหลเวียนโลหิตติดขัดหรือเกิดการอักเสบก็อาจนำไปสู่ภาวะสูญเสียการได้ยิน หรือเกิดอาการเสียงดังในหู (Tinnitus)

       ภาวะการสูญเสียการได้ยินหรืออาการหูตึงในผู้สูงอายุ ไม่เพียงแต่ทำให้ความเข้าใจในการสื่อสารลดลง แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการทรงตัวและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน หูอวัยวะเล็กๆ ทำหน้าที่ในการได้ยินแล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการทรงตัวของร่างกาย โดยหูชั้นในจะทำงานร่วมกับตาและกล้ามเนื้อ เพื่อสั่งการให้ร่างกายทรงตัวได้ไม่ล้ม

      ¹ข้อมูลทางการแพทย์พบว่า แม้ผู้สูงอายุจะมีอาการหูตึงเพียงเล็กน้อยก็มีความเสี่ยงต่อการหกล้มเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า หรือมากกว่า 300% และทุกๆ 10 เดซิเบลของการได้ยินที่ลดลง จะเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้มสูงขึ้นอีกร้อยละ 140 และ²วารสารวิชาการ JAMA (2025) ยังระบุด้วยว่า ผู้สูงอายุที่มีภาวะหูตึงมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุหกล้มสูงกว่าปกติถึงร้อยละ 51

แต่ข่าวดีก็คือ…เราสามารถชะลอความเสื่อมและดูแลสุขภาพการได้ยินได้ด้วยวิธีที่ง่าย ใกล้ตัว และเริ่มต้นได้ที่มื้ออาหารของคุณเอง

ทำอาหาร สมุนไพร บำรุงหู

       หากคุณกำลังดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน การใส่ใจเรื่องโภชนาการถือเป็นวิธีที่ง่ายและเกิดประโยชน์สูงสุด การเลือกใช้สารปรุงแต่งรสชาติจากธรรมชาติอย่าง สมุนไพรบำรุงหู และเครื่องเทศ ไม่เพียงแต่ช่วยชูรสชาติอาหารให้ผู้สูงอายุเจริญอาหารมากขึ้น แต่ยังมีสรรพคุณต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ หลอดเลือด และสุขภาพหู

       ต่อไปนี้คือ ลิสต์รายชื่อสมุนไพรบำรุงหูและเครื่องเทศ ตัวช่วยรังสรรค์เมนูสุขภาพให้กับผู้สูงอายุที่คุณรัก

9 สมุนไพรบำรุงหู และเครื่องเทศคู่ครัว

ตัวช่วยจากธรรมชาติ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพการได้ยิน

มาสำรวจวัตถุดิบก้นครัวและสมุนไพรใกล้ตัว สารปรุงแต่งรสชาติจากธรรมชาติที่พร้อมจะกลายมาเป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพการได้ยินให้กับคนที่คุณรัก

กระเทียม (Garlic)

1. กระเทียม (Garlic) – ดีต่อหัวใจ หลอดเลือด และหู

กระเทียมอุดมไปด้วยสารอัลลิซิน (Allicin) และสารประกอบกำมะถันที่ช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น เพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงหลอดเลือดฝอยในหู นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียตามธรรมชาติ ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในหู และมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของการได้ยินตามวัย การรับประทานกระเทียมสดวันละ 1 กลีบในเมนูอาหาร ถือเป็นเกราะป้องกันการได้ยินที่ทำได้ง่ายทุกวัน

ขิง (Ginger)

2. ขิง (Ginger) – กระตุ้นการไหลเวียนเลือด บำรุงเซลล์ขนในหู

ขิงมีสรรพคุณโดดเด่นในการช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ และยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตหล่อเลี้ยงเซลล์ขนในหูชั้นใน เซลล์เหล่านี้ทำหน้าที่แปลงคลื่นเสียงและไม่สามารถสร้างใหม่ได้เมื่อเสียหาย งานวิจัยบางชิ้นยังชี้ว่า สารสกัดจากขิงช่วยให้ทางเดินประสาทรับเสียงผ่อนคลาย ลดอาการเสียงดังในหู (Tinnitus) ดังนั้น การดื่มน้ำขิงหรือเติมขิงสดลงในอาหาร จึงไม่เพียงแต่ช่วยชูรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น แต่ยังถือเป็นวิธีที่ชาญฉลาดในการดูแลสุขภาพหูของคุณ

พริก (Chili Pepper)

3. พริก (Chili Pepper) – เผ็ดร้อนพอดี ช่วยกระตุ้นเลือดลม

แคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารประกอบที่ทำให้พริกมีความเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมามากขึ้นชั่วคราว สิ่งนี้สามารถช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดในหูชั้นในได้ ข้อควรระวังในการรับประทานอาหารที่เผ็ดจัดมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดได้เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง และความดันโลหิตที่สูงเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อการได้ยิน ดังนั้นเผ็ดเล็กน้อยถือว่ากำลังดี และอาจเป็นประโยชน์ต่อหูของคุณ

ผักชีลาว (Dill)

4. ผักชีลาว (Dill) – เครื่องเคียง ปกป้องเซลล์หูที่เหลืออยู่

ผักชีลาวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงสายตา มีฤทธิ์บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ลดความดันโลหิต และมีแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบำรุงและรักษาเซลล์หูที่เหลืออยู่ให้คงสภาพสมบูรณ์ ในประเทศแถบตะวันตกมักใช้ผักชีลาวเป็นเครื่องเทศเพื่อเพิ่มความหอมสมุนไพรให้กับอาหาร เช่น สเต๊ก สลัดมันฝรั่ง ซุปครีม ไปจนถึงพาสต้า ในขณะที่ประเทศไทยของเรานิยมรับประทานผักชีลาวแบบสดๆ ผักแกล้มคู่กับเมนูลาบหรือจิ้มน้ำพริก และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยชูรสชาติในเมนูพื้นบ้านอย่างแกงอ่อม แกงเห็ดลาว และแกงหน่อไม้

ขมิ้นชัน (Turmeric)

5. ขมิ้นชัน (Turmeric) – สารเคอร์คิวมิน ต้านการอักเสบ

ขมิ้นชันมีสารเคอร์คิวมิน (Curcumin) ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ช่วยปกป้องเซลล์ขนในหูชั้นในจากความเสียหายที่เกิดจากอายุหรือเสียงดัง และยังมีโพแทสเซียมที่ช่วยป้องกันภาวะสูญเสียการได้ยินตามวัย โดยแนะนำให้รับประทานคู่กับพริกไทยดำเล็กน้อย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารเคอร์คิวมินเข้าสู่ร่างกายได้มากถึง 20 เท่า

6. อบเชย (Cinnamon) – เพิ่มความอบอุ่น รักษาระดับน้ำตาลในเลือด

อบเชยมีฤทธิ์ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ซึ่งส่งผลดีทางอ้อมต่อเส้นประสาทการได้ยิน แพทย์ทางเลือกบางท่านแนะนำให้อบเชยเป็นสมุนไพรเสริมสำหรับอาการสูญเสียการได้ยินเฉียบพลัน หรือปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว โดยเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกับขิงและน้ำผึ้ง

7. โรสแมรี่ (Rosemary) – ปกป้องเซลล์ประสาทการได้ยิน

โรสแมรี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณสมองและระบบประสาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการไหลเวียนของเลือดในหู เช่น อาการเสียงวี้ดในหู หรือภาวะหูดับเฉียบพลัน ดังนั้น ชาโรสแมรี่หอมๆ สักถ้วยยามบ่ายดีต่ออารมณ์และการได้ยิน

แปะก๊วย (Ginkgo Biloba)

8. แปะก๊วย (Ginkgo Biloba) – สมุนไพรบำรุงสมองและหูชั้นใน

สมุนไพรสุดคลาสสิกสำหรับบำรุงหู แม้ว่าในทางเทคนิคแล้วจะไม่ใช่สมุนไพรสำหรับก้นครัว ช่วยขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตไปยังสมองและหูชั้นใน จึงมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการเสียงวี้ดในหู อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) ปรับปรุงการทรงตัวในผู้สูงอายุ และช่วยชะลอภาวะสูญเสียการได้ยินตามวัย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเสมอ

9. ชาเขียว (Green Tea) – สารคาเทชิน ปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย

ชาเขียวอุดมไปด้วยสารคาเทชิน (Catechins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ขนในหูชั้นในจากการถูกทำลายด้วยเสียงดังหรือความเสื่อมตามวัย พร้อมทั้งช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

       การดูแลสุขภาพการได้ยินอย่างยั่งยืน คือการผสานพลังแห่งธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมทางการแพทย์อย่างลงตัว แม้โภชนาการและสมุนไพรจะเป็นเกราะป้องกันชั้นยอดที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์ประสาทและชะลอความเสื่อมถอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การเติมเต็มทุกเสียงที่ขาดหายให้กลับมาชัดเจนอีกครั้ง ยังคงต้องอาศัยเทคโนโลยีทันสมัยอย่างเครื่องช่วยฟังร่วมด้วย

       ด้วยเหตุนี้ การดูแลสุขภาพด้วยวิถีธรรมชาติควบคู่ไปกับการใช้เครื่องช่วยฟัง จึงถือเป็นการดูแลการได้ยินที่ยั่งยืน เพราะไม่เพียงช่วยปกป้องระบบประสาทหูไม่ให้เสื่อมก่อนวัย แต่ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ คืนความมั่นใจ ความปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิต ให้กลับมามีความสุขกับทุกจังหวะของชีวิตได้เต็มที่อีกครั้ง

รังสรรค์เมนูสุขภาพ ให้กับผู้สูงอายุที่คุณรักด้วย สมุนไพรบำรุงหู เพื่อสุขภาพการได้ยินดีอย่างยั่งยืน

วันแม่ปีนี้…
มอบสุขภาพการได้ยินดี เป็นของขวัญแก่คนที่คุณรัก

ตรวจการได้ยิน วันแม่
Hearing & Well-being for Mom
• Hearing Examination : ตรวจสุขภาพช่องหูอย่างละเอียด
• Audiometric Assessment : ตรวจประเมินสมรรถภาพการได้ยินด้วยเครื่องมือมาตรฐานสากล
• Consultation & Preventive Care : รับคำปรึกษาและคำแนะนำเฉพาะบุคคล เพื่อการดูแลสุขภาพการได้ยินและการเฝ้าระวังระยะยาว
• Hearing Aids Experience : เปิดประสบการณ์ทดลองเทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังระดับพรีเมียม ดีไซน์ทันสมัย (กรณีเข้าข่ายสูญเสียการได้ยิน)
*สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ไม่เคยร่วมกิจกรรมใดๆ กับทางบริษัทฯ มาก่อน

การดูแลสุขภาพการได้ยินไม่ใช่แค่เรื่องของการฟัง แต่เป็นการปกป้องชีวิตและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุให้กับผู้สูงอายุที่คุณรัก

ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง พร้อมสนับสนุนการได้ยิน

ขอขอบคุณข้อมูล : ¹www.utsouthwestern.edu, ²www.jamanetwork.com, www.audicus.com

อินทิเม็กซ์ เชียงใหม่

ดูแลลูกค้าครอบคลุมพื้นที่โซนภาคเหนือ ต่างจังหวัด
มั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการจาก อินทิเม็กซ์

ภายในศูนย์
logo intimex อินทิเม็กซ์

 

อินทิเม็กซ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน จำหน่ายเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง ออกแบบการได้ยินตามไลฟ์สไตล์บุคคล ดูแลสุขภาพการได้ยินแบบองค์รวม ตลอดการเดินทางสู่การได้ยินดี เพราะเราเชื่อว่า…

 

“คุณภาพของการได้ยินที่ดี คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทดสอบการได้ยิน
ทดลองเครื่องช่วยฟัง
 
 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
เวลาทำการ :  จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 –  16.30 น.
และ เสาร์ เวลา 8.00 –  16.30 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Call Intimex Chiangmai Facebook Intimex Chiangmai Line Intimex Chiangmai

Green Season ฤดูฝนกับการดูแล สุขภาพการได้ยิน และเครื่องช่วยฟัง

Green Season ฤดูฝนนี้

ดูแลสุขภาพการได้ยิน และเครื่องช่วยฟังของคุณได้อย่างไร?

