4 วิธีการรับมือ ผู้สูงอายุ หูตึง หูไม่ได้ยิน

       ขึ้นชื่อว่า “ผู้สูงอายุ” ก็จะมาพร้อมกับโรคภัยไข้เจ็บสารพัด ใดๆ เลย การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ แต่เหล่าสูงวัยเองก็มักหนีไม่พ้น หูเอย ตาเอย แขนขาเอย โดยเฉพาะหู ที่เริ่มจะไม่ได้ยินหรือหูตึงนั่นเอง แล้วจะมีวิธีการรับมือหูตึงในวัยสูงอายุนี้ได้อย่างไร?  

ผู้สูงอายุ หูตึง ผลกระทบมากกว่าที่คิด


       ไม่ว่าใครก็ตาม เมื่อต้องเผชิญกับภาวะสูญเสียการได้ยิน หูไม่ได้ยิน หรือ หูตึง มักจะรู้สึกว่าการสื่อสารกับผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องที่ยาก หรือน่าอึดอัดใจ

       โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญกับอาการหูไม่ค่อยได้ยิน ซึ่งเป็นผลมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผู้สูงอายุรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนโดนแยกออกจากโลกภายนอก รู้สึกซึมเศร้า ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในด้านอื่นได้อีกด้วย

หูตึง ประสาทหูเสื่อม ตามอายุ

      ภาวะหูตึงในผู้สูงอายุ หรือประสาทหูเสื่อมตามอายุ (Presbycusis) เป็นอาการเสื่อมของเซลล์ขนรับเสียงในหูชั้นใน ความเสื่อมจะกระทบไปถึงช่วงความถี่กลางซึ่งเป็นความถี่ช่วงเสียงพูด ทำให้เริ่มฟังไม่ชัดเจน มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดได้กับผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือด เป็นต้น

“สูงวัย อย่างมีความสุข” ได้อย่างไร?

ดูแลผู้สูงอายุ

       มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่มีการสูญเสียการได้ยิน ทั้งที่ยอมรับตัวเองได้ และยังไม่ยอมรับตัวเองว่าหูไม่ได้ยิน การยอมรับตัวเองได้เร็ว และหาอุปกรณ์ช่วย จะเป็นผลดีต่อตัวผู้สูงอายุเอง

ผู้สูงอายุ หูตึง หูไม่ได้ยิน

เรียนรู้ 4 วิธีการรับมือ สำหรับผู้สูงอายุและบุคคลในครอบครัว

1. ลูกหลานควรเห็นอกเห็นใจ และผู้สูงอายุต้องเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลง

       การดูแลหรือพูดคุยกับผู้สูงอายุที่สูญเสียการได้ยินหรือหูตึง อาจทำให้ลูกหลานรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ เนื่องจากผู้สูงอายุไม่สามารถเข้าใจได้ในครั้งเดียวที่พูดด้วย แต่เชื่อเถอะว่าคนที่รู้สึกอึดอัดใจมากกว่า ก็คือตัวผู้สูงอายุเอง ที่ต้องสูญเสียความสามารถทางการได้ยิน เพราะฉะนั้นเมื่อพูดกับผู้สูงอายุแล้วท่านไม่เข้าใจ ลองเปลี่ยนวิธีการพูดหรือเปลี่ยนประโยคพูดใหม่ อย่าพูดจบแล้วเดินหนี เพราะท่านอาจคิดมาก น้อยใจ รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าและไม่สำคัญกับคนในครอบครัว

       ตัวผู้สูงอายุเองก็ควรพูดหรือโต้ตอบไปตามที่ตนเองเข้าใจ อย่าคิดมากและอย่ากลัวที่จะพูด การพูดโต้ตอบเพื่อกระตุ้นให้สมองได้ทำงานบ้าง หยุดเครียดคิดมากวิตกกังวลและใช้ชีวิตให้มีความสุข ทำความเข้าใจและยอมรับว่าร่างกายของตนนั้นเสื่อมถอยลงตามอายุ และอารมณ์ที่แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือน้อยใจ 1 วัน หลากหลายอารมณ์นั่นก็เพราะการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน

2. ผู้สูงอายุต้องยอมรับตัวเอง ลูกหลานต้องมีความอดทน

ผู้สูงอายุต้องยอมรับตัวเอง และลูกหลานต้องมีความอดทน

       การยอมรับว่าตนเองหูไม่ได้ยิน หรือสูญเสียความสามารถทางการได้ยินไปเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นการเสื่อมของประสาทการได้ยินที่ค่อยๆ เสื่อมลงโดยไม่รู้ตัว และคิดว่าตนเองไม่ได้มีปัญหาการได้ยิน
       ลูกหลานหรือคนในครอบครัวจำเป็นต้องสื่อสารกับท่านด้วยความอดทน พยายามพูดคุย และรับฟัง แลกเปลี่ยนวิธีแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในขณะเดียวกันต้องพยายามให้ท่านได้รับทราบเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ท่านได้ยิน เพื่อรอวันที่ท่านพร้อมจะเปิดใจรับความช่วยเหลือ

3. ผู้สูงอายุควรหากิจกรรมทำ ลูกหลานส่งเสริมความมีคุณค่าให้กับผู้สูงอายุ

       มีผลการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่า การสูญเสียการได้ยินในผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์โดยตรงกับอารมณ์ของผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความวิตกกังวล ความรู้สึกเศร้า ความรู้สึกโดดเดี่ยว ความคิดในแง่ลบต่างๆ หรือความอึดอัดที่ทำให้หงุดหงิดง่าย

       ดังนั้น ผู้สูงอายุควรหากิจกรรม หรืองานอดิเรกที่ชื่นชอบทำ เพื่อลดความเครียด วิตกกังวล เช่น การเดินออกกำลังกาย ปลูกผัก รดน้ำต้นไม้ หรือพบปะเพื่อนฝูง และลูกหลานควรทำความเข้าอกเข้าใจกับอารมณ์ต่างๆ เหล่านี้ที่ผู้สูงอายุต้องเผชิญในแต่ละวัน จะทำให้เราเข้าใจการแสดงออกของท่านได้มากขึ้น หมั่นหากิจกรรมทำร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว

