เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง DFC ตัดเสียงหวีดรบกวน

 

อีกหนึ่งปัญหาของผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟัง คือ

เสียงหวีดรบกวน

 

         ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอิริยาบถใด หรือมีสิ่งใดเข้าใกล้กับเครื่องช่วยฟังของคุณ เครื่องก็มักจะส่งเสียงหวีด (Feedback) รบกวนออกมาทำให้คุณรู้สึกรำคาญ และในบางครั้งยังทำให้คุณรู้สึกขาดความมั่นใจต้องคอยกังวลว่าจะมีเสียงหวีดรบกวนระหว่างการสนทนา หรือสร้างความรำคาญให้กับผู้คนรอบข้างหรือไม่

 

 

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง 

Dynamic Feedback Canceller™ (DFC™)


Dynamic Feedback Canceller datapoint

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง Dynamic Feedback Canceller™ วิเคราะห์สัญญาณสูงสุด 126,000 ครั้งต่อวินาที

      DFC™ เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนอย่างรวดเร็วที่มีอยู่ในเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอลคุณภาพสูงจากเบอร์นาโฟน (Bernafon) ประมวลผลด้วยไมโครชิปใหม่ (Microchip) เทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ

 

ด้วยการขจัดเสียงหวีดรบกวนออกจากเครื่องช่วยฟัง ภายใน 22 มิลลิวินาที*

 

 

 

        หากคุณเป็นบุคคลหนึ่งที่ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง สวมหมวก สวมแว่นตา คุยโทรศัพท์ หรือแม้แต่การโอบกอดคนรักของคุณเป็นประจำ เทคโนโลยี DFC™ จะช่วยเสริมสร้างการมีบุคลิกภาพที่ดีให้กับคุณ ให้คุณไม่ต้องคอยกังวลเสียงหวีด (Feedback) จากเครื่องช่วยฟังที่จะคอยรบกวน สร้างความรำคาญให้กับตัวคุณเองและคนรอบข้าง อีกทั้งยังช่วยให้คุณไม่พลาดกับบทสนทนาสำคัญๆ

 

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง

 

เรียนรู้เทคโนโลยี DFC™ เทคโนโลยีขจัดเสียงหวีดรบกวนอย่างรวดเร็ว ที่มีอยู่ในเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง รุ่น Viron และ Leox

 

 


ขอรับข้อมูลเครื่องช่วยฟังเทคโนโลยี DFC™ และทดลองฟัง ได้ที่

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร : 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ความแตกต่าง เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง vs เครื่องช่วยฟังทั่วไป ราคา

      

 

เครื่องช่วยฟัง ราคาถูก หรือราคาแพง ล้วนมีหลักการทำงานเดียวกัน คือ การขยายเสียง

 

 

       ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เครื่องช่วยฟังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคา และหลากหลายคุณสมบัติในการทำงาน เพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล และแน่นอนว่าเครื่องช่วยฟัง ราคาแพง เทคโนโลยีที่มีฟังก์ชันการทำงานที่มากกว่า เครื่องช่วยฟังราคาถูก

 

       การเลือกเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินหรือบกพร่องทางการได้ยิน นอกจากปัจจัยในเรื่องราคาเครื่องช่วยฟังแล้ว ควรคำนึงถึงประโยชน์และความคุ้มค่าที่จะได้รับจากการใส่เครื่อง คือ เมื่อใส่เครื่องช่วยฟังแล้วสามารถพูดคุยสื่อสารกับผู้คนรอบข้างได้อย่างเข้าใจ ใส่เครื่องแล้วฟังสบาย และที่สำคัญคือ ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานดีขึ้น

 

 

ความแตกต่างเครื่องช่วยฟัง
เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง vs เครื่องช่วยฟังทั่วไป

เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง เครื่องช่วยฟังทั่วไป อนาล็อก อินเทอร์เน็ต ร้านขายยา

 

เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง เครื่องช่วยฟังทั่วไป
  • ซื้อได้ ณ ศูนย์จำหน่ายเครื่องช่วยฟัง
  • ต้องตรวจวัดระดับการได้ยิน
  • เครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล (Digital) มี ไมโครชิพ ที่ช่วยขยายเสียงให้เหมาะสมกับระดับการสูญเสียการได้ยินในแต่ความถี่เสียง สามารถแยกสัญญาณเสียงคำพูดออกจากสัญญาณเสียงรบกวนได้ ช่วยให้ฟังเสียงคำพูดได้ชัดเจนกว่าเสียงรบกวนรอบข้าง
  • สามารถปรับรายละเอียดของเสียงผ่านคอมพิวเตอร์ได้อย่างละเอียด ด้วยซอฟแวร์การปรับเสียงโดยเฉพาะ ช่วยให้มีความแม่นยำมากขึ้น
  • สามารถปรับเสียงตามผลการได้ยิน เพื่อถนอมการได้ยิน
  • มีปุ่ม เพิ่ม – ลด เสียง และปุ่มเปลี่ยนโปรแกรมการฟัง เลือกโปรแกรมเฉพาะการฟังให้เหมาะสม ในแต่ละสถานการณ์ได้ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร เสียงช้อนส้อมกระทบกัน โบสถ์ ฯลฯ
  • ราคาค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน
  • ขนาด สี รูปร่าง ดีไซน์ที่ทันสมัย
  • การบริการหลังการขาย (สอบถามกับผู้จำหน่าย)
  • ซื้อได้ตาม ร้านขายยา อินเทอร์เน็ต ซื้อใส่เองได้เลย
  • ไม่ต้องตรวจวัดระดับการได้ยิน
  • มีทั้งเครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอล หรือระบบอนาล็อก การขยายเสียงไม่ยืดหยุ่นตามระดับการสูญเสียการได้ยินในแต่ละความถี่เสียง (กรณีระบบอนาล็อก ขยายเสียงด้วย ตัวขยายเสียง และจะขยายทุกเสียงเท่าๆ กัน ทั้งเสียงคำพูดและเสียงรบกวน ใส่แล้วอาจรู้สึกรำคาญได้)
  • ไม่สามารถปรับรายละเอียดของเสียงผ่านคอมพิวเตอร์ได้ และไม่มีซอฟแวร์การปรับแต่งเสียง
  • ไม่สามารถปรับเสียงตามผลการได้ยิน
  • มีปุ่ม เพิ่ม – ลด เสียง และปุ่มเปลี่ยนโปรแกรมการฟัง เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปถูกตั้งค่าจากโรงงาน ไม่สามารถปรับรายละเอียดเสียงเพิ่มได้
  • ราคาถูก ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน
  • รูปแบบเครื่องช่วยฟังทั่วไป
  • ส่วนใหญ่ไม่มีบริการหลังการขาย (สอบถามกับผู้จำหน่าย)