       เมื่อพูดถึง Green Season หรือฤดูฝน หลายคนคงนึกถึงความเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้า กลิ่นไอดิน และความเย็นสบายจากสายฝน แต่ในขณะเดียวกัน ฤดูกาลที่ชุ่มฉ่ำนี้ก็ทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้ ไข้หวัด มีอาการไอ จาม คัดจมูกน้ำมูกไหล และเจ็บคอได้ง่ายขึ้น อาการเจ็บป่วยเหล่านี้สามารถส่งผลให้ประสิทธิภาพการได้ยินของคุณลดลงชั่วคราวได้ นอกจากนี้สภาพอากาศที่เปียกชื้นและละอองฝนยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเครื่องช่วยฟังของคุณอีกด้วย

       สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและใส่เครื่องช่วยฟัง การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและอุปกรณ์ให้พร้อมรับมือกับหน้าฝนจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อคุณเป็นหวัด การสะสมของของเหลวและน้ำมูกอาจทำให้ท่อยูสเตเชียน (Eustachian tubes) อุดตัน ส่งผลให้มีอาการหูอื้อหรือได้ยินเสียงอู้อี้ชั่วคราว ต่อไปนี้คือ คำแนะนำในการดูแลสุขภาพการได้ยินและปกป้องอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังของคุณในขณะที่ป่วย

คำแนะนำ
การดูแล สุขภาพการได้ยิน และเครื่องช่วยฟัง ขณะป่วย

สิ่งที่ควรปฏิบัติหากการได้ยินลดลง เมื่อเป็นหวัด

01 รักษาร่างกายให้อบอุ่น

รักษาร่างกายให้อบอุ่น

ดูแลอุณหภูมิของร่างกายให้เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการหวัดได้เร็วขึ้น เช่น ดื่มน้ำอุ่น จิบชาอุ่นๆ ผสมน้ำผึ้ง เมื่อออกไปข้างนอกควรสวมแมสและเครื่องแต่งกายให้อบอุ่น

02 ลดแรงดันในหู

ลดแรงดันในหู

พยายามนั่งหรืออยู่ในท่าตัวตรงให้มากที่สุดแทนการนอนราบ เพื่อช่วยให้ของเหลวระบายออกได้ตามธรรมชาติ

03 ประคบอุ่น (warm compress) และลดอาการคัดจมูก

ประคบอุ่นและลดอาการคัดจมูก

รับประทานยาแก้คัดจมูก นำผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ ประคบเบาๆ ที่หู (Warm compress) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ลดอาการอักเสบ และช่วยให้กล้ามเนื้อรอบๆ ผ่อนคลาย หรือสูดดมไอน้ำจากการอาบน้ำอุ่น เพื่อบรรเทาอาการอุดตันและลดแรงดันในช่องหู

04 ปรับระดับเสียงด้วยตัวเอง

ปรับระดับเสียงด้วยตัวเอง

หากรู้สึกว่าได้ยินเบาลง คุณสามารถกดปุ่มเพิ่มระดับเสียงที่เครื่องช่วยฟังเพื่อชดเชยการได้ยินชั่วคราว หรือหากเสียงฝนตกหนักรบกวนจนฟังไม่ชัด ให้ลองเปลี่ยนไปใช้โปรแกรมลดเสียงรบกวน (Noise Reduction) หรือหากปรับเพิ่มเสียงแล้วยังฟังไม่ชัด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังเพื่อตั้งค่าการใช้งานให้เหมาะสม

05 มีอาการติดเชื้อรุนแรง

มีอาการติดเชื้อรุนแรง

หากพบว่ามีอาการหูติดเชื้อรุนแรงควรพบแพทย์หูคอจมูก และควรถอดเครื่องออกทันที เพื่อป้องกันการกักเก็บความชื้นและแบคทีเรียสะสมที่ตัวเครื่อง

       การได้ยินลดลงขณะเป็นหวัด ไม่ได้หมายความว่าหูอักเสบเสมอไป ของเหลวที่สะสมอยู่ในหูชั้นกลางทำให้เยื่อแก้วหูสั่นได้ยาก คลื่นเสียงจึงเดินทางผ่านได้ไม่ปกติส่งผลให้ได้ยินเสียงเบาลงหรืออู้อี้ลงได้ถึง 24 เดซิเบล แต่อาการนี้เป็นเพียงชั่วคราว และจะกลับมาได้ยินเป็นปกติเองภายในไม่กี่วันถึงสองสามสัปดาห์¹

5 ข้อควรระวัง และการดูแลเครื่องช่วยฟังในฤดูฝน

สำหรับผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟัง สภาพอากาศที่เปียกชื้นต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เสียหาย ดังนี้

01 อาการหวัด หูอื้อ และขี้หูที่เพิ่มขึ้น

อาการหวัด หูอื้อ และขี้หูที่เพิ่มขึ้น

อาการหวัดคัดจมูกมักทำให้ร่างกายผลิตขี้หูมากกว่าปกติ ซึ่งอาจไปอุดตันตัวรับเสียงได้ ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกวันด้วยผ้าแห้งเนื้อนุ่ม การอักเสบและการเปลี่ยนแปลงความดันอาจทำให้ช่องหูของคุณไวต่อความรู้สึก หากใส่เครื่องช่วยฟังแล้วรู้สึกเจ็บ ให้หยุดพักหรือลดเวลาการสวมใส่จนกว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้น

ละอองน้ำ น้ำฝน และปัญหาเครื่องช็อต

หลีกเลี่ยงไม่ให้เครื่องช่วยฟังโดนละอองฝนโดยตรง หากต้องลุยฝนควรพกกล่องเก็บอุปกรณ์แบบกันน้ำหรือซองกันน้ำติดตัวไว้ และควรเช็ดมือให้แห้งสนิทก่อนหยิบจับหรือปรับเครื่องเสมอ เพราะน้ำอาจทำให้ระบบไฟฟ้าภายในช็อตหรือเสียหาย

03 ของเหลวอุดตัน เสียงเพี้ยน อู้อี้ ขาดๆ หายๆ

ของเหลวอุดตัน เสียงเพี้ยน อู้อี้ ขาดๆ หายๆ

อากาศชื้นและแอร์ที่เย็นจัดอาจทำให้เกิดหยดน้ำเกาะภายในอุปกรณ์ รวมถึงขี้หูที่ผลิตมากขึ้นเมื่อคุณเป็นหวัด อาจอุดตันช่องรับเสียง ทำให้เสียงเพี้ยนหรือขาดหาย ควรหมั่นเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ

04 ความชื้น และคราบออกไซด์

ความชื้น และคราบออกไซด์ (โลหะทำปฏิกิริยา)

ความชื้นในหน้าฝนรวมถึงเหงื่อ อาจทำให้ขั้วแบตเตอรี่และชิ้นส่วนโลหะเกิดสนิมหรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ควรเช็ดแบตเตอรี่ก่อนและหลังใช้งาน และจัดเก็บแบตเตอรี่สำรองไว้ในกล่องที่แห้งมิดชิด

05 การดูแลและจัดเก็บอุปกรณ์อย่างถูกวิธี

การดูแลและจัดเก็บอุปกรณ์อย่างถูกวิธี

ควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ให้แห้งสนิท เมื่อเลิกใช้งานควรแยกแบตเตอรี่ออกจากเครื่องทุกครั้ง และเปิดรังถ่านทิ้งไว้เพื่อให้ความชื้นระเหยออก ใช้กล่องดูดความชื้นหรือเครื่องอบแห้งสำหรับเครื่องช่วยฟังเป็นประจำทุกคืน

Warning

        หากเครื่องช่วยฟังบังเอิญโดนละอองฝน ให้รีบเช็ดด้วยผ้าแห้งทันที (คำเตือน : ห้ามใช้ไดร์เป่าผมลมร้อนเป่าเด็ดขาด เพราะชิ้นส่วนพลาสติกอาจเสียหายได้)   เรียนรู้เพิ่มเติม…เครื่องช่วยฟังเปียกน้ำ ต้องทำอย่างไร

       ฝนนี้ หมดกังวลและมั่นใจทุกการได้ยิน ด้วยบริการบำรุงรักษาเครื่องช่วยฟัง 15 ขั้นตอน พิถีพิถันในการตรวจเช็กและทำความสะอาด มาตรฐานความใส่ใจจากอินทิเม็กซ์

       Green Season หรือฤดูฝนนี้ แม้จะมอบความชุ่มฉ่ำและเย็นสบายให้กับคุณ แต่อากาศที่เปลี่ยนแปลงและเปียกชื้นก็อาจทำให้คุณเจ็บป่วยได้ง่าย การดูแลสุขภาพร่างกายให้อบอุ่นและแข็งแรงอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาประสิทธิภาพการได้ยินของคุณให้เป็นปกติ ควบคู่กับการดูแลและจัดเก็บเครื่องช่วยฟังอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันความชื้นและยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์คู่ใจให้อยู่กับคุณไปได้อีกนาน

       หากพบปัญหาความชื้นเกาะเครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยฟังโดนน้ำ เครื่องเสียงขาดๆ หายๆ เครื่องเงียบ โปรดนัดหมายบำรุงรักษาเครื่องช่วยฟัง 15 ขั้นตอน มาตรฐานจากอินทิเม็กซ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง พร้อมสนับสนุนการได้ยิน

ขอขอบคุณข้อมูล : ¹complete-hearing.com

ศูนย์เครื่องช่วยฟังอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่

ดูแลลูกค้าครอบคลุมพื้นที่โซนภาคเหนือ 
มั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการจาก อินทิเม็กซ์

ช่าง ซ่อมเครื่องช่วยฟัง
logo intimex อินทิเม็กซ์

 

อินทิเม็กซ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน จำหน่ายเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง ออกแบบการได้ยินตามไลฟ์สไตล์บุคคล ดูแลสุขภาพการได้ยินแบบองค์รวม ตลอดการเดินทางสู่การได้ยินดี เพราะเราเชื่อว่า…

 

“คุณภาพของการได้ยินที่ดี คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทดสอบการได้ยิน
ทดลองเครื่องช่วยฟัง
 
 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
เวลาทำการ :  จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 –  16.30 น.
และ เสาร์ เวลา 8.00 –  16.30 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Call Intimex Chiangmai Facebook Intimex Chiangmai Line Intimex Chiangmai

4 ทักษะ ป้องกัน ภาวะสมองเสื่อม ในผู้สูงอายุใส่เครื่องช่วยฟัง

ทำไม สูญเสียการได้ยิน เสี่ยงต่อ ภาวะสมองเสื่อม

ความเชื่อมโยงระหว่างการได้ยินและภาวะสมองเสื่อมทั้งสองชนิดนี้ เกิดขึ้นจากกลไกหลักๆ ดังนี้

หูไม่ได้ยิน เพ่งฟัง

 