4. คำนึงถึงผู้สูงอายุเสมอ

คำนึงถึงผู้สูงอายุเสมอ-

      เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องพูดกับผู้สูงอายุที่หูไม่ค่อยได้ยิน ให้พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ พูดช้าๆ และทำรูปปากให้ชัดเจนเพื่อที่อย่างน้อยท่านจะได้สามารถอ่านปาก ประกอบเสียงที่ได้ยินได้บ้าง

      ผู้สูงอายุจะจำได้ไม่ดีเท่าคนที่อายุน้อย เพราะเกิดจากความเสื่อมและความช้าของสมองในการรับรู้และประมวลผล

      การแก้ปัญหาหูไม่ได้ยิน หูตึง ในผู้สูงอายุ

      อาการหูตึงในผู้สูงอายุ หรือการที่ประสาทรับเสียงเสื่อมตามวัยนั้นเป็นภาวะความเสื่อมของอวัยวะ การช่วยเหลือโดยการใช้เครื่องช่วยฟังถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยขยายเสียงจากผู้พูด เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ยินอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ผู้สูงอายุ หูตึง หูไม่ได้ยิน ใส่เครื่องช่วยฟัง

      อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากตัวของผู้ร่วมสนทนาหรือผู้พูดที่ต้องเข้าใจธรรมชาติของอาการหูตึงในผู้สูงอายุและพยายามปรับการพูด เพื่อให้ผู้สูงอายุทำความเข้าใจบทสนทนาระหว่างกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยหลักการพูดเมื่อต้องพูดกับผู้สูงอายุที่หูไม่ได้ยิน มีดังนี้

• พยายามพูดในที่ที่ไม่มีเสียงรบกวน หรือลดเสียงรบกวนรอบข้างระหว่างการพูดคุย
• พูดออกเสียงช้าๆ ชัดๆ พูดคำให้ครบ ไม่พูดงึมงำในคอ และตรวจสอบว่าผู้สูงอายุท่านเข้าใจ
• ใช้ท่าทางมือและสีหน้าประกอบในการสื่อความหมายของสิ่งที่ต้องการจะสื่อสาร

อินทิเม็กซ์ เรามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีปัญหาการได้ยิน ให้มีสุขภาพการได้ยินที่ดีไปพร้อมกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

intimex อินทิเม็กซ์

ปรึกษาการได้ยินในผู้สูงอายุ

บริการทดสอบการได้ยิน ทดลองเครื่องช่วยฟัง ผู้สูงอายุ

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

หูเสียสองข้าง ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง

กลไกการได้ยินของมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ การได้ยินทำให้เรารับรู้เสียงรอบตัวของเรา รับรู้มิติของเสียง และความสมดุล

การได้ยินไม่ได้เกิดขึ้นในหู แต่มันเกิดขึ้นในสมองของคุณ

       เสียงเดินทางผ่านหูของคุณ แก้วหูสั่นและทำให้กระดูกหูชั้นกลางเคลื่อนไหว เซลล์ขนเล็กๆ ภายในหูชั้นในจะเคลื่อนตัวขึ้นอยู่กับว่าเป็นเสียงต่ำ กลาง หรือสูง การเคลื่อนไหวเหล่านี้กระตุ้นเซลล์ประสาทในเส้นประสาทการได้ยินของคุณ จากนั้นสัญญาณจะข้ามไปยังอีกซีกหนึ่งของสมองส่วนการได้ยินของคุณ เพื่อตีความหมายว่าเป็นเสียงพูด เสียงดนตรี หรือเสียงอื่นๆ

เมื่อคุณ สูญเสียการได้ยิน 2 ข้าง

       สมองของคุณต้องการข้อมูลที่ป้อนเข้ามาจากหูทั้งสองข้าง เพื่อแปรผลจากเสียงที่ได้ยิน สำหรับผู้ที่สูญเสียการได้ยิน 2 ข้าง แต่ใส่เครื่องช่วยฟังข้างเดียว จะลดโอกาสการได้ยินและความเข้าใจของสมองลง 50 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งลดความสามารถในการรับรู้ความลึกและช่วงพื้นที่ที่คุณจะได้ยิน

Hearing

       เมื่อคุณใส่เครื่องช่วยฟัง คุณจะได้ยินเสียงดีขึ้น ตอนนี้สมองรู้แล้วว่าจะเก็บข้อมูลใด และจะทิ้งข้อมูลใด ข้อมูลสำคัญจะเป็นเสียงพูด การสนทนา เพลง และเสียงที่มีความหมาย ข้อมูลที่ไม่สำคัญ เช่น เสียงรบกวนต่างๆ คุณจะได้ยินน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป

       การได้ยินที่ดีขึ้นช่วยให้สมองทำสิ่งเหล่านี้ได้ หากคุณมีการสูญเสียการได้ยินในหูทั้งสองข้าง การใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง จะส่งสัญญาณที่เหมาะสมไปยังสมอง ให้แปรความหมายจากโทนเสียง และความถี่ต่างๆ ได้ และสามารถเติมเต็มในส่วนที่คุณอาจพลาดไป

หูเสียสองข้าง ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ดีจริงหรือ?

       เมื่อคุณพบว่าคุณมีการสูญเสียการได้ยินในหูทั้งสองข้าง และผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟังได้แนะนำให้คุณใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง เพื่อการได้ยินที่ดีขึ้น คุณมักมีคำถาม “ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ดีจริงหรือ?”