 

เลือกเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง-vs-เครื่องช่วยฟังทั่วไป ราคา

       ด้วยเหตุนี้ การเลือกเครื่องช่วยฟังไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง หรือเครื่องช่วยฟังทั่วไป เครื่องช่วยฟังราคาถูก หรือราคาแพง ควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่ใส่แล้วพอดีกับระดับการสูญเสียการได้ยิน ประเภทและกำลังขยายของเครื่องจะต้องรองรับระดับการได้ยิน และคุณสมบัติของเครื่องจะต้องเหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้การใส่เครื่องช่วยฟังเกิดประโยชน์สูงสุด

 

       หากเลือกเครื่องช่วยฟังที่ไม่พอดีกับระดับการสูญเสียการได้ยิน เมื่อใส่เครื่องไปแล้วอาจสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจ เช่น ไม่ได้ยิน หรือเสียงดังมากเกินไป ฟังแล้วรู้สึกไม่สบายหู ทำให้ผู้สวมใส่เครื่องช่วยฟังบางรายอาจเข็ดกับการใส่เครื่อง และไม่อยากใส่เครื่องช่วยฟังอีกเลย หรือในกรณีที่ทนใส่เครื่องไปนานๆ อาจส่งผลให้ ประสาทหูเสื่อมมากขึ้น หรือ หูตึงเพิ่มมากขึ้น 

 

 

 

ผู้ที่สูญเสียการได้ยิน หรือผู้ที่ใส่เครื่องช่วยฟัง ควรเข้ารับการตรวจการได้ยินเป็นประจำปีทุกปี เพื่อติดตามผลการได้ยินอย่างสม่ำเสมอ

 

 


ปรึกษาปัญหาการได้ยิน บริการตรวจการได้ยิน และทดลองเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร : 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

หูตึงมาก ควรเลือกเครื่องช่วยฟังแบบใด

 

 

หูตึงมาก หรือหูเสียมาก ควรเลือกเครื่องช่วยฟังแบบใด?”

เครื่องช่วยฟังที่ท่านใช้อยู่ เหมาะกับการได้ยินของท่านแล้วหรือไม่?

 

 

เคยสงสัยหรือไม่ว่า…

หูตึงมาก หรือหูเสียมาก ต้องใช้เครื่องช่วยฟังแบบไหน?

หูตึงมาก คือการได้ยินอยู่ในระดับใด?

 

 

หูตึงมาก – รุนแรง


  • หูตึงมาก หูเสียมาก  หมายถึง ผู้ที่สูญเสียการได้ยินในระดับค่อนข้างรุนแรง ตั้งแต่ 56 – 70 เดซิเบล  (ต้องพูดเสียงดังมาก จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังตลอดเวลา)
  • หูตึงรุนแรง หูเสียรุนแรง  หมายถึง ผู้ที่สูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรง ตั้งแต่ 71 – 90 เดซิเบล  (ต้องตะโกนเสียงดัง แม้ใส่เครื่องช่วยฟังก็จะได้ยินไม่ชัด)

หมายเหตุ : กรณีสูญเสียการได้ยินในระดับ 80 เดซิเบลขึ้นไป ทั้งสองข้าง โปรดพิจารณา การผ่าตัดประสาทหูเทียม

 

 

Leox เครื่องช่วยฟัง กำลังขยายสูง     ผู้มีปัญหาการได้ยิน หูตึงหรือหูเสียมาก ไปจนถึงขั้นรุนแรง ควรรู้…

       เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับการได้ยินสำหรับผู้ที่หูเสียมากไปจนถึงรุนแรง จะต้องเป็น เครื่องช่วยฟังแบบกำลังขยายสูง (High Power) ที่สามารถรองรับการขยายเสียงในระดับความดัง ตั้งแต่ 56 เดซิเบลขึ้นไป เพื่อให้พอดีกับการได้ยินและเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการใส่เครื่องช่วยฟังมากที่สุด

 

 

ทั้งนี้ ระดับความดังหรือกำลังขยายเสียงที่ไม่พอดีกับการได้ยิน มากไปหรือน้อยไป และต้องใส่เครื่องเป็นระยะเวลานานๆ อาจส่งผลให้ประสาทหูเสื่อมเพิ่มขึ้นหรือเร็วขึ้นกว่าเดิมได้

 

 

 

หากท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ยังไม่เคยใส่เครื่องช่วยฟังมาก่อน หรือเคยซื้อเครื่องช่วยฟังมาใส่เองแบบไม่เคยตรวจการได้ยิน

 

ท่านอาจประสบปัญหาจากการใส่เครื่อง เช่น ใส่แล้วเสียงดังเกินไป ใส่แล้วมีเสียงหวีด เสียงรบกวน ก่อให้เกิดความรำคาญ ใส่แล้วไม่พอดีกับช่องหู ทำให้มีเสียงหวีดออกมาระหว่างการสนทนา การทำกิจกรรมต่างๆ เกิดความไม่มั่นใจ ไม่อยากพูดคุยหรือพบปะกับใคร

 

 


ปรึกษาการเลือกเครื่องช่วยฟัง บริการตรวจการได้ยิน ทดลองเครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : @hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

ขี้หู กับเครื่องช่วยฟังเสียงเพี้ยน

 

เคยสังเกตไหม?