1. ภาระทางสมองที่เพิ่มขึ้น

       เมื่อการได้ยินลดลง สมองจะต้องทำงานหนักขึ้นอย่างมากเพื่อถอดรหัสและพยายามทำความเข้าใจเสียงที่ได้ยิน เหมือนคนที่ต้องเพ่งฟังตลอดเวลา การดึงพลังงานไปใช้กับการประมวลผลเสียงนี้ ทำให้สมองเหลือทรัพยากรไปใช้ในด้านอื่นๆ เช่น ความจำ และการคิดวิเคราะห์น้อยลง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความถดถอยทางสติปัญญาที่พบในโรคอัลไซเมอร์

 2. สมองฝ่อจากการขาดการกระตุ้น

       เมื่อหูได้ยินเสียงน้อยลง สมองส่วนที่ทำหน้าที่รับเสียงและแปลภาษาจะขาดการกระตุ้น เมื่อไม่ได้ใช้งานนานๆ สมองบริเวณนี้รวมถึงส่วนที่เชื่อมโยงกับความจำ (Hippocampus) จะเริ่มฝ่อและหดตัวเร็วกว่าปกติ ซึ่งเป็นพยาธิสภาพของรอยโรคของโรคอัลไซเมอร์

3. การแยกตัวจากสังคม (Social Isolation)

       ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินมักจะหลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือการเข้าสังคม เพราะรู้สึกอึดอัดที่ต้องคอยถามซ้ำหรือฟังไม่รู้เรื่อง การขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการแยกตัวอยู่คนเดียวเป็นตัวเร่งให้สมองขาดการกระตุ้นและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะสมองเสื่อม

4. ปัญหาหลอดเลือดที่เชื่อมโยงกัน

       สำหรับภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือดสมอง (Vascular Dementia) ความเชื่อมโยงมักเกิดจากระบบไหลเวียนโลหิต หากร่างกายมีปัญหาหลอดเลือดตีบตันหรือการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ดี เซลล์ประสาทหูซึ่งเป็นอวัยวะที่ไวต่อการขาดเลือดมากก็จะเสื่อมสภาพตามไปด้วย ดังนั้น การสูญเสียการได้ยินจึงอาจเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นว่า หลอดเลือดในสมองก็อาจกำลังมีปัญหาเช่นกัน

หูไม่ได้ยิน

สมองของคุณอาจจะกำลังทำงานหนักขึ้น

ภาวะสมองเสื่อม

(Dementia)

       ภาวะสมองเสื่อม เป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของสมอง อาการของภาวะสมองเสื่อมจะกระตุ้นให้เกิดความถดถอยของทักษะการคิด ความถดถอยของความจำ การใช้เหตุผล หรือที่เรียกว่า ความสามารถด้านความรู้ความเข้าใจ (Cognitive) ซึ่งรุนแรงมากพอที่จะบั่นทอนการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานอย่างอิสระ นอกจากนี้ อาการเหล่านี้ยังส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม ความรู้สึก และความสัมพันธ์

       ภาวะสมองเสื่อมมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท เรียกรวมกลุ่มอาการที่มีสาเหตุมาจากหลายโรค โดยหลักๆ แล้วสามารถแบ่งชนิดของภาวะสมองเสื่อมตามสาเหตุที่พบได้บ่อย ออกเป็น 5 ชนิดหลัก ดังนี้

       ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ประมาณ 60 – 80% ของผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมทั้งหมด เกิดจากการสะสมของโปรตีนที่ผิดปกติในสมอง ซึ่งเข้าไปทำลายเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อ มักเริ่มต้นด้วยปัญหาด้านความจำระยะสั้น ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ลืมของ ถามซ้ำๆ จากนั้นจะค่อยๆ ลุกลามไปสู่ปัญหาด้านการใช้เหตุผล การหลงทิศทาง และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

        พบได้บ่อยเป็นอันดับสอง และพบได้ค่อนข้างมากในชาวเอเชีย สาเหตุเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ มักเป็นผลตามมาจากโรคหลอดเลือดสมองตีบ แตก หรือตัน (Stroke) รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อาการมักไม่เริ่มต้นที่ความจำเสื่อมเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการคิดช้าลง มีปัญหาในการวางแผน การตัดสินใจ หรือการจัดลำดับขั้นตอน บางรายอาจมีอาการอ่อนแรงชาตามร่างกายร่วมด้วย อาการมักแย่ลงเป็นขั้นบันได และแย่ลงอย่างฉับพลันหลังเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบซ้ำ

สาเหตุเกิดจากการสะสมของก้อนโปรตีนที่เรียกว่า ลิวอี้บอดี้ (Lewy bodies) ในเซลล์สมอง อาการมีความซับซ้อนเพราะมีคล้ายทั้งอัลไซเมอร์และพาร์กินสันผสมกัน ผู้ป่วยมักมีอาการเห็นภาพหลอนตั้งแต่ระยะแรก มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น ละเมอเตะต่อยรุนแรง และมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว เช่น เดินลากขา ตัวแข็ง มือสั่น คล้ายโรคพาร์กินสัน นอกจากนี้ระดับความรู้สติอาจขึ้นๆ ลงๆ ในแต่ละวันอย่างชัดเจน

       สาเหตุเกิดจากความเสื่อมของเซลล์สมองบริเวณกลีบหน้าในการควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์ และกลีบขมับ ที่ควบคุมภาษา โดยชนิดนี้มักพบในผู้ที่อายุน้อยกว่าชนิดอื่น ช่วง 45 – 65 ปี ความจำมักยังดีอยู่ในช่วงแรก แต่อาการที่เห็นชัดคือ พฤติกรรมและบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปอย่างมาก เช่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ พูดจาไม่เหมาะสม หงุดหงิดก้าวร้าว ซึมเศร้า หรือมีปัญหาในการใช้และการเข้าใจภาษา นึกคำพูดไม่ออก พูดไม่เป็นประโยค

       สาเหตุเกิดจากความผิดปกติในสมอง มากกว่า 1 ชนิดขึ้นไปในเวลาเดียวกัน โดยรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด คือ มีรอยโรคของโรคอัลไซเมอร์ร่วมกับภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือดสมอง มักพบในผู้สูงอายุที่มีอายุมาก (80 ปีขึ้นไป) อาการที่แสดงออกก็จะผสมผสานกันระหว่างโรคที่เป็นสาเหตุ

       นอกจาก 5 ชนิดหลักนี้แล้ว ยังมีภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น

• โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) : ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่ป่วยมานานหลายปี มักมีภาวะสมองเสื่อมตามมาในระยะท้าย
• โรคฮันติงตัน (Huntington’s Disease) : โรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เซลล์สมองเสื่อม
• ภาวะสมองเสื่อมที่สามารถรักษาให้หายได้ (Reversible Dementias) : บางครั้งอาการคล้ายสมองเสื่อมเกิดจากสาเหตุที่แก้ไขได้ เช่น การขาดวิตามินบี 12  ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ  ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง หรือผลข้างเคียงจากยา หากรักษาที่ต้นเหตุ อาการสมองเสื่อมก็จะดีขึ้นหรือหายไปได้

ความดันโลหิตสูง

รู้หรือไม่! โรคอัลไซเมอร์ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อม โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 60 – 80% ของผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมทั้งหมด ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ส่วนใหญ่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

       แม้โรคอัลไซเมอร์จะพบบ่อยที่สุด แต่ชาวเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน รวมถึงไทย มีอัตราการเกิดภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือดสมอง (Vascular Dementia) สูงกว่าประชากรในแถบยุโรปและอเมริกาค่อนข้างมาก เนื่องจากความชุกของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ในภูมิภาคนี้สูงกว่า ซึ่งเป็นผลพวงจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ภาวะสมองเสื่อมในชาวเอเชีย มักพบในช่วงอายุเมื่อเข้าสู่วัย 65 ปี เริ่มแสดงอาการชัดเจนและได้รับการวินิจฉัยในช่วงอายุ 70 80 หรือ 90 ปี 

       ดังนั้น การดูแลสุขภาพและควบคุมโรคประจำตัวเหล่านี้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว จึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงและยืดอายุการทำงานของสมองให้ยาวนานขึ้น

4 ทักษะ ป้องกันภาวะสมองเสื่อม ในผู้สูงอายุใส่เครื่องช่วยฟัง

ฟังดี พูดเพราะ อ่านออก เขียนได้

ใส่ถ่าน เครื่องช่วยฟัง

       การดูแลสุขภาพหูไม่ได้จบลงแค่การเลือกใส่เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสม แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพสมองแบบองค์รวม ปัจจุบันเราพบว่าการได้ยินที่ชัดเจนคือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุได้อย่างมีนัยสำคัญ

       เมื่อเครื่องช่วยฟังทำหน้าที่ดึงเสียงรอบตัวกลับมาให้คมชัดอีกครั้ง การผสาน 4 กิจวัตรพื้นฐานอย่าง ฟัง พูด อ่าน เขียน เข้าไปในชีวิตประจำวันจะยิ่งเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ให้ทุกวันของวัยเก๋าเต็มไปด้วยความสุขและความสดใส

1. ฟัง (Listening) : ลดภาระสมอง คืนพื้นที่ความจำ

       การได้ยินที่ชัดเจน คือ ประตูด่านแรกของการรับรู้ การแก้ไขปัญหาการได้ยินตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น การใช้เครื่องช่วยฟังจะช่วยเติมเต็มสัญญาณเสียงที่ขาดหายให้สมบูรณ์ สมองไม่ต้องเหนื่อยล้ากับการเพ่งฟัง หรือคอยเดาคำศัพท์อีกต่อไป ทำให้สมองมีพลังงานและพื้นที่ว่างเหลือสำหรับการจดจำข้อมูลใหม่ๆ และประมวลผลสิ่งรอบตัวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ฟัง ฟังดี       การใส่เครื่องช่วยฟังสม่ำเสมอจะช่วยให้สมองได้รับการกระตุ้นจากเสียงรอบข้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีในหลายมิติ เช่น

     • สื่อสาร : เมื่อได้ยินชัดเจน การพูดคุยโต้ตอบกับลูกหลานหรือคนรอบข้างก็เป็นไปอย่างราบรื่น ลดความรู้สึกโดดเดี่ยวหรือแปลกแยกจากครอบครัว
     • สุนทรียะ : ดื่มด่ำกับความสุขง่ายๆ ในชีวิตได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงโปรด เสียงนกร้องในยามเช้า หรือเสียงหัวเราะของลูกหลาน
     • ความเข้าใจ : สมองสามารถประมวลผลและทำความเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้ดีขึ้น ไม่ต้องคอยเดาคำศัพท์หรือรู้สึกหงุดหงิดจากการฟังไม่ถนัด
     • ความปลอดภัย : สามารถรับรู้เสียงเตือนภัยต่างๆ รอบตัว เช่น เสียงแตรรถ เสียงสัญญาณเตือน หรือเสียงคนเรียก ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

2. พูด (Speaking) : เชื่อมต่อสังคม กระตุ้นเซลล์ประสาท

        เมื่อกลับมาฟังชัดเจน ผู้สูงอายุก็จะมีความมั่นใจในการสื่อสารโต้ตอบ การสนทนาคือการออกกำลังกายสมองที่ซับซ้อนที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะต้องใช้ทั้งการคิดวิเคราะห์ การจดจำ และการเรียบเรียงคำพูด การได้โต้ตอบและหัวเราะร่วมกับครอบครัวช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้า และเมื่อเราฟังดี เราก็จะสามารถควบคุมน้ำเสียงและการพูดของตัวเองได้ดีขึ้นตามไปด้วย