       หากคุณสูญเสียการได้ยินสองข้าง และนี่คือประโยชน์เมื่อคุณใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องช่วยฟัง

9 ประโยชน์ เพื่อการได้ยินที่ดีขึ้น เมื่อ ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง

สำหรับผู้สูญเสียการได้ยินสองข้าง


ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ได้ยินเสียงรบกวนลดลง

1. ได้ยินเสียงรบกวนลดลง

      หนึ่งในสาเหตุที่ผู้ที่ใส่เครื่องช่วยฟังพบบ่อยที่สุด คือ การเข้าใจคำพูดในสถานที่ที่มีเสียงดัง เช่น ในร้านอาหาร

      การใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ช่วยให้สมองประมวลผลเสียงที่ได้ยินจากหูทั้งสองข้างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เน้นเสียงคำพูด และกรองเสียงรบกวนออก ความสามารถในการทำงานของสมองเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้น หากคุณใส่เครื่องช่วยฟังข้างเดียว

2. ลดอาการเหนื่อยล้า จากการฟัง

      การใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ทำให้อาการเหนื่อยล้าจากการฟังลดลง เนื่องจากสมองมีข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นในการแปรความหมายของเสียงที่ได้ยินแล้ว ในขณะที่การใส่เครื่องช่วยฟังข้างเดียว ต้องใช้พลังมากขึ้น ตั้งใจฟังมากขึ้น สมองต้องทำงานหนักเพื่อ “เติมคำในช่องว่าง” ให้กับคุณ

ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ลดอาการเหนื่อยล้า จากการฟัง
ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ให้ความรู้สึกสมดุล ได้ยินเสียงเป็นธรรมชาติมากขึ้น

3. ให้ความรู้สึกสมดุล ได้ยินเสียงเป็นธรรมชาติมากขึ้น

        เมื่อใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ข้อมูลของเสียงที่ได้ยินถูกป้อนอย่างสมดุลเข้าสู่หูทั้งสอง สมองจึงพึ่งพาหูแต่ละข้างอย่างเท่าเทียมกันในการฟัง ยิ่งสมองแปรผลและเข้าใจเสียงที่ได้ยินมากขึ้นเท่าใด คำพูดที่คุณได้ยินก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

4. รู้ทิศทางของเสียง

      หูสองข้าง ทำให้เราระบุที่มาได้ว่าเสียงมาจากทิศทางไหน เมื่อใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง หูทั้งสองข้างทำงานร่วมกัน คลื่นเสียงจากหูทั้งสองข้างจะส่งไปยังสมอง เพื่อช่วยให้คุณระบุตำแหน่งที่มาของเสียง เช่น รู้ว่าเสียงไซเรนจากรถพยาบาล กำลังมาจากทิศทางไหนเมื่อคุณขับรถ

ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง รู้ทิศทางของเสียง
ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ช่วงของการได้ยินเสียง กว้างขึ้นจาก 180◦ เป็น 360◦

5. การได้ยินเสียง มีช่วงกว้างขึ้นจาก 180 เป็น 360

      การได้ยินเสียงจากด้านใดด้านหนึ่งจะจำกัดปริมาณเสียงที่คุณได้ยินจากอีกด้านหนึ่ง ความเข้าใจเสียงของคุณจึงถูกจำกัด การใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ทำให้คุณสามารถได้ยินเสียงอย่างชัดเจนจากทั้งสองทิศทาง คุณจะได้ยินเสียงง่ายขึ้นและได้ยินคนพูดคุยรอบตัวคุณ เพิ่มช่วงการได้ยินจาก 180 เป็น 360 องศาทีเดียว

6. เพิ่มความสามารถในการ “เลือกฟัง”

      เมื่อมีคนพูดคุยหลายคนพร้อมกัน เช่น ในร้านอาหาร การเข้าใจคู่สนทนาเป็นเรื่องลำบากมากหากคุณใส่เครื่องช่วยฟังในข้างเดียว เนื่องจากเสียงทุกเสียงจะเข้ามาที่หูข้างที่คุณใส่เครื่องช่วยฟัง เสียงทั้งหมดผสมผสานรวมกัน คุณจะไม่สามารถแยกเสียงคำพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้เลย ความสามารถในการ “เลือกฟัง” จะทำได้ก็ต่อเมื่อคุณได้ยินจากหูทั้งสองข้างเท่านั้น

ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง เพิ่มความสามารถในการเลือกฟัง
ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง รองรับเสียงดังได้ดีขึ้น

7. รองรับเสียงดังได้ดีขึ้น

      หูแต่ละข้าง รองรับความดังของเสียงได้ในระดับหนึ่ง การได้ยินด้วยหูทั้งสองข้าง ทำให้เสียงดังที่เข้ามาถูกแบ่งระหว่างหูสองข้าง จึงทำให้คุณสามารถทนต่อเสียงดังในสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงตลอดวัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานในแต่ละวันของคุณได้ดีขึ้น

8. ประหยัดแบตเตอรี่

      เมื่อใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง เสียงที่ได้ยินจากหูทั้งสองข้างจะถูกส่งไปที่สมอง ซึ่งจะเพิ่มความดังตามธรรมชาติให้กับคุณ ทำให้การตั้งระดับความดังของเครื่องช่วยฟังไม่จำเป็นต้องดังมาก ในขณะที่การใส่เครื่องช่วยฟังข้างเดียว คุณต้องการความดังมากเพื่อชดเชยหูข้างที่ไม่ได้ยิน

ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง ประหยัดแบตเตอรี่
ใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง หูทั้งสองข้างแข็งแรง

9. หูทั้งสองข้างแข็งแรง

      หากคุณสูญเสียการได้ยินทั้งสองข้างและใส่เครื่องช่วยฟังในหูข้างเดียว คุณกำลังบังคับให้หูข้างเดียวทำงานสองข้าง คล้ายกับมีแขนที่อ่อนแอสองข้างที่ยกน้ำหนักด้วยแขนข้างเดียว หูข้างที่มีการสูญเสียการได้ยินที่ไม่ได้ใส่เครื่องช่วยฟังจะอ่อนแอลง เนื่องจากสมองได้พึ่งพาหูข้างที่ใส่เครื่องช่วยฟังมากขึ้น เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อ หากคุณไม่ใช้มันคุณอาจสูญเสียมันไปได้ หากคุณสูญเสียการได้ยินในหูทั้งสองข้างควรได้รับการกระตุ้นของเสียงที่เข้ามาอย่างเพียงพอผ่านการใส่เครื่องช่วยฟัง เพื่อส่งเสริมให้คุณประสบความสำเร็จในการฟังในระยะยาว