 

ใส่เครื่องช่วยฟังไปสักระยะหนึ่งแล้ว รู้สึกว่า…

เสียงเครื่องช่วยฟังไม่ชัดแจ๋วเหมือนเดิม ใส่แล้วเสียงเบา เสียงอู้อี้ เสียงผิดเพี้ยนไป

 

 

ขี้หู อุปสรรคของผู้ใส่เครื่องช่วยฟัง


ขี้หู พิมพ์หู และ เครื่องช่วยฟัง

ลองหยิบเครื่องช่วยฟังของท่าน! แล้วสำรวจดูว่า…

      บริเวณพิมพ์หู  จุกยางนำเสียงสำเร็จรูป หรือช่องระบายอากาศของเครื่องช่วยฟังแบบในช่องหูของท่าน มี “ขี้หู” อุดตัน เกาะติดบริเวณพิมพ์หู ท่อหรือช่องนำเสียง หรือไม่?

 

 

      นอกจากขี้หูแล้ว ยังมีสิ่งสกปรกอื่นๆ อย่างเช่น ของเหลว หยดน้ำ และความชื้น ที่สามารถเข้าไปอุดตัน เกาะติดบริเวณท่อนำเสียง และทำให้การรับเสียงจากเครื่องช่วยฟังผิดเพี้ยนไปได้เช่นกัน

 

ขี้หู และ พิมพ์หู

      กรณีเครื่องช่วยฟังที่ใช้กับพิมพ์หู หรือจุกยางนำเสียงสำเร็จรูป ท่านสามารถดึงท่อนำเสียงออกจากข้อต่อเครื่องช่วยฟัง เพื่อนำพิมพ์หูมาล้างทำความสะอาดได้ หรือกรณีที่สิ่งสกปรกติดแน่นไม่สามารถเอาออกได้ แนะนำให้ใช้ เส้นไหมอนามัย (Hygiene Threads) ช่วยในการทำความสะอาดร่วมด้วย เพื่อสุขอนามัยของช่องหูและการรับฟังเสียงที่ดียิ่งขึ้น

 

 

แนะนำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องช่วยฟังด้วยตัวเอง

เส้นไหมอนามัย (Hygiene Threads)


 

ผลิตภัณฑ์เส้นไหมอนามัย จะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่เกาะติด หรืออุดตันการนำเสียง ทำให้เสียงไม่สามารถผ่านเข้าสู่เครื่องช่วยฟังได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้การได้ยินเสียงขาดๆ หายๆ เสียงผิดเพี้ยน หรือไม่ได้ยินเสียงได้

 

 

ไหมอนามัย hygiene-thread


บริการทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : @hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

ดูแลเครื่องช่วยฟัง

 

         การสวมใส่เครื่องช่วยฟัง เป็นการช่วยเติมเต็มความถี่เสียงที่เราบกพร่องหรือสูญเสียไป ให้กลับมาได้ยิน และสามารถพูดคุยสื่อสารกับคนรอบข้าง ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข

 

         เครื่องช่วยฟังที่เราสวมใส่ในทุกๆ วัน และใช้งานเกือบตลอดทั้งวัน ย่อมต้องการการดูแลรักษา เนื่องจากภายในตัวเครื่องช่วยฟังประกอบด้วยแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และสายไฟ เมื่อเราสวมใส่ไปนานๆ ความชื้นและเหงื่อก็จะสะสมอยู่ภายในเครื่องช่วยฟังได้

 

 


“ความชื้น ตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องช่วยฟังมีอาการติดๆ ดับๆ เสียงขาดๆ หายๆ เสียงมาไม่สม่ำเสมอ เสียงผิดเพี้ยนไปจากเดิม จนท้ายสุดเครื่องช่วยฟังเงียบ ไม่ทำงาน และเครื่องเสียในที่สุด”

 


 

 

 

2 ตัวช่วย ดูแลเครื่องช่วยฟังให้ปราศจากความชื้น


Dry bag-dessicant         นอกจากแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟังที่จำเป็นจะต้องใช้แล้ว ยังมีอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องช่วยฟังที่ควรใช้ เพื่อการดูแลรักษาเครื่องและถนอมเครื่องช่วยฟังให้ใช้งานไปได้นานๆ อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันความชื้น อย่าง DRY BAG สารดูดความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง สารดูดความชื้นนี้จะทำหน้าที่ ดูดซับความชื้นออกจากตัวเครื่อง หลังจากการเลิกใช้งาน หรือช่วงเวลากลางคืนที่นอนหลับพักผ่อน ควรเก็บเครื่องช่วยฟังไว้ในกล่องที่บรรจุด้วยสารดูดความชื้นและปิดฝาให้สนิท

 

 

Dry & Store เครื่องอบไล่ความชื้น เครื่องช่วยฟัง     กรณีผู้ที่มีเหงื่อเยอะ และสารดูดความชื้นอาจไม่เพียงพอต่อการดูดความชื้นออกจากตัวเครื่องเพียงชั่วข้ามคืน

    แนะนำเป็นอุปกรณ์ เครื่องอบไล่ความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟัง DRY & STORE ที่มีพัดลมระบายอากาศทำงานร่วมกับก้อนดูดความชื้น เพื่อการไล่ความชื้นออกจากเครื่องช่วยฟังได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งรังสี UV-C ในการฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย ลดการอักเสบในช่องหู เพื่อสุขอนามัยที่ดีในช่องหู