พูด ทักษะการพูด

       • พูดจาดี ไพเราะน่าฟัง : การได้ยินเสียงของตัวเองชัดเจน ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถปรับระดับเสียงและโทนเสียงให้นุ่มนวลและน่าฟังยิ่งขึ้น

       • นำมาซึ่งความสุข : การสื่อสารด้วยถ้อยคำที่ไพเราะและคิดบวก ย่อมสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นภายในบ้าน ดึงดูดให้ลูกหลานอยากเข้ามาพูดคุยใกล้ชิด ซึ่งความสุขจากความสัมพันธ์ที่ดีนี้ คือยาขนานเอกในการดูแลสุขภาพจิตและสมอง

3. อ่าน (Reading) : เสริมสร้างสมาธิและกระบวนการคิด

      การอ่านเปรียบเสมือนการออกกำลังกายให้กับสมองส่วนหน้า เป็นการกระตุ้นการทำงานของสมองผ่านการมองเห็น ซึ่งทักษะทางภาษาทั้งหมดในสมองนั้นทำงานเชื่อมโยงกัน เมื่อสมองไม่เกิดความเหนื่อยล้าจากการพยายามฟัง ก็จะมีสมาธิจดจ่อกับการอ่านได้นานขึ้น การอ่านช่วยให้…

อ่าน ทักษะการอ่าน

     • ฝึกสมองด้านการนึกคิด : ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสารสุขภาพ หรือบทความสาระความรู้ ล้วนกระตุ้นให้สมองได้คิดและจินตนาการตาม

     • ทบทวนความรู้ความเข้าใจ : การรับสารใหม่ๆ หรือทบทวนเรื่องราวเก่าๆ ผ่านการอ่าน ช่วยรักษาความสามารถในการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล ทำให้กระบวนการรู้คิด (Cognitive Function) ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. เขียน (Writing) : ผสานการทำงานของร่างกาย จัดระเบียบชีวิต ลดภาระความจำ

       การจับปากกาหรือดินสอเพื่อขีดเขียน มีประโยชน์มากกว่าที่คิด และเป็นตัวช่วยสำคัญในการจัดการชีวิตประจำวัน

       • บริหารกล้ามเนื้อมัดเล็ก : การเขียนช่วยฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือและนิ้วมือ ป้องกันอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
       • ฝึกสมองด้านการนึกคิด : ถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาเป็นตัวอักษร เป็นการจัดระเบียบความคิดที่ยอดเยี่ยม
       • ลดการใช้พลังสมองในการจดจำ : ผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องพยายามจดจำทุกอย่างจนเกิดความเครียด การจดบันทึกจะช่วยทำหน้าที่เป็นสมองสำรองได้อย่างดีเยี่ยม

เขียน จดรายการสินค้า

• ลดการหลงลืมด้วยการจดบันทึก รูปแบบต่างๆ เช่น

      ⇒ จดไดอารี่ประจำวัน : ทบทวนความสุขหรือเรื่องราวที่พบเจอในแต่ละวัน

      ⇒ จดบันทึกค่าใช้จ่าย / รายการสินค้า : ช่วยเรื่องการคำนวณพื้นฐานและการวางแผนก่อนออกจากบ้าน

      ⇒ To-do-lists : เช่น การจดตารางนัดหมายแพทย์ หรือบันทึกการทานยา ซึ่งมีความสำคัญมาก ช่วยป้องกันการทานยาซ้ำหรือลืมทานยาได้อย่างเห็นผล

      เครื่องช่วยฟัง เครื่องมือที่ช่วยเปิดประตูการรับรู้ และการนำทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน มาใช้ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาสมรรถภาพของสมองให้แข็งแรง การสนับสนุนจากครอบครัวในการชวนพูดคุย ชวนอ่าน หรือชวนจดบันทึก จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ยอดเยี่ยมและห่างไกลจากภาวะสมองเสื่อม ช่วยให้สมองมีอายุที่ยืนยาวขึ้น ใช้ชีวิตได้อิสระมากขึ้น

การฟื้นฟูการได้ยินไม่ได้เป็นเพียงการทำให้ผู้สูงอายุกลับมาได้ยินเสียงเรียกหรือเสียงโทรทัศน์เท่านั้น แต่คือ การลดภาระให้สมอง

หากสงสัยว่าผู้สูงอายุที่บ้านมีอาการหูไม่ได้ยิน การพาท่านเข้ารับการตรวจประเมินการได้ยินอย่างทันท่วงที คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยให้ท่านมีสุขภาพสมองที่แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ และมีความสุขในทุกบทสนทนากับครอบครัวไปอีกยาวนาน

ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง พร้อมให้คำแนะนำ

ขอขอบคุณข้อมูล : www.alz-journals.onlinelibrary.wiley.com, www.achievestudy.org, www.pmc.ncbi.nlm.nih.gov, www.pubmed.ncbi.nlm.nih.gov, www.sciencedirect.com, Types of Dementia. www.alz.org, What Is Dementia. www.nia.nih.gov, สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย. (2563). แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม.
logo intimex อินทิเม็กซ์

 

อินทิเม็กซ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน จำหน่ายเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง ออกแบบการได้ยินตามไลฟ์สไตล์บุคคล ดูแลสุขภาพการได้ยินแบบองค์รวม ตลอดการเดินทางสู่การได้ยินดี เพราะเราเชื่อว่า…

 

“คุณภาพของการได้ยินที่ดี คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทดสอบการได้ยิน
ทดลองเครื่องช่วยฟัง

 

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
เวลาทำการ :  จ. – ศ. เวลา 8.30 –  16.30 น.
และ ส. เวลา 8.00 –  16.30 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Call Intimex Chiangmai Facebook Intimex Chiangmai Line Intimex Chiangmai

เคล็ดลับ และคำแนะนำ การดูแลสุขภาพการได้ยิน ในช่วงเทศกาล สงกรานต์

ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง สืบสานวิถีล้านนา

พร้อมกับดูแลสุขภาพการได้ยินในช่วงเทศกาลสงกรานต์

       เทศกาลสงกรานต์ในภาคเหนือของประเทศไทยหรือที่ชาวล้านนาเรียกขานกันว่า ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง จัดขึ้นเป็นประจำระหว่างวันที่ 13 – 16 เมษายน ของทุกปี เทศกาลนี้มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยในแต่ละวันจะมีข้อปฏิบัติและกิจกรรมที่แตกต่างกันไป แฝงไว้ด้วยกุศโลบายอันงดงาม ทั้งในด้านความศรัทธา ความสามัคคี และความผูกพันในครอบครัว

       เรียนรู้ลำดับวันสำคัญของประเพณีปี๋ใหม่เมือง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาให้คงอยู่อย่างยั่งยืน รวมถึงการเตรียมพร้อมใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับครอบครัว ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพการได้ยินในช่วงเวลาแห่งความสุข ดังนี้

ขบวนสรงน้ำพระ ท่าแพ

วันสังขานต์ล่อง (13 เมษายน)

       ถือเป็นวันแรกของเทศกาล กิจกรรมมักเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดด้วยการจุดประทัดหรือยิงปืน เพื่อเป็นกุศโลบายในการขับไล่สิ่งอัปมงคลให้ไหลล่องไปกับปู่สังขานต์ย่าสังขานต์ลงสู่มหาสมุทร เสียงประทัดยังเป็นสัญญาณปลุกผู้คนให้ตื่นขึ้นมาทำความสะอาดบ้านเรือน เพื่อต้อนรับสิ่งดีๆ

  • กิจกรรมสำคัญในเชียงใหม่ : มีพิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหารขึ้นรถบุษบก รวมถึงขบวนแห่พระพุทธรูปสำคัญต่างๆ ไปรอบเมืองในช่วงบ่ายเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
       หมายเหตุ : วันสังขานต์ล่องในแต่ละปีอาจไม่ตรงกันทุกปี ปัจจุบันนิยมยึดถือตามประกาศวันหยุดของทางราชการ)

ข้อควรระวัง : เสียงประทัดที่ดังเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อระบบประสาทหู หรือทำให้เครื่องช่วยฟังขยายเสียงจนเกิดความเจ็บปวด

คำแนะนำ : หากผู้สูงอายุอยู่ใกล้บริเวณที่มีเสียงดัง ควรลดระดับเสียงของเครื่องช่วยฟังลง หรือหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีเสียงดังในช่วงที่มีการจุดประทัด และควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเครื่องช่วยฟังเปียกน้ำ หรือเก็บเครื่องช่วยฟังในกล่องกันน้ำที่มิดชิด และใช้งานเมื่ออยู่ในพื้นที่ปลอดภัย มั่นใจว่าบริเวณสวมใส่แห้งสนิท

วันเนา หรือ วันเน่า (14 เมษายน)

       ตามความเชื่อของชาวเหนือ วันนี้เป็นวันที่ห้ามด่าทอหรือพูดคำหยาบโดยเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าจะทำให้ปากเน่าและเป็นอัปมงคลไปตลอดปี วันนี้ยังถือเป็นวันครอบครัวที่สมาชิกจะได้ใช้เวลาร่วมกันจัดเตรียมข้าวของ เพื่อนำไปทำบุญที่วัดในวันพญาวัน

ทำตุง-ล้านนา
  • การเตรียมสิ่งของ : มีการจัดเตรียมอาหารพื้นบ้าน เช่น แกงฮังเล ลาบ และขนมจ๊อกในปริมาณมาก เพื่อนำไปทำบุญและแจกจ่ายเพื่อนบ้าน รวมถึงไว้ต้อนรับญาติพี่น้องที่จะมารวมตัวกัน ผู้สูงอายุบางบ้านจะตัดกระดาษทำตุงไส้หมู และทำไม้ค้ำสะหรี (ไม้ค้ำต้นโพธิ์)
  • กิจกรรมงานบุญ : ช่วงบ่ายมีการขนทรายเข้าวัดเพื่อเตรียมก่อเจดีย์ทราย เชื่อว่าเป็นการนำทรายมาทดแทนส่วนที่ติดเท้าของเราออกจากวัด
ขนทรายเข้าวัด

การสื่อสารที่ชัดเจน : การที่ผู้สูงอายุใส่เครื่องช่วยฟังที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ท่านได้ยินคำพูดของลูกหลานได้อย่างชัดเจน ลดความเข้าใจผิด และสร้างรอยยิ้มในครอบครัว

ระวังฝุ่นทราย : การขนทรายเข้าวัดอาจมีฝุ่นฟุ้งกระจาย ลูกหลานควรช่วยดูแลไม่ให้ฝุ่นเข้าไปอุดตันในไมโครโฟนของเครื่องช่วยฟัง ปัดทำความสะอาดเครื่องช่วยฟังด้วยอุปกรณ์ชุด Kit

ทำบุญ-สรงน้ำพระ

วันพญาวัน (15 เมษายน)

       ถือเป็นวันเถลิงศก หรือวันเริ่มต้นเริ่มศักราชใหม่ ชาวบ้านจะพร้อมใจกันนำสำรับอาหาร ดอกไม้ธูปเทียนไปทำบุญที่วัดหรือที่เรียกกันว่า ตานขันข้าว เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมกับสรงน้ำพระ และนำตุงไปปักบนเจดีย์ทรายที่ก่อไว้เพื่อเป็นพุทธบูชา

  • พิธีรดน้ำดำหัว : เป็นไฮไลต์สำคัญของวัน ลูกหลานจะนำน้ำขมิ้นส้มป่อย มีกลิ่นหอมน้ำอบและน้ำปรุงไปกราบขอขมาและขอพรจากญาติผู้ใหญ่ เพื่อแสดงความกตัญญูและชำระล้างสิ่งที่อาจเคยล่วงเกิน
  • แห่ไม้ค้ำสะหรี : บางพื้นที่มีประเพณีแห่ไม้ค้ำสะหรี ซึ่งสะท้อนถึงความสามัคคีในชุมชนและการค้ำชูพระพุทธศาสนา
รดน้ำดำหัว ผู้สูงอายุ