พิจารณา การใส่เครื่องช่วยฟัง 2 ข้าง เมื่อคุณสูญเสียการได้ยินทั้งสองข้าง

ขอรับคำแนะนำการเลือกเครื่องช่วยฟัง บริการทดลองเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

รับมือ สูญเสียการได้ยิน วัยทำงาน ด้วยโซลูชัน เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง

เมื่อ สูญเสียการได้ยิน วัยทำงาน จะรับมือปัญหานี้อย่างไร เมื่อเราต้องพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ติดต่อประสานงานภายนอกองค์กร ปัจจุบันมีเทคโนยีช่วยการได้ยิน

5 เคล็ดลับ เอาชนะความท้าทาย สูญเสียการได้ยิน วัยทำงาน

เมื่ออุปสรรคการ สูญเสียการได้ยิน วัยทำงาน ส่งผลต่อศักยภาพการทำงาน ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์เข้าใจถึงความท้าทายที่มาพร้อมกับความบกพร่องทางการได้ยินนี้ และ

หูสองข้างได้ยินเท่ากันหรือไม่

 

หลายคนอาจมีข้อสงสัย….

      หูทั้งสองข้าง ได้ยินเท่ากันหรือไม่? เท้าข้างหนึ่งของคุณมักจะใหญ่กว่าอีกข้างหนึ่งเล็กน้อย เช่นเดียวกับสายตาที่สั้นหรือยาวกว่ากันเล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หูข้างหนึ่งอาจได้ยินดีกว่าอีกข้างหนึ่ง แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย

 

¹งานวิจัยค้นพบว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางหูขวา มีปัญหาในการเรียนในโรงเรียนมากกว่าเด็กที่สูญเสียการได้ยินในหูซ้าย

 

 

หูซ้าย และหูขวา

หูทั้งสองข้าง รับรู้เสียงแตกต่างกัน


      ¹Yvonne Sininger, Ph.D. ศาสตราจารย์ด้านศัลยศาสตร์ศีรษะและคอ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส ร่วมกับทีมงาน ได้ทำการศึกษาการได้ยินของทารกแรกเกิดมากกว่า 3,000 ราย ก่อนออกจากโรงพยาบาล พวกเขาพบว่า หูข้างซ้ายปรับเข้ากับเสียงดนตรีได้ดีกว่า และหูข้างขวารับเสียงคล้ายเสียงพูดได้ดีกว่า

      การวิจัยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างที่เริ่มต้นที่หู “เราคิดเสมอว่าหูซ้ายและขวาของเราทำงานในลักษณะเดียวกัน” Sininger กล่าว ด้วยเหตุนี้ เรามักจะคิดว่ามันไม่สำคัญว่าหูข้างไหนที่มีความบกพร่องในตัวบุคคล ตอนนี้เราเห็นว่ามันอาจมีความหมายอย่างลึกซึ้งต่อพัฒนาการทางการพูดและภาษาของแต่ละคน

      การค้นพบนี้จะช่วยให้แพทย์ พัฒนาการพูดและภาษาในทารกแรกเกิดที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและฟื้นฟูผู้ที่สูญเสียการได้ยิน

 

hearing-loss-in-child

หูซ้ายจะรับข้อมูลโทนเสียงต่างๆ เสียงดนตรี อารมณ์ และสัญชาตญาณได้ดีกว่า ในขณะที่หูขวาจะรับเสียงคำพูดและตรรกะได้ดีกว่า

 

นั่นอาจอธิบายได้ว่า…

 

     ³ผู้ที่สูญเสียการได้ยินในหูข้างซ้ายมาก อาจพบว่าตัวเองไม่สามารถเข้าใจอารมณ์หรือการโต้เถียงของสมาชิกในครอบครัวได้น้อยลง ในขณะที่ผู้ที่สูญเสียการได้ยินในหูข้างขวามาก อาจสูญเสียความสามารถในการให้เหตุผลเชิงตรรกะบางส่วน หรือการแยกแยะสิ่งต่างๆ ลดลง

 

 ซึ่งตรงข้ามกับสมองของมนุษย์เรา กล่าวคือ…

 

      ²สมองซีกซ้าย (Left Hemisphere) จะทำหน้าที่เกี่ยวกับการคิดเชิงตรรกะเหตุผล การมีวิจารณญาณ ตัวเลข ภาษา และสมองซีกขวา (Right Hemisphere) จะทำหน้าที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ การจินตนาการ ดนตรี ศิลปะ อารมณ์

      สอดคล้องกับงานวิจัย ในปี ค.ศ. 1960 ของ Roger W. Sperry ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย ได้ศึกษาสมองสองซีกของมนุษย์ และค้นพบว่า สมองทั้งสองซีกจะทำงานกลับข้างกัน สมองซีกซ้ายจะควบคุมการทำงานของร่างกายทางด้านขวา และสมองซีกขวาจะควบคุมการทำงานของร่างกายทางด้านซ้าย

 

Brain-and-hearing

การทำงานของสมอง และการรับเสียงของหู

 

      ¹นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ Cone-Wesson แห่งมหาวิทยาลัยแอริโซนา ผู้วิจัยร่วมกับ Sininger ยังอธิบายว่า “หากบุคคลใดหูหนวกอย่างสมบูรณ์ การค้นพบของเราอาจเสนอแนวทางแก่ศัลยแพทย์ในการใส่ประสาทหูเทียมในหูข้างซ้ายหรือข้างขวาของแต่ละคน และมีอิทธิพลต่อวิธีตั้งโปรแกรมประสาทหูเทียมหรือเครื่องช่วยฟังเพื่อประมวลผลเสียง” Cone-Wesson อธิบาย “โปรแกรมประมวลผลเสียงสำหรับอุปกรณ์ช่วยฟังสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับหูแต่ละข้างได้ เพื่อให้ได้สภาวะที่ดีที่สุดสำหรับการได้ยินเสียงคำพูดหรือเสียงดนตรี”

  

 

การให้ข้อมูลของคุณกับผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินและเครื่องช่วยฟัง จะเป็นประโยชน์สำหรับการเลือกอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสม รวมถึงการปรับแต่งเสียงเพื่อการใช้งานเครื่องช่วยฟังของคุณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

 