 

 

Dry-&-Store-Global-II-เครื่องอบไล่ความชื้น

อบไล่ความชื้นเครื่องช่วยฟังตลอดทั้งคืน พร้อมตื่นเช้ามารับฟังเสียงที่ใสแจ๋วกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของเครื่องช่วยฟัง

 

 

 

“เพื่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง และสุขอนามัยช่องหู แนะนำให้นำเครื่องช่วยฟังเข้ารับบริการตรวจเช็คทำความสะอาด ณ ศูนย์บริการฯ ของท่านตามระยะเวลาที่กำหนด”

 

 

 


บริการทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : @hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

เครื่องช่วยฟัง 5 ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ

 

        ปัจจัยการสูญเสียการได้ยิน เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ปัจจุบันยังไม่มียารักษาใด ที่ช่วยฟื้นฟูภาวะการสูญเสียการได้ยินให้กลับมาเป็นปกติดังเดิมได้ การใส่เครื่องช่วยฟังจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้การได้ยินดีขึ้น

 

ก่อนซื้อ ” เครื่องช่วยฟัง ” ต้องรู้อะไรบ้าง?

       เครื่องช่วยฟัง ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หลากหลายราคา เครื่องช่วยฟังระบบดิจิตอลที่ได้รับมาตรฐาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถปรับตั้งค่าตามผลตรวจการได้ยิน ขยายเสียงให้พอดีกับการได้ยินที่บกพร่องไปนั้นราคาเครื่องค่อนข้างสูง ราคาตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน

       ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องที่ผู้สวมใส่ต้องการ เรามี 5 ข้อควรรู้ที่จะช่วยในการตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟังให้กับท่าน ดังนี้

 

5 ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ เครื่องช่วยฟัง

สำหรับผู้ที่ไม่เคยใส่ เครื่องช่วยฟัง มาก่อน

 

1. ระดับการสูญเสียการได้ยิน


       อันดับแรก ท่านจะต้องทราบระดับการสูญเสียการได้ยินว่าอยู่ในระดับใด หรือในระดับความดังกี่เดซิเบล (dB) โดยระดับการสูญเสียการได้ยิน ดังภาพต่อไปนี้

ระดับการได้ยิน เลือกเครื่องช่วยฟัง

กราฟแสดงระดับการได้ยิน

ข้อบ่งชี้ การใส่เครื่องช่วยฟัง สามารถใส่ได้เมื่อมีการสูญเสียการได้ยินเกิดขึ้น โดยมากมักใส่เมื่อสูญเสียการได้ยินในระดับ 40 เดซิเบล ขึ้นไป

 

2. กำลังขยายของ เครื่องช่วยฟัง


       ผลการตรวจวัดระดับการสูญเสียการได้ยิน จะช่วยให้ท่านเลือก ประเภทของเครื่องช่วยฟัง ที่เหมาะสมกับผลตรวจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และควรเลือกเครื่องช่วยฟังที่มีกำลังขยายที่สามารถรองรับกับการสูญเสียการได้ยินที่อาจเพิ่มขึ้นได้

ประเภทเครื่องช่วยฟัง

• เครื่องช่วยฟังแบบในช่องหู (In The Ear – ITE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับเล็กน้อยถึงค่อนข้างรุนแรง (26 – 70 dB)

• เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหู (Behind The Ear – BTE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับเล็กน้อยถึงค่อนข้างรุนแรง (26 – 70 dB)

• เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังหูกำลังขยายสูง (Power Behind The Ear – Power BTE) เหมาะสำหรับผู้สูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรงขึ้นไป (71 – 90 dB)

 

       หมายเหตุ กรณีสูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง 90 เดซิเบลขึ้นไป การใส่เครื่องช่วยฟังจะไม่ได้ประโยชน์ ในกรณีนี้การ ผ่าตัดประสาทหูเทียม จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

 

3. การรับประกัน และบริการหลังการขาย


       การเลือกซื้อเครื่องช่วยฟัง นอกจากเรื่องราคาแล้ว ยังควรคำนึงถึงการรับประกันและบริการหลังการขายของสถานที่จำหน่าย และเมื่อท่านตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยฟังแล้ว

สิ่งที่ท่านควรสอบถามเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการ คือ

   • ระยะเวลาการรับประกัน และเงื่อนไขในการรับประกัน
   • บริการหลังการขาย เช่น การติดตามผลหลังจากใส่เครื่อง การปรับเครื่องช่วยฟัง การทำความสะอาดเครื่อง
   • ศูนย์ให้บริการ (กรณีเครื่องมีปัญหา) เช่น ศูนย์ซ่อมเครื่อง ระยะเวลาการซ่อม ค่าใช้จ่าย/ราคาอะไหล่ เครื่องสำรองระหว่างซ่อม

       ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังจะต้องมั่นใจว่าหลังจากที่ท่านซื้อเครื่องช่วยฟังไปแล้วและเกิดปัญหาขึ้น ท่านสามารถกลับไปยังศูนย์ที่ให้บริการได้

 

4. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น


       การใช้เครื่องช่วยฟังจะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น คือ ค่าใช้จ่ายแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง และค่าใช้จ่ายสารดูดความชื้น เนื่องจากเครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ และในการสวมใส่เครื่องเป็นประจำทุกวัน ความชื้นอาจถูกสะสมอยู่ภายใน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อุปกรณ์ชำรุดได้ การใช้สารดูดความชื้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยในการยืดอายุการใช้งานให้กับเครื่องช่วยฟัง