อวยพรอย่างราบรื่น : เตรียมเครื่องช่วยฟังพร้อมใช้งาน ในช่วงที่ลูกหลานนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมาขอพร ระมัดระวังไม่ให้น้ำกระเด็นโดนเครื่องช่วยฟัง เพราะความชื้นอาจทำให้วงจรภายในเสียหายได้

คำแนะนำ : ก่อนเริ่มรดน้ำดำหัว ควรตรวจสอบว่าเครื่องช่วยฟังใส่กระชับดี และไม่นำมือที่เปียกจับเครื่องช่วยฟัง

ทานข้าวกับครอบครัว

วันปากปี (16 เมษายน)

       เป็นวันเริ่มต้นวันแรกของปีใหม่อย่างเป็นทางการ ชาวล้านนานิยมทำพิธีสะเดาะเคราะห์ สืบชะตาเพื่อต่ออายุ เสริมดวงชะตา และกินแกงขนุนเพื่อหนุนนำชีวิต

  • เมนูมงคล : มีธรรมเนียมการรับประทานแกงขนุนในวันนี้ เพราะเชื่อในเคล็ดด้านชื่อที่เป็นมงคล ว่าจะช่วยหนุนนำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองและมีคนคอยเกื้อหนุนตลอดทั้งปี บ้างก็ทำลาบเอาเคล็ดทางโชคลาภ

การมีส่วนร่วมในวงสนทนา : ในวันรวมญาติเช่นนี้ การที่ผู้สูงอายุใส่เครื่องช่วยฟังจะช่วยให้ท่านไม่รู้สึกถูกทอดทิ้งและเป็นส่วนหนึ่งในวงทานข้าว สามารถพูดคุยเรื่องราวในอดีตและสนทนากับลูกหลานได้อย่างสนุกสนาน

คำแนะนำ : งดเว้นเมนูลาบหมูดิบที่อาจเสี่ยงต่อโรคไข้หูดับ และควรรับประทานอาหารปรุงสุก ลดความเสี่ยงอาการท้องเสียจากอาหารเป็นพิษในช่วงอากาศร้อน

       ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง ประเพณีที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับรากเหง้าทางวัฒนธรรมและสายใยของครอบครัว ส่งผ่านความรักและความห่วงใยด้วยการดูแลผู้สูงอายุให้ได้ยินเสียงชัดเจน ศูนย์รวมจิตใจของครอบครัว ความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะคือพลังแห่งการเยียวยาและกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว

Warning
  • ป้องกันน้ำ : พกซองซิปล็อกหรือกล่องเก็บเครื่องช่วยฟังติดตัวเสมอ หากต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการเล่นน้ำ
  • ป้องกันชื้น : หลังจากทำกิจกรรมเสร็จในแต่ละวัน ควรนำเครื่องช่วยฟังใส่ในกระปุกบรรจุสารดูดความชื้น เพื่อขจัดความชื้นจากเหงื่อหรือละอองน้ำ
  • สำรองถ่าน : เตรียมถ่านหรือชาร์จไฟให้พร้อม เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว
  • ระวังฮีทสโตรก : ควรดื่มน้ำบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนานๆ พักผ่อนในที่อากาศถ่ายเทเนื่องจากอากาศช่วงสงกรานต์ร้อนจัด
  • การเล่นน้ำ : ควรระวังเรื่องการถูกสาดน้ำเย็นจัดหรือน้ำที่ไม่สะอาด เพราะอาจทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย รวมถึงระมัดระวังพื้นเปียกที่อาจทำให้ลื่นล้ม
  • อาหาร : ระวังอาหารบูดเสียได้ง่ายจากอากาศร้อน และอาหารที่มีรสหวานหรือเค็มจัดเกินไป อาหารโซเดียมสูงอาจทำให้ความดันโลหิตสูง ซึ่งส่งผลเสียต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหู และอาจทำให้เกิดอาการเสียงดังในหู (Tinnitus) ได้

สืบสานวิถีล้านนา จุ้มอกเย็นใจ๋ มีความสุขถ้วนหน้าในวันปี๋ใหม่เมือง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์

หยุดทำการเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 11 – 17 เมษายน 2569

 

ระหว่างช่วงวันหยุดยาว หากพบปัญหาระหว่างการใช้งาน 

ท่านสามารถฝากข้อความผ่านช่องทาง Line Official : @hearingchiangmai

ขอขอบคุณข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่, สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
logo intimex อินทิเม็กซ์

 

อินทิเม็กซ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน จำหน่ายเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง ออกแบบการได้ยินตามไลฟ์สไตล์บุคคล ดูแลสุขภาพการได้ยินแบบองค์รวม ตลอดการเดินทางสู่การได้ยินดี เพราะเราเชื่อว่า…

 

 

“คุณภาพของการได้ยินที่ดี คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทดสอบการได้ยิน

ทดลองเครื่องช่วยฟัง

053-271 533, 089 – 053 7111

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
เวลาทำการ :  จ. – ศ. เวลา 8.30 –  16.30 น.
และ ส. เวลา 8.00 –  16.30 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Call Intimex Chiangmai Facebook Intimex Chiangmai Line Intimex Chiangmai

สุขภาพการได้ยินดี ช่วยเสริมสร้างความสุขภายในและภายนอก

       นับถอยหลังก้าวเข้าสู่พุทธศักราชใหม่อย่างมั่นใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะกับครอบครัวและคนที่คุณรักในช่วงเทศกาลวันสำคัญ ดูแลการได้ยินให้พร้อมและเรียนรู้เคล็ดลับการเสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เริ่มต้นรับวันใหม่ปี พ.ศ. 2569 

ทานข้าวกับครอบครัว

       เมื่อการได้ยิน คือ ความสุข การมีสุขภาพการได้ยินที่ดีจึงเป็นความสุขที่แท้จริงของผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟัง การได้ยินดีไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี แต่ยังช่วยรักษาความสงบภายในจิตใจ แม้ในวันที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย นั่นก็เพราะการได้ยินดีที่ดีทำให้เรารู้สึกได้ถึงความปลอดภัยและยังรับรู้ถึงความห่วงใยจากคนรอบข้าง

       การดูแลสุขภาพการได้ยินให้ดีจึงเป็น Key Success ที่จะนำพาเราไปสู่การใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและมีความสุขได้ในทุกๆ วัน การมีสุขภาพการได้ยินดี นอกจากช่วยรักษาความสัมพันธ์แล้วยังเป็นการป้องกันสุขภาพโดยรวมในระยะยาวอย่างยั่งยืน   เพราะภาวะการสูญเสียการได้ยินไม่ใช่แค่เรื่องของหูเท่านั้น แต่ยังมีความเชื่อมโยงกับระบบสมอง ความจำ ภาวะสมองเสื่อม การพลัดตกหกล้ม และภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ การมีสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ดีย่อมนำมาซึ่ง ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being)

       งานวิจัยที่ใช้เวลาศึกษายาวนานกว่า 75 ปี ของ Robert Waldinger จากมหาวิทยาลัย Harvard  เกี่ยวกับความสุขที่แท้จริงในชีวิต ระบุเอาไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดช่วยให้คนมีสุขภาพดีและมีความสุข ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างและได้รับการยอมรับในสังคมจะช่วยยืดเวลาให้เราแก่ช้าลง อีกนัยคือช่วยให้เรามีอายุที่ยืนยาวขึ้น ในทางกลับกันความสัมพันธ์ที่ไม่ดีสามารถลดความสุขและทวีคูณความเจ็บปวดทางร่างกายและอารมณ์เพิ่มมากขึ้น

สุขภาพการได้ยินดี

ช่วยเสริมสร้างความสุขจากภายในและความสุขจากภายนอก

       การได้ยินเป็นประสาทสัมผัสที่เชื่อมโยงเราเข้ากับโลกใบนี้ และมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาวะทางอารมณ์และจิตใจ สุขภาพการได้ยินดีเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญสู่การมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) เรียนรู้ การได้ยินดีช่วยสร้างความสุขจากสมดุลภายในและภายนอกได้ ดังนี้

Well-being สร้าง ความสุข จากภายใน

การได้ยินดี สร้างความสุขจากภายใน

       ความสุขที่แท้จริงเริ่มต้นจากภายในจิตใจของเราเอง การเปิดรับและตีความเสียงต่างๆ รอบตัวในเชิงบวก คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างความสงบสุขภายใน

       เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกายและใจที่เบิกบาน เปิดรับเรื่องราวดีๆ ในตอนเช้า ไม่ว่าจะเป็นเสียงเล็กๆ น้อยๆ ที่ธรรมชาติมอบให้อย่างเสียงนกร้อง เสียงไก่ขัน หรือเสียงที่แสดงถึงชีวิตชีวาของเพื่อนมนุษย์ เสียงทักทาย เสียงพ่อค้าแม่ค้า เสียงของผู้คนที่กำลังเริ่มต้นเช้าวันใหม่ของพวกเขาอย่างขะมักเขม้น เสียงที่คอยบอกว่า เช้าวันใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น การได้ยินช่วยให้เราสามารถซึมซับรายละเอียดของเสียงเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน นำมาซึ่งความรู้สึกขอบคุณ (Gratitude) และการมีสติอยู่กับปัจจุบัน (Mindfulness) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสุขที่สร้างขึ้นได้จากภายใน

การได้ยินดี สร้างความสุขจากภายนอก

       ในทางกลับกัน ความสุขจากภายนอก คือ ความผาสุกที่เกิดขึ้นจากการที่เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้อย่างมีคุณภาพ การได้ยินที่ดีเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความสุขจากภายนอกได้ ดังนี้

สร้างความสุข-จากภายนอก

1. ได้ยินดี สร้างความสัมพันธ์ทางสังคมที่แน่นแฟ้น

       เสียงที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง คือ เสียงพูดคุยของคนที่เราห่วงใย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงาน การได้ยินที่ชัดเจนทำให้เราสามารถ…

       • เข้าร่วมวงสนทนาได้อย่างเต็มที่ : ไม่พลาดใจความสำคัญ และตอบโต้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
       • รับรู้อารมณ์ความรู้สึก : น้ำเสียงสามารถบ่งบอกถึงความรู้สึกได้ การได้ยินที่คมชัดช่วยให้เราเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น และตอบสนองด้วยความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)
       • ลดความโดดเดี่ยว : ผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินมักเผชิญกับความรู้สึกโดดเดี่ยว การได้ยินที่ดีจึงช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการเข้าสังคม

เฉลิมฉลอง-ปีใหม่

2. ได้ยินดี เพลิดเพลินกับสุนทรียภาพแห่งชีวิต

       เสียงเป็นองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์ชีวิตที่น่ารื่นรมย์

       • เสียงดนตรี : การรับฟังบทเพลงที่คุณชื่นชอบอย่างชัดเจน ก่อให้เกิดความสุขและช่วยบำบัดจิตใจ
       • เสียงธรรมชาติ : เสียงคลื่นทะเล เสียงสายลมพัดใบไม้ หรือเสียงน้ำตก เป็นเสมือนการบำบัดด้วยเสียง (Sound Therapy) ที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด
       • เสียงในกิจกรรมต่างๆ : ไม่ว่าจะเป็นเสียงเชียร์ในสนามกีฬา หรือเสียงหัวเราะจากภาพยนตร์ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความสุขทางสังคม

       สุขภาพการได้ยินที่ดีไม่ใช่แค่การได้ยินเสียงดังเท่านั้น แต่หมายถึงการได้ยินที่มีคุณภาพ ซึ่งช่วยให้เราสามารถแยกแยะเสียงที่มีประโยชน์จากเสียงรบกวนได้ ทำให้จิตใจของเราไม่เหนื่อยล้าจากการพยายามทำความเข้าใจเสียงรอบตัว เมื่อเราดูแลสุขภาพการได้ยินได้ดี เราก็จะสามารถเชื่อมโยงความสุขจากภายในเข้ากับความสุขจากภายนอกได้อย่างสมดุล

       เตรียมตัวให้พร้อมรับปีพุทธศักราชใหม่ 2569 ด้วยการดูแลสุขภาพการได้ยินของคุณให้ดีที่สุด สุขภาพการได้ยินที่ดีคือ รากฐานสำคัญของชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) อย่าปล่อยให้เสียงรอบข้างจางหายไปจนกระทบต่อความสัมพันธ์และความสุขในชีวิต

เคล็ดลับการรักษาสมดุลของโดปามีน สารแห่งความสุข

ความลับของการมีสุขภาพจิตที่ดี กับ…

4 เคล็ดลับ กระตุ้นให้สมองหลั่งสารโดปามีน

       ออกกำลังกายเป็นประจำเป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มระดับโดปามีน และหากมีรูปร่างหรือน้ำหนักเป็นไปตามเป้าหมายจะยิ่งทำให้ฮอร์โมนชนิดนี้หลั่งออกมามากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นฮอร์โมนในร่างกายได้หลายชนิด เช่น

• โกรทฮอร์โมน (Growth hormone) ฮอร์โมนที่สำคัญต่อการซ่อมแซมและเสริมสร้างร่างกาย
• เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
• อินซูลินและไทรอยด์ฮอร์โมน (Insulin and Thyroid Hormone) ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลและกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย
• เซโรโทนิน (Serotonin) ฮอร์โมนที่ลดอาการซึมเศร้า
• เอนดอร์ฟิน (Endorphin) ฮอร์โมนแห่งความสุขที่สามารถลดอาการเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อและลดอาการบาดเจ็บได้

       ออกกำลังกายตอนเช้าตรู่หรือช่วงเย็นให้ร่างกายได้รับแสงแดด (ยกเว้นช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น.) ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีที่ช่วยในเรื่องความแข็งแรงของกระดูก กระตุ้นภูมิต้านทาน ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) ทางอ้อม ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ลดอาการซึมเศร้า

       รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงหรือมีกรดอะมิโน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ไก่งวง ผลิตภัณฑ์นม และถั่วต่างๆ สามารถช่วยเพิ่มระดับโดปามีน และเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อให้ร่างกายของคุณได้เคลื่อนไหวและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากที่สุด  

       นอกจากนี้การรับประทานดาร์กช็อกโกแลตปริมาณ 50 – 100 กรัม 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดสมดุลและเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจ กระตุ้นการหลั่งสารโดปามีนและสารเซโรโทนิน ช่วยให้อารมณ์ดี ลดความเครียด และเพิ่มความสุขได้…[เรียนรู้ สารอาหารเพื่อสุขภาพการได้ยิน]

       งดกิจกรรมที่กระตุ้นการตื่นตัวของร่างกาย 2 – 3 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน เช่น อาหารมื้อดึก การออกกำลังกาย การไถหน้าจอโทรศัพท์ เปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น การอ่านหนังสือ ดนตรีบำบัด สวดมนต์ และนั่งสมาธิ เป็นต้น เพื่อการนอนหลับที่มีคุณภาพ

       การนอนหลับมีความสำคัญต่อการรักษาสุขภาพโดยรวม รวมถึงสุขภาพจิต การอดนอนอาจรบกวนการผลิตโดปามีนและนำไปสู่อารมณ์หดหู่ หม่นหมอง และปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ

       การทำสิ่งที่คุณชอบ เช่น งานอดิเรก กิจกรรมทางสังคม หรือกิจกรรมยามว่างอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการพาตัวเองออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ การนวดผ่อนคลาย การเล่นกับสัตว์เลี้ยง การทำกิจกรรมที่สร้างเสียงหัวเราะสามารถกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลายจากงานประจำหรือปัญหาที่พบเจอได้

       มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า การฝึกสติ เช่น การทำสมาธิ สามารถเพิ่มระดับโดปามีนในสมองส่วน Ventral Striatum ได้ถึง 65% ซึ่งส่งผลต่อความรู้สึกสงบและมีความสุข และยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น อ่อนเยาว์ มีภูมิต้านทานโรค อีกทั้งยังช่วยปรับคลื่นสมองไม่ให้ยุ่งเหยิงและนอนหลับสบายได้อีกด้วย

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ หยุดทำการช่วงเทศกาลปีใหม่

วันที่ 27 ธ.ค. 68 – 4 ม.ค. 69

ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ ท่านสามารถฝากข้อความผ่าน Line Official : @hearingchiangmai

สร้างความสุขและเสียงหัวเราะ ด้วยการเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสม คุณภาพการได้ยินที่ควรค่าแก่การลงทุนในความสุขและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง พร้อมสนับสนุนการได้ยิน

ขอขอบคุณข้อมูล  : What makes a good life – www.ted.com, ภญ.ศิรินภา เซี่ยงหลิว. 2566. กองการแพทย์ทางเลือก; สุขภาพดีสไตล์เวลเนส, พิชาวีร์ เมฆขยาย. 2566. iSTRONG Mental Health; มารู้จักสารโดปามีนกันเถอะ., www.sciencedirect.com, www.samitivejhospitals.com
logo intimex อินทิเม็กซ์

 

อินทิเม็กซ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน จำหน่ายเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง ออกแบบการได้ยินตามไลฟ์สไตล์บุคคล ดูแลสุขภาพการได้ยินแบบองค์รวม ตลอดการเดินทางสู่การได้ยินดี เพราะเราเชื่อว่า…

 

 

“คุณภาพของการได้ยินที่ดี คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทดสอบการได้ยิน

ทดลองเครื่องช่วยฟัง

053-271 533, 089 – 053 7111

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
เวลาทำการ :  จ. – ศ. เวลา 8.30 –  16.30 น.
และ ส. เวลา 8.00 –  16.30 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Call Intimex Chiangmai Facebook Intimex Chiangmai Line Intimex Chiangmai

3 วิธีดูแล สุขอนามัยช่องหู ช่วยยืดอายุเครื่องช่วยฟัง

ช่องหูของคุณสะอาดหรือไม่

พิมพ์หูของคุณสะอาดดีแล้วหรือยัง?

คุณทราบหรือไม่ว่า…

ผิวหนังของเราสามารถผลิตน้ำมันที่เรียกว่า ซีบัม (Sebum) ได้ตลอดชีวิต?

       ซีบัมผลิตจาก ต่อมไขมัน (Sebaceous Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆ ที่ทำหน้าที่หลั่งน้ำมันซีบัม เพื่อเคลือบและปกป้องผิวหนังรวมถึงเส้นผม ช่วยหล่อลื่น ป้องกันความแห้งกร้าน และมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบ ต่อมไขมันนั้นมีอยู่ทั่วร่างกาย ยกเว้นฝ่ามือและฝ่าเท้า

Sebum น้ำมันผิว

 การผลิตซีบัมจะมากเป็นพิเศษในช่วงวัยแรกรุ่น และจะลดลงสู่ระดับปกติเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ และเมื่อเราอายุ 70 ปีขึ้นไป การผลิตก็จะเริ่มช้าลง

       อย่างไรก็ตามภายในช่องหูก็ยังคงมีการผลิตซีบัมอยู่ ซึ่งซีบัมนี้เองเมื่อรวมตัวกับขี้หู ฝุ่นละออง เหงื่อไคล และเซลล์ผิวที่ตายแล้วจะก่อให้เกิดการสะสมบนพื้นผิวของพิมพ์หูหรือจุกยางของเครื่องช่วยฟัง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพและความสะอาดของอุปกรณ์

สุขอนามัยช่องหูดี ใช้งานเครื่องช่วยฟังได้อย่างต่อเนื่อง

       การดูแลสุขภาพช่องหูอย่างถูกวิธี ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราได้ยินชัดเจนขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องช่วยฟัง เครื่องช่วยฟังคือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิต การดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะสุขอนามัยช่องหู ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามหรือไม่ได้ให้ความสำคัญ แท้จริงแล้วช่องหูก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ช่วยให้เราได้ยินด้วยเช่นกัน

       บทความต่อไปนี้จะช่วยให้เราทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสะสมของซีบัมและสิ่งสกปรกต่างๆ บนพิมพ์หู (Earmold) หรือจุกยางของเครื่องช่วยฟัง ผลกระทบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการได้ยิน แต่ยังรวมถึงสุขภาพช่องหูและความคงทนของอุปกรณ์ พร้อมเรียนรู้เคล็ดลับการใช้งานเครื่องช่วยฟังได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน

เช็ด ทำความสะอาด พิมพ์หู

       การสะสมของซีบัมที่รวมตัวกับฝุ่นละออง ขี้หู และเซลล์ผิว คราบสกปรกที่เหนียวเหนอะหนะนี้จะเข้าไปอุดตันทางออกของเสียงหรือรูระบายอากาศ (Vent) บนพิมพ์หูหรือจุกยาง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสียงไม่สามารถส่งผ่านไปยังช่องหูได้อย่างเต็มที่ ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของเครื่องช่วยฟัง เสียงเบาลงหรือไม่ได้ยินเสียง เสียงอาจฟังดูอู้อี้ ไม่คมชัด คุณภาพเสียงลดลง นอกจากนี้อาจเกิดปัญหาเสียงหวีด (Feedback) จากความไม่พอดีของพิมพ์หู การสะสมของสิ่งสกปรกก็อาจทำให้ช่องว่างระหว่างพิมพ์หูกับช่องหูทำให้เกิดเสียงหวีดได้

       เครื่องช่วยฟังสัมผัสกับช่องหูโดยตรง การปนเปื้อนบนพิมพ์หูจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพช่องหู ซีบัม คราบสกปรกอย่างเหงื่อ ฝุ่นละออง และความชื้นที่สะสมอยู่ไม่เพียงแค่ทำให้รู้สึกระคายเคืองหรือมีอาการคัน แต่ยังเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหูชั้นนอกอักเสบและติดเชื้อ นอกจากนี้การอุดตันของรูขุมขนหรือต่อมไขมันในช่องหูด้วยซีบัมและเซลล์ผิวหนัง อาจทำให้เกิดสิวหรือตุ่มอักเสบที่สร้างความเจ็บปวดและทำให้สวมใส่เครื่องช่วยฟังไม่ได้

       องค์ประกอบทางเคมีในซีบัม เหงื่อ ขี้หู และความชื้น การสะสมของสิ่งสกปรกนี้สามารถทำลายวัสดุและสารเคลือบผิวของเครื่องช่วยฟัง ความเป็นกรดและน้ำมันทำให้วัสดุของพิมพ์หูหรือจุกยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และอาจนำไปสู่การกัดกร่อน หรือการเกิดคราบออกไซด์ (ขี้เกลือ) ในบริเวณรังถ่าน หรือจุดเชื่อมต่อภายในของตัวเครื่อง ซึ่งส่งผลให้เครื่องทำงานติดขัด หยุดทำงาน ประสิทธิภาพการจ่ายไฟลดลง หรือเกิดความเสียหายถาวรต่ออุปกรณ์ภายใน