ทดสอบการได้ยิน ปรึกษาการเลือกเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : hearingchiangmai
Line : @hearingchiangmai

 


ขอขอบคุณข้อมูล :    ¹University Of California – Los Angeles, Left And Right Ears Not Created Equal As Newborns Process Sound. ScienceDaily. [2004, Sep10]., ²กลไกสมองสองซีกกับความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์. ปัญจนาฏ วรวัฒนชัย, 2559, healthyhearing.com
เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก แบบในช่องหู

 

      หูเริ่มไม่ได้ยิน หรือหูตึง ผู้คนส่วนใหญ่มักมองหาเครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็ก เนื่องจากรู้สึกอาย ไม่มั่นใจ ไม่อยากให้คนอื่นเห็น และในปัจจุบันเครื่องช่วยฟังขนาดเล็กมีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขนาด ทั้งนี้แล้วการเลือกเครื่องช่วยฟังขนาดเล็กควรดูกำลังขยายของเครื่อง ว่าเหมาะสมกับระดับการได้ยินของตัวคุณเองหรือไม่

 

เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก

มีรูปแบบเครื่องเป็นอย่างไร เหมาะกับระดับการได้ยินแบบไหนบ้าง

 

CIC Model

เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก แบบในช่องหู CIC

    เมื่อพูดถึงเครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก เรามักจะนึกถึงเครื่องช่วยฟังที่ใส่เข้าไปในช่องหู เนื่องจากเครื่องมีขนาดเล็กใส่แล้วไม่มีใครมองเห็น และเครื่องช่วยฟังแบบในช่องหูนี้ มีด้วยกันทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่

           Invisible in the canal (IIC)

           Completely in the canal (CIC)

           In the canal (ITC)

           In the ear (ITE)

 

      เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก แบบในช่องหู ถูกออกแบบให้มีหลากหลายขนาด หลากหลายรูปแบบ เพื่อรองรับระดับการได้ยินและไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่

 

4 รูปแบบ เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก

แบบในช่องหู


      เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก แบบในช่องหู มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เช่น ขนาด คุณสมบัติเครื่อง และกำลังขยายในการรองรับระดับการสูญเสียการได้ยิน เป็นต้น

เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก ในช่องหู

▪ Invisible in the canal (IIC)

      เครื่องช่วยฟังแบบในช่องหู IIC เล็กที่สุดในบรรดาเครื่องช่วยฟังรูปแบบทั้งหมด เหมาะสำหรับผู้ที่หูตึงเล็กน้อยถึงหูตึงปานกลาง หรืออยู่ในเกณฑ์การสูญเสียการได้ยินในระดับ 26 – 55 เดซิเบล (Mild – Moderate Hearing loss)

ข้อดี : เครื่องขนาดเล็กกะทัดรัด ซ่อนอยู่ในรูหู น้ำหนักเบา ไม่มีสายเกะกะ ใช้งานคล่องตัว

ข้อเสีย : ไม่มีปุ่มสำหรับการเพิ่ม-ลดเสียง หรือปุ่มเปลี่ยนโปรแกรม กำลังขยายจำกัด การหยิบจับใช้งานอาจไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

 

▪ Completely in the canal (CIC)

เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก แบบในช่องหู CIC

เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก แบบในช่องหู ITC

      เครื่องช่วยฟัง แบบในช่องหู CIC เหมาะสำหรับผู้ที่หูตึงเล็กน้อยถึงหูตึงปานกลาง หรืออยู่ในเกณฑ์การสูญเสียการได้ยินในระดับ 26 – 55 เดซิเบล (Mild – Moderate Hearing loss)

ข้อดี : เครื่องมีขนาดเล็ก ซ่อนอยู่ในรูหู น้ำหนักเบา ไม่มีสายเกะกะ ใช้งานคล่องตัว

ข้อเสีย : ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มเปลี่ยนโปรแกรม สามารถเพิ่มได้เฉพาะในบางรุ่น ฟังก์ชันการทำงานมีน้อย การหยิบจับใช้งานอาจไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

 

▪ In the canal (ITC)

เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก แบบในช่องหู ITC

เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก แบบในช่องหู ITC

      เครื่องช่วยฟัง แบบในช่องหู ITC เหมาะสำหรับผู้ที่หูตึงเล็กน้อยถึงหูตึงมาก หรืออยู่ในเกณฑ์การสูญเสียการได้ยินในระดับ 26 – 70 เดซิเบล (Mild – Moderately Severe Hearing loss)

ข้อดี : เครื่องมีขนาดเล็ก อยู่ในช่องหู ใช้งานคล่องตัว สามารถเพิ่มปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มเปลี่ยนโปรแกรม เชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไร้สายได้ในบางรุ่น ฟังก์ชันการทำงานและการใช้งานสอบถามผู้จำหน่ายเพิ่มเติม

ข้อเสีย : เครื่องมีขนาดใหญ่กว่า IIC และ CIC มองเห็นได้ในบางส่วน

 

▪ In the ear (ITE) ; In the ear full shell (ITE FS), In the ear half shell (ITE HS)

ITE_FS

เครื่องช่วยฟัง ขนาดเล็ก แบบในช่องหู ITE FS

      เครื่องช่วยฟัง แบบในช่องหู ITE เหมาะสำหรับผู้ที่หูตึงเล็กน้อยถึงหูตึงรุนแรง หรืออยู่ในเกณฑ์การสูญเสียการได้ยินในระดับ 26 – 90 เดซิเบล (Mild – Severe Hearing loss)

ข้อดี : เครื่องใส่ในช่องหู ใช้งานคล่องตัว มีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มเปลี่ยนโปรแกรม เชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไร้สายได้ในบางรุ่น ฟังก์ชันการทำงานมีให้เลือกหลากหลาย สอบถามผู้จำหน่ายเพิ่มเติม

ข้อเสีย : เครื่องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มองเห็นได้

 

 

การเลือกเครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก แบบในช่องหู ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน หรือทุกคนจะใส่เครื่องขนาดเล็กๆ ได้ เนื่องจากเครื่องช่วยฟังแบบในช่องหูมีข้อจำกัด เช่น กำลังขยายเครื่อง ลักษณะช่องหู เป็นต้น