       ค่าใช้จ่ายอื่นๆ สอบถามเพิ่มเติมกับทางศูนย์บริการนั้นๆ

       หมายเหตุ แบตเตอรี่ต้องเป็นแบตเตอรี่เครื่องช่วยฟัง เท่านั้น ไม่สามารถนำแบตเตอรี่ชนิดอื่นมาใส่แทนกันได้ เนื่องจากมีประจุไฟที่แตกต่างกัน อาจทำให้เครื่องช่วยฟังเกิดความเสียหายได้

 

5. ความคาดหวังของการใส่เครื่องช่วยฟัง


      ผู้ใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรก และส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า การใส่เครื่องช่วยฟังนั้นจะทำให้การได้ยินกลับมาได้ยินปกติดังเดิม ซึ่งความเป็นจริงแล้วการใส่เครื่องช่วยฟังเป็นเพียงวิธีการช่วยให้การได้ยินดีขึ้น แต่ไม่สามารถกลับมาได้ยินเป็นปกติ 100% ได้

       การใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรกจำเป็นต้องฝึกทำความคุ้นเคยกับเครื่อง โดยการนับชั่วโมงการใส่เครื่อง ฝึกการฟัง ฝึกการพูด เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

 

เครื่องช่วยฟัง hearing aids

 

ปรึกษาปัญหาการได้ยิน ตรวจการได้ยิน ทดลองเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ โทร: 053-271533, 089-0537111

Call Button CM  Facebook button  Line button

เครื่องอบไล่ความชื้น-เครื่องช่วยฟัง-Dry-and-store

 

ความชื้น (Humidity) ตัวการสำคัญทำให้เครื่องช่วยฟังประสบปัญหา เช่น เครื่องทำงานผิดปกติ ติดๆ ดับๆ และท้ายสุดคือ เครื่องช่วยฟังเงียบ ไม่ทำงาน

 

 

        อีกหนึ่งวิธีการดูแลเครื่องช่วยฟังให้ปราศจากความชื้น ด้วยเครื่องอบไล่ความชื้นคุณภาพสูง Dry and Store จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์เดียวที่รวม 3 คุณสมบัติเด่นไว้ในเครื่องเดียว

 

3 คุณสมบัติเด่น

เครื่องอบไล่ความชื้น Dry and Store

สำหรับเครื่องช่วยฟัง ประสาทหูเทียม


 

เครื่องอบไล่ความชื้นเด่นที่ 1 ควบคุมการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ

  • มีความแม่นยำในการควบคุมอุณหภูมิ
  • อุณหภูมิในการทำงานของเครื่องที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิของร่างกาย จึงไม่เป็นอันตรายต่อเครื่องช่วยฟัง และอุปกรณ์
  • ใช้พลังงานต่ำ สามารถอบเครื่องช่วยฟังทิ้งไว้เพื่อไล่ความชื้น หรือเหงื่อที่สะสมภายในเครื่องได้ตลอดทั้งคืน
  • ปลอดภัยในการใช้งาน เมื่อครบ 8 ชั่วโมง เครื่องจะหยุดทำงานอัตโนมัติ และเมื่อเปิดฝาเครื่อง เครื่องจะหยุดทำงานทันที

 

 


เด่นที่ 2 หลอดอัลตราไวโอเลต (UV-C) ระดับความยาวคลื่น 254 นาโนเมตร

เครื่องอบไล่ความชื้น

  • ระดับความยาวคลื่นที่ส่งผลในการฆ่าเชื้อ ได้ถึง 99.9% เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ เชื้อรา จุลินทรีย์ และไวรัสบนพื้นผิวของเครื่องช่วยฟังและพิมพ์หู สาเหตุของอาการคัน ระคายเคือง และการอักเสบภายในช่องหู
  • ควบคุมการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติในการปล่อยพลังงานการฆ่าเชื้อ และระยะเวลาที่แสงอัลตราไวโอเลตส่องที่พื้นผิวอุปกรณ์
  • ได้รับการออกแบบกำหนดระยะห่างระหว่างหลอดกับพื้นผิวเครื่องช่วยฟังอย่างแม่นยำ เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสูงสุด

 

 


เด่นที่ 3 ก้อนดูดความชื้น Dry Brik หัวใจสำคัญของระบบการอบไล่ความชื้นที่สมบูรณ์ เครื่องอบไล่ความชิ้น dry and store

  • ก้อนดูดความชื้น เป็นสารดูดความชื้นที่มีโครงสร้างพิเศษ สามารถดูดความชื้นสัมพัทธ์ได้เป็นอย่างดี ทำหน้าที่ดูดโมเลกุลความชื้นจากเครื่องช่วยฟังเข้ามาเก็บสะสมไว้ในตัวก้อน
  • ช่วยทำให้ขี้หูที่ติดอยู่บริเวณพิมพ์หูและเครื่องช่วยฟังแห้ง และสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
  • มีคุณสมบัติดูดกลิ่นอับออกจากเครื่องช่วยฟัง

 

 

  • หมายเหตุ : เครื่องอบเครื่องช่วยฟังทั่วไป ไม่มีก้อนดูดความชื้น ใช้หลักการทำงานความร้อนจากอุณหภูมิของเครื่องอบ เพื่อให้ความชื้นระเหยออกไป แต่ปริมาณความชื้นยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในเครื่องอบนั้น ทั้งนี้อาจต้องใช้ระยะเวลาอบที่ยาวนานขึ้น เพื่อการอบเครื่องช่วยฟังได้อย่างสมบูรณ์

 

 

 

บริการทำความสะอาดเครื่องช่วยฟัง อบเครื่องไล่ความชื้น อบเครื่องฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ด้วยรังสี UV-C

 

เครื่องอบไล่ความชื้น เครื่องช่วยฟัง-Dry-and-store

 

สอบถามผลิตภัณฑ์ป้องกันความชื้นและเครื่องอบไล่ความชื้น

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

ซื้อผลิตภัณฑ์ออนไลน์ Shopee : เครื่องอบไล่ความชื้น

 

โรคเกลียดเสียง Misophonia

 

เสียงนาฬิกาเดิน เสียงกดปากกา เสียงแป้นพิมพ์ หรือแม้กระทั่งเสียงเคี้ยว เสียงหายใจ

บางครั้งรวมถึงการเคลื่อนไหวซ้ำๆ เล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นต้นเหตุ เช่น มีคนอยู่ไม่สุข นั่งกระดิกเท้า

 

ความดังของเสียง หรืออิริยาบถการเคลื่อนไหวแค่เล็กๆ น้อยๆ สามารถทำให้คุณรู้สึกโกรธ หงุดหงิด รำคาญ หรืออยากจะหนี อาการเหล่านี้เรียกว่า โรคเกลียดเสียง (Misophonia)

 

 

โรคเกลียดเสียง เกิดจากอะไร?