3 วิธีดูแล สุขอนามัยช่องหู ช่วยยืดอายุเครื่องช่วยฟัง

       การใช้งานเครื่องช่วยฟังให้อยู่กับคุณไปนานๆ นอกจากการดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังเป็นประจำทุกวันแล้ว การรักษาความสะอาดช่องหูก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงช่วยรักษาคุณภาพการได้ยินแต่ยังช่วยรักษาสุขอนามัยของช่องหู เพื่อให้คุณสามารถสวมใส่เครื่องช่วยฟังได้สบายหูตลอดทั้งวัน กับข้อแนะนำ 3 วิธีการดูแลสุขภาพช่องหูที่คุณสามารถเริ่มทำได้เลยตั้งแต่วันนี้

เช็ดทำความสะอาด เครื่องช่วยฟัง

1. เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทำความสะอาดพิมพ์หูหรือจุกยาง ก่อนการใช้งาน

       ก่อนที่คุณจะสวมเครื่องช่วยฟังในตอนเช้า ลองใช้เวลาสักครู่ในการเช็ดทำความสะอาดพิมพ์หูหรือจุกยางส่วนที่สัมผัสกับช่องหู ด้วยผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชู่ที่นุ่มและแห้งก่อนใช้งาน เคล็ดลับง่ายๆ นี้ช่วยให้เครื่องช่วยฟังของคุณดูสะอาดน่าใช้เสมอ และเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยเสียงที่คมชัด สดใส เครื่องช่วยฟังที่สะอาดเท่ากับเสียงที่ชัดเจน

       [เรียนรู้เพิ่มเติม…การดูแลเบื้องต้นด้วยชุดอุปกรณ์ทำความสะอาด (Accessories Kit)]

เช็ดทำความสะอาดช่องหู

2. ทำความสะอาดช่องหู เพื่อลดการสะสมของซีบัม ก่อนสวมใส่เครื่อง

       การลดปริมาณสารตกค้างในช่องหู ช่วยลดโอกาสที่สิ่งสกปรกจะถ่ายโอนไปยังเครื่องช่วยฟัง เมื่อช่องหูสะอาด เครื่องช่วยฟังก็จะสะอาดตามไปด้วย ให้คุณใช้ผ้าสะอาด สำลี หรือกระดาษทิชชู่แบบนุ่ม เช็ดทำความสะอาดบริเวณปากช่องหู ห้ามใช้สำลีก้านสอดลึกเข้าไปในช่องหู เพราะอาจดันขี้หูเข้าไปลึกและทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ซึ่งการเช็ดทำความสะอาดช่องหูช่วยลดการสะสมของซีบัม หรือน้ำมันผิว สิ่งสกปรก ฝุ่นละออง คราบเหงื่อไคล หรือขี้หู ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พิมพ์หู/จุกยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น การดูแลนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้พิมพ์หูของคุณดูสะอาดและอยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ

พบผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์เครื่องช่วยฟัง

3. เข้ารับบริการทำความสะอาดและบำรุงรักษาเครื่องช่วยฟัง จากศูนย์บริการ

       ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลเครื่องช่วยฟังของคุณอย่างถูกวิธี นอกจากการทำความสะอาดแล้ว เครื่องช่วยฟังของคุณจะได้รับการตรวจเช็กประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อรักษาคุณภาพการได้ยินและช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องช่วยฟังให้กับคุณ

ทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง กับศูนย์บริการ ดีอย่างไร?

ทำความสะอาด พิมพ์หู

บริการที่ อินทิเม็กซ์ มอบให้เพื่อสุขอนามัยช่องหูของผู้ใช้งาน

       การนำเครื่องช่วยฟังเข้ารับบริการทำความสะอาดตามระยะที่ศูนย์บริการ เครื่องช่วยฟังและพิมพ์หูจะได้รับการดูแลที่เหนือกว่า ดังนี้

      • การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยาเฉพาะ
      • การอบฆ่าเชื้อ ด้วยรังสี UV-C
      • การอบไล่ความชื้น ด้วยเทคโนโลยี Dry-Max™

ล้าง ทำความสะอาด พิมพ์หู

การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ

       พิมพ์หูหรือจุกยางจะได้รับการทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างอุปกรณ์โดยเฉพาะในการขจัดคราบโปรตีน ไขมัน พร้อมฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สปอร์ เชื้อรา และไวรัส ผ่านการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงความถี่สูงกว่า 20,000 เฮิรตซ์ มั่นใจได้ว่าพิมพ์หูหรือจุกยางปลอดจากเชื้อ และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบในช่องหู

อบฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

การอบฆ่าเชื้อ

       เครื่องช่วยฟังและพิมพ์หูจะได้รับการอบด้วยรังสี UV-C ที่มีพลังงานสูงในการทำลาย DNA และ RNA ของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา คุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการคันหูได้ถึง 99.9%

การอบไล่ความชื้น

       เครื่องช่วยฟังและพิมพ์หูจะได้รับการอบไล่ความชื้น ขจัดความชื้นที่สะสมภายในเครื่อง ด้วยความร้อนและแรงลมในการพัดระบายอากาศและความชื้นไปยังก้อนดูดความชื้นที่ทำหน้าที่ถูกซับความชื้นออกจากเครื่องช่วยฟัง ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดการเกิดสนิมและคราบออกไซด์ (ขี้เกลือ) ที่อาจทำให้ส่วนประกอบภายในเสียหายได้ เช่น รังถ่าน มักเกิดสนิมและคราบขี้เกลือเป็นบริเวณสำคัญของการจ่ายพลังงาน และขั้วเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ส่งผลให้เครื่องช่วยฟังไม่สามารถปรับตั้งค่าเสียงได้อีกต่อไป เป็นต้น

       การดูแลสุขอนามัยช่องหูที่ดีควบคู่ไปกับการบำรุงรักษาเครื่องช่วยฟังอย่างสม่ำเสมอ คือหนึ่งในเคล็ดลับการยืดอายุให้กับเครื่องช่วยฟัง การดูแลสุขอนามัยช่องหูไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาด แต่คือการลงทุนในคุณภาพเสียงที่คุณจะได้รับในทุกวัน เมื่อเราดูแลช่องหูและเครื่องช่วยฟังอย่างดี เครื่องช่วยฟังก็จะตอบแทนเราด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง อย่าละเลยการแจ้งเตือนสำหรับการทำความสะอาดเครื่องช่วยฟังตามระยะที่กำหนด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง พร้อมสนับสนุนการได้ยิน

ขอขอบคุณข้อมูล : www.msdmanuals.com, www.training.seer.cancer.gov, www.my.clevelandclinic.org
logo intimex อินทิเม็กซ์

 

อินทิเม็กซ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน จำหน่ายเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง ออกแบบการได้ยินตามไลฟ์สไตล์บุคคล ดูแลสุขภาพการได้ยินแบบองค์รวม ตลอดการเดินทางสู่การได้ยินดี เพราะเราเชื่อว่า…

 

 

“คุณภาพของการได้ยินที่ดี คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทดสอบการได้ยิน

ทดลองเครื่องช่วยฟัง

053-271 533, 089 – 053 7111

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
เวลาทำการ :  จ. – ศ. เวลา 8.30 –  16.30 น.
และ ส. เวลา 8.00 –  16.30 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Call Intimex Chiangmai Facebook Intimex Chiangmai Line Intimex Chiangmai

เข้าใจ ผู้สูงอายุ หูตึง แนวทางการปรับตัวในวัยผู้สูงอายุ

เข้าใจ ผู้สูงอายุ หูตึง สนับสนุนการได้ยินอย่างเหมาะสม พร้อมแนวทางการปรับตัวสู่สูงวัยอย่างมีความสุข เพื่อให้ผู้สูงอายุที่คุณรักมีสุขภาพการได้ยินดี คุณภาพชีวิตดี

ลดความเสี่ยง ภาวะสมองเสื่อม ในผู้สูงอายุหูไม่ได้ยิน

หูไม่ได้ยิน เสี่ยงสมองเสื่อม

“สมอง คือ ศูนย์กลางคอยควบคุมและสั่งการอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์อย่างแท้จริง”

รู้หรือไม่!…การได้ยินมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสุขภาพสมองของเรา การสูญเสียการได้ยินที่ไม่ได้รับการรักษา สามารถนำไปสู่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะสมองเสื่อม เรียนรู้ภาวะสมองเสื่อม ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในผู้สูงอายุหูไม่ได้ยิน พร้อมแนวทางสำหรับผู้สูงอายุห่างไกลภาวะสมองเสื่อมนี้มากที่สุด

Brain

สมองฝ่อ

สูญเสียการได้ยิน ที่ไม่ได้รับการรักษา

        การสูญเสียการได้ยินเพียงเล็กน้อยสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้

      ดร.สตีเวน ออลเดอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจาก Re:Cognition Health อธิบายว่า การสูญเสียการได้ยินอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม เนื่องจากจะลดปริมาณการกระตุ้นทางการได้ยินที่สมองได้รับ ปัจจัยนำเข้าที่ลดลงนี้เชื่อว่ามีส่วนทำให้เกิดการแยกตัวทางสังคม ลดการมีส่วนร่วมทางปัญญา และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสมองเมื่อเวลาผ่านไป”

       นั่นหมายความว่า เมื่อสมองได้รับสิ่งกระตุ้นน้อยลงจากการได้ยินที่บกพร่อง สมองก็อาจจะฝ่อและหดตัวลงได้

       “ยิ่งคุณรอการรักษานานเท่าไหร่ สมองก็ยิ่งมีปัญหาในการทำความเข้าใจและประมวลผลข้อมูลมากขึ้นเท่านั้น” คุณอาจได้ยินเสียงของใครบางคนกำลังพูด แต่สมองของคุณกำลังพยายามทำความเข้าใจคำพูด บางคนอาจรู้สึกเหมือนตนเองมีความบกพร่องทางสติปัญญา แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงการสูญเสียการได้ยิน

“สูญเสียการได้ยินเพียงเล็กน้อย เพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะสมองเสื่อม…2 เท่า

3 เท่า เมื่อสูญเสียการได้ยินระดับปานกลาง และ 5 เท่า เมื่อสูญเสียการได้ยินอย่างรุนแรง”

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia)

คืออะไร ทำไมจึงน่ากลัว

สมองเสื่อม ผู้สูงอายุ

       ภาวะสมองเสื่อม คือ กลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานของสมองที่เสื่อมลง ทำให้เกิดความบกพร่องทางสติปัญญา เช่น ความจำ การคิด การใช้เหตุผล การแก้ปัญหา และการสื่อสาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ภาวะนี้จึงน่ากลัวเพราะทำให้ผู้ป่วยมีภาวะทุพพลภาพและภาวะพึ่งพาไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง  และส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล

• ระยะต้น อาการมีเพียงเล็กน้อย เช่น เริ่มมีอาการหลงลืม เสียความจำระยะสั้น ลืมสถานที่ที่คุ้นเคย แต่สุดท้ายอาจจะนึกได้

• ระยะกลาง อาการเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น เริ่มหลงลืมเหตุการณ์ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา หลงลืมชื่อคน จำทางกลับบ้านไม่ถูก มีปัญหาด้านการสื่อสารกับคนรอบข้าง ต้องการผู้ดูแล มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปเช่นหนีออกจากบ้าน ถามคำถามเดิมซ้ำๆ

• ระยะท้าย ในระยะนี้ผู้สูงอายุอาจเริ่มมีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์เนื่องจากมีการบกพร่องในการรู้คิดชัดเจนมากขึ้น อาการในระยะนี้ ได้แก่ ไม่ทราบและไม่สนใจเวลาและสถานที่ จำชื่อคนใกล้ตัวหรือเพื่อนไม่ได้ พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเช่นพฤติกรรมก้าวร้าว ด่าทอ ไม่ทราบอารมณ์และความรู้สึกของคู่สนทนา เป็นต้น

ตกใจ

       รู้หรือไม่! โรคสมองเสื่อมร้อยละ 90 จะเกิดกับวัยสูงอายุ 60 – 65 ปี พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และสมองเสื่อมก่อนวัยอันควร พบได้ร้อยละ 10 ในผู้ป่วยอายุก่อน 65 ปี

2 แนวทาง

ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม ในผู้สูงอายุ

รับประทานอาหารร่วมกัน

แนวทางที่ 1

ตรวจสอบการได้ยิน ดูแลสุขภาพสมองของผู้สูงอายุที่บ้าน

       การได้ยินเกิดขึ้นที่สมอง เมื่อหูไม่สามารถรับเสียงได้ สมองก็จะไม่ได้ยิน ไม่เข้าใจความหมาย เราสามารถทดสอบความสามารถทางสมองของผู้สูงอายุที่บ้านได้เป็นประจำ ด้วยการซักถามในเรื่องของเวลา สถานที่ ความจำ การนึกคิด ความจำระยะสั้น การเรียกชื่อ การพูดตาม การทำตามคำบอก และการเขียน เช่น

“มื้อเช้าทานอะไร?”
“มื้อเที่ยงทานข้าวกับอะไร?”
“มื้อเย็นอยากทานอะไร?”
“วันนี้ทำอะไรบ้าง?”
“วันนี้ไปที่ไหนมาบ้าง?”