 

 

ประเภทเครื่องช่วยฟังดิจิตอล

เครื่องช่วยฟัง รูปแบบอื่นๆ

 

ปรึกษาระดับการได้ยิน และการเลือกเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 


ขอขอบคุณข้อมูล : bernafon
อาการสูญเสียการได้ยินในเด็ก

 

     การสูญเสียการได้ยินในเด็ก มักจะตรวจพบได้ด้วยการตรวจคัดกรองการได้ยินของทารกแรกเกิดหลังคลอด (OAE) ประมาณ 2 วัน และพ่อแม่บางรายอาจตรวจพบการสูญเสียการได้ยินของลูกในภายหลังได้

 

สาเหตุการสูญเสียการได้ยินของทารก

     การสูญเสียการได้ยินของทารก ส่วนใหญ่มีสาเหตุ 3 ประการ


1. การติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
2. ผลข้างเคียงที่เป็นพิษจากยา
3. พันธุกรรม (50 – 60 % ของกรณีการสูญเสียการได้ยินของทารก ตามรายงานของ CDC หลายครั้งที่เด็กที่สูญเสียการได้ยินเกิดจากยีนด้อยในพ่อแม่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคน โรคเหล่านี้บางโรคอาจถูกตรวจพบโดยเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมในระหว่างตั้งครรภ์)

 

อาการสูญเสียการได้ยิน ในเด็ก

     หากพบพฤติกรรมดังต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าลูกของคุณอาจมีปัญหาการได้ยิน


Baby and hearing

  • พัฒนาการด้านการพูดและภาษาล่าช้า
  • เด็กไม่สะดุ้ง เมื่อมีเสียงดัง
  • เด็กไม่สามารถระบุตำแหน่งของเสียงได้
  • ผลงานไม่ดีในโรงเรียน
  • ปัญหาพฤติกรรมในโรงเรียน
  • การวินิจฉัยความบกพร่องทางการเรียนรู้

โปรดหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกน้อยเป็นไปตาม พัฒนาการแต่ละช่วงวัย หรือไม่

 

 

การตรวจคัดกรองการได้ยิน

ทารกแรกเกิด เด็กเล็ก


     การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารก หรือเด็กเล็ก สามารถตรวจได้ในสถานพยาบาลที่มีแผนกหู คอ จมูก และวิธีที่นิยมตรวจ มีดังนี้

     Otoacoustic emissions (OAE) การวัดการตอบสนองของทารกที่มีต่อเสียง โดยวัดเสียงสะท้อนของหูชั้นในแต่ละข้าง

     – Auditory Brainstem Response (ABR) การตรวจการได้ยินระดับก้านสมอง วัดว่าประสาทหูตอบสนองต่อเสียงอย่างไรผ่านขั้วไฟฟ้าขนาดเล็กที่วางอยู่บนศีรษะของทารก ตรวจในขณะที่ทารกหลับ

หมายเหตุ : ลูกน้อยของคุณจะได้รับการตรวจแบบ ABR ก็ต่อเมื่อการตรวจ OAE ไม่ผ่าน

 

 

เมื่อตรวจพบว่า ลูกมีการสูญเสียการได้ยิน

ควรทำอย่างไร?


 

      การสูญเสียการได้ยินถาวรไม่สามารถกู้คืนได้ และมักจะเกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดจากประสาทหูหรือเซลล์ขนเล็กๆ ของหูชั้นใน สำหรับคนส่วนใหญ่ ทางเลือกในการรักษาที่ดีที่สุดคือ การใส่เครื่องช่วยฟังอย่างเหมาะสม และในบางกรณี อาจแนะนำการผ่าตัดประสาทหูเทียม

kid-playing

 

      การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดเป็นวิธีที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยและการรักษาในระยะแรก หากสามารถวินิจฉัยการสูญเสียการได้ยินและดำเนินการรักษาภายใน อายุ 6 เดือน จะทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านการพูด ภาษา อารมณ์และสังคมอย่างเหมาะสม

 

 

      การสูญเสียการได้ยินในเด็ก ไม่ว่าจะทั้งสองข้างหรือข้างเดียว ในระดับเล็กน้อยหรือระดับรุนแรง มีผลต่อพัฒนาการทางภาษาที่ช้ากว่าเด็กที่มีการได้ยินปกติ โดยเฉพาะทักษะการฟังและแยกเสียง รวมถึงทักษะในการรับรู้ และแสดงออกของภาษา เพราะฉะนั้นการได้ยินในวัยเด็ก จึงสำคัญ

 

 

      หากคุณสงสัยว่า บุตรหลาน หรือคนใกล้ชิดสูญเสียการได้ยิน โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินหรือนักโสตสัมผัสวิทยาใกล้บ้านคุณ ยิ่งคุณได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ ผลลัพธ์ของคุณก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

ศูนย์เพื่อเด็กพิเศษแสงเหนือ เด็กพัฒนาการช้า พูดช้า เด็กไม่พูด

ปรึกษาด้านพัฒนาการเด็ก ลูกไม่พูด พูดช้า ปัญหาพฤติกรรมเด็ก

 

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่ ยินดีให้คำปรึกษาด้านการได้ยิน
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 


ขอขอบคุณข้อมูล : healthyhearing.com, หนังสือคำแนะนำการคัดกรอง การได้ยินในทารกแรกเกิดของประเทศไทย [หน้า 14, 2562] 

 

เครื่องช่วยฟังเปียกน้ำ ต้องทำอย่างไร

สิ่งแรกที่คุณควรทำ คือ

หยุดใช้งานทันที และนำแบตเตอรี่ออก หลังจากนั้นหาวิธีทำให้เครื่องแห้ง

      อย่ามัวรีรอ หรือตื่นตกใจ ให้คุณรีบนำแบตเตอรี่ออกจากเครื่องโดยเร็ว เพื่อป้องกันแผงวงจรและสายไฟภายในเครื่องช่วยฟังเกิดการช็อต และสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับเครื่องช่วยฟังของคุณ