         โรคเกลียดเสียงหรือโรคไวต่อเสียงบางชนิด ถือเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ซึ่งมีเสียงเป็นสิ่งเร้า เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของหูหรือการได้ยินแต่อย่างใด แต่เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการทำงานของสมอง

         Dr.Sukhbinder Kumar นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ ระบุว่า ในคนที่มีภาวะเกลียดเสียงนั้น สมองส่วนอินซูล่าซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างประสาทสัมผัสกับอารมณ์ จะทำงานหนักกว่าคนทั่วไปในขณะที่ได้ยินเสียง ส่งผลให้เกิดอารมณ์หงุดหงิด หรือวิตกกังวล หัวใจเต้นเร็ว และเหงื่อออกได้มากขึ้น ความผิดปกตินี้มีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง

Misophonia-child

 

จากสถิติพบว่า โรคเกลียดเสียงส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิง ตั้งแต่อายุ 9 – 13 ปี จนเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีอาการถี่ขึ้น จนเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

 

 

 

 

โรคเกลียดเสียง รักษาอย่างไร?


      ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการบำบัดผู้ที่มีอาการโดยจิตแพทย์ ด้วยการให้ผู้ป่วยระบายความอึดอัดในใจ และอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงการกำเนิดของเสียง จากนั้นจึงค่อยๆ ฝึกให้ผู้ป่วยปรับตัวอยู่ร่วมกับเสียงกระตุ้นเหล่านั้นได้โดยไม่รู้สึกรำคาญ หรือผสมผสานการบำบัดด้วยเสียงโดยนักโสตสัมผัสวิทยาและการให้คำปรึกษาแบบประคับประคอง

Misophonia-โรคเกลียดเสียง

หรือหากมีอาการที่ยังไม่รุนแรง อาจลองเริ่มจากการหลีกเลี่ยงเสียงกระตุ้นเหล่านั้น โดยการใส่หูฟัง หรือใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยฟังที่สร้างเสียงในหูที่คล้ายกับเสียงน้ำตก หรือเบี่ยงเบนความสนใจไปทำอย่างอื่น เช่น การพูดคุยกับเพื่อน การอ่านหนังสือ

 

 

แต่ถ้ารู้สึกว่าอาการเกลียดเสียงเริ่มจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์จะดีที่สุด

 

 

การรักษาอื่นๆ


         การใช้ชีวิตประจำวันก็มีบทบาทด้วยเช่นกัน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ และจัดการกับความเครียด การหลีกเลี่ยงเสียงรบกวน การอยู่ในพื้นที่เงียบสงบหรือจุดปลอดภัยในบ้านของคุณ โดยไม่มีใครส่งเสียงดังรบกวน

 

 

 


ยินดีให้คำปรึกษาปัญหาด้านการได้ยิน

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 

ขอบคุณข้อมูล : WebMD, Healthaddict, Gqthailand;ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์
ภาคเหนือ ไข้หูดับ ปีพ.ศ.2564

 

จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้หูดับในประเทศไทย
ฉบับที่ 21/2564 ประจำสัปดาห์ที่ 22 (วันที่ 30 พ.ค. – 5 มิ.ย. 64)

 

รายงานพบผู้ป่วยโรคไข้หูดับ 171 ราย

เสียชีวิต 11 ราย

 

กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ กลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน ได้แก่ อายุมากกว่า 65 ปี รองลงมาคือ อายุ 55 – 64 ปี และอายุ 45 – 54 ปี ตามลำดับ อาชีพที่พบผู้ป่วยส่วนใหญ่ คือ รับจ้าง รองลงมาคือ เกษตรกร ภาคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ ภาคเหนือ รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ นครราชสีมา และสุโขทัย ตามลำดับ

 

      พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสจะพบผู้ป่วยโรคไข้หูดับเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมและวัฒนธรรมการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการป่วยด้วยโรคไข้หูดับ โรคไข้หูดับเกิดจาก เชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส ซูอิส (Streptococcus suis)

 

โรคไข้หูดับ สามารถติดต่อได้ 2 ทาง คือ


1. การบริโภคเนื้อหมู และเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ

2. การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ ทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค ติดต่อผ่านทางบาดแผล รอยถลอก และทางเยื่อบุตา

 

 

อาการหลังได้รับเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส ซูอิส หรือไข้หูดับ ในไม่กี่ชั่วโมง จนถึง 5 วัน


  • มีไข้สูง
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้
  • อาเจียน
  • ถ่ายเหลว
  • คอแข็ง
  • สูญเสียการได้ยินถึงขั้นหูหนวกถาวร
  • ข้ออักเสบ
  • เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังติดเชื้อรุนแรง
  • ติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้

 

กลุ่มเสี่ยงที่เมื่อได้รับเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไต มะเร็ง หัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำ

 