       คำถามที่ดูธรรมดาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยฝึกสมอง ความจำ ความคิด และทดสอบการได้ยินของผู้สูงอายุ แต่ยังเสริมสร้างการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว อีกทั้งยังช่วยในการเช็คลิสต์มื้ออาหารที่ผู้สูงอายุรับประทานว่าได้รับสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอหรือไม่ สารอาหารใดควรเพิ่มเติม หรือควรเพิ่มกิจกรรมใดให้กับผู้สูงอายุ

       นอกจากนี้ ตรวจการได้ยิน เป็นประจำทุกปี วิธีการเฝ้าระวังการสูญเสียการได้ยินและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ การตรวจการได้ยินจะช่วยหาสาเหตุของความบกพร่องว่ามีความบกพร่องทางการได้ยินหรือมีความบกพร่องทางสติปัญญา เพื่อการรักษาและป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุได้อย่างทันท่วงที

ตกใจ

พิจารณาเครื่องช่วยฟัง เมื่อสูญเสียการได้ยิน ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม

       หากพบว่าผู้สูงอายุมีการสูญเสียการได้ยิน การพิจารณาเครื่องช่วยฟังเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าแก้ไข การใช้เครื่องช่วยฟังจะช่วยให้สมองได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงของการแยกตัวทางสังคม และคงไว้ซึ่งการมีส่วนร่วมทางปัญญา

มื้ออาหาร เมดิเตอร์เรเนียน

แนวทางที่ 2

เพิ่ม มื้ออาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน สุขภาพสมองดี สุขภาพจิตดี

       นอกจากดูแลการได้ยินที่เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงผู้สูงอายุกับสังคมแล้ว การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุก็สำคัญไม่แพ้กัน เพิ่มมื้ออาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน มื้ออาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม และยังมีสารอาหารในการช่วยบำรุงประสาทหูอย่างโอเมก้า 3 และแร่ธาตุสำคัญ

มื้ออาหาร Mediterranean Diet คืออะไร?

       มื้ออาหารเมดิเตอร์เรเนียน คือ รูปแบบการบริโภคอาหารที่อิงจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนที่มีอายุยืนยาวในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกว่า 20 ประเทศ เช่น อิตาลี สเปน ฝรั่งเศส เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการบริโภคอาหารกลุ่มพืชและไขมันดีเป็นหลัก รวมทั้งผสมผสานองค์ประกอบการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารร่วมกันกับเพื่อนและครอบครัว และการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง

     งานวิจัยเผยว่า ผู้ที่รับประทานอาหารแบบ Mediterranean Diet มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ที่รับประทานเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม Alzheimer Disease และภาวะสมองเสื่อมจากโรค Parkinson ลดลง 13% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทาน นอกจากนี้ยังพิสูจน์แล้วว่า มีประโยชน์ต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตโดยรวม ช่วยลดความเสี่ยงของโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวล และส่งเสริมการทำงานของสมองและสุขภาพจิตโดยรวม 

อาหารเมดิเตอร์เรเนียน Mediterranean Diet

พีระมิดอาหาร: แนวทางสู่สุขภาพที่ยั่งยืน

       พีระมิดอาหารแบ่งออกเป็นชั้นๆ โดยแสดงปริมาณและความถี่ของการบริโภคอาหารแต่ละประเภท จากฐานที่กว้างที่สุด คือรับประทานได้บ่อยที่สุด ไปจนถึงยอดที่เล็กที่สุด คือรับประทานน้อยที่สุด

ส่วนที่สำคัญที่สุดและเป็นรากฐานของพีระมิดนี้ไม่ได้เป็นอาหาร แต่เป็นวิถีชีวิตที่กระตือรือร้นและการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอและการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ถือเป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพที่ดีในแบบเมดิเตอร์เรเนียน

กลุ่มอาหารที่ควรบริโภคเป็นประจำทุกวัน และเป็นส่วนประกอบหลักของทุกมื้ออาหาร ได้แก่

ผักและผลไม้: เน้นการบริโภคที่หลากหลายและเพียงพอในแต่ละวัน
ธัญพืชไม่ขัดสี: เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท พาสต้าโฮลวีท ข้าวโอ๊ต และบัควีท
ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดพืช: เช่น อัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดฟักทอง
ถั่วเมล็ดแห้ง: เช่น ถั่วเลนทิล ถั่วชิกพี และถั่วชนิดต่างๆ
น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์: เป็นแหล่งไขมันหลัก ใช้ในการปรุงอาหารและเป็นน้ำสลัด
สมุนไพรและเครื่องเทศ: ใช้เพื่อเพิ่มรสชาติอาหารแทนการใช้เกลือหรือไขมันมากเกินไป

กลุ่มโปรตีนจากสัตว์ที่ควรบริโภคอย่างสม่ำเสมอ

ปลาและอาหารทะเล: แนะนำให้บริโภคอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะปลาที่มีไขมันดีสูง เช่น แซลมอน ซาร์ดีน แมคเคอเรล

กลุ่มอาหารเหล่านี้สามารถบริโภคได้ แต่ในปริมาณที่จำกัดกว่ากลุ่มชั้นที่ 2

ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ตและชีส (แนะนำชนิดไขมันต่ำ)
สัตว์ปีก เช่น ไก่ และไก่งวง
ไข่ สามารถบริโภคได้ในปริมาณที่พอเหมาะ

กลุ่มอาหารที่ควรบริโภคในปริมาณที่น้อยที่สุด หรือไม่บ่อยนัก ได้แก่

เนื้อแดง: เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ควรจำกัดปริมาณและไม่ควรกินบ่อย
เนื้อสัตว์แปรรูป: เช่น ไส้กรอก แฮม
ขนมหวานและของหวาน: ควรบริโภคเพียงเล็กน้อยและไม่บ่อย
อาหารแปรรูปและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

น้ำเปล่า: ควรดื่มให้เพียงพอในแต่ละวัน

ไวน์แดง: สามารถดื่มในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมมื้ออาหาร (สำหรับผู้ใหญ่ที่ดื่มแอลกอฮอล์ โดยแนะนำไม่เกิน 1 แก้วต่อวันสำหรับผู้หญิง และไม่เกิน 2 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย หากไม่ดื่มอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเริ่ม)

       ทั้งนี้ หลักการสำคัญของพีระมิดอาหารเมดิเตอร์เรเนียน คือ การเน้นอาหารจากธรรมชาติที่แปรรูปน้อยที่สุด ใช้ไขมันดี เน้นผักผลไม้ และโปรตีนจากปลาเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งเสริมสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว

6 ประโยชน์ มื้ออาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่มีต่อสุขภาพ

       อาหารเมดิเตอร์เรเนียนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการกินที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ เนื่องจากมีผลการวิจัยสนับสนุนมากมายถึงประโยชน์ต่อสุขภาพ ได้แก่

ลด ภาวะสมองเสื่อม หูไม่ได้ยิน

     1. สุขภาพหัวใจ : นักวิจัยชี้ว่า ผู้ที่รับประทานอาหารเมดิเตอร์เรเนียนมีความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า
     2. คุณภาพการนอนหลับ : อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนมีความเชื่อมโยงกับคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับ และลดเวลาในการใช้นอนหลับ
     3. ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง : อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ไขมันดี และอาหารต้านการอักเสบ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิดได้
     4. สุขภาพจิต : อาหารเมดิเตอร์เรเนียนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยพัฒนาสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ยังสามารถลดภาวะซึมเศร้าและภาวะสมองเสื่อมได้อีกด้วย
     5. โรคเบาหวาน : มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารเมดิเตอร์เรเนียนลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภท 2
     6. การควบคุมน้ำหนัก : การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ที่รับประทานอาหารนี้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งช่วยลดโอกาสในการมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาหารเมดิเตอร์เรเนียนเกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนัก

       การรับประทานอาหารในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพหัวใจ แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพสมองอีกด้วย เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไขมันดี และใยอาหาร ที่ช่วยปกป้องเซลล์สมองและลดการอักเสบ

       การดูแลสุขภาพการได้ยินควบคู่ไปกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นสองแนวทางสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุที่คุณรัก

ดูแลสุขภาพการได้ยินคนที่คุณรัก ตรวจการได้ยินประจำปี ใส่เครื่องช่วยฟังเมื่อสูญเสียการได้ยิน

ผู้เชี่ยวชาญพร้อมสนับสนุนการได้ยิน

logo intimex อินทิเม็กซ์

 

อินทิเม็กซ์ บริการตรวจการได้ยิน จำหน่ายเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง ออกแบบการได้ยินตามไลฟ์สไตล์บุคคล ดูแลสุขภาพการได้ยินแบบองค์รวม ตลอดการเดินทางสู่การได้ยินดี เพราะเราเชื่อว่า…

 

 

“คุณภาพของการได้ยินที่ดี คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทดสอบการได้ยิน
ทดลองเครื่องช่วยฟัง

053-271 533, 089 – 053 7111

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
เปิดบริการ จ. – ส. เวลา 8.30 –  16.30 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Tel Intimex Chiangmai Facebook Intimex Chiangmai  Line Official Intimex Chiangmai

ขี้หูอุดตัน อุปสรรค ผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟัง

ขี้หูอุดตัน หนึ่งในปัญหาของการได้ยินเสียงลดลง และหากเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟังด้วยแล้ว ปัญหานี้อาจส่งผลต่อการใช้งานอุปกรณ์ ปัญหาสุขภาพ และปัญหาสุขอนามัยช่องหู

ซึมเศร้า ผู้สูงอายุ หูไม่ได้ยิน

ซึมเศร้า ในผู้สูงอายุที่มีปัญหาการได้ยินที่ไม่ได้รับการรักษา ปัญหาทางอ้อมที่ไม่ควรมองข้าม เรียนรู้วิธีป้องกันและรับมือเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในวัยผู้สูงอายุ