เครื่องช่วยฟังเปียกน้ำ ถอดแบตออก

      ความชื้น เป็นสาเหตุทำให้เครื่องช่วยฟังทำงานผิดปกติ หากคุณไม่มั่นใจว่าเครื่องช่วยฟังของคุณนั้นแห้งสนิท โปรดอย่าพยายามใส่แบตเตอรี่เป็นอันขาด

      เรามี 3 วิธี ที่จะช่วยให้เครื่องช่วยฟังของคุณแห้ง ดังนี้

3 วิธี ทำให้เครื่องช่วยฟังแห้ง

เมื่อเครื่องช่วยฟังเปียกน้ำ


      หากเครื่องช่วยฟังของคุณเปียกน้ำสกปรก เช่น น้ำโคลน น้ำทะเล ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดเครื่องให้แห้ง ก่อนปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้

วิธีที่ 1 การเป่าลม หรือผึ่งลม

วิธีที่ 1 การเป่าลม หรือผึ่งลม

      วิธีที่ง่ายที่สุด ในการทำให้เครื่องช่วยฟังแห้ง คือ การเป่าลม หรือผึ่งลม ไม่ว่าจะเป็นลมจากพัดลม ลูกยางเป่าลม เครื่องเป่าลม หรือไดร์เป่าผม จะต้องเป็นโหมดลมเย็นเท่านั้น วางเครื่องช่วยฟังไว้ในที่แห้ง เปิดรังถ่านออกและทำการเป่าลม หรือผึ่งลมจนกว่าจะแห้ง

วิธีที่ 2 ใช้สารดูดความชื้น เครื่องช่วยฟัง

วิธีที่ 2 ใช้สารดูดความชื้น เครื่องช่วยฟัง

      หลังจากที่คุณเป่าลมจนแห้งแล้ว หรือกรณีที่คุณไม่มีอุปกรณ์ในการเป่าลม

      คุณสามารถใช้สารดูดความชื้น ช่วยดูดความชื้นออกจากเครื่องช่วยฟัง โดยการเปิดรังถ่านเครื่องช่วยฟังทิ้งไว้ นำเครื่องช่วยฟังวางลงในภาชนะที่บรรจุสารดูดความชื้น พร้อมปิดฝาภาชนะให้สนิท เพื่อให้สารดูดความชื้นทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไม่ดูดความชื้นจากภายนอกเข้ามา วางทิ้งไว้ 24 – 48 ชั่วโมง หรือจนกว่าจะแห้งสนิท

หมายเหตุ : ใดๆ เลย หากคุณไม่มีสารดูดความชื้น คุณสามารถนำเครื่องใส่ในถังข้าวสารแบบวิธีดั้งเดิมได้ ให้คุณปิดฝาทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เม็ดข้าวจะช่วยดูดซับน้ำ

วิธีที่ 3 ใช้เครื่องอบไล่ความชื้นเครื่องช่วยฟัง

      วิธีที่ดีที่สุด หากบ้านของคุณมีเครื่องอบไล่ความชื้นเครื่องช่วยฟัง หลังจากเช็ดเครื่องหรือเป่าลมแล้ว คุณสามารถนำเครื่องช่วยฟังของคุณเปิดรังถ่าน และวางลงไปในเครื่องอบไล่ความชื้นนี้ได้เลย

      เครื่องอบจะทำให้เครื่องช่วยฟังของคุณแห้งและไล่ความชื้นออกจากตัวเครื่อง ทั้งนี้คุณสามารถอบทิ้งไว้ได้ตลอดทั้งคืน

หมายเหตุ : เครื่องอบไล่ความชื้นสำหรับเครื่องช่วยฟังมีหลากหลายแบบ เพื่อการอบเครื่องไล่ความชื้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โปรดมองหาเครื่องอบที่มีพัดลมระบายอากาศ มีการใช้งานร่วมกับก้อนดูดความชื้น เครื่องอบทั่วไปส่วนใหญ่ทำงานโดยใช้ความร้อนอบเครื่องให้แห้งเท่านั้น จะไม่มีพัดลมระบายอากาศและการใช้สารดูดความชื้นร่วมด้วย

การทำให้เครื่องช่วยฟังแห้ง ปราศจากความชื้น จะช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องช่วยฟัง

Warning สิ่งที่ไม่ควรทำ เมื่อเครื่องช่วยฟังเปียกน้ำ

! การทิ้งแบตเตอรี่ไว้ในเครื่องช่วยฟัง ทั้งนี้อาจสร้างความเสียลุกลามไปยังชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องช่วยฟังได้

! การใช้ความร้อนสูงทำให้แห้ง เช่น การนำเครื่องช่วยฟังเข้าไมโครเวฟ เครื่องช่วยฟังไม่ได้ออกแบบมาให้ทนความร้อน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องอาจถูกหลอมละลาย เกิดความเสียหายได้ หรือแม้แต่ไดร์เป่าผมในโหมดลมร้อน การวางเครื่องช่วยฟังตากแดด ก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

ข้อควรรู้ : อุณหภูมิในการเก็บรักษา -25°C ถึง +60°C   ระดับความชื้นสัมพัทธ์ 5% ถึง 93%

หากคุณปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าวแล้ว เครื่องช่วยฟังของคุณยังคงไม่ทำงานหรือทำงานผิดปกติ แนะนำให้นำเครื่องเข้าตรวจเช็ค ณ ศูนย์บริการเครื่องช่วยฟัง

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai


ขอขอบคุณข้อมูล : greentreeaudiology.com, hear-it.org
ENT affect hearing

 

เมื่อ หู คอ จมูก ส่งผลกับการได้ยิน

       หู คอ จมูก อวัยวะที่มีความเชื่อมโยงถึงกัน เมื่ออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งมีความผิดปกติเกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะที่เหลือตามมา เช่น อาการหวัดลงคอ มีเสมหะ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล เป็นไข้ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือเป็นหวัดคัดจมูก ไซนัสอักเสบ มักลามไปยังหู มีอาการหูอื้อ ปวดหู เสียงดังในหู เวียนศีรษะบ้านหมุน และในบางรายส่งผลให้การได้ยินลดลง ด้วยเหตุนี้เองผู้บกพร่องทางการได้ยิน จึงควรให้ความสำคัญกับอวัยวะทั้ง 3 ส่วนนี้

 

 

ทำไมเมื่อเป็นหวัดแล้วหูอื้อ?