กรมควบคุมโรค แนะนำวิธีป้องกันโรคไข้หูดับ ดังนี้


  1. ควรรับประทานหมูที่ปรุงสุกเท่านั้น และเลือกซื้อเนื้อหมูที่ไม่มีกลิ่นคาวหรือสีคล้ำ ล้างมือด้วยน้ำสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัส หากรับประทานอาหารปิ้งย่าง ขอให้ทำให้สุกก่อนเสมอ และแยกอุปกรณ์ที่ใช้หยิบเนื้อหมูสุกและดิบ
  2. ผู้ที่สัมผัสกับหมู โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมใส่เสื้อและกางเกงที่ปกปิดมิดชิด ใส่รองเท้าและ ถุงมือทุกครั้งเมื่อเข้าไปทำงานในคอกสุกร หลีกเลี่ยงการจับซากสุกรที่ตายด้วยมือเปล่า ล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด  และผู้จำหน่าย ควรจำหน่ายเนื้อหมูที่มาจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ทำความสะอาดแผงด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อทุกวันหลังเลิกขาย และเก็บเนื้อหมูที่จะขายในอุณหภูมิที่ตํ่ากว่า 10°C

 

      ทั้งนี้ หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หลังสัมผัสหมูที่ป่วยหรือรับประทานอาหารที่ปรุงมาจากเนื้อหมูไม่สุก ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการรับประทานหมูดิบให้แพทย์ทราบ เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดอัตราการหูหนวกและการเสียชีวิตได้

 

ข้อมูล : สายด่วนกรมควบคุมโรค สอบถามเพิ่มเติมได้ โทร. 1422

 

 

 


เราพร้อมให้คำปรึกษาปัญหาการได้ยิน หูหนวก หูดับ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
เฟซบุ๊ค: m.me/hearingchiangmai
ไลน์: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง

 

การช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่ใส่เครื่องช่วยฟังเป็นครั้งแรก ให้ได้รับประโยชน์จากเครื่องช่วยฟังอย่างที่ควรจะได้รับ

 

10 เทคนิค การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง ดังนี้

 

1. ให้เวลาตัวเอง


     ผู้มีประสบการณ์หลายท่านได้เปรียบเทียบการเริ่มใส่เครื่องช่วยฟัง ไม่เหมือนกับการเริ่มใส่แว่นสายตา ซึ่งการใส่แว่นสายตาคุณจะรู้สึกได้เลย ว่าภาพที่คุณมองเห็นนั้นคมชัดมากขึ้น

10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง      แต่ในกรณีของเครื่องช่วยฟัง  คุณอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว อย่าคาดหวังให้สมองของคุณจะช่วยคุณให้ได้ยินชัดเจนและแยกแยะเสียงได้ดีเหมือนอย่างเคยในทันทีทันใด ให้เวลาตัวคุณคุ้นเคยกับการใส่เครื่องช่วยฟังในช่วง 2 – 3 วันแรกหรือสัปดาห์แรก ก่อนที่คุณจะรู้สึกสบายขึ้น

       เมื่อใส่เครื่องช่วยฟังวันแรก ให้คุณเริ่มต้นโดยการนั่งในบริเวณที่เงียบๆ ของบ้านก่อน ในสภาพแวดล้อมที่เงียบนี้ คุณจะมีโอกาสเริ่มทำความคุ้นเคยกับเสียงใหม่ๆ และอาจพบว่าเสียงบางเสียงดังเกินไปในครั้งแรก เช่น เสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน เสียงนาฬิกาเดิน เสียงเตือนของเครื่องไมโครเวฟ หรือเสียงกดชักโครก นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่ได้ยินมานานมากแล้ว หรืออาจไม่เคยได้ยินมาก่อน การได้ยินเสียงเหล่านี้ดังถือว่าปกติ เนื่องจากสมองของคุณกำลังกลับมาเรียนรู้ และทำความคุ้นเคยกับเสียง

 

 

2. เริ่มใส่เครื่องช่วยฟังระยะเวลาสั้นๆ ก่อน


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง

     การฝึกให้สมองของคุณเกิดทักษะในการฟังกลับมา จำเป็นต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝน “เมื่อคุณใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรกให้เริ่มใส่ วันละ 2 – 3 ชั่วโมงก่อน และถอดออกเมื่อคุณรู้สึกเหนื่อยหรือถูกรบกวนจากเสียงมากเกินไป” ให้คุณพยายามเพิ่มชั่วโมงในการใส่ให้ได้นานขึ้น และควรใส่ทุกวัน เมื่อคุณสามารถใส่ได้นานขึ้น คุณจะสามารถแยกแยะเสียงต่างๆ แปลความหมายของเสียงพูด และโฟกัสกับสิ่งที่คุณได้ยินมากขึ้นตามไปด้วย

 

 

3. อ่านดังๆ


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง     ก่อนที่คุณจะใส่เครื่องช่วยฟัง  คุณอาจได้ยินคู่สนทนาบอกกับคุณว่า “คุณพูดเสียงดังเกินไป” ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องปกติของ “ผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน”

     และเมื่อคุณใส่เครื่องช่วยฟังแล้ว คุณเองก็จะสามารถควบคุมระดับความดังของเสียงคำพูดของคุณได้ ซึ่งเทคนิคการควบคุมระดับความดังของเสียงง่ายๆ ก็คือ “การอ่านหนังสือหรือนิตยสาร แบบออกเสียง” การที่คุณได้ยินเสียงอ่านหนังสือของคุณเอง นอกจากจะช่วยให้คุณควบคุมระดับความดังของเสียงของคุณได้แล้ว ยังจะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการฟังเสียงพูด สร้างความคุ้นเคยเมื่อคุณได้สนทนากับผู้อื่นอีกด้วย

 

 