การได้ยินลดลง

 

       บางคนเมื่อเป็นหวัดแล้วมีอาการหูอื้อร่วมด้วย ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจลุกลามผ่านท่อปรับความดันของหู ที่เรียกว่า “ท่อยูสเตเชี่ยน” เข้าไปยังหูชั้นกลาง ท่อนี้จะเชื่อมระหว่างโพรงจมูก หูชั้นกลาง และคอหอย ปรับความดันอากาศระหว่างหูชั้นกลางและอากาศภายนอกให้มีความสมดุล

tinnitus and hearing loss หู อักเสบติดเชื้อ

 

       เมื่อท่อปรับความดันเกิดการอักเสบบวม ทำให้ปิดกั้นช่องทางการระบายเมือกหรือสารคัดหลั่ง ของเหลวเกิดการคั่งอยู่ในหูชั้นกลาง ส่งผลให้หูชั้นกลางติดเชื้อ และก่อให้เกิดอาการหูอื้อ หรือมีเสียงในหู ปวดหู และการได้ยินลดลง เนื่องจากมีของเหลวขัดหวางการทำงานของกระดูกนำเสียง (ค้อน ทั่ง และโกลน)

 

 

ทำอย่างไร? การได้ยินจะกลับมาปกติ และหูหายอื้อ

 

Cold elderly หวัด กับการได้ยิน

     ผู้มีอาการหวัดแล้วหูอื้อ มีเสียงในหู การได้ยินลดลง ควรปฏิบัติตัวตามแพทย์สั่ง พักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญไม่ควรเครียด เนื่องจากความเครียดสัมพันธ์กับอาการของหู

     เมื่อหายจากอาการหวัดแล้ว อาการของหู หูอื้อ เสียงในหู ปวดหู และการได้ยิน ก็จะเริ่มดีขึ้น แต่หากผ่านไปหลายสัปดาห์อาการหูยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจดูความผิดปกติ

 

 

โรคหูคอจมูกที่มีความซับซ้อน การดูแลรักษาจะดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางที่เรียกว่า “แพทย์หูคอจมูก” โดยแพทย์เฉพาะทางจะอยู่ในหน่วยงานที่เรียกว่า “แผนกหูคอจมูก หรือ โสต ศอ นาสิก” Otorhinolaryngology มีหน้าที่ดูแล เช่น ปัญหาการได้ยิน หูตึง ขี้หูอุดตัน น้ำเข้าหู หินปูนเกาะ

 

 

หากพบว่า การได้ยินลดลง ท่านสามารถเข้ารับการตรวจการได้ยิน

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai

 


ขอขอบคุณข้อมูล : wikipedia.org [2013, Nov7]., mayoclinic.org, amazonaws.com

 

Why Hearing Test ทำไมต้องตรวจการได้ยิน

 

ทำไมต้องตรวจการได้ยิน?

การตรวจการได้ยินสำคัญอย่างไร?

 

        คนเราใช้หูในการรับฟัง การจะพูดคุยหรือสื่อสารได้ดีนั้นหูจะต้องได้ยินก่อน โดยมากแล้วการได้ยินของคนเรามักจะลดลงตามอายุและอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการฟังเสียงดังเกินไป การรับประทานยาที่มีผลต่อระบบประสาทหู โรคประจำตัว เป็นต้น

        ตรวจการได้ยิน หรือทดสอบการได้ยิน (Hearing Test) จะช่วยให้ทราบระดับการได้ยินว่าอยู่ในระดับใด อยู่ในเกณฑ์การได้ยินปกติดีหรือไม่ การตรวจการได้ยินไม่จำเป็นต้องรอให้แพทย์สั่ง สามารถเข้ารับการตรวจได้เมื่อรู้สึกการได้ยินลดลง

 

5 ระดับ การสูญเสียการได้ยิน

สูญเสียการได้ยิน ระดับเล็กน้อยหรือหูตึงเล็กน้อย ไปจนถึงสูญเสียการได้ยินระดับหูหนวก

Hearing Level ระดับการได้ยิน

 

          ระดับการได้ยินที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์การได้ยินปกตินั้น ระดับความดังจะต้องไม่เกิน 25 เดซิเบล (dB) แต่หากเมื่อใดที่ต้องใช้ระดับความดังมากกว่า 25 เดซิเบล (dB) ถือว่าเข้าข่ายการได้ยินผิดปกติ หรือเรียกว่า การสูญเสียการได้ยิน บกพร่องทางการได้ยินหรือหูตึงนั่นเอง

 

result ผลตรวจการได้ยิน

 

          การตรวจการได้ยินจะช่วยป้องกันความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่อาจส่งผลให้การได้ยินลดลง เพราะเมื่อใดที่ประสบปัญหาการได้ยิน เมื่อนั้นย่อมส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน กรณีสูญเสียการได้ยินแบบถาวร จะไม่สามารถรักษาให้กลับมาได้ยินดีดังเดิมได้

 

          ปัจจุบันผลตรวจการได้ยินได้ถูกนำมาใช้ประกอบการสมัครงานในบางสายงาน บางตำแหน่ง หรือแม้กระทั่งการสมัครเข้าศึกษาต่อของสถานศึกษาบางแห่ง จำเป็นต้องใช้ในการยื่นประกอบการสมัครด้วย โปรดตระหนักถึงการได้ยินของท่าน

 

 

สูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงรุนแรง ควรใช้ เครื่องช่วยฟัง

สูญเสียการได้ยินระดับหูหนวก ควรได้รับการผ่าตัด ประสาทหูเทียม

 

 

หากพบว่าการได้ยินของท่านลดลง แนะนำให้ตรวจการได้ยิน

ศูนย์สุขภาพการได้ยินอินทิเม็กซ์ เชียงใหม่
โทร: 053-271533, 089-0537111
Facebook : m.me/hearingchiangmai
Line : line.me/ti/p/%40hearingchiangmai