4. พยายามอ่านและฟังควบคู่กันไปเสมอ


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง     ทุกครั้งที่คุณชมภาพยนตร์จากโทรทัศน์ที่มีคำบรรยายใต้ภาพ “ให้คุณอ่านคำบรรยายใต้ภาพโดยไม่ต้องออกเสียงตามไปด้วยขณะที่คุณฟังภาพยนตร์” เทคนิคนี้จะช่วยให้สมองของคุณกลับมาคุ้นเคยกับเสียงพูดและเสียงต่างๆ เสียงพูด ที่คุณได้ยินจากภาพยนตร์ การฝึกฝนเช่นนี้ จะช่วยให้คุณปรับตัวเข้ากับเครื่องช่วยฟังได้รวดเร็วขึ้น

 

 

5. พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง     สมาชิกในครอบครัวและคนที่คุณรัก มีส่วนช่วยคุณอย่างมากในการปรับตัว เมื่อคุณเริ่มใส่เครื่องช่วยฟัง คุณจะรู้สึกสบายใจเมื่อได้คุยกับคนที่คุ้นเคย เสียงที่คุณคุ้นเคย

     เทคนิคนี้จะช่วยให้สมองของคุณกลับมาเรียนรู้การเชื่อมโยงระหว่างเสียงพูดกับภาษากาย เช่น การใช้สายตา การเคลื่อนไหวของมือ รอยยิ้ม โทนเสียงและท่วงท่า คุณจะสามารถใช้ประสบการณ์เหล่านี้ในการสนทนากับคนอื่นๆ ที่คุณพบเจอได้

 

 

6. จดบันทึกสถานการณ์ที่คุณมีปัญหาการฟัง


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง     จดบันทึกสถานการณ์ และเสียงที่ทำให้คุณรู้สึกรำคาญ หรือสถานการณ์ที่คุณยังคงฟังการสนทนาได้ไม่ชัดเจน และนำมาเล่าให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังในวันนัดติดตามผลการใช้เครื่องช่วยฟังของคุณ เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับเสียงเครื่องช่วยฟังให้กับคุณ

 

 

7. เข้าใจข้อจำกัดของเครื่องช่วยฟัง


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง     เสียงพูดที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์ แม้แต่โทรศัพท์ที่ดีที่สุด ก็แตกต่างจากเสียงพูดปกติ เสียงที่คุณได้ยินจากเครื่องช่วยฟังก็เช่นเดียวกัน แน่นอนว่าเสียงที่คุณได้ยินผ่านเครื่องช่วยฟังเป็นเสียงที่แตกต่างไปจากเสียงที่คุณเคยได้ยินมาก่อนที่คุณจะมีความบกพร่องทางการได้ยิน

     อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีในปัจจุบันก็ยังมีส่วนช่วยทำให้คุณได้ยินเสียงต่างๆ และสามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้ ถึงแม้เสียงที่ได้ยินจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม

 

 

8. อย่าปรับความดังขึ้นลงบ่อยๆ


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง

     เทคโนโลยีของเครื่องช่วยฟังพัฒนาไปมากในปัจจุบัน เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูง มีชิปคอมพิวเตอร์ที่ชาญฉลาด ทำหน้าที่ปรับระดับการขยายเสียง หรือลดเสียงให้คุณตามสภาพแวดล้อมอย่างอัตโนมัติ เมื่อใส่เครื่องช่วยฟังครั้งแรก คุณมีแนวโน้มที่จะปรับระดับเสียงลดลงเมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์อึกทึก หรือปรับลดเสียงลงเมื่อคุณกำลังเดินเข้าห้องสมุดหรือคุณอาจจะอยากทดลองเร่งความดังเพื่อฟังเสียงที่อยู่ไกลๆ ซึ่งแม้แต่คนที่มีการได้ยินปกติก็ไม่สามารถได้ยิน การปรับเสียงขึ้นลงบ่อยๆ เช่นนี้ อาจทำให้ระบบอัตโนมัติของเครื่องรวนได้

 

 

9. มีความคาดหวังที่เหมาะสม


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง     ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลสำเร็จของการใส่เครื่องช่วยฟังที่คุณควรตระหนัก และไม่ควรเปรียบเทียบตัวคุณกับผู้อื่นนั้น มีอยู่หลายปัจจัย เช่น การเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมกับระดับความบกพร่องของการได้ยิน เทคโนโลยีของเครื่องช่วยฟัง คุณภาพของเครื่องช่วยฟัง การฝึกฝนการฟังขณะใส่เครื่องช่วยฟัง ไลฟ์สไตล์ สภาพแวดล้อมการใช้ชีวิตประจำวัน ระยะเวลาหรืออายุที่เริ่มสูญเสียการได้ยินจนถึงเวลาที่คุณใส่เครื่องช่วยฟัง สาเหตุของการสูญเสียการได้ยิน โรคประจำตัว รูปแบบการสูญเสียการได้ยิน และการยืดหยุ่นของการทำงานของสมอง เป็นต้น

 

 

10. หาผู้เชี่ยวชาญเครื่องช่วยฟังที่คุณไว้ใจ


10-เทคนิค-การเริ่มต้นใส่เครื่องช่วยฟัง     การปรับเสียงให้กับเครื่องช่วยฟังของคุณเป็นกระบวนการระยะยาวและต่อเนื่อง การเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญที่คุณมั่นใจว่าจะสนับสนุน ช่วยเหลือ เข้าใจ และร่วมกันแก้ปัญหาที่คุณพบ เคียงข้างคุณในแต่ละขั้นตอนของการปรับตัว พร้อมปรับเสียงเครื่องช่วยฟังของคุณ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ท้าทายเมื่อคุณมีประสบการณ์การฟังที่เพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากการใส่เครื่องช่วยฟัง และมีความสุขกับการได้ยินมากเท่าที่คุณต้องการ

 

 

 


ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ เราพร้อมให้คำปรึกษาด้านเครื่องช่วยฟัง
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook: m.me/hearingchiangmai
Line: line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ที่มา : www.houseofhearing.ca